เฉลิมชัย เครืองาม หารือประเด็นความจำเป็นในการรองรับสังคมผู้สูงวัยอย่างยั่งยืน โดยเสนอให้จัดตั้งศูนย์ดูแลและกิจกรรมสำหรับผู้สูงอายุ พร้อมเรียกร้องให้ภาครัฐและเอกชนร่วมสนับสนุนอย่างต่อเนื่องทั้งด้านงบประมาณ บริการสุขภาพ และการลดหย่อนภาษีเพื่อส่งเสริมความยั่งยืน รวมถึงเสนอให้ทบทวนการขยายอายุเกษียณราชการเพื่อลดภาระบำเหน็จและพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงวัยให้คงคุณค่าต่อสังคม
ขอบคุณท่านประธานครับ เฉลิมชัย เครืองาม หมายเลข ๓๑ ก็ไม่ได้คิดจะอภิปรายนะครับ แต่ว่าเพื่อให้ภาพมันดูดี ไม่ให้มีปัญหา ว่าสิ่งที่ทางกรรมาธิการท่านได้กรุณาอุตส่าห์พากเพียรไปศึกษามานั้น ไม่มีสมาชิกท่านใด อภิปราย ผมพยายามที่จะหาข้อมูลเร็ว ๆ ก็ต้องขอบคุณทางกรรมาธิการ วันนี้ทางกรรมาธิการ ได้ช่วยกรุณาเติมเต็มสิ่งที่สังคมให้ความสนใจ และเห็นว่าเป็นเรื่องสําคัญ จริง ๆ แล้วเป็น เรื่องระดับชาติก็ว่าได้ เพราะว่าสังคมผู้สูงวัยนั้นเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้แล้วในประเทศไทย เราได้เข้าสู่จุดนั้นไปเรียบร้อยแล้วอย่างสมบูรณ์ และนับวันอีก ๕ ปีข้างหน้า อีก ๑๐ ปี ข้างหน้า อีก ๒๐ ปีข้างหน้า ประเทศไทยจะเข้าสู่สังคมผู้สูงวัยหนักขึ้นและหนักขึ้นเรื่อย ๆ สหประชาชาติก็ให้ความสนใจและให้ความสําคัญกับเรื่องนี้ ในส่วนของประเทศไทยนั้น มีหลายภาคส่วน ส่วนราชการและส่วนเอกชนก็พยายามหาวิธีการ หามาตรการต่าง ๆ ที่จะ ตั้งรองรับสิ่งที่จะเกิดขึ้นกับประเทศไทย ๑๐ ปีที่ผ่านมาเราได้มีการประชุมหลายรูปแบบ จัดโดยภาคเอกชนบ้าง จัดโดยภาคราชการบ้าง เพื่อที่จะรองรับสังคมผู้สูงวัย บอกว่าอีก ๕ ปี อีก ๑๐ ปีข้างหน้า เดินมา ๕ คน อย่างน้อย ๑ คน หรือ ๒ คน จะเป็นผู้สูงวัย เพราะฉะนั้น ประเทศไทยเราตระหนักในเรื่องนี้ดี งบประมาณต่าง ๆ หลายส่วนที่ทางราชการพยายาม จัดสรรลงนั้นก็จะจัดสรรลงในส่วนของรองรับมาตรการ รองรับสังคมผู้สูงวัย และสิ่งที่ทาง กรรมาธิการท่านได้กรุณาศึกษามานั้นเป็นจริงอย่างที่ท่านได้กล่าวเอาไว้ คือเป็นลักษณะเหมือนเป็นเบี้ยหัวแตกที่กระจัดกระจายอยู่ตามส่วนราชการต่าง ๆ ที่บอกว่า มีหรือมีกิจกรรมต่าง ๆ ทําขึ้นเพื่อรองรับสังคมผู้สูงวัย ผมเคยได้ยินข้อมูลคร่าว ๆ ว่าในอดีต สังคมสูงวัยต้องพึ่งพิงหรือพึ่งพาบุคคลภายนอก ไม่ว่าจะเป็นเบี้ยหวัด บําเหน็จ บํานาญ ไม่ว่าจะเป็นเงินจากครอบครัวลูกหลานที่จุนเจือช่วยเหลือกัน หรือบางส่วนผู้สูงวัยนั่นละครับ ที่ท่านพยายามที่จะไปจัดหามาเองเพื่อจะช่วยเหลือชีวิตตัวเอง