สุรินทร์ เสนอแผนดูแลผู้สูงอายุแบบบูรณาการ ย้ำร่วมมือชุมชน-รัฐ

สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ · ครั้งที่ ๓๑ · ๒๑ มิถุนายน ๒๕๕๙

สุรินทร์ จิรวิศิษฎ์ หารือประเด็นการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ โดยเน้นการส่งเสริมสุขภาพทั้งร่างกายและจิตใจ พร้อมเสนอให้จัดตั้งศูนย์ดูแลระหว่างวันเพื่อลดความเหงาและเพิ่มคุณค่าในสังคม รวมทั้งผลักดันการใช้ศักยภาพผู้สูงอายุอย่างเหมาะสมผ่านการสนับสนุนจากรัฐในด้านการทำงานและการมีส่วนร่วมอย่างเป็นระบบ พร้อมเรียกร้องความร่วมมือแบบบูรณาการระหว่างภาครัฐและชุมชน เพื่อให้เกิดการดูแลผู้สูงอายุและเด็กเล็กอย่างยั่งยืนโดยมีประชาชนมีส่วนร่วมเต็มที่

นายสุรินทร์ จิรวิศิษฎ์

กราบเรียนท่านประธาน สปท. ที่เคารพ และสมาชิก สปท. ที่รักทุกท่านครับ กระผม นายสุรินทร์ จิรวิศิษฎ์ สมาชิก สปท. หมายเลข ๑๗๓ ผมอ่านรายงานของกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านสังคมแล้วในเรื่องของ การขับเคลื่อนต้นแบบบูรณาการเพื่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุแล้วอ่านแล้วอย่างไร นี่นะครับ หลายรอบ รวมทั้งเมื่อสักครู่อ่านตามอีกรอบหนึ่ง ก็เรียกว่าเกือบจะไม่มีที่ติเลย ต้องถือว่าเป็นผลงานที่เยี่ยมและต้องได้รับการสนับสนุนนะครับ ทุกหน้าของท่านที่เขียนนะครับ นอกจากเป็นข้อเท็จจริง เป็นตัวเลขในปัจจุบันและคาดการณ์ ไปในอนาคตแล้ว ก็ยังเป็นเรื่องที่อธิบายเหตุที่มันเกิดขึ้นในปัจจุบันอีกนะครับ อย่างไรก็ตาม ผมกราบเรียนว่าเราหนีไม่พ้น ซึ่งต่างจากเรื่องเมื่อเช้านี้คนพิการที่ผมอยากให้มีการลด การพิการลง แต่เรื่องของผู้สูงอายุลดไม่ได้ เพราะทุกคนก็จะเดินทางไปสู่สูงอายุ เดี๋ยวนี้ หลายคนก็เดินทางไปอยู่ร้อยเอ็ด อายุ ๑๐๑ ปีถึงตาย การแพทย์ดี โภชนาการดี ประเทศชาติ ดูแลเอาใจใส่คุณภาพชีวิต ตั้งแต่เจ็บป่วย โรงพยาบาลบริการดี ทําไมละครับ เขาต้องอายุยืน แน่นอนใช่ไหมครับ ทีนี้คําถามว่าเมื่อเขาอายุยืนแล้วเราจะใช้ผู้สูงอายุอย่างไรให้เป็น ประโยชน์ต่อตัวเขาเองและประเทศชาติ ตัวเขาก็คือว่าเขาต้องไม่เจ็บป่วย เพราะผู้สูงอายุ จะมี ๒ โรคตามมาคือโรคภัยไข้เจ็บ เกิด แก่ เจ็บ ตาย เป็นอนิจจังที่พระพุทธเจ้าท่านตรัสไว้ ๒๖๐๐ ปีแล้ว หนีไม่พ้น รวมทั้งผมด้วย อายุ ๗๐ ปีแล้วก็หนีไม่พ้นนะครับ จะทําอย่างไร ให้เขาป่วยน้อยลง ดูแลสุขภาพชีวิตตัวเองนะครับ ไม่ใช่ว่าให้คนอื่นดู กินอยู่หลับนอน ให้มีวินัย เรื่องที่ ๒ ผู้สูงอายุจะเจ็บป่วยอีกโรคหนึ่งก็คือ โรคนี้ลําบากครับ โรคทางจิต คือขาดความอบอุ่น ทีนี้พอขาดความอบอุ่นแล้วสังคมไทยก็เป็นสังคมที่เดี๋ยวนี้ไม่ใช่ขยายแล้ว คือแต่งงานแล้วแยก ถ้าในชนบท ยังไม่แต่งงานก็ออกมาทํางานในเมืองใหญ่ ก็ทิ้งไว้ให้ ผู้สูงอายุอยู่กับเด็ก ผมจึงมองเห็นว่าในอนาคตนี้ถ้ากระทรวง พม. ทําศูนย์เด็กเล็ก ศูนย์เด็กเล็ก นะครับ ไม่ใช่เนอร์สเซอรี (Nursery) นะครับ เนอร์สเซอรี (Nursery) ผู้สูงอายุไม่ควรจะดู อันตรายนะครับ อันตรายทั้งผู้สูงอายุและเด็กทารก ให้อยู่ใกล้ ๆ กัน แล้วให้ผู้สูงอายุ มีความรู้สึกว่าได้ดูแลบุตรหลาน แม้จะไม่ใช่ของตัวเองนะครับ แต่บุตรหลานในชนบท ในหมู่บ้าน คิดว่าจะทําให้เขามีคุณค่าชีวิตมากขึ้น เรื่องต่อไปที่ผมอยากจะเรียนท่านก็คือว่า ถ้าในกรุงเทพมหานครท่านควรจะมีเดย์เซนเตอร์ (Day Center) ที่ท่านเรียก ผมเรียกของผม ว่าเดย์แคร์ (Day Care) ข้างกระทรวงแรงงานท่านไปดูเลยครับ ที่สนามไทย-ญี่ปุ่นนะครับ ข้างกระทรวงแรงงานมีศูนย์รางวัลสําหรับผู้สูงอายุ เช้าผมเห็นลูกเต้ามาส่ง ขับรถอย่างดี บางคนก็มารถเมล์ บางคนก็มารถแท็กซี่ มาแล้วก็มีกิจกรรมทั้งวัน มีผู้ดูแล แล้วเย็น ท่านก็กลับไป ท่านก็สดชื่น อายุยืน อาจจะมากกว่า ๑๐๑ ปีในอนาคตนะครับ แต่ได้กุศล อันนี้เป็นเรื่องเมตตาค้ําจุนโลก ผมจึงอยากจะสนับสนุนอย่างยิ่งเลยแล้วก็เห็นว่าจะเป็น ประโยชน์

