ถวิลวดี บุรีกุล หารือถึงความสำคัญของการปฏิรูปการปกครองท้องถิ่นเพื่อส่งเสริมประชาธิปไตยฐานราก โดยเน้นย้ำให้เปลี่ยนบทบาทของผู้บริหารจากผู้มีอำนาจเป็นผู้อำนวยการให้ประชาชนมีส่วนร่วมอย่างแท้จริง ทั้งในการตัดสินใจ แผนพัฒนา งบประมาณ และการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม พร้อมเสนอให้จัดกระบวนการรับฟังความคิดเห็นให้ยืดหยุ่น เข้าถึงได้ และโปร่งใส เพื่อให้ทุกกลุ่ม โดยเฉพาะผู้มีส่วนได้เสีย ได้มีโอกาสเข้าร่วมอย่างเท่าเทียมและมีประสิทธิผล
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน ถวิลวดี บุรีกุล สมาชิกหมายเลข ๖๑ นะคะ ก่อนอื่นดิฉันต้องขอขอบคุณคณะกรรมาธิการขับเคลื่อน การปฏิรูปประเทศด้านการปกครองท้องถิ่นของสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศชุดนี้ เพราะว่าเรื่องที่ท่านกําลังเสนอนี้ถือว่าเป็นเรื่องที่เรากําลังจะปฏิรูปให้เกิดประชาธิปไตย อย่างแท้จริง และเป็นประชาธิปไตยฐานราก เป็นการเปิดโอกาสให้ประชาชนทุกภาคส่วน ได้เข้ามามีบทบาทในการดูแลพื้นที่ของเขา โดยเริ่มต้นจากชุมชนและท้องถิ่น ซึ่งถือว่าเป็น การเดินมาถูกทางแล้วก็ดิฉันต้องขอชมนะคะ เพราะว่าสิ่งที่ท่านนําเสนอนี้ถือว่าเป็น นิมิตหมายที่ดีที่จะทําให้เปิดศักราชใหม่ของการปกครองส่วนท้องถิ่นที่จะนําไปสู่การสร้าง โอกาสได้มากขึ้นให้กับภาคประชาชน ดิฉันมีประเด็นเล็กน้อยนะคะ ในเรื่องของ การมีส่วนร่วมนี้เป็นเรื่องที่สําคัญ การมีส่วนร่วมเป็นการกระจายโอกาส เพราะฉะนั้นโอกาสนี้ จะกระจายจริงหรือไม่จริงมันขึ้นอยู่กับกลไกที่เราจะสร้างให้เกิดขึ้น แล้วในร่างเอกสาร ของท่านนี่นะคะ ท่านก็ได้สร้างกลไก เสนอกลไกหลายเรื่องนะคะ ก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ดี ปัญหาที่เกิดขึ้นในเรื่องของการมีส่วนร่วมในท้องถิ่นมักจะเป็นเรื่องของการขาดคุณอํานวย คุณอํานวยในที่นี้หมายถึงผู้เอื้อกระบวนการ ซึ่งในที่นี้ท่านพูดถึงเรื่องของการทํากระบวนการ ด้วยว่าจะต้องทําอะไรบ้าง รวมทั้งมีตัวแบบของหลายที่มาให้ดูด้วยนะคะ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นคือ เรามักจะมีแต่คุณอํานาจ ทําอย่างไรเราถึงจะเปลี่ยนคุณอํานาจให้เป็นคุณอํานวยที่จะเอื้อ กระบวนการให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมได้อย่างแท้จริง ซึ่งสิ่งเหล่านี้ทําได้ไม่ยาก เพียงแต่สร้างศักยภาพให้กับพวกเขา รวมทั้งมีภาคประชาชนหลายภาคส่วนที่สามารถที่จะ เข้ามาร่วมในกระบวนการเหล่านี้ได้นะคะ แล้วก็เวลาที่จัดเราก็คงจะต้องจัดในเวลาที่ ประชาชนสะดวก อย่างนี้เป็นต้นนะคะ นั่นคือประเด็นแรก
ส่วนประเด็นต่อมาก็คือประเด็นที่ประชาชนจะเข้ามามีส่วนร่วมได้ก็คงเป็น ประเด็นที่เกี่ยวข้องกับความเป็นอยู่ของพวกเขา เป็นเรื่องของการจะตัดสินใจแล้วพวกเขา ได้รับผลกระทบ หรือเป็นเรื่องเพื่อบ้าน เพื่อเมือง เพื่อชุมชนของพวกเขา ซึ่งสิ่งเหล่านี้ เป็นเรื่องที่สําคัญแล้วหลายครั้งที่ผู้บริหารท้องถิ่นจะต้องตัดสินใจ แต่ว่าการตัดสินใจ หลายครั้งก็เกิดผลกระทบกับประชาชนโดยภาพรวม แม้กระทั่งประชาชนที่อยู่ใกล้เคียงนะคะ เพราะฉะนั้นคําว่า ผู้มีส่วนได้เสีย จึงมีความสําคัญมาก ตรงนี้ข้าราชการท้องถิ่น ผู้บริหาร ท้องถิ่น จะต้องตระหนักให้มากว่าใครคือผู้มีส่วนได้เสียลําดับที่ ๑ ลําดับที่ ๒ และผู้สนใจ ทั่วไป ผู้เกี่ยวข้อง เพื่อที่จะได้เชิญเข้ามาสู่กระบวนการ มิเช่นนั้นแล้วกระบวนการมีส่วนร่วม ที่จัดโดยท้องถิ่นก็จะมีแต่ผู้ที่เห็นด้วย แต่ผู้ที่เห็นต่างมักจะไม่ได้รับเชิญเข้ามา และนอกจากนี้ ผู้มีส่วนได้เสียที่ไม่สามารถที่จะเข้ามาสู่กระบวนการได้ก็ไม่มีโอกาสนั้นเลย เมื่อเป็นเช่นนี้ เงื่อนไขของการมีส่วนร่วมจึงมีความสําคัญที่จะต้องพิจารณานะคะ
เงื่อนไขข้อแรกคืออิสรภาพของทุกคนที่สามารถที่จะตัดสินใจได้ว่าจะเข้าร่วม หรือไม่เข้าร่วม และเมื่อถึงเวลาหนึ่งเวลาผ่านไปเขาสามารถที่จะเข้ามาร่วมได้เมื่อข้อมูล ข่าวสารได้เผยแพร่ไปเรื่อย ๆ ทําอย่างไรถึงจะให้ไปถึงวันนั้น ไม่ใช่แค่ตัดสินใจตอนนี้ และไม่รับฟัง เพิ่มเติมได้นะคะ
นอกจากนี้เรื่องของความเสมอภาค ซึ่งตรงนี้ดิฉันยังไม่เห็นเรื่องของ การพัฒนาศักยภาพให้ทุกคนเกิดความเสมอภาคกันในการเข้าถึงข้อมูลข่าวสาร ในการเข้าถึง การมีส่วนร่วมในระดับท้องถิ่นนะคะ ทําอย่างไรท้องถิ่นถึงจะพัฒนาศักยภาพของประชาชน ให้สามารถที่เข้าสู่กระบวนการนี้ได้ เพราะบางทีดิฉันพูดบ่อย ๆ คือจัดเวลาราษฎรดีกว่าจัด เวลาราชการ จัดในพื้นที่ที่ประชาชนที่เขาสะดวกมากกว่าในพื้นที่ที่ข้าราชการสะดวก