วลัยรัตน์ แจงเลื่อนประชุม-ชูร่างปฏิรูปทรัพย์สินทางปัญญา

สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ · ครั้งที่ ๓๒ · ๒๗ มิถุนายน ๒๕๕๙

วลัยรัตน์ ศรีอรุณ แจ้งเลื่อนการประชุมคณะกรรมการประสานงานขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ และหารือประเด็นการปฏิรูปทรัพย์สินทางปัญญา โดยเน้นศักยภาพของคนไทยในการสร้างสินค้าคุณภาพสูง พร้อมเสนอแนวทางเสริมสร้างความเข้าใจให้ผู้ผลิตรายย่อยเพื่อป้องกันการละเมิดลิขสิทธิ์ตั้งแต่ต้นทาง และเรียกร้องให้ส่งเสริมความรู้ภาษาอังกฤษ สนับสนุนผู้สร้างแบรนด์และนวัตกรรมอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการคุ้มครองไม่ให้ถูกปลอมแปลงเพื่อความยั่งยืน

นางสาววลัยรัตน์ ศรีอรุณ รองประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ คนที่สอง

ก่อนที่จะเชิญท่านต่อไปนะคะ ดิฉันขอเรียนให้ทราบว่าตามที่มีการเชิญประชุม คณะกรรมการประสานงานขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ เวลา ๑๓.๐๐ นาฬิกา ขอเลื่อนไป เป็นหลังเลิกประชุมค่ะ ท่านถัดไป พลตํารวจเอก เรืองศักดิ์ จริตเอก อดีตรองผู้บัญชาการ ตํารวจแห่งชาติ เรียนเชิญค่ะ

พลตํารวจเอก เรืองศักดิ์ จริตเอก : กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ และคณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านเศรษฐกิจ และสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ทุกท่านครับ กระผม พลตํารวจเอก เรืองศักดิ์ จริตเอก สมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูป ประเทศ หมายเลข ๑๒๔ ท่านประธานครับ ก่อนอื่นผมต้องขอชื่นชมแล้วก็ขอบคุณ คณะกรรมาธิการที่ได้ทํารายงานที่ผมอ่านดูก็ค่อนข้างสมบูรณ์มากนะครับ แล้วผมก็เคย ทํางานด้านนี้มานะครับ ก็ขอชื่นชมและขอสนับสนุนในการรายงาน แต่ที่ผมจะอธิบายต่อไปนี้ จะขอเพิ่มเติมขยายเฉพาะส่วนรายงานในหน้า ๘ ในหัวข้อ ๑๕.