ประเด็นต่อไปผมอยากกราบเรียนว่าผู้สูงอายุที่เกิน ๖๐ ปีแล้วไม่ได้หมายถึงว่า เขาช่วยตัวเองไม่ได้ บางคนยังทํางานได้ ถ้าท่านไปในประเทศญี่ปุ่นนะครับ ตามสถานีรถไฟ จะเห็นคนเก็บขยะที่ไม่ใช่สาวแล้วเดี๋ยวนี้ ไปดูครับ เขาให้ทํางานตามสมควรแก่วัย ขยันขันแข็ง เขาก็ไม่ได้หวังจะได้ค่าแรงอะไรมาก ส่วนใหญ่ผู้สูงอายุในต่างประเทศหลายประเทศเขาก็มี บํานาญแล้ว แต่ประเทศไทยยังยากอยู่ ยังอาจจะต้องพึ่งอาศัย ๙๐๐ บาท ๘๐๐ บาท ๗๐๐ บาทของกระทรวง พม. อยู่นะครับ แต่อันนั้นผมว่าก็เป็นเรื่องที่รัฐบาลทําอยู่นะครับ แล้วในอนาคตผมเชื่อว่ารัฐบาลนี้โดยท่าน พลเอก ประยุทธ์ ใช้ความสําคัญเรื่องนี้ทําแผน ๒๐ ปีสําหรับคนที่อยู่วัย ๔๐ ปี ๔๐ ปีวันนี้จะ ๖๐ ปีอีก ๒๐ ปีจะต้องไปทําอะไร ก็เป็นเรื่อง ของสภาพัฒน์ รวมทั้งกระทรวง พม. จะต้องดูว่าทุกเจเนอเรชัน (Generation) ทุกปีจะมีผู้สูงอายุมากขึ้น ทุกปี ๆ ผู้สูงอายุในปีหน้านี้ ๖๐ ปีแล้วท่านจะให้เขาทําอะไร ข้าราชการที่เกษียณแล้วยังมีไฟ จะให้เขาช่วยทําอะไร แต่ไม่ใช่ผู้สูงอายุที่เป็นข้าราชการนี่นะครับ จู้จี้จุกจิกนะครับ อยากจะ ไปช่วยเขาเหมือนฉันยังเป็นอธิบดีอยู่ก็มี เขาไปสั่งโน่น สั่งนี่ แทนอธิบดีไปเลยอย่างนี้ก็มี ซึ่งก็ต้องบอกกับผู้สูงอายุว่า เมื่อท่านสูงอายุแล้ว พ้นเกษียณแล้ว ท่านมาเป็นที่ปรึกษาตามที่ สมควรแก่เหตุ ไม่ใช่มาเป็นตัวอธิบดีหรือปลัดกระทรวงเองนะครับ อันนี้ผมคิดว่าเป็น การวางแผนได้ และน่าจะวางแผนเพื่อใช้ทรัพยากรที่ยังใช้ได้อยู่เหมือนรถยี่ห้อดีหรือไม่ดี ก็ตามใจ ถ้าท่านดูแลเขานะครับ ดูแลรถทุกปี เปลี่ยนถ่ายน้ํามันเครื่องให้ดี ถึง ๑๐ ปีแล้ว ท่านก็ยังใช้ได้อยู่ ฉันใด มนุษย์ โดยเฉพาะคนไทยนี่นะครับถ้าดูแลเหมือนกับผมบอกว่าดูแล ไม่ให้พิการ ดูแลให้เขามีคุณภาพชีวิตดีตามอายุไปเรื่อย ๆ อายุ ๒๐ ปี ๓๐ ปี ๔๐ ปี ๕๐ ปี พอ ๖๐ ปีก็ยังแข็งแรง สติปัญญายังดี แล้วผมก็เชื่อว่าใน สปท. นี้มีบุคคลที่อายุเกิน ๖๐ ปี อยู่มากพอสมควรก็ยังเห็นทํางานได้กระฉับกระเฉงนะครับ

