พรพันธ์ ถามเพิ่มเติมแผนปฏิรูปทรัพย์สินทางปัญญา ชี้โปร่งใส-วัดผลได้

สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ · ครั้งที่ ๓๒ · ๒๗ มิถุนายน ๒๕๕๙

พรพันธุ์ บุณยรัตพันธุ์ ตั้งข้อซักถามเกี่ยวกับงบประมาณและผลลัพธ์ทางเศรษฐกิจจากการปฏิรูปทรัพย์สินทางปัญญา พร้อมเสนอให้จัดตั้งศูนย์ข้อมูลและส่งเสริมการรับรู้ของประชาชน โดยเน้นความสมดุลระหว่างการคุ้มครองสิทธิ์กับการเปิดเผยองค์ความรู้เพื่อประโยชน์สาธารณะ โดยเฉพาะในประเด็นทรัพยากรธรรมชาติและภูมิปัญญาท้องถิ่นที่ควรเป็นของส่วนรวม

นางพรพันธุ์ บุณยรัตพันธุ์

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน พรพันธุ์ บุณยรัตพันธุ์ ก่อนอื่นดิฉันต้องเรียนว่ารายงานฉบับนี้เป็นรายงานที่ให้ข้อมูลที่ครบถ้วนมาก ในทางเรื่องของทรัพย์สินทางปัญญา ในทุกแอสเพกต์ (Aspect) แต่มีบางแอสเพกต์ (Aspect) ที่ดิฉันคิดว่าอยากจะทราบ แล้วถ้าหากว่าท่านสามารถจะเพิ่มเติมได้ก็เป็นสิ่งที่จะ มีประโยชน์ ก็คือในการดําเนินการที่จะปฏิรูปด้านทรัพย์สินทางปัญญา มีการดําเนินการ หลายเรื่องด้วยกัน ดิฉันอยากทราบว่าทั้งหมดนั้นจะต้องใช้งบประมาณของรัฐเพิ่มขึ้น ประมาณเท่าไรนะคะ แล้วในขณะเดียวกันนี้ถ้ากระทําได้ทั้งหมดตามที่ท่านได้ระบุไว้ ผลที่ประเทศชาติจะได้รับในเชิงของอะไรที่ดิฉันอยากจะทราบว่า ท่านจะวัดด้วยอะไรว่าผลที่ ประเทศชาติได้รับนี้ในเชิงเศรษฐกิจเราจะได้รับการยกระดับประเทศขึ้นในตามแอสเพกต์ (Aspect) ต่าง ๆ ในโลกนี้ขึ้นมา เป็นอันดับที่ดีขึ้นมาสักประมาณกี่อันดับ ท่านสามารถจะ เอสทิเมต (Estimate) ได้ไหม แล้วด้วยผลพวงอันนั้นจะทําให้เศรษฐกิจของประเทศพัฒนา ขึ้นมาได้ จีดีพี (GDP) เราจะเพิ่มขึ้นมาได้สักเท่าไร อันนี้สามารถที่จะประกันได้ไหมว่า ด้วยการลงทุนทั้งหมดที่จะทําให้ในเรื่องของการปฏิรูปทรัพย์สินทางปัญญาในประเทศ เราทําเสร็จแล้วจะได้รับผลตอบแทนทางด้านเศรษฐกิจ เป็นสิ่งที่เราสามารถจะวัดได้ มองเห็นได้นะคะ อันนั้นเป็นเรื่องหนึ่ง อีกเรื่องหนึ่งดิฉันเห็นด้วยอย่างยิ่งว่าประเทศเรา ในขณะนี้อย่างไรก็ตามไม่ว่าเราจะมีผลตอบแทนทางเศรษฐกิจมากน้อยแค่ไหน เราต้อง เตรียมตัวให้พร้อมสําหรับโลกซึ่งกําลังดําเนินการไปในแนวนั้น ก็คือปกป้องทรัพย์สิน ทางปัญญาที่ตัวเองดีเวลลอป (Develop) ขึ้นมา อย่างไรก็ตามประเทศไทยอยู่ในกระแส อันนี้เราต้องรู้เท่าทัน เพราะฉะนั้นในการที่จะมีคณะกรรมการทรัพย์สินทางปัญญาระดับชาติ ก็เห็นด้วยนะคะ แต่ว่ามันควรจะมีไพรออริตี (Priority) ที่เราจะต้องดําเนินการก่อน