เมธินี เทพมณี หารือการส่งเสริมคุณภาพชีวิตคนพิการผ่านเทคโนโลยีสารสนเทศ โดยเน้นความจำเป็นในการจัดทำฐานข้อมูลที่ถูกต้องและการกระจายบริการอย่างทั่วถึง พร้อมเสนอให้รัฐส่งเสริมดิจิทัลคอนเทนต์เพื่อสังคมและพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลเพื่อให้คนพิการเข้าถึงข้อมูล สิทธิ และโอกาสทางเศรษฐกิจอย่างเท่าเทียม
กราบเรียนท่านประธาน สปท. ท่านสมาชิก แล้วก็ ท่านกรรมาธิการนะคะ ดิฉัน เมธินี เทพมณี สมาชิกหมายเลข ๑๑๗ ดิฉันขออนุญาตเริ่มต้น ด้วยการอ่านเอกสารรายงานของท่านกรรมาธิการนะคะ พระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนา คุณภาพชีวิตคนพิการ พ.ศ. ๒๕๕๐ และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๖ มาตรา ๒๐/๓ กําหนดให้มีการจัดตั้งศูนย์บริการคนพิการเพื่อประโยชน์ในการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพ ชีวิตคนพิการ ราชการส่วนท้องถิ่นอาจจัดตั้งศูนย์บริการคนพิการได้โดยใช้งบประมาณของ ตนเอง และมาตรา ๒๐/๔ กําหนดให้ศูนย์บริการคนพิการมีอํานาจหน้าที่ดังต่อไปนี้ ซึ่งอันนี้ ก็จะอยู่ในการอภิปรายของพวกเราไปแล้วนะคะ เหตุที่ดิฉันได้อ่านเรื่องนี้ขึ้นมาก็เพราะว่า ในส่วนของไอซีที (ICT) นะคะ พระราชบัญญัติฉบับนี้ก็มีผลกับเรื่องของไอซีที (ICT) ตามที่ ท่านสมาชิกได้กรุณาอภิปรายว่า โลกในอนาคตนั้นคนพิการจะได้มีโอกาสเท่าเทียมและ เป็นธรรมอย่างยิ่งถ้าหากได้มีโอกาสในการใช้ไอซีที (ICT) อย่างถูกต้องแล้วก็กระจายไปทั่วถึง ทุกภูมิภาคของประเทศไทย ดิฉันขออนุญาตนําเรียนท่านสมาชิกเป็นข้อสังเกตแล้วก็ ประกอบการพิจารณาของท่านในการสนับสนุนให้มีกลไกการกระจายงานนี้ลงไปสู่ ส่วนภูมิภาค ให้ส่วนภูมิภาคนั้นในภาคส่วนของท้องถิ่นได้มีโอกาสดูแลและทําความเข้าใจ กับความต้องการของคนพิการ ซึ่งดิฉันอาจจะขออนุญาตเรียนเป็นความเห็นส่วนตัวว่า ถึงแม้ว่าคนพิการนั้นจะมีข้อบกพร่องในบางสิ่งบางอย่างในบางเรื่องนั้น แต่คนพิการจํานวนมาก สามารถที่จะสร้างผลผลิตให้ประเทศและสังคมของเราได้ทัดเทียม หรือบางทีได้เหนือกว่า คนปกติที่มีครบทุกประการ อันนี้เป็นสิ่งที่เราก็ได้พิสูจน์กันไปแล้วในหลาย ๆ เวทีด้วยกัน ดังนั้นโอกาสที่คนพิการจะได้มีโอกาสที่จะเรียนรู้ ประกอบอาชีพ และสามารถดํารงอยู่อย่าง มีคุณภาพในสังคมไทยนั้นจึงเป็นเหตุผลที่เชื่อว่า สปท. ได้ขับเคลื่อนในวันนี้และสนับสนุน เรื่องนี้อย่างจริงจัง แล้วก็จะกลายเป็นสิ่งที่พวกเราภูมิใจในอนาคตต่อไป