ผมจึงกราบเรียนว่าผมสนับสนุนและอยากเห็นการทําบูรณาการร่วมระหว่าง กระทรวง พม. กับกระทรวงสาธารณสุข และ อบต. ต้องทําร่วมกัน ถ้าท่านให้กระทรวง พม. รับผิดชอบด้วยกัน พอถึง อบต. เขาบอกเดี๋ยวอะไรขาดไปบอก พม. แล้วกัน แต่ถ้าเมื่อไร ชาวบ้านบอกว่าศูนย์นี้ที่ท่านจะตั้งขึ้นนะครับ ศพอส. อะไรของท่านนี่เป็นของฉัน เด็กเล็ก บอกศูนย์นี้ที่คุณปู่คุณย่าไปทุกเช้าเป็นของหนู หนูต้องเอาต้นไม้มาปลูก หนูช่วยรดน้ําต้นไม้ ร้อยแปดจิปาถะ ถ้าอย่างนี้ผมคิดว่ามันมีอนาคตสดใส เหมือนกับครั้งหนึ่งผมเป็นกรรมการ สปสช. สสส. ผมก็เป็นด้วย โรงพยาบาลที่จังหวัดเพชรบูรณ์ สาธารณสุขจังหวัดร่วมกับ ชาวบ้าน บอกนี่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพเป็นของฉัน ทุกคนไปช่วยกันใหญ่เลย ขาดเครื่องมือเครื่องไม้ นิด ๆ หน่อย ๆ เขาหาให้เลยครับ ต้นไม้ไม่ต้องหาคนมาปลูกเลยครับ ไม่ต้องไปเอาต์ซอร์ซ (Outsource) จ้างคนมาดูแล เขาดูแลหมดเลยเพราะเขาบอกนี่เป็น โรงพยาบาลของฉัน การเจ็บป่วยก็น้อยลง เพราะอะไรรู้ไหมครับ เพราะเขาอยู่ใกล้หมอ ไม่เป็นปัญหา ไม่ป่วย แล้วเขาไม่ป่วยจริง ๆ ท่านไปดูได้แต่เดี๋ยวนี้ยังดีเหมือนเดิมไหม อันนี้ ผมไม่รู้ อันนี้ผมพูดเรื่องนี้เมื่อ ๙ ปี ๑๐ ปีที่แล้วก่อนผมเกษียณ จึงอยากเห็นว่าถ้าศูนย์นี้ ได้ร่วมมือกับ อบต. เทศบาล เมืองพัทยา กทม. ทําร่วมกัน อย่าไปคิดว่างานใคร งานคนโน้น งานคนนี้ ก็เกี่ยงงอนกัน อย่างไรเธอก็ต้องแก่ เรามาร่วมช่วยดูแลผู้สูงอายุร่วมกันนะครับ อย่างนี้ผมคิดว่าจะได้บุญร่วมกัน การทําบุญร่วมกันหลาย ๆ คน หลาย ๆ หน่วยนี้ ผมคิดว่า เป็นบุญใหญ่นะครับ แล้วก็มีคําพังเพยไว้ว่า ถ้าท่านสร้างโบสถ์คนเดียวนอกจากไม่สําเร็จแล้ว สําเร็จยากแล้ว ท่านไม่ได้บุญมาก แต่ถ้ามีคนร่วมด้วยช่วยกันเยอะ ๆ นะครับ สร้างโบสถ์ โบสถ์นั้นจะทําให้ท่านไปสวรรค์ที่แท้จริง เช่นเดียวกับท่านมาสร้างศูนย์สําหรับผู้สูงอายุ บวกด้วยศูนย์ดูแลเด็กเล็กไปพร้อมกัน ก็จะขอบคุณครับ ขอบคุณมากครับท่าน