วลัยรัตน์ ศรีอรุณ หารือเรื่องการส่งเสริมและคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา โดยเน้นย้ำความสำคัญของการพัฒนาบุคลากรผู้เชี่ยวชาญอย่างเป็นระบบและบูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด พร้อมเสนอให้ถอดบทเรียนทั้งความสำเร็จและข้อผิดพลาดจากโครงการต่าง ๆ เพื่อสร้างเป็นโมเดลต้นแบบที่ประชาชนสามารถนำไปใช้ได้จริง และสนับสนุนการส่งเสริมการเรียนรู้ผ่านการศึกษาดูงานต่างประเทศเพื่อต่อยอดงานวิจัยและนวัตกรรมอย่างยั่งยืน โดยเรียกร้องให้มีการกำหนดผู้รับผิดชอบและแผนดำเนินการที่ชัดเจนเป็นขั้นตอน
ขอบคุณค่ะ ต่อไปนะคะ เรียนเชิญ พลตํารวจเอก ชิดชัย วรรณสถิตย์ อดีตรองนายกรัฐมนตรี อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยและกระทรวงยุติธรรมค่ะ
พลตํารวจเอก ชิดชัย วรรณสถิตย์ : เรียนท่านประธาน เพื่อนสมาชิก และ ท่านกรรมาธิการที่เคารพ ผม พลตํารวจเอก ชิดชัย วรรณสถิตย์ สปท. ลําดับที่ ๓๙ นะครับ ก่อนอื่นก็ขอชื่นชมนะครับที่กรรมาธิการได้ศึกษาเรื่องนี้มาอย่างครบถ้วน ถือว่าเป็น พื้นฐานที่สามารถที่จะเดินต่อได้นะครับ และในประเด็นที่ ๒ ผมก็เห็นด้วยกับเพื่อน สปท. ที่ได้ตั้งข้อสังเกตไปแล้ว รวมทั้งของท่านสมพงษ์ด้วยนะครับ ซึ่งท่านก็มองไปอีกแง่มุมหนึ่ง ซึ่งเป็นเรื่องธรรมดาของการแข่งขัน ก็คงจะต้องมีอาร์แอนด์ดี (R&D) ที่จะพัฒนาต่อยอด ซึ่งท่านสมพงษ์อาจจะมองว่าลอกหรือเลียนแบบ แต่จริง ๆ แล้วเป็นการพัฒนาต่อยอด ในลักษณะอาร์แอนด์ดี (R&D) ซึ่งทุกประเทศทําอยู่ แต่ใครจะทําเนียนกว่ากันและมี ประสิทธิภาพกว่ากันเท่านั้นเองนะครับ
มาถึงเรื่องเอกสารที่ท่านนําเสนอนั้นก็ครบถ้วนครับ ตั้งแต่การส่งเสริม ให้ประชาชน ให้เอกชนได้ค้นคว้า ศึกษา ใช้ปัญญาที่จะสร้างทรัพย์สินทางปัญญาให้มากที่สุด ที่จะมากได้ เป็นประเด็นที่ ๑ ประเด็นที่ ๒ เรื่องการจดทะเบียน ประเด็นที่ ๓ เรื่องการใช้ สิ่งที่จดทะเบียนให้เป็นประโยชน์สูงสุด ประเด็นที่ ๔ คือการคุ้มครอง ซึ่งเมื่อกี้ก็มี สปท. หลายท่านได้อภิปรายถึงเรื่องการคุ้มครอง ซึ่งจับทั้งเขา จับท ั้งของเรา คือเราปลอมกันเอง หรือเราไปปลอมของคนอื่น ซึ่งมีอยู่ทุกประเทศ อันนี้เป็นไปตามหลักสากลของการคุ้มครอง ทรัพย์สินทางปัญญานั่นเองนะครับ นี่เป็นหลักสากล เพราะฉะนั้นเราอยู่ในโลกเราก็คงต้อง ยอมรับหลักอันนี้ แต่สิ่งที่ผมอยากจะเพิ่มเติมสักเล็กน้อยก็คือการสร้างบุคลากรทางด้านนี้ ให้มีและกระจัดกระจายไปตามต่างจังหวัดได้อย่างไร มันเหมือนกับที่เราจะสร้างขุนศึก หรือทหารเอกลงไปในสนามเท่านั้นเอง ปัจจุบันนี้ท่านบอกหายากมากคนที่มีความเชี่ยวชาญ ทางด้านนี้ ตัวนี้สําคัญที่สุดนะครับ ที่จริงแล้วที่ท่านเสนอมานี้ยังไม่เห็นชัดเจนว่าท่านจะมี การบริหารจัดการที่ดีอย่างไรถึงจะมีบุคลากรทางด้านนี้ ท่านเพียงแต่ว่าท่านขาดงบประมาณ ท่านยังไม่รู้ว่าท่านเองท่านจะสร้างบุคลากรทางด้านนี้ที่มีประสิทธิภาพและในระยะเวลา อันสั้นได้อย่างไรนะครับ ที่จริงแล้วท่านกษิตเอง ขออนุญาตที่เอ่ยนามท่าน ก็ได้เอ่ยว่า มีสถาบันวิชาการ สถาบันการศึกษาของเราทั่วประเทศ ก็มีหลาย ๆ สถาบันที่ได้ศึกษา เรื่องภูมิปัญญาท้องถิ่น ภูมิปัญญาชาวบ้านนะครับ เฉพาะในพื้นที่ที่มหาวิทยาลัยนั้นตั้งอยู่ หรือรอบบริเวณนั้นนะครับ ที่จริงแล้วมันคงจะต้องมีการบริหารจัดการในเชิงบูรณาการว่า ในบูรณาการเพื่อดําเนินการให้เป็นไปตามเป้าหมาย เพราะฉะนั้นผมยังมองว่าในแต่ละเรื่อง ท่านเองท่านต้องจัดเจ้าภาพให้ชัดเจน พอท่านลิสต์ (List) ขึ้นมาในบัญชีที่ท่านเสนอ มันครอบคลุมหลายหน่วยงาน อย่างกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีก็พยายามที่จะ ส่งเสริม กระทรวงพาณิชย์เองก็พยายามจะส่งเสริม กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เอง หรือ กระทรวงอุตสาหกรรมเอง พวกเหล่านี้นะครับ ซึ่งอันนี้ผมเห็นหน่วยงานของรัฐบาลเองก็ได้ พยายามที่จะส่งเสริม อย่างเมื่อวานนี้ดูรายการทีวี (TV) ก็เห็นรัฐบาลก็พยายามที่จะอุ้ม อุตสาหกรรมเราหรือเอสเอ็มอี (SMEs) ก็มีรายได้อย่างน้อย ๒,๐๐๐,๐๐๐ บาทขึ้นไป ก็พยายาม แล้วเอาเป็นบุคคลด้วย ไม่จําเป็นต้องเป็นนิติบุคคล เขาก็สามารถที่จะอุ้มได้ เพราะฉะนั้นมีหลาย ๆ หน่วยที่มีกลไกของรัฐที่พยายามจะช่วยเรื่องนี้อยู่ ผมเองอยากให้ท่าน วิเคราะห์ลึกลงไปนิดหนึ่งว่าใครบ้างที่จะเข้ามามีบทบาทในการสร้างบุคลากร ใครบ้างที่จะ มาสร้างบทบาทในเรื่องรูปแบบนะครับ
ประเด็นที่ ๒ ก็คืออยากให้ท่านถอดบทเรียน หลักการ หรือรูปแบบที่มี ความสําเร็จรูปในอดีต อย่างที่หลายท่านได้เอ่ยถึงโครงการกังหันเติมอากาศในการบําบัด น้ําเสียของพระบาทสมเด็จพระเจ้าหัว อันนั้นก็ถือว่าเป็นโครงการที่สุดยอด ยอดเยี่ยม ที่เป็นโครงการที่ยกขึ้นมากล่าวไว้เสมอครับ ผมอยากให้ท่านถอดบทเรียนที่ประสบ ความสําเร็จนี้ตั้งแต่เล็กไปจนถึงใหญ่ ให้คนเห็นว่าโอเค (Okay) ผมสามารถเดินตามอย่างนี้ได้ ณ วันนี้ตัวนี้มันไม่มีตัวอย่างหรือโมเดล (Model) เลยนะครับ ถ้าท่านมีโมเดล (Model) ตัวนี้จะช่วยทําให้ประชาชนหรือคนอยากจะเดินตามท่านได้ทัน อันที่ ๒ ก็รูปแบบที่ว่า ทําไปแล้วประสบความล้มเหลว มีไหม ทั้งสําเร็จไม่สําเร็จ
ประเด็นต่อมาที่ท่านเองก็พูดถึงเรื่องมีนิทรรศการหรือมีแฟร์ (Fair) ทางด้าน การสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ทั้งในระดับประเทศทั่วโลกเขามีอยู่ ผมทราบว่ากระทรวง พาณิชย์เป็นคนพาบุคคลเหล่านี้ไปดู อันเหล่านี้คือผมเองอยากจะให้ท่านเปิดโอกาส ในวงกว้างให้บุคคลที่สนใจสามารถที่จะไปร่วมดูแฟร์ (Fair) ของต่างประเทศได้ ผมเข้าใจ ปัญหาว่าถ้าเผื่อคิดผลิตอะไรออกมาได้แล้วมันเป็นเงินเป็นทองมาก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องที่ เปิดฝาขวดอย่างที่เราเห็นหรือเปิดกระป๋อง หรือถ้าเป็นแพก (Pack) พวกเหล่านี้เป็น ทรัพย์สินเงินทองที่มีอยู่อย่างยั่งยืนตลอดนะครับ อันนี้เป็นสิ่งนี้
แต่ที่ท่านสมพงษ์พูดมาก็เป็นอีกแง่มุมหนึ่งครับ ซึ่งก็มีหลาย ๆ เรื่องที่เขาเปิด ให้มีการวิจัยต่อยอดไปอีก เป็นเรื่องที่เราจะต้องแข่งขัน เพราะฉะนั้นการสร้างบุคลากรสําคัญ ที่สุด การถอดบทเรียน รูปแบบที่สําเร็จแล้วอยู่ตรงไหน รวมทั้งเปิดโอกาสให้ไปศึกษา โดยไม่ใช่ว่าเขาเองเขาจะไปโดยเราต้องออกเงินให้ เพราะว่ามีคนที่รู้จักผมหลายคนมาบอกว่า อยากจะไปดูแฟร์ (Fair) ที่ประเทศเยอรมนีบ้าง ที่ประเทศอิตาลีบ้างนะครับ บอกถ้าจะไปได้ ต้องไปขอกระทรวงพาณิชย์ไป อันนี้คือต้องเปิดกว้างครับ อยากให้เพราะว่ามีผู้สนใจเยอะ ในยุคนี้ เพราะฉะนั้นผมเองก็เห็นด้วยว่าโครงการนี้เป็นโครงการที่ดี ก็อยากจะให้จัดให้มี เจ้าภาพที่ชัดเจน มีเอกภาพในการบูรณาการแต่ละเรื่อง แล้วก็มีโรดแมป (Road map) ในแต่ละเรื่องที่ชัดเจนว่าเป้าหมายจะเดินไปอย่างไร ผมก็ขอตั้งข้อสังเกตเพียงแค่นี้ ขอขอบคุณครับ
ขอบพระคุณมากค่ะ ต่อไปเรียนเชิญรองศาสตราจารย์ แพทย์หญิงพรพันธุ์ บุณยรัตพันธุ์ ประธานกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม อดีตสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ อดีตสมาชิกวุฒิสภา เรียนเชิญค่ะ