อลงกรณ์ เสนอใช้ศักยภาพผู้สูงอายุ-เร่งแผนรับสังคมสูงวัย

สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ · ครั้งที่ ๓๑ · ๒๑ มิถุนายน ๒๕๕๙

อลงกรณ์ พลบุตร หารือประเด็นการรองรับสังคมผู้สูงอายุที่เพิ่มขึ้น โดยเน้นย้ำความจำเป็นในการใช้ศักยภาพของผู้สูงอายุอย่างเต็มที่ พร้อมเสนอแนวทางบูรณาการบริการสุขภาพตั้งแต่ระดับชุมชนถึงหน่วยงานรัฐ พัฒนาบุคลากร และจัดระบบบริการเฉพาะทาง เพื่อเตรียมความพร้อมรับมือกับความเปลี่ยนแปลงทั้งด้านสุขภาพและสถานภาพทางสังคมอย่างเป็นระบบ

นายอลงกรณ์ พลบุตร รองประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ คนที่หนึ่ง

ต่อไปขอเชิญ พลตํารวจโท อํานวย นิ่มมะโน นะครับ อดีตผู้บัญชาการ ตํารวจภูธรภาค ๑ ตอนนี้ท่านจะเป็นคนสุดท้ายนะครับตามรายชื่อ ถ้าหากว่าไม่มีสมาชิก เพิ่มเติม

