วลัยรัตน์ ศรีอรุณ ดำเนินการประชุมต่อและเชิญ พลตำรวจโท อำนวย นิ่มมะโน ชี้แจงประกอบด้วยภาพสื่อ โดย พลตำรวจโท อำนวย ได้กล่าวถึงบทบาทของทนายความในคดีอาญาตั้งแต่ชั้นจับกุม พร้อมอธิบายสิทธิของผู้ต้องหาตามกฎหมาย โดยเฉพาะสิทธิในการให้การหรือไม่ให้การ และสิทธิในการพบทนายความ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 83 ก่อนที่ วลัยรัตน์ ศรีอรุณ จะอภิปรายเน้นย้ำความสำคัญของทนายความในการคุ้มครองสิทธิของผู้ต้องหาในทุกขั้นตอนตั้งแต่ต้นกระบวนการยุติธรรม พร้อมเสนอให้มีการจัดตั้งทนายความประจำตามสถานีตำรวจเพื่อให้ความช่วยเหลืออย่างเป็นระบบ มีประสิทธิภาพ และส่งเสริมความโปร่งใส คุณธรรม และจรรยาบรรณในวงการทนายความและกระบวนการยุติธรรมตั้งแต่ต้นทาง
ขอบคุณค่ะ ต่อจากท่านอํานวย มีท่านสมาชิกเสนอชื่ออภิปรายมาอีก ๒ ท่าน คือท่านต่อพงษ์และท่านกษิต เชิญท่าน พลตํารวจโท อํานวย นิ่มมะโน อดีตผู้บัญชาการ ตํารวจภูธรภาค ๑ เรียนเชิญค่ะ ท่านมีเพาเวอร์พอยต์ (PowerPoint) ขอให้กรุณารักษาเวลา ด้วยนะคะ
พลตํารวจโท อํานวย นิ่มมะโน : กราบขอบคุณท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม พลตํารวจโท อํานวย นิ่มมะโน สมาชิกลําดับที่ ๑๙๗ ขออนุญาตที่เปลี่ยนโทนเสียง ไม่ได้แปลว่าผมอภิปรายกรรมาธิการที่ผมเป็นกรรมาธิการอยู่ แต่บังเอิญหวัดลงคอเลยต้อง เปลี่ยนโทนเสียง ทุกครั้งที่ผมได้รับเชิญไปบรรยายที่สภาทนายความในหลักสูตรอบรมเพื่อ ตีตั๋วทนายความหรือใบอนุญาตว่าความในทุกรุ่น ผมจะพูดอยู่เสมอว่าทนายความคือต้นทาง แห่งความยุติธรรมด้วย ไม่ใช่ตํารวจเท่านั้นนะครับ แล้วผมยกตัวอย่างให้เห็นว่าสัมผัสแรก ของคดีอาญา ทนายความก็มายืนอยู่ตรงกลางแล้ว ทันทีที่ตํารวจจับกุมเป็นสิทธิของผู้ถูกจับ ที่จะเรียกให้ทนายความมาปรากฏตัวในสถานที่ที่จับด้วย แปลว่าเดินคู่กันไป ๓ คนครับ คือตํารวจคนจับ ผู้ต้องหา และทนายความ ขอเพาเวอร์พอยต์ (PowerPoint) แรกเลยครับ
(เจ้าหน้าที่ได้ดําเนินการเปิดพรีเซนเทชัน (Presentation))
พลตํารวจโท อํานวย นิ่มมะโน : ทนายความจะเกี่ยวข้องตั้งแต่ชั้นจับกุม ขอเพาเวอร์พอยต์ (PowerPoint) ครับ ต่อไปถึงชั้นควบคุมเมื่อมาถึงโรงพัก ต่อไปในชั้น สอบสวน ชั้นปล่อยชั่วคราว แล้วก็ชั้นศาล ขออนุญาตอธิบายความในแต่ละชั้นครับ ชั้นจับกุม ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๘๓ เมื่อมีการจับกุมเกิดสิทธิทันทีครับ สิทธิของผู้ต้องหาที่ได้รับสิทธิ ๓ ข้อ
