จีรพัฒน์ เสนอแผนปฏิรูปประกันคุณภาพการศึกษา 6 ขั้นตอน

สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ · ครั้งที่ ๓๑ · ๒๑ มิถุนายน ๒๕๕๙

จีรพัฒน์ ปานสกุณ หารือการปฏิรูประบบประกันคุณภาพการศึกษาอย่างเป็นระบบ โดยเสนอแผนหกขั้นตอนที่ครอบคลุมตั้งแต่การศึกษาปัญหา กำหนดแนวทาง พัฒนาทดลองใช้ ไปจนถึงการปรับปรุงกฎหมายที่เกี่ยวข้อง พร้อมเน้นการสร้างนวัตกรรม พัฒนาบุคลากร การมีส่วนร่วมของชุมชน และการปรับปรุงพระราชกฤษฎีกาให้สอดคล้องกับการแก้ไข พ.ร.บ. การศึกษาแห่งชาติ เรียกร้องการสนับสนุนงบประมาณและการสร้างความเข้าใจร่วมกับทุกภาคส่วนเพื่อให้การปฏิรูปเกิดผลอย่างยั่งยืน

พลเรือเอก จีรพัฒน์ ปานสกุณ กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธาน สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ท่านสมาชิกที่เคารพ กระผม พลเรือเอก จีรพัฒน์ ปานสกุณ สมาชิกลําดับที่ ๒๘ ขอเสนอกําหนดเวลาการปฏิรูประบบการประกันคุณภาพ การศึกษา โดยแบ่งออกเป็น ๖ ระยะด้วยกันดังนี้

ระยะที่ ๑ เดือนที่ ๑ ถึงเดือนที่ ๒ ให้หน่วยงานต้นสังกัดหน่วยงานประเมิน ภายนอกร่วมกับสถานศึกษาและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมกันศึกษาสภาพปัจจุบัน ปัญหาของระบบการประกันคุณภาพการศึกษา ตลอดจนข้อเสนอแนะต่าง ๆ ให้มีกรอบ แนวคิด หลักการ การปฏิรูประบบการประกันและประเมินคุณภาพการศึกษา โดยเน้นที่ ผลลัพธ์ เกณฑ์ คุณภาพที่ใช้ในการประกันและประเมินคุณภาพการศึกษาที่เหมาะสม กับบริบทที่ต่างกันของสถานศึกษา โดยส่งเสริมให้มีการประกันคุณภาพการศึกษาและนําไปสู่ การพัฒนาคุณภาพการศึกษา

ระยะที่ ๒ ระหว่างเดือนที่ ๒ ถึงเดือนที่ ๓ นําผลสรุปการประชุมร่วมที่ได้จาก ระยะที่ ๑ มาประชุมสัมมนาวิชาการ ประชุมเชิงปฏิบัติการ หรือดําเนินงานวิจัยเพื่อหาแนวทาง การประกันคุณภาพ

ระยะที่ ๓ เดือนที่ ๔ ถึงเดือนที่ ๖ พัฒนาระบบการประกันคุณภาพการศึกษา ที่เหมาะสม

ระยะที่ ๔ เดือนที่ ๗ ถึงเดือนที่ ๑๐ นําระบบการประกันคุณภาพการศึกษา มาทดลองใช้และปรับปรุงในสถานศึกษานําร่อง

ระยะที่ ๕ เดือนที่ ๑๑ ถึงเดือนที่ ๒๒ นําระบบที่ได้รับการปรับปรุงมาทดสอบ ระบบจริงและประเมินผลระบบ

ในระยะสุดท้ายคือระยะที่ ๖ ตั้งแต่เดือนที่ ๑๒ ถึงเดือนที่ ๒๔ เป็นการ ดําเนินการปรับปรุงหรือแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับระบบการประกันคุณภาพการศึกษา อันได้แก่ พระราชบัญญัติ พระราชกฤษฎีกา กฎกระทรวง ระเบียบและประกาศต่าง ๆ

นอกจากนั้นการดําเนินการในระยะยาว คณะกรรมาธิการขอเสนอให้มี การสร้างนวัตกรรมคุณภาพในระบบการศึกษา เพื่อให้ระบบการประกันคุณภาพภายในของ สถานศึกษาจะเป็นส่วนหนึ่งของการบริหารการศึกษา และสร้างระบบการประเมินคุณภาพ ภายนอก เป็นการประเมินเพื่อมุ่งการพัฒนาคุณภาพการศึกษาที่แท้จริง โดยการพัฒนา ทั้งระบบอย่างต่อเนื่อง โดยอบรมพัฒนาผู้ประเมิน อบรมและสร้างความเข้าใจแก่สถานศึกษา เกี่ยวกับการประกันและการประเมินคุณภาพอย่างต่อเนื่อง สร้างระบบการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ระหว่างกัน ระหว่างสถานศึกษา ให้มีการวิจัยและพัฒนาระบบการประกันและการประเมิน คุณภาพการศึกษาอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้มีระบบที่มีการปรับเปลี่ยนให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลง และสนองตอบต่อการพัฒนาประเทศ

ในกรณีที่จะต้องใช้งบประมาณเพื่อการดําเนินการ จะใช้งบประมาณจาก กระทรวงศึกษาธิการ สํานักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (องค์การ มหาชน) หรือ สมศ.