๑ ว่าด้วยปัญหาและอุปสรรค ท่านประธานครับ หัวข้อที่ว่านี้เราพูดเรื่องระบบปฏิรูประบบทรัพย์สินทางปัญญา แต่พอดี ผมนั่งคิดดูจริง ๆ แล้วเราควรจะเรียงลําดับคํา ควรจะเป็นคําว่า การปฏิรูปปัญญาทางทรัพย์สิน ก็อาจจะได้นะครับ เพราะเรามุ่งทําใช้ปัญญาและใช้ความคิดทําให้ทรัพย์สินของเรา ของสินค้าหรือของโอทอป (OTOP) หรือของอะไรต่าง ๆ ของภูมิปัญญาไทยเราให้มีคุณค่า มากขึ้น มันก็ความหมายตรงตัวนะครับ อย่างไรก็ตาม ท่านประธานครับ ผมจําได้ว่า ในช่วงหนึ่งที่ผ่านมาที่เป็นงานสําคัญของชาติเราในช่วง ๖๐ พรรษาครองราชย์ของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สํานักงานตํารวจแห่งชาติได้ทําหนังสือในการสัมภาษณ์ ฉะนั้นเราคงทราบว่ามีผู้นําทั่วโลกหรือในภูมิภาคนี้ องค์พระมหากษัตริย์ หรือประธานาธิบดี หรือผู้นําระดับนายก ก็ได้สัมภาษณ์ถึงความประทับใจแล้วก็ความภาคภูมิใจที่มาเยือนถิ่นฐาน เมืองไทย แล้วก็ในการ ๖๐ พรรษาการครองราชย์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ท่านทราบไหมครับพวกผมได้สัมภาษณ์กันนะครับ พวกผมยังประทับตราและตรึงใจว่า กษัตริย์หรือผู้นําประเทศเหล่านั้นได้ภาคภูมิใจไทยอะไรบ้าง หนึ่งในนั้นก็คือในเรื่องของ พวกอาหาร มิตรภาพ ความมีน้ําใจของคนไทย แต่ที่ยิ่งใหญ่กว่านั้นก็คือว่า กษัตริย์ หลายพระองค์ท่านได้บอกว่า ประทับใจในคุณภาพสินค้าของไทย คือพูดง่าย ๆ ว่า ขออนุญาตใช้ภาษาอังกฤษว่า ภาคภูมิใจและอยากใช้สินค้าที่เรียกว่า เมด อิน ไทยแลนด์ (Made in Thailand) นะครับ พวกเราก็ได้ถามพระองค์ท่านว่า ท่านภาคภูมิใจเพราะอะไร พระองค์ท่านเหล่านั้นหรือกษัตริย์เหล่านั้น หรือผู้นําเหล่านั้นได้บอกว่า คนไทยแต่เดิมมาแล้ว จนกระทั่งถึงปัจจุบัน ทํา ประดิษฐ์ ผลิตสินค้า นอกจากทําด้วยมือแล้วทําด้วยหัวใจนะครับ ทําด้วยหัวใจคือความประณีต ความละเอียดของคนไทยมีตั้งแต่บรรพชน บรรพกาล เลยครับ แล้วก็เป็นความที่สินค้าแต่ละชิ้นเขารับประกันเลยว่าถ้าทําจากเมืองไทยเขายินดีซื้อ ยินดีใช้นะครับ แล้วเขาจะพูดว่าใช้ตลอดชีวิตด้วยครับ นี่ก็คือความภาคภูมิใจนะครับ แล้วอีกอันหนึ่งท่านประธานครับ ผมเคยมีบรรพชนอยู่แถวจังหวัดพระนครศรีอยุธยานะครับ หมู่บ้านเล็ก ๆ ได้มีคนงานในตําบลบ้านผมนี่ครับได้ไปทํางานชิ้นส่วนเล็ก ๆ ใช้ภาษาอังกฤษ ทําชิป (Chip) ส่งไปยังประเทศมหาอํานาจนะครับ คอมพิวเตอร์แรก ๆ โดยทําด้วยมือครับ แล้วก็ส่งไปยังประเทศที่ใหญ่ในโลกเรา แล้วก็หลาย ๆ ส่วนเราได้ทําจากประเทศไทย แล้วเมื่อ ๒-๓ วันนี้ผมได้ไปเดินที่ห้างสรรพสินค้าใหญ่แห่งหนึ่งแล้วผมก็เจอสินค้ากระเป๋า