พลตํารวจโท อํานวย นิ่มมะโน : กราบขอบพระคุณครับท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม พลตํารวจโท อํานวย นิ่มมะโน สมาชิกลําดับ ๑๙๗ ต้องขอกราบ ขอบพระคุณกรรมาธิการปฏิรูปประเทศด้านสังคมที่เสนอเรื่องนี้เข้าสภา ผมจําเป็นต้องลุกมา อภิปรายเพราะว่ามันเป็นการสร้างกุศลร่วมกัน เปรียบเสมือนการก่อเจดีย์ทรายครับ ทรายเพียงแค่กํามือเดียวมาร่วมก่อก็ได้บุญแล้วครับ ไม่จําเป็นต้องทําบุญกันเยอะ ๆ มาก ๆ ประตูสวรรค์เปิดแล้วครับ เพียงใช้ภาวนาบูชา ไม่ต้องอามิสบูชา ประตูสวรรค์เปิดทันที เมื่อเราคิด คิดดีทําดี กรรมาธิการชุดนี้กําลังทําดีในเรื่องของการที่จะบูรณาการเพื่อดูแล แก้ปัญหาในอนาคตจริง ๆ ไม่ใช่ปัญหาในอนาคตหรอกครับเป็นปัญหาในปัจจุบันแล้วด้วยซ้ํา ก็คือในเรื่องผู้สูงอายุหรือผู้สูงวัย ในสภาแห่งนี้ผมเชื่อว่าเข้าหลักเกณฑ์กันเกินครึ่งครับ แต่ยัง เป็นคนที่มีคุณภาพ ผมเองคิดทบทวนตัวเองว่าผมเกษียณอายุราชการแล้วเป็นผู้สูงวัย ผู้สูงอายุแล้ว รัฐต้องมาดูแลผมอยู่เดือนละ ๖๐,๐๐๐ บาท ผมต้องรับบํานาญ ผมอายถ้าผม ไม่ได้ทําอะไร โชคดีที่ผมได้เป็นสมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศผมยังได้ทํา คุณประโยชน์ให้กับบ้านเมือง ผมกําลังอธิบายความว่าเราจะต้องใช้ประโยชน์กับผู้สูงอายุด้วย อัยการก็ดี ศาลก็ดี ขณะนี้เราเกษียณกันที่ ๗๐ ปี แสดงว่าเรายอมรับว่าคน ๖๐ ปีไม่ได้แก่เกิน ใช้งานครับ ผมขออนุญาตฉายให้เห็นตัวอย่างนิดเดียวครับ เมื่อ ๒-๓ ปีที่แล้วครับผมได้ร่วม คณะไปดูงานที่ประเทศจีนกับประเทศญี่ปุ่น เอาที่ประเทศญี่ปุ่นก่อนครับ ไปดูงานโรงไฟฟ้าขยะ รถบัส (Bus) จอด คณะผู้ดูงานลงจากรถไปตั้งแถวเพื่อเตรียมที่จะเดินเข้าไปดูงานในโรงไฟฟ้าขยะ กลางกรุงโตเกียวครับ และโรงไฟฟ้าโรงนี้เลี้ยงกรุงโตเกียว ๑ ใน ๔ เลยครับ เขามีหลายโรง เราก็แปลกใจว่าตั้งแถวเสร็จเรียบร้อยทําไมไม่มีใครมาต้อนรับเราเลย ไม่มีใครมาเชิญเราเลย ไปไหนกันหมด มีเพียงคนแก่คนหนึ่งยืนอยู่หน้าแถวเรา อายุ ๗๐ กว่าปีแล้วครับ ปรากฏว่า คนแก่คนนั้นละครับคือผู้จัดการโรงงานโรงไฟฟ้าขยะ เข้าไปภายในโรงงาน ทุกอย่างครับ ผู้สูงอายุหมดเลยครับ เพียงกดปุ่ม เพียงควบคุมเครื่องโดยใช้คอมพิวเตอร์ทั้งหมด ออกจาก โรงไฟฟ้าขยะไปขึ้นทางด่วนท่านไปดูได้เลยครับ ท่านไปประเทศญี่ปุ่น ท่านไปกันบ่อย ช่องทางด่วนครับ ขายตั๋วครับ ผู้สูงวัยทั้งนั้นละครับ เราไปสูบบุหรี่ในที่ห้ามสูบ มีผู้สูงวัย มาเตือนว่าโน่น โซน (Zone) สูบบุหรี่อยู่ที่โน่น เราก็ก้มลง คีบบุหรี่ไปทิ้งไป ไปดูทางด่วนบ้านเราครับ หน้าดุกว่าผมอีก หนุ่ม ขายตั๋วทางด่วน ผมกําลังอธิบายความว่า เราคงดูเรื่องปัญหาสุขภาพอย่างเดียวคงไม่พอ สุขภาพมันต้องดูเป็นพิเศษอยู่แล้ว เราต้องดู ในเรื่องสถานะทางสังคมของผู้สูงอายุด้วย ก็คือต้องเตรียมความพร้อมในการที่จะให้ผู้สูงอายุ อยู่ในสังคมอย่างมีคุณค่า ให้ตัวเขารู้สึกว่าเขายังเป็นประโยชน์แก่สังคมนี้อยู่ เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว มีเรื่องเศร้า ๑ เรื่อง ท่านอาจจะไม่เศร้าเหมือนผม แต่ผมเศร้ามาก เป็นนายพลตํารวจตรีครับ เป็นอดีตผู้บังคับการตํารวจภูธรจังหวัดนนทบุรี ใช้ปืนกระบอกที่พกประจํากายมาตลอดชีวิต รับราชการยิงตัวตาย ซึมเศร้าครับ เพราะฉะนั้นจะมีผู้สูงอายุที่มีความรู้ความสามารถแต่ซึมเศร้า เพราะไม่ได้ถูกระบบนํามาจัดระบบให้เขาอีกจํานวนมากครับ โดยเฉพาะข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ แต่ข้าราชการอื่นผมไม่ทราบครับ แต่ตํารวจค่อนข้างชัดครับ พอเกษียณอายุราชการแล้ว ไม่ใช่ทิ้งลูกน้องนะครับ ลูกน้องทิ้ง ข้าราชการทหาร ผมขออภัยนิดหนึ่งครับ ท่านจะมีบารมี กับลูกน้องมาก เพราะดูแลลูกน้องมาตลอดชีวิต เกษียณอายุราชการแล้วยังมีลูกน้องมาชวน ไปทํากิจกรรม ยังชวนไปทําโน่นทํานี่ แต่ตํารวจนี่ลูกน้องทิ้งเลยครับ ภรรยาโยนกะละมัง ใส่หน้าให้ซักผ้า ตายดีกว่า เพราะฉะนั้นข้าราชการที่เกษียณแล้วส่วนใหญ่จะอายุสั้น โดยเฉพาะข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ และโดยเฉพาะตํารวจ เพราะก่อนหน้านั้นกับลูกน้องนี่ทําไว้ เยอะครับ ทหารเขาให้ลูกน้อง ตํารวจเอาจากลูกน้องจริงหรือเปล่าไม่รู้ ทีนี้จากปัญหานี้ครับ ผมถึงบอกว่าต้องทําให้ครบ เรื่องสุขภาพจําเป็นแล้วละ ใช่ แต่เรื่องที่ต่อเนื่องกับสุขภาพก็คือ เอาประโยชน์เขามาใช้ ใช้ประโยชน์จากเขา ๒. ข้าราชการที่เห็นในขณะนี้คืออัยการกับศาล มีแล้ว ด้านอื่นละครับ กระทรวงพ่อแม่ครับ พม. กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคง ของมนุษย์ กระทรวงแรงงาน กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงมหาดไทยนะครับ เรื่องหนึ่ง ที่ผมจะฝากกรรมาธิการไปเดี๋ยวผมจะส่งเอกสารให้นะครับ ในเรื่องของข้อมูลจํานวนผู้สูงอายุ ไม่ทราบว่ามันเคลื่อนเพราะว่าของผมสํารวจทีหลังหรือของท่านสํารวจก่อนกันแน่นะครับ ของผมเป็นข้อมูล ณ วันที่ ๒๒ ตุลาคม ๒๕๕๘ ประชากรเรา ๖๕,๑๗๒,๖๐๐ คน มีผู้สูงอายุ คืออายุเกิน ๖๐ ปี ๑๐,๔๘๕,๗๐๐ คน คิดเป็นร้อยละ ๑๖ ครับ ของท่านยัง ๑๕ อยู่ ทีนี้ เราคาดว่าในปี ๒๕๗๘ เราจะมีผู้สูงอายุในประเทศไทย ๒๐ ล้านคน ๒๐ ล้านคนนะครับ ในจํานวนนั้นยังมีผมอยู่ด้วย เพราะปี ๒๕๗๘ ผมยังไม่ตายแน่นะครับ ๒๐ ล้านคนครับ เราจะ บริหารจัดการกับ ๒๐ ล้านคนนี้อย่างไรนะครับ นั้นละครับคือโจทย์ใหญ่ครับ ทีนี้ผมจะฝาก สุดท้ายนะครับ ข้อเสนอแนะไว้ทั้งหมด ๗ ข้อ ผมขออนุญาตอ่านครับ