สิทธิข้อ ๑ คือจะให้การหรือไม่ให้การก็ได้ ถ้าจะให้การ คําให้การนั้นใช้เป็น พยานหลักฐานยืนยันในชั้นศาลได้
สิทธิข้อ ๒ พบทนายความ
สิทธิข้อ ๓ แจ้งให้ญาติทราบถึงการถูกจับ แปลว่าทนายความต้องมาเดินคู่ ตั้งแต่ถูกจับแล้ว จับแล้วไปไหนต่อ พากันไปสถานีตํารวจครับ ไปทานข้าวกลางวันหรือครับ ไม่ใช่ครับ ไปควบคุมตัวเพื่อรอการสอบสวน เมื่อเข้าห้องขังทันทีที่จะเดินผ่านธรณีประตู ห้องควบคุมเกิดสิทธิตาม วิ.อาญา มาตรา ๗/๑ ครับ ๔ ข้อด้วยกัน มีสิทธิที่ได้รับการเยี่ยม ตามสมควร มีสิทธิได้รับการรักษาพยาบาลเมื่อเจ็บป่วย มีสิทธิที่จะพบและปรึกษาทนายความ เป็นการเฉพาะตัว มีสิทธิที่จะให้ทนายความหรือผู้ซึ่งตนไว้วางใจเข้าร่วมฟังการสอบปากคํา ตนได้ ซึ่งจะเกิดขึ้นในอนาคตครับ ออกจากห้องขังไปเพื่อสอบปากคําครับ สิทธิพบ ทนายความเป็นการเฉพาะตัวครับ เกิดสิทธิอีกแล้วครับในชั้นควบคุมรอการสอบสวน ต่อมาร้อยเวรมาเข้าเวรแล้ว ร้อยเวรมาทํางานแล้ว ไขประตูห้องขังออกมาสอบปากคํา เกิดสิทธิชั้นสอบสวนครับ วิ.อาญา มาตรา ๑๓๔/๑ ครับ วิ.อาญา มาตรา ๑๓๔/๑ ก็คือสิทธิที่จะให้ทนายความหรือผู้ซึ่งตนไว้วางใจเข้าร่วมฟัง การสอบปากคําตนได้ ทนายความมานั่งแทรกอยู่ตรงกลางครับ ในเอกสารแผนการปฏิรูป ในเรื่องของการปฏิรูปทนายความอาสา ทนายความขอแรง และที่ปรึกษากฎหมายของเด็ก และเยาวชนนี้ไปเริ่มเอาตอน วิ.อาญา มาตรา ๑๓๔/๑ ครับ ไปเริ่มในชั้นสอบสวนครับ ขาดไป ๒ ชั้นครับ ที่ผมมาอภิปรายไม่ได้แปลว่าผมไม่ได้เข้าร่วมประชุมกับกรรมาธิการชุดนี้ นะครับ ผมเป็นกรรมาธิการอยู่ด้วย แต่บังเอิญว่าไปใส่ใจกับเรื่องปฏิรูปกิจการตํารวจมากไป ก็เลยต้องมาเติมตรงนี้ครับ ท่านต้องไปถอยหลังให้ครบ ถอยหลังในชั้นจับกุม ถอยหลัง ในชั้นควบคุมก่อนที่จะมาถึงชั้นสอบสวนครับ ในชั้นสอบสวนเสร็จแล้วทะลุไปชั้นศาลครับ ขออภัยครับ พอสอบปากคําเสร็จอํานาจในการควบคุมของพนักงานสอบสวนจะสะดุด หยุดลง เพราะการควบคุมไว้ที่สถานีเพื่อสอบสวน เมื่อสอบเสร็จแล้วหมดความจําเป็น ต้องควบคุม ผู้ต้องหาจะเกิดสิทธิตาม วิ.อาญา มาตรา ๑๐๘/๑ ก็คือการปล่อยชั่วคราว ในเรื่องของการปล่อยชั่วคราว วิ.