ในส่วนของไอซีที (ICT) ในกฎหมายฉบับเดียวกันได้กําหนดให้ทางกระทรวงไอซีที (ICT) นั้น สนับสนุนคนพิการโดยจัดให้ยืมหรือให้ มีให้ เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สิ่งอํานวยความสะดวกเพื่อการสื่อสารกับคนพิการในทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาค ทั่วประเทศ ในขณะเดียวกันนั้นกระทรวงไอซีที (ICT) ได้กําหนดกฎกระทรวงไอซีที (ICT) เมื่อปี ๒๕๕๔ ค่ะท่าน กําหนดให้มีหลักเกณฑ์วิธีการ เข้าถึง ใช้ประโยชน์ ข้อมูลข่าวสาร บริการโทรคมนาคม สื่อสาร สิ่งอํานวยความสะดวกไอซีที (ICT) และบริการสื่อสาธารณะ ต่อคนพิการซึ่งหมายรวมถึงดิจิทัลคอนเทนต์ (Digital Content) ในวันนี้ด้วยนะคะ ในกฎหมายฉบับนั้น กฎกระทรวงฉบับนั้นเราได้ประสบปัญหาอุปสรรคนานัปการตลอดเวลา ที่ผ่านมา และอันนี้ขออนุญาตเป็นข้อสังเกตที่จะให้เป็นข้อมูลสําคัญก็คือว่า การที่เรา เป็นราชการส่วนกลางแล้วกระจายบริการไปยังส่วนภูมิภาคนั้น ปัญหาอุปสรรคที่เราพบ ครั้งแรกเลยก็คืออย่างที่ท่านประธานได้กรุณากล่าว ทะเบียนคนพิการในช่วงเวลาในอดีตนั้น ก็จะมีข้อมูลที่ยังไม่สมบูรณ์ อันนี้ก็เป็นสิ่งที่เป็นข้อเสนอของท่านกรรมาธิการ ซึ่งขอขอบพระคุณ เป็นอย่างยิ่ง ดาต้าเบส (Database) ตัวนี้ในที่สุดก็จะนําไปสู่การจ่ายหรือขณะนี้รัฐบาล ขับเคลื่อนโครงการที่เรียกว่าเนชันนัลอีเพย์เมนต์ (National e-Payment) ดิฉันเองได้มี โอกาสเข้าไปในเวทีนั้นบางครั้งบางคราวที่มีการประชุมที่กระทรวงการคลัง แล้วก็ได้พบว่า กระทรวงการคลังก็มีคําสําคัญให้ไปทางกระทรวง พม. ว่า เมื่อกระทรวง พม. เคลียร์ (Clear) ตัวเลขชัด เลข ๑๓ หลักชัด ส่งตัวเลขไปนั้นก็จะมีการโอนเงินให้กับคนพิการตามประเภท และสิทธิต่าง ๆ ได้ ซึ่งหมายความว่าเราต้องมีการคลีนซิงดาต้า (Cleansing data) ดังนั้น หน่วยงานภาครัฐใดที่รับงานนี้ไปทําในส่วนท้องถิ่นหรือภูมิภาค วันนี้ไม่ว่าพวกเราจะมี ความเห็นเป็นประการใดว่าหน่วยงานใดในท้องถิ่นในภูมิภาคจะรับงานนี้ไปทํา จําต้อง ทําหน้าที่นี้ค่ะ คือเคลียร์ (Clear) คลีน (Clean) ข้อมูลให้ชัดเจนถึงคนพิการรายบุคคล ประเภทและความจําเป็นที่จะต้องได้รับสิทธิประโยชน์จากภาครัฐเพื่อการวางงบประมาณ ในช่วงอนาคตต่อไป ซึ่งเรื่องนี้เป็นเรื่องที่สําคัญและจําเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากงบประมาณ แผ่นดินของเราก็ไม่ได้มีมากนัก แต่ควรจะไปถึงเป้าหมายที่ถูกต้อง ดังนั้นในส่วนนี้การที่ กระทรวงไอซีที (ICT) ในขณะนั้นพบปัญหาอุปสรรค ก็คือในช่วงตั้งแต่ปี ๒๕๕๔ จนปัจจุบัน เราก็ได้มีความพยายามร่วมกันกับสมาคมต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับคนพิการ แล้วก็ได้มี การสนับสนุนจากภาคส่วนต่าง ๆ อยู่แล้วด้วยนะคะ ไม่ว่าจะเป็นภาคเอกชน ในด้านงาน ที่เกี่ยวข้องกับคนพิการ แล้วในภาคส่วนของรัฐ แต่ก็ยังไม่พอค่ะ เพราะว่ามันเป็น การช่วยเหลือสนับสนุนในลักษณะของ ถ้าหากเรียกก็คือเมื่อสามารถที่จะสนับสนุน ไม่ได้ เป็นข้อกําหนดที่ชัดเจนที่จะสามารถที่จะรับประกันได้ว่าเราจะได้รับการสนับสนุนเหล่านั้น อย่างตลอดเวลาและเหมาะสมในเวลาที่เหมาะสม ดังนั้นกลไกเหล่านี้หากมีข้อเสนอเหล่านี้ไป คําว่า ความยั่งยืน ก็จะปรากฏ ก็คือได้มีหน่วยงานที่รับผิดชอบอย่างชัดเจน มีผู้คนที่ รับผิดชอบอย่างชัดเจน ทํางานต่อเนื่องในการสร้างระบบ สร้างกลไกในการดูแลสนับสนุน ที่เหมาะสมและจําเป็น ดังนั้นกฎหมายนี้นอกเหนือจากนั้นนะคะ ดิฉันอาจจะขอนําเรียน เรื่องการดูแลอุปกรณ์สิ่งอํานวยความสะดวกในภูมิภาคด้วย ในส่วนภูมิภาคนั้นเมื่อเราจะ ตั้งศูนย์บริการต่าง ๆ ขึ้นมา ส่วนราชการก็มีการทํางานเป็นไซโล (Silo) คือต่างคนต่างก็มี งบประมาณอันน้อยนิด เนื่องจากกฎกระทรวงอันนี้ พ.ร.บ. ฉบับนี้นะคะ ทําให้กระทรวง ไอซีที (ICT) ในขณะนั้นได้รับงบประมาณที่จะจัดซื้อจัดหาไอซีที (ICT) ไปยังส่วนภูมิภาค และเมื่อจัดซื้อจัดหาไปยังส่วนภูมิภาค ก็อยากจะนําเรียนว่าการดูแลไม่มีนะคะ เนื่องจากว่า กระทรวงไอซีที (ICT) ไม่มีสาขาที่อยู่ที่จังหวัดในภูมิภาค ได้มีการดําเนินการงบประมาณเพื่อ จัดซื้อจัดหาไปให้เท่านั้น แต่การดูแลที่จะให้เกิดคําว่า ยั่งยืน ต่อเนื่อง และจําเป็นนั้น ก็เป็น หน่วยงานในส่วนภูมิภาคที่จะมีโอกาสที่จะดําเนินการในสิ่งเหล่านี้ได้ ดังนั้นหากศูนย์บริการ ที่ท่านเสนอเกิดขึ้น ไม่ว่าจะสามารถบริหารกิจการอย่างต่อเนื่องไปโดยภาคส่วนของรัฐบาล ภาคส่วนของเอกชน ตามที่ท่านสมาชิกได้กรุณานําเสนอบางท่านนะคะ หรืออาจจะเป็น ส่วนภูมิภาค ซึ่งเป็นหน่วยราชการในท้องถิ่นก็ตาม ดิฉันก็อยากจะสนับสนุนทุกหน่วยนะคะ แต่ในเรื่องนั้นจําเป็นจะต้องทํางานอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากครุภัณฑ์ ทรัพย์สินที่ส่วนราชการ ส่วนกลางได้เอาเป็นไซโล (Silo) ไปตั้ง ตั้ง ตั้ง ให้ผู้พิการในต่างจังหวัดใช้นั้นจําเป็นจะต้องมี ผู้ดูแลสนับสนุนอย่างจริงจัง แล้วก็งานวิจัยต่าง ๆ ซึ่งทางกระทรวงไอซีที (ICT) ดําเนินการ ร่วมกันกับกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในอดีตที่ผ่านมานั้น ก็เป็นงานวิจัยที่นํามา ทดลองนําเทคโนโลยีไอซีที (ICT) ซึ่งในอนาคตพวกเราในห้องนี้นะคะก็จะเป็นสมาชิกด้วย เพราะเทคโนโลยีหลาย ๆ อย่างนั้น ไม่ได้สําหรับเพื่อผู้พิการอย่างเดียวมันสําหรับผู้สูงอายุด้วย ซึ่งผู้สูงอายุนั้นก็มีความจําเป็น ที่จะต้องใช้เทคโนโลยีเกือบ ๆ จะเป็นเทคโนโลยีเดียวกัน ไม่ว่าในเรื่องการได้ยิน การฟัง การหยิบสิ่งของ การเคลื่อนไหว การจับต้อง ความปลอดภัยในการทําเซนเซอริง (Censoring) ต่าง ๆ เมื่อผู้พิการเคลื่อนไหว คนสูงอายุก็เคลื่อนไหวในการเดินทางคมนาคมต่าง ๆ สิ่งเหล่านี้ทางกระทรวงไอซีที (ICT) ซึ่งในอนาคตเป็นกระทรวงดีอี (DE) นั้นก็มองเป็นเทคโนโลยี ที่เป็นอุตสาหกรรมได้นะคะ เทคโนโลยีอุตสาหกรรมเหล่านี้สามารถที่จะนําเข้ามาสู่การใช้งาน ของคนไทย ลดต้นทุนการนําเข้าจากต่างประเทศ และวันหนึ่งข้างหน้าเราก็น่าจะส่งออกเพื่อ เป็นรายได้กลับเข้ามาสู่ประเทศไทยได้ ถึงแม้ว่าเราจะมีลูกค้านําร่องในประเทศเพียง ๒,๐๐๐,๐๐๐ คนในวันนี้ แต่รวมพวกเราซึ่งเป็นคนสูงอายุด้วยในอนาคตต่อไป เราก็อาจจะมีลูกค้าถึง ๔๐ ล้านคน ซึ่งเรียกว่าคุ้มค่าที่จะดําเนินการผลิตสินค้าเหล่านี้เข้าสู่ กลไกตลาดโลก ซึ่งจะเป็นตลาดสําคัญของเรา เรามีการทํางานร่วมมือเรื่องคนพิการ ในอาเซียน (ASEAN) รีไควร์เมนต์ (Requirement) หรือความต้องการของคนพิการ ในอาเซียน (ASEAN) เราก็ชัดเจนนะคะ ว่าในบริบทของคนพิการในมิติต่าง ๆ เขาต้องการ อะไร ซึ่งสิ่งนี้ถ้าหากเราย่อส่วนกลับมาเป็นประเทศไทย ๗๐ กว่าจังหวัดของเรา หน่วยงาน ที่อยู่ในพื้นที่ซึ่งควรจะอยู่ใกล้ชิดกับคนพิการของเราในมิติต่าง ๆ ในบริบทวิถีไทยของเรา ก็สมควรที่จะเป็นหน่วยงานที่เป็นหน่วยงานที่รับรีไควร์เมนต์ (Requirement) จากผู้พิการ ทั้งประเทศ แล้วกลับเข้ามาบอกต่อรัฐบาลว่างานอินโนเวชัน (Innovation) เหล่านี้ต้องการ สิ่งใดเพื่อผู้พิการของเราบ้าง ซึ่งการลงทุนอย่างนี้มันเป็นการลงทุนระยะยาว แล้วใช้คน ในกลไกในระดับที่เรามีอยู่แล้วในส่วนของส่วนกลางที่จะทํางานในเชิงวิจัยและพัฒนา แล้วนําไปสู่การก้าวเข้าไปสู่การเป็นสินค้าและบริการในอนาคตต่อไป