ข้อเสนอแนะที่ ๑ ในเรื่องสุขภาพของผู้สูงอายุเราจะต้องยึดมั่นในกรอบ แนวคิด มีความสมดุลตั้งแต่การส่งเสริม ป้องกัน รักษา ฟื้นฟู จนถึงการดูแลระยะยาว จึงต้อง อาศัยความเชื่อมโยงระหว่างชุมชน สถานบริการด้านสุขภาพในทุกรูปแบบ

ข้อเสนอแนะที่ ๒ ต้องมีกลไกพัฒนาองค์ความรู้อย่างต่อเนื่องสําหรับบุคลากร ในทุกระดับมุ่งพัฒนาบุคลากรทั้งระดับปฐมภูมิและทุติยภูมิ ทั้งในสถานพยาบาลและชุมชน

ข้อเสนอแนะที่ ๓ ครับ สนับสนุนการวิจัยด้านเวชศาสตร์ผู้สูงอายุ และนํามา ปรับใช้ให้เข้ากับบริบทของประเทศไทย

ข้อเสนอแนะที่ ๔ มีความจําเป็นจะต้องบูรณาการองค์ความรู้ในทุกระดับ ตั้งแต่ระดับกระทรวงไปจนถึงท้องถิ่น นําไปสู่การบริหารจัดการที่มีคุณภาพ ลดการซ้ําซ้อน และมุ่งสู่จุดมุ่งหมายเดียวกันคือให้ผู้สูงอายุดูแลตนเอง

ข้อเสนอแนะที่ ๕ ตระหนักถึงการเตรียมตัวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างสมบูรณ์ ก็ต้องยอมรับความจริงครับ ด้านการแพทย์เราดีขึ้น สุขภาพเราดีขึ้น ครอบครัวปัจจุบันนิยม ที่จะไม่มีลูก นิยมไม่มีบุตรหรือมีก็น้อย ฉะนั้นแน่นอนครับสัดส่วนผู้สูงอายุเพิ่มขึ้นทุกวัน

ข้อเสนอแนะที่ ๖ สถานพยาบาลที่เกี่ยวเนื่องกับชุมชนในระดับปฐมภูมิ และทุติยภูมิ ต้องมีระบบบริการสุขภาพผู้สูงอายุเป็นการเฉพาะ ต้องดูด้านผู้สูงอายุเป็นการเฉพาะ ชัดเจนแล้วครับแยกโซน (Zone) ครับ ไม่ใช่ผู้สูงอายุไปเข้าคิวกับเขาอยู่