อาญา มาตรา ๑๐๘/๑ บัญญัติว่า คําสั่งปล่อยชั่วคราว จะต้องแสดงเหตุผลและต้องแจ้งแก่ผู้ยื่นคําร้องให้ทราบว่าถึงเหตุผลนั้น ๆ โดยเร็ว ถ้าไม่ปล่อยชั่วคราวนะ ถ้าไม่ปล่อยชั่วคราวต้องแสดงเหตุผลและต้องแจ้งเหตุผลแก่ผู้ยื่น คําร้อง ทนายความจะต้องเข้ามาดูข้อกฎหมายว่าที่ไม่ให้ปล่อยชั่วคราวเป็นเพราะอะไร เป็นไปตามเงื่อนกฎหมายหรือไม่ เพราะฉะนั้นจะเห็นว่าทนายความเข้ามาเป็นยาดํา เป็นส่วนผสมในทุกขั้นตอนครับ จับกุม ควบคุม ออกมาสอบสวน ปล่อยชั่วคราว ถ้าคดีนั้น พนักงานสอบสวนสั่งฟ้องไปศาล คราวนี้ละครับ ตาม วิ.อาญา มาตรา ๑๗๓ เกิดสิทธิ ของผู้ต้องหาครับ ถ้าคดีนั้นเป็นโทษประหารชีวิต หรือผู้ต้องหาอายุไม่เกิน ๑๘ ปีนับแต่ วันแจ้งข้อกล่าวหา จะต้องมีทนายความเท่านั้นนะครับ เป็นไฟต์ (Fight) บังคับ แต่ถ้าคดีนั้น เป็นโทษเพียงแค่ถึงจําคุก ถ้าผู้ต้องหาไม่มีทนายความและต้องการทนายความ รัฐต้องจัดให้ เป็นภาระของรัฐ นั่นแปลว่ารัฐมีหน้าที่จะต้องให้ประชาชนเข้าถึงกระบวนการยุติธรรม อย่างเสมอภาค แต่มันไปตรงกลางแล้ว ตรงปลายแล้ว ตอนต้นยังไม่มีชั้นจับกุม เพราะฉะนั้น ผมขอให้เติมโดยการถอยหลังไปดูแลตั้งแต่ชั้นจับกุมว่าทนายความอาสา ทนายความขอแรง จะเข้ามามีบทบาทอย่างไรนะครับ ข้อเสนอของผมอีกนิดหนึ่งครับว่า เรามีสภาทนายความ เรามีสภาทนายความประจําจังหวัด คนที่โดนคดีอาญา ๙๙.๙๙ เปอร์เซ็นต์ครับไปที่ สถานีตํารวจ เอาแค่นี้ได้ไหมครับ สภาทนายความก็ดี สภาทนายความประจําจังหวัดก็ดี ส่งทนายความไปประจําสถานีตํารวจ ๒,๐๐๐ กว่าแห่ง สภาทนายความประจําจังหวัด จัดเวรส่งทนายความไปประจําสถานีตํารวจ ประชาชนขึ้นมาบนสถานีได้รับคําแนะนํา ได้รับ การดูแล ได้รับการชี้แจงข้อกฎหมาย ได้รับการปรึกษาคดีตั้งแต่เบื้องต้น เป็นมรรคเป็นผล ทันทีครับ ต้นธารแห่งความยุติธรรมก็จะใสสะอาด เกิดดับเบิลเช็ก (Double Check) ระหว่างพนักงานสอบสวนกับทนายความมาตั้งแต่ต้น เครื่องกรองเริ่มทํางานตั้งแต่ต้น ถามว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องใหม่ผมเพิ่งคิดมาใช่ไหม ผมตอบเลยครับว่า ไม่ใช่ เคยคิดมาแล้ว เคยทํา กันแล้ว แล้วได้ผลดีมากครับ ผมตั้งคําถามในนี้เลยครับ เมื่อได้ผลดีมากทําไมถึงเลิก สภาทนายความไม่พร้อมใช่ไหม ถ้าไม่พร้อมทําให้พร้อมเสีย ปฏิรูปให้มันพร้อมเสีย ส่งทนายความไปอยู่ตามสถานีครบ คนเดียวเท่านั้นละครับ ไปดูแลเรื่องคดีอาญาให้กับ ประชาชน สามารถดูแลได้ขณะอยู่ในห้องควบคุม เข้ามาควบคุมตาม วิ.