บางทีท่านก็ต้องคํานึงถึงคนเปิดจะว่างไหม แต่ประชาชนเขาไม่ว่างตามนั้น อะไรอย่างนี้ นะคะ เพราะฉะนั้นการเอาตัวอย่างมาเป็นเรื่องที่ดี แต่ว่าบางตัวอย่างในนี้อาจจะไม่สะดวก สําหรับประชาชนก็ได้นะคะ เช่น ในนี้เขียนว่าคนมาเปิดจะต้องเป็นผู้ว่าอะไรอย่างนี้นะคะ ถ้าผู้ว่าไม่สะดวกแล้วประชาชนทั่วไปเป็นคนเปิดเองได้ไหม อะไรอย่างนี้นะคะ
นอกจากนี้ประเด็นอีกเรื่องหนึ่งคือการมีส่วนร่วมตรงนี้ที่สําคัญ ดิฉันอยากที่ จะให้เพิ่มแล้วเขียนไฮไลต์ (Highlight) ไว้เยอะ ๆ ก็คือเรื่องของการมีส่วนร่วมในการจัดทํา งบประมาณ ซึ่งจะไปเสริมกับการมีส่วนร่วมในการทําแผนพัฒนาชุมชน แผนพัฒนาจังหวัด ที่เรากําลังจะเน้นในเรื่องของแอเรียเบส (Area based) ประชารัฐอะไรพวกนี้ทําอย่างไร ถึงจะให้ลิงก์ (Link) และเชื่อมกัน ที่สําคัญที่สุดคือการให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วม ในการจัดสรรงบประมาณนั้นจะทําอย่างไรให้เป็นจริง คือเวทีที่จัดขึ้นไปเรื่อย ๆ ก็ไปฟัง แต่สุดท้ายคนที่นั่งทําแผนนะคะ ก็เจ้าหน้าที่วิเคราะห์นโยบายและแผนนั่งทํากับปลัด เสียงของประชาชนขาดหายไป แล้วจะทําอย่างไร ประชาชนเขาจะติดตามผลจากการจัดเวที นั้นได้อย่างไร อันนี้ก็เป็นประเด็นนะคะ ทําอย่างไรถึงจะไฮไลต์ (Highlight) ออกมาเลย ซึ่งนานาสากลเขาก็มีเรื่องของการมีส่วนร่วมในการจัดทํางบประมาณเยอะแยะแล้วนะคะ
นอกจากนี้ประเด็นที่สําคัญอีกเรื่องหนึ่งคือในนี้ยังพูดถึงเรื่องของประชาคม ท้องถิ่น ประชาคมท้องถิ่นก็เป็นเรื่องที่น่าสนใจ แต่เรื่องของการมีส่วนร่วมมันมีหลายรูปแบบ มาก อย่าไปยึดมั่นยึดติดกับแค่ประชาคมท้องถิ่น ท่านยังพูดไม่ใช่สมัชชา ดิฉันคิดว่าเรื่องของ การมีส่วนร่วมจะเป็นรูปแบบไหนก็ได้แล้วแต่จะเรียกกัน แต่ว่าเป็นรูปแบบที่เหมาะสมกับ พื้นที่ เหมาะสมกับเวลา เหมาะสมกับสถานการณ์ แล้วประชาชนได้เข้ามามีส่วนร่วม อย่างแท้จริง เพราะว่าเรื่องของการมีส่วนร่วมมันมีเสาหลักอยู่ว่า เราจะทํากระบวนการนี้ เพื่อวัตถุประสงค์อะไร เราจะทํากระบวนการนี้กับกลุ่มไหนและในเวลาไหน จะใช้เทคนิคอะไร ตรงนี้ก็ต้องมีการออกแบบ ซึ่งไม่ใช่วัน ไซส์ ฟิตส์ ออล (One size fits all) หรือว่ารูปแบบเดียว ใช้ได้กับทุกเรื่อง