กษิต ภิรมย์ ชี้ถึงความจำเป็นในการเจรจากับต่างประเทศเกี่ยวกับการควบคุมข้อมูลออนไลน์และการส่งผู้ร้ายข้ามแดน โดยเน้นย้ำความร่วมมือตามหลักถ้อยทีถ้อยปฏิบัติและเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทำงานอย่างเต็มศักยภาพโดยไม่ถูกแทรกแซงจากปัจจัยการเมือง พร้อมตั้งข้อสังเกตถึงประสิทธิภาพของหน่วยงานความมั่นคงในการบล็อกข้อมูลที่คุกคามประเทศ และเรียกร้องให้ทบทวนขีดความสามารถทางเทคโนโลยีและกฎหมาย เพื่อป้องกันการโจมตีสถาบันชาติและเยาวชนอย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมผลักดันการปฏิรูปประเทศอย่างรอบคอบ โดยให้ความสำคัญสูงสุดกับการปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์จากการโจมตีทางสื่อ
ท่านประธานครับ ผม กษิต ภิรมย์ ขอขอบคุณ ท่านประธาน ที่จริงไม่อยากจะพูดเพราะว่ามันค่อนข้างจะยาวแล้วก็ผมคิดว่าเพื่อนสมาชิก ก็รอที่จะลงคะแนนอยู่ แต่ว่าอย่างนี้ครับค่อนข้างจะมีเรื่องที่สำคัญ ๒-๓ เรื่องด้วยกัน แล้วก็อยากจะขอชี้แจงร่วมเปึนข้อคิดเปึนข้อเท็จจริงด้วย คือหลาย ๆ อย่างก็อดคิดไม่ได้ว่า ประเทศจีนเขาไม่ให้สิ่งที่ไม่ดีเข้าประเทศเขา เขาก็ต่อรองกับกูเกิล (Google) หรือว่า ยะฮู (Yahoo) ได้นะครับ มันก็อยู่ที่ว่าใครเปึนคนเจรจาจากฝ์ายไทย แล้วสิ่งที่จะไปขอความ ร่วมมือกับเขาอะไรที่เราบอกว่าขอเปึนเอ็กเซปชัน (Exception) เปึนพิเศษจริง ๆ แล้วก็ขอให้ เขาถอนออก ตัดออก เช่นในเรื่องสถาบันพระมหากษัตริย์อันนั้นเฉพาะ แต่เรื่องอื่น ๆ ก็แน่นอนเลยจะไปห้ามเขาว่าไม่มีความสากลดังที่กรรมาธิการชี้แจงอันนั้นก็ได้ แต่ผมคิดว่า การเจรจามันยังไม่แล้วเสร็จ มันต้องเจรจาต่อไปอย่างต่อเนื่อง และบางครั้งบางคราวก็เจรจา กับผู้จัดการสาขาเขาที่สิงคโปร์ภูมิภาคไม่พอครับ ต้องกลับไปที่ต้นทางเขาเลยที่สหรัฐอเมริกา
ส่วนอันที่ ๒ เรื่องความร่วมมือว่าด้วยการส่งผู้ร้ายข้ามแดนมันก็ค่อนข้าง จะพาดพิงกระทรวงการต่างประเทศสักนิดหนึ่ง ต้องขอกราบเรียนชี้แจงดังนี้นะครับ การส่งผู้ร้ายข้ามแดนต่อกันอะไรต่าง ๆ เหล่านี้มันใช้หลักถ้อยที่ถ้อยปฏิบัติ เรสพอนด์ซิตี (Respond city) แล้วเราก็มีหน่วยงานคือสำนักงานอัยการสูงสุดมักจะมีข้อตกลงทวิภาคี กับหลายสิบประเทศ
ส่วนอันที่ ๓ ก็คือเปึ้นเรื่องที่ว่าข้อที่เราจะกล่าวหาคนของเราคนไทยแล้วไป อยู่ในต่างแดนนั้นมันสอดคล้องกับกฎหมายภายในเขาหรือไม่ นั่นก็เปึนหลัก ดูสิว่ามันเปึ้นคดี ที่อังกฤษไ์ด้ไหม ขณะที่มันเปึนคดีที่ประเทศไทยได้ ก็เปึ้นเรื่องที่ต้องเจรจาต่อรองกันไป แต่ว่าที่สําคัญไม่ใช่ว่าเขาไม่ให้ความร่วมมือครับ ผมก็อยู่กับกระทรวงการต่างประเทศมานาน ใหญ่ ๆ แล้วมันต้องถามว่า ๓ หน่วยงานหลักหรือ ๔ หน่วยงานหลักทำงานอย่างเต็มที่ สุดความสามารถหรือเปล่า หรือว่ามันถูกคลุมเครือด้วยบรรยากาศทางการเมืองเลยทำงาน กันไม่ค่อยคล่องคอ สำนักงานอัยการสูงสุด สันติบาล เพราะว่าเปึนสมาชิกขององค์กรตำรวจ สากลอินเทอร์โพล (INTERPOL) กระทรวงยุติธรรมทั้งกระทรวง แล้วก็กระทรวง การต่างประเทศ ๔ หน่วยงานอันนี้ทำงานอย่างจริง ๆ จัง ๆ หรือเปล่า ในการที่จะเอาผู้ร้ายไทย ที่หนี้กระบวนการยุติธรรมกลับมาสู่กระบวนการยุติธรรม ตรงนี้ต่างหากล่ะครับที่มันเปึน ประเด็นปัญหามาตลอดว่า เราไม่ได้ทำงานกันอย่างสุดความสามารถ
