วิเชียร ชวลิต หารือเรื่องการส่งเสริมศูนย์แห่งศพอส. โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการดูแลร่วมและการมีส่วนร่วมของชุมชน และเรียกร้องการสนับสนุนจากภาครัฐในการจ้างงานและให้ผู้สูงอายุมีโอกาสทํางานได้
เรียนท่านประธาน ท่านสมาชิกที่เคารพครับ ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณ มีสมาชิกร่วมให้ข้อคิดเห็น ข้อแนะนําเพิ่มเติม ตอนแรกนึกว่าจะมี ๒ ท่านก็ได้เพิ่มมาเป็น ๕ ท่านนะครับก็ต้องขอขอบคุณไว้ ณ ที่นี้ด้วย
ท่านเฉลิมชัยฝากเรื่องการส่งเสริมให้ศูนย์แห่งนี้ หรือ ศพอส. มีรูปธรรม และความยั่งยืนนะครับ ก็คือการทําอย่างไรถึงจะให้การสนับสนุนให้ ศพอส. มีความเข้มแข็ง ก็ขออนุญาตเรียนว่าทางกรรมาธิการจะได้ไปปรับข้อมูลให้เป็นการเน้นย้ําตามที่ท่านได้ให้ ข้อแนะนํานะครับ ส่วนเรื่องที่เป็นประเด็นสําคัญอย่างเช่นการสนับสนุนให้ค่าใช้จ่ายในการที่ เอกชนจะสนับสนุน ศพอส. แล้วไปหักภาษีได้ก็เป็นข้อพิจารณาที่ดีมากเลยครับ
ท่านสุรินทร์ได้ชมเชยแล้วก็บอกว่าอยากให้ศูนย์ ศพอส. พิจารณาถึงคนที่อายุ ๖๐ ปีแล้วยังทํางานได้นะครับ ก็เป็นที่น่ายินดีว่าที่ห้องประชุมแห่งนี้เราก็เป็นเครื่องยืนยันว่า คนอายุ ๖๐ ปีแล้วก็ยังทํางานได้อยู่ ยังเข้มแข็งเต็มห้องประชุมนะครับ ยกเว้นท่านประธาน ท่านยืนยันแล้วว่าท่านยังไม่ได้รับเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุนะครับ ตอนนี้ก็มีคนที่ได้ แต่ในที่ประชุมนี้ ไม่ได้นะครับ แต่ที่นอกห้องประชุมก็จะได้ ๖๐๐ บาท ๗๐๐ บาท ๘๐๐ บาท แล้วก็ ๑,๐๐๐ บาท ถ้าใครได้ ๑,๐๐๐ บาทก็ต้องขอคารวะ เพราะว่าอายุถึง ๙๐ ปีแล้วนะครับ เพราะฉะนั้น ประเด็นสําคัญที่ท่านสุรินทร์ได้ฝากก็คือว่าอยากให้พิจารณาถึงคนอายุ ๖๐ ปีได้มีโอกาส ทํางาน ต้องขออนุญาตเรียนว่าเป็นการบ้านของกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ด้านสังคมที่รับประเด็นนี้ แล้วก็อาจจะอยู่อีกส่วนหนึ่งของรายงานที่จะนําเสนอในโอกาส ต่อไปในเรื่องของการทําอย่างไรถึงจะจ้างงาน หรือจะทําให้ผู้สูงอายุได้มีโอกาสมีงานทํา นอกจากวัตถุประสงค์เรื่องของการใช้ประโยชน์แล้ว ยังมีวัตถุประสงค์เรื่องทําให้ผู้สูงอายุ มีรายได้ยังชีพในบั้นปลายนะครับ