เพื่อให้ ส่งผลกระทบถึงในภาพรวมของเรา ไม่ว่าจะเป็นการวิจัยที่จะต้องพัฒนาขึ้น งบประมาณ ในการวิจัย ในการต่อยอดทางเทคโนโลยีที่รัฐจะต้องเพิ่มให้กับประชาชนให้กับมหาวิทยาลัย ทั่วไปจําเป็นที่สุด การให้ความรู้แก่ประชาชน แล้วก็ศูนย์ข้อมูล อันนี้ดิฉันคิดว่าสําคัญมาก ศูนย์ข้อมูลข่าวสารทางด้านนี้ ทําให้เหมือนกับประเทศอินเดียได้ก็จะดี แล้วก็เปิดให้เข้าถึง ได้มากที่สุดโดยประชาชน และในขณะเดียวกันมีทรัพย์สินทางปัญญาหลายด้านที่เราพร้อม น่าจะสนับสนุนในขณะนี้ แล้วก็ประเทศมีความพร้อม อย่างเช่นทรัพย์สินทางปัญญาทางด้าน จีโอกราฟฟิคัลอินดิเคชัน (Geographical Indication) หรือว่าทางเทรดมาร์ก (Trademark) อะไรต่าง ๆ พวกนี้เราพัฒนาได้ก็พัฒนาไป แต่อันนี้มีอีกเรื่องหนึ่งคือเรื่องการศึกษา ดิฉันอยากจะมีข้อเสนอว่า ถ้าเผื่อจะศึกษาให้ซื้อในเรื่องของทรัพย์สินทางปัญญา หรือเรียกว่า เป็นผลิตภัณฑ์ที่เกิดขึ้นจากปัญญาของมนุษย์นะคะ ซึ่งในการผลิตสิ่งเหล่านี้มนุษย์ไม่ได้ผลิต จากเลือดเนื้อของมนุษย์เอง แต่มนุษย์ใช้ทรัพย์สินของโลกผลิตออกมา ทรัพยากรธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็นพืช ไม่ว่าจะเป็นแร่ธาตุต่าง ๆ มนุษย์ใช้สิ่งเหล่านี้ผลิตขึ้นมา เพราะฉะนั้น สิ่งเหล่านี้มาจากธรรมชาติ เติมด้วยปัญญาของมนุษย์และเครื่องไม้เครื่องมือ ก็ออกมาเป็น ผลิตภัณฑ์ใหม่ ซึ่งถ้าเผื่อว่าในแนวของโลกในปัจจุบันนี้ก็คือเอาไป มีของตอบแทน เพราะว่า ใช้ปัญญาก็จะมีการคุ้มครองว่าอันนี้เป็นเจ้าของ เราเป็นเจ้าของคนนั้นคนนี้ ๑๐-๒๐ ปีนะคะ ในทางด้านยาก็ ๒๐ ปีหรือ ๒๕ ปี ถ้าเผื่อต่อยอดเข้าไปนิดหนึ่งก็เพิ่มขึ้นไปอีกเรื่อย ๆ ซึ่งเขาจะหารายได้ เพราะฉะนั้นมันก็จะต้องมีการจดทะเบียนอะไรต่าง ๆ ตามที่ท่านได้กรุณาเขียนเล่าออกมา และมีการฟ้องร้องถ้าหากว่าละเมิดลิขสิทธิ์อันนั้น มีองค์กรระดับโลกเลย เช่น เวิลด์ อินเทลเลกชวล พรอเพอร์ตี ออแกไนเซชัน (World Intellectual Property Organization) ที่จะดูแลเรื่องนี้ มันก็เหมือนกับว่าโลกทั้งโลกนี้ใช้ทรัพย์สินของโลกผลิตของบางอย่างขึ้นมา แล้วก็ไปจดทะเบียนว่าตัวเองเป็นเจ้าของ ใครจะเอามาใช้ไม่ได้เป็นเวลานาน เกือบจะเท่า ช่วงชีวิตของคนคนหนึ่งแล้วก็หาผลประโยชน์จากผลิตภัณฑ์อันนั้น ถ้าใครมาล่วงละเมิด ก็จะฟ้องร้องกัน แล้วโลกก็ยอมรับให้มีการฟ้องร้องกัน ถือว่าเป็นการผิดกฎหมายอาจจะต้อง จําคุกหรืออะไรพวกนี้ แต่ถ้าเผื่อท่านจะให้เด็กของเราหรือคนไทยของเราได้รู้อีกแอสเพกต์ (Aspect) หนึ่งของสิ่งที่ท่านเรียกว่าทรัพย์สิน