ข้อเสนอแนะเพื่อให้การปฏิรูประบบการประกันคุณภาพการศึกษาประสบ ความสําเร็จ ตามแผนที่ได้นําเสนอ คณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ด้านการศึกษา ขอเสนอแนะดังนี้

๑. สร้างความเข้าใจกับสถาบันการศึกษาและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับระบบ ประกันคุณภาพการศึกษาในเรื่องปรัชญา หลักการ แนวคิดในการพัฒนาการเรียนรู้

๒. ชี้แจงสร้างความเข้าใจแก่ผู้บริหารสถานศึกษา บุคลากรที่เกี่ยวข้อง ให้ตระหนักถึงความสําคัญของระบบการประกันคุณภาพการศึกษาถือว่าเป็นเรื่องเร่งด่วน ที่จะต้องทําเพื่อการพัฒนาอย่างแท้จริง

๓. สร้างแรงจูงใจต่อสถานศึกษาให้มีความตื่นตัวและเร่งพัฒนาคุณภาพ ให้เป็นไปตามจุดมุ่งหมายและเต็มศักยภาพของสถานศึกษา

๔. สถานศึกษาควรสร้างแรงจูงใจให้กับบุคลากรและทําให้บุคลากรมีความ เข้าใจในเรื่องการประกันคุณภาพว่าเป็นหน้าที่ของทุกคน เพื่อนําไปสู่การดําเนินการประกัน คุณภาพภายในให้เป็นวิถีทางการทํางานปกติ

๕. หน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องควรให้การสนับสนุนและส่งเสริมการ ดําเนินการประกันคุณภาพการศึกษาเพื่อให้ได้ข้อสรุปร่วมกันในทุกองค์ประกอบของการ ประกันคุณภาพการศึกษา

๖. ให้มีระบบการบริหาร การประเมินคุณภาพ เช่น ระบบข้อมูล การเตรียม ความพร้อมของผู้ประเมิน

๗. สร้างการประกันคุณภาพให้เป็นวิถีการทํางานปกติหรือวัฒนธรรมคุณภาพ

๘. มีการแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้องได้แก่ พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๒ หมวด ๖ ที่เกี่ยวข้องกับการประเมินและประกันคุณภาพการศึกษา พระราชกฤษฎีกาที่เกี่ยวข้อง กฎกระทรวงว่าด้วยระบบหลักเกณฑ์และวิธีการประกันคุณภาพ การศึกษา

เพื่อให้การดําเนินการเป็นไปตามแผนปฏิรูปทั้งระบบที่คณะกรรมาธิการ นําเสนอจําเป็นจะต้องมีการแก้ไขพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๒ แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๕ และ (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๕๓ ที่เกี่ยวข้องกับ การประกันคุณภาพการศึกษาภายในและการประเมินคุณภาพการศึกษาภายนอก ตลอดจน พระราชกฤษฎีกา กฎ ระเบียบ และประกาศที่เกี่ยวข้อง

สําหรับแนวทางในการแก้ไขพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ คณะกรรมาธิการ ขอเสนอหลักการในการแก้ไขดังนี้

๑. คํานิยาม ให้มีการเพิ่มและปรับปรุงส่วนนิยามที่เกี่ยวข้องเพื่อส่งเสริม การประกันคุณภาพการศึกษาให้มีความชัดเจนถูกต้องตามหลักการการประกันคุณภาพ การศึกษาที่เน้นคุณภาพการศึกษาจะต้องเกิดที่สถานศึกษา

๒.ให้มีหมวดระบบพิทักษ์คุณธรรม หน้าที่ความรับผิดชอบทําการโยงยึด การบริหารคุณภาพและการประกันคุณภาพไว้ด้วยกัน กําหนดให้มีการมีส่วนร่วมของชุมชน และสังคมเพื่อให้ทุกคนที่เกี่ยวข้องกับการจัดการการศึกษาต้องเข้ามามีส่วนร่วม และรับผิดชอบต่อคุณภาพการจัดการศึกษา

๓. หมวดการบริหารและการจัดการการศึกษา ให้มีการโยงยึดการบริหารคุณภาพ และการประกันคุณภาพไว้กับระบบธรรมาภิบาลและให้มีส่วนร่วมกับชุมชนและสังคม

๔. หมวดประกันคุณภาพการศึกษา ให้มีการจัดการหลักการ วิธีการประกัน คุณภาพเพื่อให้การประกันคุณภาพการศึกษาเป็นไปเพื่อการพัฒนาและส่งผลโดยตรงต่อ การปรับปรุงพัฒนาและสร้างคุณภาพการศึกษาอย่างแท้จริง

๕. ให้มีหมวดระบบหลักสูตรและการเรียนการสอนเพิ่มขึ้นใหม่และกําหนดให้ ระบบหลักสูตรและการเรียนการสอนเป็นส่วนสําคัญของพระราชบัญญัติ

๖. ทั้งนี้เมื่อมีการแก้ไขพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติแล้วจะต้องมี การพิจารณาแก้ไขพระราชกฤษฎีกา ได้แก่พระราชกฤษฎีกาจัดตั้งสํานักงานรับรองมาตรฐาน และประเมินคุณภาพการศึกษา (องค์การมหาชน) พ.ศ. ๒๕๔๓ และพระราชกฤษฎีกาจัดตั้ง สถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (องค์การมหาชน) พ.ศ. ๒๕๔๘ ตลอดจนกฎ ระเบียบ และประกาศของกระทรวงที่เกี่ยวข้องให้สอดคล้องต้องกันด้วย