อีกส่วนหนึ่งที่ท่านเสนอแนะไว้ว่าอยากให้มีการสนับสนุนร่วมใน ศพอส. ระหว่างองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นกับสาธารณสุข ก็ขออนุญาตเรียนว่า ศพอส. ตอนนี้ ๘๗๘ แห่ง อาจจะมีเพิ่มไป เพราะว่าอันนี้เป็นคําตอบกับท่านชูชัยด้วยว่า ตอนนี้กระทรวง สาธารณสุขมาประสานการปฏิบัติกับ ศพอส. ในรูปแบบเดียวกันกับการดูแลคนไข้ติดเตียง ซึ่งเรามีอยู่ประมาณ ๑ เปอร์เซ็นต์กว่า ประมาณ ๑๐๐,๐๐๐ คน แล้วก็ในกลุ่มเหล่านี้ได้ใช้ เงินกองทุนสุขภาพตําบลไปให้การสนับสนุน เพื่อที่จะทําให้คนไข้ติดเตียงทั้งหมดไม่อยู่ ในโรงพยาบาลแล้วก็ไปอยู่ในชุมชน แล้ว ศพอส. แห่งนี้ก็จะเป็นที่รวมของอาสาสมัคร ดูแลผู้สูงอายุ แล้วอาสาสมัครเหล่านี้ก็จะทําหน้าที่เคลื่อนย้าย หรือพูดง่าย ๆ ว่าเข้าไป เยี่ยมเยียน ไปดูแลคนไข้ติดเตียง ไปบริการที่บ้านในชุมชนนะครับ ก็ถือว่าเป็นประโยชน์ อย่างยิ่งเป็นไปตามหลักการของการดูแลร่วม แล้วก็ต้องเรียนว่าองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และชุมชนเป็นเจ้าของอย่างแท้จริงกับ ศพอส. แล้วก็ท้องถิ่นจะมีบทบาทอย่างมากนะครับ
เรียนท่านชูชัยเพิ่มเติมว่าในส่วนของการดูแลผู้สูงอายุเนื่องจากประเทศเรา เก็บภาษีน้อยนะครับ ถ้าในประเทศในกลุ่มนอร์ดิก (Nordic) เขาเก็บภาษีประมาณเฉลี่ยแล้ว ๔๐ เปอร์เซ็นตของเงินได้ เพราะฉะนั้นทุกคนก็ต้องดูแลเรื่องการออม เพราะรัฐมีหน้าที่ดูแล ทั้งหมดจนบั้นปลายชีวิต ศูนย์และบริการต่าง ๆ ดําเนินการโดยรัฐทั้งหมดนะครับ แต่ของเรา เรามีอัตราภาษีที่ต่ํากว่า เพราะฉะนั้นลักษณะการดูแลแบบชุมชนมีส่วนร่วมจึงมีบทบาท และมีความสําคัญอย่างยิ่ง ก็เป็นแนวคิดที่มาสนับสนุนแนวทางของ ศพอส. ในการ ดําเนินการนะครับ
ท่านอํานวยได้กรุณาให้ข้อแนะนําบัญญัติ ๗ ข้อ แล้วเห็นบอกจะส่งให้ ท่านประธานอโณทัยด้วยนะครับ ก็เรียนว่าการดําเนินการเรื่องของผู้สูงอายุ หลักที่ท่าน ได้เสนอแนะในข้อ ๔ เรื่องของการบูรณาการความรู้ ลดความซ้ําซ้อน และมีจุดหมายเดียวกัน ก็คือทําอย่างไรจะดูแลผู้สูงอายุ เป็นหลักการที่สําคัญของ ศพอส. อยู่แล้ว แล้วก็การบ้าน ที่ท่านให้ในข้ออื่น ๆ มีหลายข้อที่อยู่ในภารกิจของเรา ที่สําคัญที่ท่านเน้นย้ําก็คือเรื่อง ทําอย่างไรให้ผู้สูงอายุที่อายุ ๖๐ ปีแล้วสามารถที่จะมีบทบาทและมีการทํางาน ท่านยกตัวอย่าง เรื่องอายุ ๖๐ ปีแล้วยังโบกจราจรได้อยู่ แล้วก็อาจจะมีเวลาทํางานไม่เต็มเวลา นี่ก็เป็นหลัก ที่จะนําไปสู่การพิจารณาเพื่อเป็นข้อเสนอในรายงานลําดับต่อไป
ท้ายที่สุดต้องขอขอบพระคุณทุกท่านที่ได้ให้ข้อแนะนํา แล้วก็กรรมาธิการ ก็รับข้อแนะนําของท่านทั้งหลาย แล้วก็จะได้ไปดําเนินการปรับให้สอดคล้อง แล้วก็นําเสนอ ในลําดับต่อไป ต้องขอขอบพระคุณอย่างยิ่งครับ