แล้วในประชาคมท้องถิ่นจะต้องมีบุคคลเหล่านี้ ๑ ๒ ๓ ๔ ซึ่งมันค่อนข้างจะ แข็งตัวมากเลยนะคะ แล้วสุดท้ายมันจะเป็นชนชั้นนําในท้องถิ่น แต่ว่าชนชั้นล่างไม่ได้ มีโอกาสเข้ามาจะทําอย่างไร อะไรอย่างนี้นะคะ ท่านมีกองทุนบทบาทสตรีอะไร ดิฉันคิดว่า คนที่ไม่ได้อยู่ในกองทุนนั้นก็มีเยอะแยะ จะทําอย่างไรให้มันมีความยืดหยุ่นได้ตรงนี้ เพราะว่า ดูไปดูมามันจะแข็งตัว ดิฉันก็ชื่นชมในเรื่องของสิ่งที่ท่านทํา แต่ว่าไม่อยากให้มันแข็งตัวจน คนที่ไม่ได้อยู่ในองคาพยพเหล่านั้นเข้าไม่ถึงและเข้าไม่ได้ หรือว่ากระบวนการมีส่วนร่วม มันจะเป็นการเร่งรัดเกินไปด้วยกลุ่มคนพวกนี้แล้วมาสร้างความชอบธรรมแล้วคนที่เห็นต่าง ก็จะไม่มีโอกาสนะคะ จะทําอย่างไร
นอกจากนี้สิ่งที่ต้องการจะพูดต่อไปก็คือ เรื่องของการอยากที่จะให้ท้องถิ่น ได้เปิดโอกาสเขาเรียก โอเพนสเปซ (Open space) ให้ประชาชนคิดเองได้ ไม่ต้องให้เริ่มจาก ท้องถิ่นเสมอไป ทําอย่างไรถึงจะให้มีพื้นที่ตรงนั้นได้มากขึ้นเรื่อย ๆ นะคะ แล้วก็มีมาตรา ๑๑ ในนี้เขียนไว้เรื่องของการลงประชามติ ดิฉันถือว่าเรื่องของการลงประชามติก็เป็นเรื่องสําคัญ ที่สามารถจะจัดให้มีได้ ในนี้ก็ยังพูดถึงเรื่องของการลงประชามติ ไม่ใช่เป็นเรื่องของการบังคับ เสมอไปอาจจะเป็นการปรึกษาหารือก็ได้ แต่ก่อนที่จะมีการลงประชามติ อยากจะให้มี การเน้นย้ําว่าจะต้องให้เวลา จะต้องมีข้อมูลข่าวสารที่ให้กับประชาชนอย่างถูกต้อง เที่ยงตรง ทันกาล พอเพียง เข้าใจได้ง่าย ไม่มีค่าใช้จ่ายมาเป็นอุปสรรคในการเข้าถึงข้อมูลเหล่านั้น จะทําอย่างไร ซึ่งอยู่ ๆ เอะอะก็จะลงประชามติ เพราะว่าท่านนายกหรือผู้บริหารท้องถิ่น อาจจะไม่สามารถตัดสินใจได้ด้วยตนเองก็เอาลงประชามติก็แล้วกัน แล้วสุดท้ายผู้ที่มา ลงประชามติอาจจะลงประชามติโดยไม่มีข้อมูลพื้นฐานเบื้องต้น เพราะฉะนั้นจะต้องมี วิจารณญาณและไตร่ตรอง หรือดีกว่าไหมถ้าจะใช้กระบวนการอื่น เช่น กระบวนการ ประชาเสวนาหาทางออกร่วมกัน หรือมีการเสวนากันฟังกันก่อนแล้วมีข้อมูลข่าวสาร แล้วนําไปสู่หาทางเลือกทางออกร่วมกัน เช่น จะทิ้งขยะ ปัญหาคือไม่ใช่ว่าจะสร้างหรือ ไม่สร้างเตาเผาขยะ หรือจะทําที่ทิ้งขยะหรือไม่ทํา แต่ปัญหาคือการจัดการขยะจะจัดการ อย่างไร หรือแม้กระทั่งเรื่องของการจัดการทรัพยากรน้ําจะจัดการกันอย่างไร