เดิมทีบอกว่า ๔ ต่อ ๑ คือ ๑ คนต้องมีผู้ช่วยเหลือ ๔ คน แต่ด้วยความพยายามที่จะดิ้นรนช่วยเหลือตัวเองมีงานทําบ้าง หางานอดิเรกทําบ้าง หาวิธีการที่จะมีรายได้มาช่วยเหลือตัวเอง ทราบว่าตอนนี้อัตราการพึ่งพิง อยู่ที่ประมาณ ๓ หรือ ๒ ต่อ ๑ คือผู้สูงวัย ๑ คนจะมีผู้ช่วยเหลือ ๒ คน หรือ ๓ คน แต่อย่างไรก็แล้วแต่สิ่งที่ทางกรรมาธิการท่านได้ไปศึกษามาผมเห็นว่าเป็นประโยชน์อย่างยิ่ง เป็นสิ่งที่สังคมควรจะเหลียวมองว่าสิ่งที่ผู้สูงวัยท่านได้ทําประโยชน์ ทําบุญคุณให้กับประเทศ มาเป็นเวลานานนั้นเมื่อเข้าสู่วัยที่ชราภาพแล้ว ท่านจะต้องอาศัยการพึ่งพิง แต่สิ่งที่ท่าน ต้องการผมคิดว่านอกเหนือจากเงินทองแล้วคือสิ่งที่เรียกว่าประโยชน์ ท่านมองว่าสิ่งใดที่จะ มีประโยชน์ต่อสังคม มีประโยชน์ต่อครอบครัว หรือมีประโยชน์ต่อลูกหลาน ต่อตนเองแล้ว สิ่งนั้นเป็นสิ่งที่ราชการและเอกชนพึงที่จะเข้าไปให้การช่วยเหลือ ดังนั้นศูนย์นี้จะชื่อยาว ๆ ที่ท่านกรรมาธิการคิดขึ้นมานี้ครับจริง ๆ ก็มีมานานแล้ว แต่ผมต้องขอเรียนว่าผมเคย ซัปพอร์ต (Support) เงินบางส่วนเพื่อที่จะช่วยเหลืออุ้มชูศูนย์บางศูนย์ที่ท่านกล่าวถึงนี้ ให้สามารถดําเนินการได้อย่างเป็นรูปธรรมและอย่างยั่งยืน ผมเน้นคําว่ายั่งยืนก็เพราะว่า เมื่อไรก็แล้วแต่ที่ทรัพยากรโดยเฉพาะอย่างยิ่งเงินทองนั้นร่อยหรอลงไปศูนย์นี้ก็จะไม่ได้รับ การเหลียวแล จะมีสภาพสกปรกบ้าง สภาพไม่สะอาดสะอ้าน สภาพที่อาจจะไม่ถูกต่อ สุขลักษณะอนามัย สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้เป็นสิ่งที่ภาคราชการพึงที่จะเข้าไปช่วยดูแล เพราะฉะนั้น การจัดกิจกรรมต่าง ๆ นั้นทางราชการโดยกระทรวง ทบวง กรมต่าง ๆ ท่านสามารถที่จะให้ เข้าไปช่วยเหลือได้ ไม่ว่ากระทรวงสาธารณสุขจะสามารถจัดบุคลากร แพทย์ พยาบาลเข้าไป ช่วยตรวจเช็ก (Check) สุขภาพร่างกาย ตรวจวัดความดัน ชั่งน้ําหนัก ตรวจมวลกาย สอนวิธีการออกกําลังกาย สอนวิธีการดูแลรักษาสุขภาพ หรือแม้กระทั่งแพทย์ถ้าหากว่า จะสามารถหาแพทย์อาสาสมัครเหมือนที่ทาง จส. ๑๐๐ เรามีอาสาสมัครแพทย์ตอบปัญหา คําถามทางวิทยุ สามารถที่จะให้แพทย์เข้าไป มีวันหยุด วันว่าง ท่านทําตนให้เป็นประโยชน์ สามารถที่จะเข้าไปช่วยเหลือดูแลสุขภาพร่างกาย เพราะอย่าลืมว่าผู้ป่วยเมื่อเวลาไปโรงพยาบาล ผมบอกเลยว่าขนาดคนหนุ่มคนสาวนั้นการที่จะต้องไปต่อคิว ไปรอคิว ก็ต้องไปตั้งแต่ตีสี่ ตีห้า ถึงแม้จะมีฟาสต์แทร็ก (Fast Track) ของผู้สูงวัยนะครับ แต่ว่าก็ยังไม่ได้รับความสะดวก เพราะฉะนั้นถ้าหากว่าสามารถจัดบุคลากรแพทย์ไปตรวจสุขภาพร่างกาย