ขออนุญาตยกอีกตัวอย่างเดียวค่ะ คือเรื่องของดิจิทัลคอนเทนต์ (Digital Content) ในโอกาสที่รัฐบาลจะกระจายเรื่องไวไฟ (Wi-fi) ไปสู่ต่างจังหวัด ในช่องสัญญาณ ในบริบทเพื่อสังคมนะคะ ในหลาย ๆ วันที่ผ่านมานี้ท่านทั้งหลายก็อาจจะสดับรับฟังในเรื่อง ของกลไกเพื่อสังคมมิติของกองทุนสาธารณะเพื่อสังคมในหลาย ๆ กองทุนด้วยกัน ในกองทุน สาธารณะนั้นมีเรื่องทั้งไวไฟ (Wi-fi) ฟรี ซึ่งพวกเราอาจจะเคยได้ยินโครงการนี้อยู่แล้วในส่วน ต่างจังหวัดและโอกาสที่จะกระจายช่องสัญญาณในโอกาสสื่อหลอมรวม ไม่ว่าจะเป็นวิทยุ โทรทัศน์ดิจิทัล (Digital) สื่ออินเทอร์เน็ตดิจิทัล (Internet Digital) ดังนั้นจึงนําไปสู่คําว่า ดิจิทัลคอนเทนต์ (Digital Content) ซึ่งเป็นภาคบริบทของภาษาไทยและภาษาที่เกี่ยวข้อง สําหรับคนไทยทุกคนรวมทั้งคนพิการของเราด้วย ดังนั้นการเคลื่อนไหวสู่การขับเคลื่อน ของ สปท. ในเรื่องนี้ โดยกลไกเหล่านี้มันจะทําให้เกิดบริบทของการขยับของการมีดิจิทัล คอนเทนต์ (Digital Content) ที่สําคัญสําหรับการทําให้เกิดความเป็นธรรมและเท่าเทียมกัน สําหรับผู้รับบริการทางสังคมของเรา ซึ่งเรื่องนี้ดิฉันนําเรียนว่าในเบื้องต้นมันเป็นเรื่องที่ยาก ทีเดียว เพราะการลงทุนเหล่านี้มันเป็นการลงทุนที่ยังขายไม่ได้ในเชิงการตลาด แต่วันหนึ่ง ข้างหน้าดิจิทัลคอนเทนต์ (Digital Content) หรือข้อมูลสาธารณะเหล่านี้จะกลายเป็นข้อมูล ที่เมื่อท่านเพิ่มมูลค่าเพิ่มไปจะเป็นข้อมูลที่สามารถที่จะนําไปสู่การทําการตลาดได้และ กลับเข้ามาเป็นรายได้ของรัฐบาลได้ในโอกาสถัดไป แต่วันนี้ดิจิทัลคอนเทนต์ (Digital Content) ที่พวกเราเข้าไปในอินเทอร์เน็ต (Internet) นั้น ยกตัวอย่าง คนพิการอยากจะ ทราบว่าไปรับบริการสาธารณะได้ที่ใด อย่างนี้เป็นต้นนะคะ เมื่อเจ็บป่วย การเดินทาง มีเส้นทางใดที่มีอุปกรณ์สาธารณะที่เหมาะสมสําหรับเขาในมิติต่าง ๆ แล้วบ้างบนแผนที่ สาธารณะ สิ่งเหล่านี้ต้องเป็นการลงทุนค่ะ ภาคเอกชนอาจจะช่วยในระดับหนึ่ง แต่ภาครัฐ ก็จะต้องส่งเสริมและกระตุ้นในระดับหนึ่ง ดังนั้นการทํางานในชิ้นนี้ดิฉันมีความมั่นใจว่า เมื่อ สปท. ขับเคลื่อนไปแล้วดาต้าเบส (Database) ที่ท่านประธานได้กรุณากล่าว ขอบพระคุณอีกครั้งนะคะ ไม่ว่าจะเป็นดาต้าเบส (Database) ของตัวคนพิการเองดาต้าเบส (Database) ของสิ่งอํานวยความสะดวกของประเทศไทยในทุกถนนหนทางในทุกอณูของ การให้บริการ ดิฉันอาจจะใช้คําว่า แพลตฟอร์ม (Platform) เดียวกัน เป็นข้อมูลที่วางแล้ว คนพิการเข้าถึงได้ เปิดกระจายสื่อสัญญาณนั้นไปรับอยู่ในมือถือ ในอุปกรณ์ที่คนพิการ ใช้งานได้ อันนี้ก็ขออนุญาตวาดฝัน ขอขอบพระคุณค่ะ แล้วก็ขออนุญาตส่งต่อข้อสังเกตนี้ ให้ท่านกรรมาธิการได้กรุณานําไปประมวลเพื่อใช้ประโยชน์ในโอกาสต่อไปด้วย ขอบพระคุณค่ะ