เล็ก ๆ สวยงามมากราคาประมาณ ๓๐๐ บาท หรือ ๔๐๐ บาทนะครับ ผมได้ซื้อให้ญาติ ๆ และภรรยา ก็ภาคภูมิใจมาก ปรากฏว่าสินค้านี้ก็ขายในประเทศที่ใหญ่นะครับ แล้วก็ ๓๐๐ บาทนะครับ แต่ว่าเมื่อผม ได้คุยจนกระทั่งรู้ว่าสินค้านี้ไม่เคยขายในเมืองไทย แล้วก็ส่งไปประเทศที่ใหญ่เลยนะครับ ขายประมาณหลายพันบาทนะครับ แล้วก็ทํามา ๗ ปีแล้ว แล้วก็ครั้งนี้ก็เอามาขายเพียง เล็กน้อยนะครับ แล้วคงจะหมดสัญญาอะไรต่าง ๆ สิ่งเหล่านี้ผมยกตัวอย่างมานี่ แสดงให้เห็น ว่าศักยภาพของคนไทย การผลิตหรืออะไรต่าง ๆ เหล่านี้ดีมากนะครับ แต่อย่างไรก็ตาม ท่านประธานครับ ที่ผมพูดมานี่ก็จะเห็นเรื่องหลาย ๆ ท่านพูดเรื่องการปราบปรามว่าบางส่วน มีการไม่เข้าใจหรือว่าที่ผมบอกว่า ข้อ ๑.๕.๑ มันเกิดจากการที่จะให้ความรู้ความเข้าใจให้กับ ประชาชนหรือสร้างความตระหนักอะไรต่าง ๆ เล่นให้มากขึ้น ทีนี้ตรงนี้ผมก็ย้อนมาว่าบางที ความรู้ความเข้าใจมันก็ระดับหนึ่ง แต่บางคนก็เข้าใจหรือเจตนาที่จะทําเป็นของปลอม เลียนแบบอะไรต่าง ๆ เหล่านี้ แล้วก็มีการปราบปราม สิ่งเหล่านี้เป็นการปลายเหตุ ท่านประธานครับ ผมจะหันหมุนกลับมาตรงต้นเหตุก็คือการป้องกันนะครับ นอกจาก การปราบปรามด้วยความตั้งใจที่จะปลอมแล้วนี่ ก็คือผมอยากจะเน้นไปพวกที่ไม่เข้าใจ หรือขาดความรู้ความเข้าใจนะครับ ความไม่เข้าใจนั้นมี ๓ ประการครับ ที่ผมสํารวจดูแล้วก็ ลองนึกดูนะครับ อันที่ ๑ ก็คือว่าพี่น้องประชาชนหรือผู้ผลิต หรือเอสเอ็มอี (SMEs) รายย่อย หรือโอทอป (OTOP) ต่าง ๆ หรือบางส่วนที่เพิ่งเริ่มทํานะครับ อาจจะยังไม่มีความเข้าใจ ที่ถ่องแท้ว่าอาจจะเรียนลัด คือเห็นโลโก (Logo) หรือเห็นลักษณะที่เขามีชื่อและลักษณะ ทํามานานแล้วก็ไม่อยากที่จะใช้เวลานานก็เลยเรียนลัดก็จะเห็นยากในการที่จะให้เข้าใจ ในระยะยาวนะครับ ในส่วนนี้จึงจะต้องทําความเข้าใจว่าจริง ๆ แล้วในส่วนที่เราทําระยะยาว มันใช้ประโยชน์ได้อีกนานนะครับ อันที่ ๒ ก็คือวิธีการยื่นจด วิธีการยื่นจดนี้ครับ หลาย ๆ ส่วนคนที่ประกอบกิจการอาจจะไม่เข้าใจนะครับ ยกตัวอย่างตรงประเด็นเลยครับ ก็อาจจะ ต้องจ้าง เช่น ขอโทษนะครับ อาจจะจ้างทนายเป็นหลักหมื่น ๒๐,๐๐๐-๓๐,๐๐๐ บาท ในการที่จะจดว่าจะทําอย่างไร