อาญา มาตรา ๗/๑ ให้คําปรึกษาได้แล้วครับ ในชั้นจับกุมก็อาจจะเรียกทนายความส่วนตัวหรือเรียกคนนอกที่ไม่เป็นทนายความมา เพื่อไม่ให้ตํารวจไปกระทําอะไรกับเขาที่มิชอบในระหว่างสถานที่จับมาถึงสถานีตํารวจ ผมคงฝากตรงนั้นไว้ ในเรื่องของอาชีพทนายความด้วยความเคารพครับ วิชาชีพนี้ผมจะพูด ทุกครั้งที่ผมไปบรรยายที่สภาทนายความว่าเป็นอาชีพที่ทรงเกียรติ เป็นวิชาชีพอิสระ มีทั้ง ๒ อย่างอยู่ในนั้น อย่างที่ ๑ ก็คือความรู้ด้านกฎหมายที่จะมาดูแลความสงบเรียบร้อย ให้กับสังคมไม่เกิดการเอารัดเอาเปรียบ ซึ่งทางสภาทนายความก็มีวงรอบในการให้การศึกษา อบรม ปฐมนิเทศก่อนที่จะไปทําหน้าที่ทนายความ จะต้องมีใบอนุญาตว่าความ เรียกกันสั้น ๆ ว่า ตั๋วทนายความ ซึ่งปัจจุบันนี้เป็นที่กล่าวขวัญกันมากว่าได้ยากเหลือเกิน มาตรฐานพอ ๆ กับ เนติบัณฑิตครับ ท่านวิเชียรก็คงเคยได้ยิน พรุ่งนี้ท่านวิเชียรอย่าขาดนะครับ ไปประชุมสมาคม ฟุตบอลกับผม ท่านก็ไปดูแลในเรื่องข้อกฎหมายให้สมาคมฟุตบอลอยู่กับผมด้วย ก็ไปดู ในเรื่องข้อบังคับของสมาคม เพราะฉะนั้นอาชีพทนายความดูแลเรื่องความเป็นธรรมให้กับ สังคมนี้ในหลายมิติ
เรื่องที่ ๒ ที่ผมอยากจะฝากก็คือในเรื่องของมารยาททนายความครับ จรรยาบรรณ ตรงนี้ต้องชัดเจนครับ เพราะว่าทนายความไม่ได้สวมเครื่องแบบ เมื่อสักครู่นี้ ท่านวันชัยอภิปรายไปแล้ว เรามีเครื่องแบบที่ครอบคลุมทนายความก็คือมารยาททนายความ องค์กรที่จะดูแลเรื่องมารยาทของทนายความจะต้องเข้มแข็ง จะต้องดูแลเรื่องนี้อย่างลึกซึ้ง นะครับ เพราะฉะนั้นผมขอฝากใน ๒ เรื่องนี้ไว้นะครับ ก็คือในเรื่องทําให้ครบ ทําย้อนหลัง ไปถึงชั้นจับกุม ในเรื่องของการพัฒนาคุณธรรมจริยธรรม จรรยาบรรณของทนายความ ในเรื่องของการที่ไปจัดให้มีทนายความประจําสถานีตํารวจเพื่อดูแลเป็นเครื่องกรองให้กับ กระบวนการยุติธรรมตั้งแต่ต้น น้ําที่ต้นธารจะใสสะอาด เมื่อน้ําที่ต้นธารใสสะอาดไม่มีทาง หรอกครับที่ปลายทางจะมีจุลินทรีย์เข้ามาได้อีกเพราะท่อนกลางจะมีอัยการและศาล เป็นเครื่องกรองอีก ๒ ชั้น กระบวนการยุติธรรมไทยก็จะใสสะอาดได้มาตรฐาน เปิดโอกาส ให้ประชาชนเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมอย่างเสมอภาค เป็นไปตามเจตนารมณ์ของ ร่างรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๕๘ อย่างครบถ้วนสมบูรณ์ ขอบพระคุณครับ
ขอบคุณค่ะ ต่อไปเรียนเชิญท่านต่อพงศ์ เสลานนท์ ที่ปรึกษาคณะกรรมการ กิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ เรียนเชิญค่ะ