หรือแม้กระทั่ง เจ็บป่วยแทนที่จะไปรับยาที่โรงพยาบาล ถ้ามีกฎกติกาที่ทางกระทรวงสาธารณสุขอนุญาต สามารถที่จะไปตรวจร่างกาย ท่านเคยไปรับยาเดิมไปอยู่ทุกเดือน ทุก ๓๐ วัน ต้องเสียเวลา ๑ วันเพื่อไปโรงพยาบาลไปรอแพทย์ รอทําบัตรก่อน รอรับบัตร รอตรวจ พบแพทย์แล้วรอ รับยาอีก ๑ วันเต็ม ๆ ที่ต้องหายไปที่โรงพยาบาล เพราะฉะนั้นถ้ามีแพทย์อาสาสมัครส่วนนี้ เข้าไปช่วยดูแลก็จะเป็นประโยชน์อย่างยิ่ง
ประการถัดมา ส่วนราชการที่สามารถที่จะเข้าไปช่วยเหลือดูแลได้อีก หรือแม้กระทั่งภาคเอกชน ตอนนี้ไอซีที (ICT) หรือระบบคอมพิวเตอร์ต่าง ๆ เป็นที่น่าสนใจ ของผู้สูงวัย ผมก็เป็นห่วงครับว่าผู้สูงวัยถ้าเกิดวัน ๆ ท่านนั่งเล่นแต่โทรศัพท์มือถือ เล่นไลน์ (Line) เล่นเฟซบุ๊ก (Facebook) เล่นอะไรพวกนี้ จริง ๆ แล้วเป็นการทําลายสุขภาพนะครับ ผู้สูงวัยนี่ไม่เหมาะ รวมทั้งการใช้สายตาอะไรต่าง ๆ เหล่านี้ด้วย ควรจะต้องมีผู้ไปแนะนําและ มีการสอนว่าควรจะต้องใช้ให้เป็นประโยชน์อย่างไร ใช้เพื่อสื่ออะไรบ้าง มีความหมายในการ ดูแลสุขภาพบ้าง เพราะฉะนั้นอันนี้ก็จะเป็นประโยชน์ งานต่าง ๆ งานสันทนาการ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์สามารถที่จะ เข้าไปช่วยดูแลจัดบุคลากร ผมเห็นตามห้างสรรพสินค้าบางแห่งตอนนี้ ตามศูนย์อาหาร ท่านจะเห็นนะครับ เขาจะจัดมุมไว้มุมหนึ่งเลย มุมอะไรทราบไหมครับ มุมนักดนตรีครับ มีเปียโนตัวหนึ่ง อิเล็กโทนตัวหนึ่ง มีคนที่ไปเล่นอิเล็กโทนแล้วเขาก็มีผู้สูงวัย ๓๐ คน ๔๐ คน ๕๐ คน รอคิวกันร้องเพลงครับ เขามีความสุขมาก ผมเห็นสีหน้าเขาแล้ว วันก่อนผมไป ผมไปถามว่าท่านตอนนี้อยู่บ้านทําอะไร เขาบอกไม่มีอะไรทํา ชอบที่จะมาร้องเพลง ผมก็ถามว่า ต้องเสียเงินต้องเสียค่าใช้จ่ายอะไรไหม บอกว่าทางห้างเขาให้การสนับสนุน ผมกล่าวชื่อ ไว้ในนี้เลยห้างบิ๊กซี ผมขอบคุณท่านเลย บิ๊กซีที่ลาดพร้าวครับ เกือบจะทั้งฟลอร์ (Floor) เลย มีศูนย์อาหารแล้วก็มีคนอายุ ๖๐ ปี ๗๐ ปี ไปร้องเพลงเดี่ยวบ้าง ร้องเพลงคู่บ้าง ร้องเพลงสุเทพ ร้องเพลงชรินทร์ เขามีความสุขมาก ถ้าหากว่าทางศูนย์หรืออะไรของท่าน ท่านได้จัดให้มี กิจกรรมแบบนี้ผมว่าจะเป็นประโยชน์อย่างยิ่ง มีคนไปสอน มีคนไปร้องเพลง ขณะเดียวกัน ภาคเอกชนที่ให้การสนับสนุนศูนย์ต่าง ๆ เหล่านี้ ผมเสนอเลยเพื่อจะให้กิจกรรมนี้มีความ ยั่งยืน คือเงินค่าใช้จ่ายที่เข้าไปซัปพอร์ต (Support) ควรจะต้องมีค่าอาหารด้วย ค่าสันทนาการ ค่านันทนาการ ค่ากิจกรรมอะไรต่าง ๆ ล้วนมีค่าใช้จ่ายทั้งสิ้น ภาคเอกชนที่ให้การสนับสนุน เงินทองเพื่อเข้าไปช่วยเหลือศูนย์นี้ ควรจะนําเงินนี้ไปหักภาษีได้ หัก ๑.