ดิฉันเรียกว่าผลิตผลทางปัญญานะคะ ถ้าเผื่อ ไปใช้ในอีกเรื่องหนึ่งซึ่งเราคิดว่าถ้าผลิตมาจากธรรมชาติสิ่งนั้นควรจะเป็นของมนุษย์ทุกคน ในโลก ท่านเอาไปใช้เพื่อประโยชน์แห่งมนุษยชาติแล้วก็วิธีการจัดการมันจะตรงกันข้าม มันจะกลายเป็นว่าท่านไปจดทะเบียนกับองค์กรซึ่งเป็นสหประชาชาติแล้วก็เผยแพร่ให้ทุกคน โดยเฉพาะผู้ที่เดือดร้อนจากปัญหาแล้วสามารถจะแก้ไขในเรื่องผลิตภัณฑ์นี้ได้ใช้ประโยชน์ หลายประเทศจะมาร่วมกันที่จะผลิต ร่วมกันที่จะลงทุน แล้วก็แจกจ่ายให้ผู้ที่เดือดร้อน ผู้ที่มีปัญหา เช่น โดยเฉพาะในเรื่องของทางด้านสุขภาพ เพราะฉะนั้นดิฉันคิดว่ามันน่าจะต้อง มีข้อยกเว้นที่เด็กไทยควรจะได้รู้ว่าเขาไม่ควรจะหมกมุ่นกับทรัพย์สินทางปัญญาที่จะต้อง ขายได้ทั้งหมด มันควรจะมีทรัพย์สินทางปัญญาหรือผลิตผลทางปัญญานี้ที่ผลิตเพื่อ มนุษยชาติโดยทั่วไปได้บ้าง โดยฺเฉพาะในเรื่องของยาเราเจ็บปวดมามากแล้วกับการที่เราเป็น โรคลิ่มเลือดในหัวใจอุดตัน แล้วต้องซื้อยาละลายลิ่มเลือดราคาแพงประมาณร้อยเท่าของ ราคาจริงอะไรทํานองนี้ แม้กระทั่งโรคติดต่อซึ่งเป็นอันตรายถึงชีวิตก็ขายยาราคาแพงมาก จากผลิตผลทางปัญญาของมนุษย์ แต่กลับใช้สําหรับเป็นเครื่องกีดกั้นการเข้าถึงยาสําหรับ คนที่เดือดร้อนจริง ๆ คนที่ยากจน คนที่เจ็บไข้เป็นเพราะว่าเขาไม่มีเงิน อันนี้ก็ทําให้เกิด ความวุ่นวายตามมาอีกนะคะ ซึ่งตรงนี้ดิฉันคิดว่าคนที่ได้ศึกษาเรื่องนี้โดยเฉพาะเด็กของเรา ควรจะได้เติบโตด้วยความรู้ทั้ง ๒ วิธีการว่าผลิตผลอันเกิดจากปัญญาของเขาไปใช้ในเรื่อง ของทรัพย์สินก็ได้ ใช้เพื่อมนุษยธรรมก็ได้เช่นเดียวกันนะคะ แล้วก็อยากจะฝากไว้ด้วยว่า ในการที่จะดําเนินการเรื่องทรัพย์สินทางปัญญาของประเทศไทย บางครั้งเราเองก็จะต้อง คิดถึงสถานการณ์ทั่วไปของประเทศเราด้วยเช่นเดียวกันนะคะ ดิฉันอยากจะยกตัวอย่าง บางประเทศ อย่างอินเดียเขาจะจดสิทธิบัตรยาเฉพาะ เขาจะไม่จดวิธีการ จดแต่ชื่อนะคะ เพราะฉะนั้นยาซึ่งมีอินกรีเดียนต์ (Ingredient) อันเดียวกัน ชื่อยาอันหนึ่งอินเดียสามารถจะ เอามาดําเนินการผลิตด้วยวิธีการของเขาเองและออกมาด้วยคุณภาพเท่ากัน แล้วจําหน่าย ในราคาที่ต่างกันมากซึ่งอันนี้ก็ทํามาตลอดเวลา เพราะฉะนั้นบางเรื่องถ้าเผื่อว่าเราไม่คํานึงถึง สถานการณ์ในประเทศเรา ไม่คํานึงถึงสถานะทางเศรษฐกิจของเรา ปัญหาสุขภาพเรา ดําเนินการตรงไปตรงมาเคร่งครัดตามระเบียบทุกอย่างนั้นบางครั้งดิฉันก็ไม่ทราบว่าผลดี มันจะตกกับใคร แล้วผลร้ายมันจะตกกับใครกันแน่ ก็เรียนฝากไว้ด้วย ขอบพระคุณค่ะ