แต่จริง ๆ แล้วถ้าไปเองอาจจะเสียค่าธรรมเนียมแค่ ๕๐๐ บาท ทีนี้จดสินค้าตัวหนึ่งมันมีตั้งหลายชนิด ๑๐ ชนิดหรือ ๒๐ ชนิดนะครับ ส่วนใหญ่ค่าใช้จ่ายสูง เหล่านี้ก็คือเขาไม่เข้าใจวิธีการจดนะครับ แล้วนอกจากประโยชน์และวิธีการจดที่ไม่เข้าใจแล้ว มันมีตัวอย่างจริง ๆ ผมรู้จักอย่างตระกูลหนึ่งว่าระหว่างที่พ่อจะมอบมรดกให้กับลูกหลายคน ระหว่างเงินสดกับเครื่องหมายการค้า หรือโลโก (Logo) พูดง่าย ๆ ครับ ลูก ๆ หลายคน เลือกเอาเงินสดนะครับ กับโลโก (Logo) ซึ่งคุณพ่อเพิ่งสร้างใหม่มีลูกอยู่คนหนึ่งเลือกโลโก (Logo) เลือกคุณภาพสินค้า เพราะเขาเล็งเห็นว่าคุณภาพสินค้า อย่างที่ผมอภิปรายตั้งแต่ต้น ว่ามันดีที่สุดนะครับ ลูกอีก ๒-๓ คนเลือกเงินสด เงินสดสักพักใช้ไปก็หมด แต่โลโก (Logo) เขาค่อย ๆ ทํา ปรากฏว่าเขาเป็นตระกูลที่ใหญ่ แล้วก็เป็นสินค้าที่มีชื่อในประเทศไทย ระดับโลกเลยนะครับ ที่ผมพูดนี้นอกจากต้องให้คนเข้าใจถึงประโยชน์ที่ถ่องแท้ว่า ต้องเดินระยะยาวครับ ต้องให้ระยะยาว แล้วก็เชียร์ด้วย สนับสนุนด้วยนะครับ แล้วก็ต้อง เข้าใจวิธีจดด้วยนะครับ อีกอันหนึ่งคือวิธีสร้างเครื่องหมายการค้าที่เรียกว่า โลโก (Logo) หรือรูปรอยประดิษฐ์ หรือสิ่งประดิษฐ์ใหม่เหล่านี้ ยกตัวอย่างเช่น สมมุติว่าผมจดสินค้า ยูเนียน (Union) นี้ครับ ยูเนียน (Union) ถ้าเราพิมพ์ในคอมพิวเตอร์ก็เป็นตัวยู (U) ธรรมดา แต่วิธีจดไม่ได้นะครับ ต้องเป็นยู (U) ลักษณะรอยหยักเลขต่าง ๆ เหล่านี้ สิ่งเหล่านี้ประชาชน และคนทั่วไปที่ผลิตหรือมือใหม่จะไม่เข้าใจ แล้วก็จะยุ่งยาก ตีไปตีมาซับซ้อน สิ่งเหล่านี้ ก็คือว่าต้องมีคําอธิบายที่ชัดเจน สรุปแล้วมี ๓ ข้อนะครับ ก็คือว่า ๑. บุคคลทั่วไปจะไม่เข้าใจ ถึงอรรถประโยชน์โดยถ่องแท้ว่าระยะยาวดี ดีแน่นอน เราอย่ารีบไปเลียนแบบอะไรต่าง ๆ เหล่านี้ ๒. วิธีการยื่นจดว่าจะทําอย่างไร ต้องเสียค่าใช้จ่ายสูง ๓. วิธีการสร้างเครื่องหมาย เหล่านี้นะครับ ผมยกตัวอย่างเลยก็ได้ ขอโทษนะครับ อย่างเฮลท์ไลน์ (Health Line) คือนวดแผนไทยอะไรต่าง ๆ นี้ นอกจากจดทะเบียนในเมืองไทยแล้วไปจีนก็ต้องจดอีกนะครับ ถ้าอยู่ในอาเซียน (ASEAN) ก็โอเค อันนี้ต้องควรรู้นะครับว่าคุ้มครองเฉพาะอาเซียน (ASEAN) คนอื่นก็ไม่เข้าใจอีกครับว่าสิ่งเหล่านี้มันคุ้มครองเฉพาะในละแวกดินแดนเหล่านี้ อะไรต่าง ๆ เหล่านี้ครับ หรือบางแห่งสินค้าบางอย่าง คนไทยได้จดในไทยแล้วต้องไปจดต่างประเทศอีก แล้วต่างประเทศก็คัดค้าน สิ่งเหล่านี้ก็คือต้องถึงขั้นฟ้องร้องกันนะครับ แล้วก็คุ้มครอง เรื่องความคุ้มครอง สิ่งเหล่านี้คือความไม่เข้าใจใน ๓ ประการนี้นะครับ เพราะฉะนั้นโดยสรุป ท่านประธานผมก็คิดว่าสิ่งที่รายงานที่ทําในนี้ค่อนข้างมีพอสมควรแล้วนะครับ แต่ผมก็ อยากจะอภิปรายพื้นฐานเสริมอีกพื้นฐานธรรมดา ซึ่งหลาย ๆ ท่านได้อภิปรายแล้วคือ ๒ ข้อ

ข้อที่ ๑ ก็คือต้องเร่งให้ความรู้ความเข้าใจภาษาอังกฤษเรียกว่า โนว์เลดจ์ (Knowledge) โดยเฉพาะอย่างยิ่งขออนุญาตเอ่ยถึงหน่วยงานกระทรวงพาณิชย์นะครับ ท่านจะต้องสร้างชุดความรู้แบบเข้าใจง่าย ๆ แล้วก็แยกแยะต่าง ๆ ว่าสิ่งเหล่านี้มันทําอย่างไร เผยแพร่ไปยังคนต่าง ๆ ให้ความรู้กับคนที่ไปจดทะเบียนนะครับ บริการที่ดีอยู่แล้วให้ดีขึ้น แล้วก็แนะนําว่าอย่าไปลอกเลียนแบบต้องคิดด้วยตนเองรับรองว่าระยะยาวดีแน่นะครับ แล้วก็เดินด้วยคุณภาพเป็นการเดินที่ยั่งยืนนะครับ

ข้อที่ ๒ พวกเราเอง รัฐบาลหรือภาคสังคมต้องให้การสนับสนุนพวกที่สร้าง แบรนด์เนม (Brandname) หรือสร้างยี่ห้อ หรือสร้างสินค้าสิ่งประดิษฐ์ใหม่ ๆ ให้เขาเข้มแข็ง ให้เขาเดินระยะยาว เพราะว่าพวกนี้ต้องอาศัยการอุ้มชูแล้วก็ค่อย ๆ เดินไปนะครับ ให้เกิด มีแรงแล้วก็มีอนาคตก้าวไปถึงอย่างจริงจัง และต้องดูแลใกล้ชิดกับพวกที่เอาเปรียบ เช่น พวกปลอมแปลงอะไรต่าง ๆ เหล่านี้อย่าให้ไปกระทบเขา ก็ให้บังเกิดผลในระยะยาวครับ โดยสรุปก็คือผมก็อธิบายแบบง่าย ๆ ก็คือว่าให้ความรู้ความเข้าใจให้เข้มแข็งให้มันกระจาย ทั่วไปนะครับ และให้เข้าใจ เข้าถึงง่าย ๆ แล้ว ๒. ก็คือว่าให้มีการสนับสนุนอย่างจริงจัง ไม่ว่าจะสนับสนุนด้วยกันเอง ใช้สินค้าของเราเอง ไม่ว่าชุมชนหรือภาครัฐ หรือภาคสังคม กราบขอบพระคุณท่านประธานครับ

ขอบพระคุณค่ะ มีอีก ๓ ท่านที่อยู่ในรายชื่อผู้อภิปราย คือท่านสมพงษ์ สระกวี พลตํารวจเอก ชิดชัย วรรณสถิตย์ รองศาสตราจารย์ แพทย์หญิงพรพันธุ์ บุณยรัตพันธุ์ ค่ะ เรียนเชิญท่านสมพงษ์ สระกวี ผู้อํานวยการบริหาร บริษัท สื่อปัญญาไทย จํากัด อดีตสมาชิก วุฒิสภา จังหวัดสงขลา เรียนเชิญค่ะ