ส่วนอีกประเด็นหนึ่งที่ยังไม่ได้ตอบผม ผมก็คิดว่าจะว่ากูเกิล (Google) หรือใครก็ว่ากันไป แต่ผมถามว่า สันติบาลก็ดี สำนักงานข่าวกรองแห่งชาติก็ดี สมช. ก็ดี กระทรวงไอซีที (ICT) ก็ดี แล้วก็หน่วยงานในกองทัพนะครับ มีเครื่องมือกลไกในการที่จะ บล็อก (Block) ไม่ให้ข้อมูลบางอย่างเข้าประเทศไทยได้หรือไม่ ผมทราบว่ามีรถโมบาย (Mobile) ๒๕ คันไม่รู้อยู่ที่ไหน ดักฟังได้แล้วก็บล็อก (Block) ได้ ตรงนี้ยังไม่ต้องคุยกันที่นี่ครับ เพราะมันอาจจะเปึ้นลับราชการ แต่เปึนสิ่งที่จะต้องมาชี้แจงว่าเรามีขีดความสามารถ ทางด้านเทคนิคในการที่จะบล็อก (Block) ไม่ให้เข้าประเทศเหมือนอย่างที่จีนเขาทําได้ หรือว่าเมื่อเร็ว ๆ นี้ทางเอฟบีไอ (FBI) ซีไอเอ (CIA) ขอความร่วมมือมาจากแอป (App) อะไรพวกนี้ก็ไม่ยอมให้ แต่ในที่สุดก็เมื่อไม่ให้ ขอกันดี ๆ ไม่ให้ หน่วยงานของเขาก็มี ขีดความสามารถทางด้านเทคโนโลยีในการที่จะไปล้วงมาว่าเบอร์โทรศัพท์อันนี้ของผู้ก่อการร้าย หรือเปล่า ผมว่าประเด็นทางด้านเทคนิคมันไม่ใช่หน้าที่ของพวกเราที่นี่ แต่เปึนเรื่องที่จะต้อง ส่งไปให้ทางฝ์ายบริหารคือรัฐบาลไปคิดว่าจะปัองกันประเทศไทยในเรื่องการมอมเมาเยาวชน แล้วก็ทําลายสถาบันและความเปึนราชอาณาจักรอย่างไร อันนี้เปึ้นเรื่องที่สําคัญนะครับ
ส่วนในเรื่องธุรกิจมันก็อีกเรื่องหนึ่งนะครับ มันไม่ได้ตอบในเรื่องของการเสียภาษี ไม่เสียภาษีต่าง ๆ เหล่านี้ มันเปึนเงื่อนไขกติการะหว่างประเทศนะครับ ไม่ใช่ว่าบริษัทเอกชน ทุกคนเปึนใหญ่ เพราะว่าแต่ละบริษัทเขาก็ต้องจดทะเบียนที่ประเทศของเขา แล้วก็หลายบริษัท ก็อยู่ในตลาดหุ้นที่มันมีกฎเกณฑ์กติกา ตลาดหุ้นว่าด้วยความโปร่งใส ผมถึงบอกว่าอย่ารีบร้อน ในเรื่องนี้ เราศึกษามาตรการต่าง ๆ ให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ และที่สำคัญเราไม่ใช่ เปึนหน่วยงานปฏิบัตินะครับ เราเปึนเพียงว่าจะดูว่าเราจะมีช่องทางในการจะเสนอต่อฝ์ายบริหาร ในการที่จะปฏิรูปประเทศไทยอย่างไร บางทีเราไปเชิญคนโน้นคนนี้มาเสมือนว่าเราเปึนหน่วยงาน ปฏิบัติ เราไม่ใช่ครับ แต่ว่าถ้าเผื่อมันจะเปึนประโยชน์ต่อสังคม คือเราต้องเอาประเด็นปัญหานี้ มาวางบนโต๊ะให้มันครบเสียก่อน แล้วรู้ว่าใครทําอะไร แล้วก็ข้อบกพร่องทางด้านเทคนิคก็ดี ทางด้านกฎหมายก็ดี มันอยู่ที่ไหน อย่างไร แล้วจะร่วมมือจะบอกรัฐบาลว่าควรจะทําอย่างไร มาก่อนหลัง แต่ที่มันค่าใจและมันเจ็บปวดหัวใจอยู่ก็คือ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวถูกโจมตี ๒๔ ชั่วโมงต่อวันมาเปึ้นเวลาสิบ ๆ ป้แล้ว และเรายังนิ่งเฉย ไฟไม่จี้ก้นหรืออย่างไรครับ ตรงนี้ต่างหากที่ต้องทำก่อน เรื่องอื่น ๆ มันยังรอได้ ขอกราบขอบพระคุณครับท่านประธาน