๕ เท่า หัก ๒ เท่า หัก ๓ เท่า หักเท่าไรให้หักไปเลยครับ เพราะสิ่งนี้เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นกับประเทศไทยแน่นอน ในอนาคต งานศึกษาชิ้นนี้คงไม่มีใครถามหรอกครับ ทางกรรมาธิการให้ตอบว่านอกจากจะ ทําศึกษาเรื่องศูนย์แล้ว ให้ท่านควรจะต้องไปศึกษามาว่าเราควรจะหยุดไม่ให้มีผู้สูงอายุอย่างไร อย่างไรเราหยุดไม่ได้ ผู้สูงอายุอย่างไร ๆ ก็ต้องมีแน่ ๆ แต่ว่าเราจะทําอย่างไรให้ผู้สูงอายุนั้น สามารถใช้ชีวิตตนให้เป็นประโยชน์ต่อสังคม ต่อประเทศชาติและต่อตนเองได้ ผู้สูงอายุนั้น มีความเหงา เขาอยู่บ้านสุขภาพจิตเสีย สิ่งที่จะทําคืออะไรครับ ถ้าหากว่ามีเรี่ยวมีแรง พอมีเงินได้ ซื้อเหล้า สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ต้องหาวิธีการ เพราะฉะนั้นการจัดศูนย์ต่าง ๆ ให้ผู้สูงอายุเข้าไปรวมกัน พูดคุยกัน อันนี้ไม่ได้พูดถึงเกิน ๕ คน คุยการเมืองนะครับ ผมว่า อาจจะคุยเรื่องชีวิต สุขภาพ คุยเรื่องต้นไม้ คุยเรื่องท่องเที่ยว คุยเรื่องอะไรก็แล้วแต่จิปาถะ แล้วมีกิจกรรมนันทนาการ สันทนาการร่วมกัน เผลอ ๆ มีเต้นรํา มีร้องเพลง มีคาราโอเกะ (Karaoke) แล้วก็มีสอนวิธีการปลูกต้นไม้ วิธีการผลิตพืชผลอะไรต่าง ๆ ช่วยเหลือกัน ผมว่า อันนี้จะเป็นประโยชน์อย่างยิ่ง แล้วก็ไม่เป็นภาระต่อลูกหลาน ลูกหลานไปทํางาน ในเด็กเรามี เนอร์สเซอรี (Nursery) เอาเด็กไปฝากไว้ที่ศูนย์เนอร์สเซอรี (Nursery) ผู้สูงอายุก็มีศูนย์นี้ ที่จะเป็นประโยชน์ อย่าว่าแต่ ๑ หมู่บ้านมี ๑ ศูนย์เลยครับ ๑ หมู่บ้าน ๑ ตําบล จะมีมา กี่ศูนย์มีเข้าไปขอให้มีเงินทองไปซัปพอร์ต (Support) ซัปพอร์ต (Support) จากภาคเอกชน นั้นเลยครับที่สําคัญ เพราะฉะนั้นให้เขาหักภาษีได้ แรงบันดาลใจที่จะเข้าไปสนับสนุนให้ ศูนย์นี้มีความยั่งยืน แล้วก็เติบโตก้าวหน้าก็จะเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติต่อไป สังคม สูงวัยเป็นสังคมที่น่าห่วงใยในอนาคต
จริง ๆ แล้วมีอีกบางเรื่องที่ผมอยากจะฝาก ผมฝากเอาไว้ก็แล้วกัน ไม่ได้อยู่ ในการศึกษาของท่าน แต่คิดว่าเป็นประโยชน์คือเรื่องของการเกษียณอายุราชการ อันนี้เป็น เรื่องใหญ่ว่าหาวิธีการอย่างไรแทนที่จะเป็นภาระต่อระบบราชการในการเสียบําเหน็จ บํานาญ คือการขยายอายุ การเกษียณอายุราชการต่อไป ถ้าท่านมีเวลาท่านช่วยศึกษาเรื่องนี้ เรื่องนี้ เป็นเรื่องใหญ่ ผมเข้าใจว่ารัฐบาลก็อยากจะให้ สปท. ไปศึกษาด้วยเพื่อเสนอรายงานเขา ขอบพระคุณมากครับ