แล้วมีทางเลือก อย่างไรบ้าง ทางเลือกที่ ๑ คือทําเตาเผา ทางเลือกที่ ๒ คือทําที่ฝังกลบ ทางเลือกที่ ๓ คือ การลดขยะ แต่ละทางเลือกมีข้อดีข้อด้อยแล้วจะต้องแลกด้วยอะไร เพราะฉะนั้นแต่ละคน ก็จะได้มาพิจารณากัน ถ้าเลือกทางนี้ฉันจะได้อะไร ฉันจะเสียอะไร แล้วใครจะต้องได้รับ การเยียวยาบ้าง แล้วในที่สุดก็จะพูดคุยกันเยี่ยงมนุษย์ แล้วก็ใช้ปัญญา แล้วก็หาทางออกได้ แทนที่จะหย่อนบัตรแล้วสุดท้าย ๔ วินาทีนั้นมันทําให้บางกลุ่มรู้สึกเสียใจ เพราะว่า ๔๙ แพ้ ๕๑ สุดท้ายนี่ขยะก็ไม่ได้ไปทิ้งในที่ที่เราลงประชามติว่าเราจะทํา เพราะว่ามันก็จะเกิด เคส (Case) ว่าไม่อยากจะให้สิ่งเหล่านั้นอยู่ข้างบ้านตัว ดีกว่าไหมถ้ามีกระบวนการอื่น มาก่อน แล้วค่อยไปลงประชามติก็ได้นะคะ มิฉะนั้นก็ไปไม่ถึงจุดหมาย แล้วก็มันเกิดการแพ้ชนะ ซึ่งตรงนี้จะต้องให้ทางผู้ปกครองท้องถิ่นมีความเข้าใจในเรื่องเหล่านี้มากขึ้น เพื่อไม่ให้เอะอะก็เกิดปรากฏการณ์หมู่ ๒ ถึงหมู่ ๕ พากันลงประชามติเอาขยะมาทิ้งไว้ที่ หมู่ ๑ นะคะ แต่สุดท้ายก็ไปทิ้งไม่ได้เพราะว่าผู้นําหมู่ ๑ ก็จะต้องมายืนขวางแล้วก็ถ้ารถขยะ เข้ามาเมื่อไรก็จะยิงล้อเมื่อนั้นเพราะว่าเขาไม่เห็นด้วยตั้งแต่แรก อย่างนี้เป็นต้น เพราะฉะนั้น การตัดสินใจของผู้บริหารท้องถิ่นมีความสําคัญมาก
นอกจากนี้ประเด็นในเรื่องของการมีส่วนร่วมควรจะต้องครอบคลุมไปถึง ประเด็นเรื่องของผลกระทบที่จะเกิดขึ้น เพราะว่าผู้บริหารท้องถิ่นเป็นคณะกรรมการ ในการพิจารณาอีไอเอ (EIA) หรือรายงานวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมด้วยคนหนึ่งในกรณี ที่มีโครงการเกิดขึ้นในพื้นที่ของเขา เมื่อเป็นเช่นนี้จะทําอย่างไรให้ประชาชนผู้ได้รับผลกระทบ จะรับรู้แทนที่จะให้ผู้บริหารท้องถิ่นตัดสินใจแต่เพียงลําพังและสุดท้ายเกิดปัญหานะคะ ตรงนี้ ดิฉันก็อยากจะให้มีประเด็นเข้ามาเกี่ยวข้องด้วยนะคะ
สุดท้ายดิฉันก็อยากจะสรุปว่าประเด็นที่ท่านเสนอนี้เป็นเรื่องที่ดีมากแล้วก็ อยากจะสนับสนุน แล้วก็จะตบท้ายด้วยคําว่า ท่านเดินมาถูกทางแล้ว ท่านริเริ่มจากรากหญ้า เร่งศึกษาจากชุมชน เรียนรู้จากใจคน รับรู้คนคิดอะไร รองรับความต้องการ ไม่หักหาญ ซึ่งน้ําใจ ประชาไม่ใช่ไพร่ ต้องก้าวไปคู่เคียงกัน ขอบพระคุณค่ะ