อีกข้อหนึ่งด้านสังคมครับ เปิดโอกาสให้ผู้สูงอายุได้ใช้ความรู้ความสามารถ ประสบการณ์ เพื่อสร้างประโยชน์ให้แก่สังคมให้ได้มากที่สุด ผมยกตัวอย่างที่ประเทศญี่ปุ่น ให้ฟังเมื่อสักครู่หนึ่งครับ ไปดูที่ประเทศจีน นิดเดียวครับแวะไปเมืองจีนบ้าง เมื่อสักครู่นี้ ผมพูดเมืองจีนไว้ด้วยครับ ผมไปดูงานตํารวจที่ประเทศจีน ปรากฏว่ามีชายสูงวัยคนหนึ่ง จะดูเป็นตํารวจก็ไม่ใช่ ดูเป็นชาวบ้านก็ไม่ใช่ ดูเป็นอาสาหรืออะไรก็ไม่รู้ ลูกครึ่ง ลูกเสือชาวบ้านก็ไม่ใช่ ไปโบกรถอยู่หน้าโรงเรียน พอผมไปถามตํารวจเขาบอกว่านั่นคือ อดีตตํารวจ เป็นตํารวจจราจรซึ่งตอนรับราชการก็จัดการจราจรอยู่หน้าโรงเรียนนี้ ตอนนี้ เกษียณอายุราชการแล้ว รัฐบาลจีนจ้างต่อให้ทํางานเช้าชั่วโมงครึ่ง เย็นชั่วโมงครึ่ง ก็คือ มาโบกรถเฉพาะหน้าโรงเรียน โบกเสร็จแล้วกลับบ้านเลย เพราะเขามีประสบการณ์มา ๔๐ ปี โบกอยู่หน้าโรงเรียนนี้ ไม่มีใครโบกได้สวยงามชดช้อยแล้วรถไม่ติดเหมือนเมื่อเช้าอย่างเขา ก็เลยไปโบกอยู่หน้าโรงเรียนต่อครับ ทํางานแค่วันละ ๓ ชั่วโมง รัฐบาลจ้างอีกนิดหน่อยครับ เพราะฉะนั้นเราต้องคิดเพื่อเตรียมความพร้อมเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุหรือผู้สูงวัยเราต้องยอมรับ ความจริงตรงนี้ เพราะฉะนั้นฝากกรรมาธิการด้วยครับ ดูเรื่องสุขภาพอย่างเดียวไม่พอครับ ต้องดูเรื่องสถานภาพทางสังคมด้วย เดี๋ยวเอกสารนี้ผมเตรียมไว้แล้ว ผมจะส่งให้ท่านประธาน ท่านอโณทัยด้วยความเคารพครับ ขอบคุณครับ

ท่านสมาชิกครับ เราได้รับฟังการอภิปรายที่เป็นประโยชน์มากจากสมาชิก โดยเฉพาะเกณฑ์วัดของผู้สูงอายุในอาชีพตํารวจก็คือกะละมัง บ้านท่านอํานวยน่าจะมี หลายใบนะเท่าที่ผมทราบ ส่วนท่านชูชัย ศุภวงศ์ กับท่านเฉลิมชัย ให้ข้อสังเกต เดี๋ยวกรรมาธิการ ลองพิจารณาดูเรื่องการขยับอายุผู้สูงอายุ เพราะว่าสังคมปัจจุบันพัฒนาด้านโภชนาการ แล้วก็ด้านสาธารณสุขดีมากนะครับ ก็ลองพิจารณา ถ้าตอบได้ก็เชิญ แต่ว่ามีท่านชูชัย ศุภวงศ์ เกณฑ์อายุ ผมยังไม่แก่นะครับ ผมยังไม่ถึงวัยรับเบี้ยยังชีพนะครับ ทางสมาชิกท่านใด จะอภิปรายเพิ่มเติมไหมครับ

(ไม่มีสมาชิกขออภิปราย)

ถ้าไม่มี ผมขอปิดอภิปรายนะครับ ต่อไปขอเชิญทางคณะกรรมาธิการได้ชี้แจง ตอบข้อซักถามของท่านสมาชิกนะครับ ขอเชิญท่านวิเชียร ชวลิต ประธานอนุกรรมาธิการ ขับเคลื่อนการปฏิรูประบบรองรับสังคมสูงวัยและผู้ด้อยโอกาส อดีตปลัดกระทรวงการพัฒนา สังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เชิญครับ