สมพงษ์ สระกวี หารือปัญหาความยุติธรรมในกระบวนการยุติธรรม โดยเฉพาะการขาดทนายความมีคุณภาพให้กับผู้ต้องหาจนยากจน พร้อมเสนอให้ปฏิรูประบบทนายความอาสาและเรียกร้องความเป็นธรรมตั้งแต่ขั้นจับกุมเพื่อคุ้มครองสิทธิของผู้ด้อยโอกาส
ท่านประธานที่เคารพครับ ท่านกรรมาธิการ ซึ่งการนําเสนอเรื่องการปฏิรูปทนายความอาสา ทนายความขอแรงและที่ปรึกษากฎหมาย ของเด็กหรือเยาวชนต่อสภา สปท. ในครั้งนี้ นับว่าเป็นเรื่องซึ่งน่าชื่นชมเป็นอย่างยิ่ง และเป็นหลักไมล์สําคัญของเกียรติภูมิของสภา สปท. อีกหลักไมล์หนึ่ง เพราะเรื่องของ ความยุติธรรมนั้นเป็นปัญหาที่หนักหนาสาหัสสากรรจ์ของสังคมเรา เป็นคําพูดที่พูดกันมานาน และความจริงก็ประจักษ์อยู่เช่นนั้น คือคําพูดที่ว่า คุกมีไว้ขังคนจน และหนักไปกว่านั้น พอประชาชนติดคุกมาก ๆ เข้า แก้ตัวอะไรไม่ได้ก็จะมีคําขู่อยู่ประการหนึ่งบอกว่า ประชาชน จะอ้างว่าไม่รู้กฎหมายไม่ได้ ดังนั้นประชาชนคนส่วนใหญ่ของประเทศที่ไม่เพียงแต่ไม่รู้ กฎหมายและยังยากจนเข้าไปอีก จึงเป็นชะตากรรมที่เจ็บปวดของประเทศนี้ยาวนาน รอการแก้ไข รอคนเห็นใจ รอการปฏิรูป แท้ที่จริงแล้วไม่เพียงแต่ทางกรรมาธิการได้อ้าง ปฏิญญาของสากล ของสหประชาชาติที่ว่าทุกคน ทุกคดี ที่มีความจําเป็นเพื่อประโยชน์ แห่งความยุติธรรม คําไพเราะอย่างยิ่งเพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรม ผู้ถูกจับกุมคุมขัง หรือผู้ถูกดําเนินคดีอาญา ถ้ายังไม่มีทนายความก็พึงมีสิทธิมีทนายความไม่ใช่ทนายความเฉย ๆ ก็ต้องเป็นทนายความที่มีประสบการณ์ มีความสามารถ มีความเหมาะสมตามลักษณะ ข้อกล่าวหานั้น ๆ ซึ่งเรื่องนี้สังคมรับรู้ว่าถ้าเศรษฐีมีคดีความ ทนายความก็ย่อมชั้นเลิศ แต่ถ้าคนจนมีคดีความ ดีไม่ดีถูกขู่ทั้งตํารวจและทั้งนายทนายความเข้าไปด้วย เรื่องนี้ร้ายแรงนะ คดีนี้หนักนะ ติดคุกแน่ ถ้าทนายความไม่ช่วยหรือคดีนี้ต้องจ่ายเยอะหน่อยนะ เรียกว่า ต้องขายวัว ขายควาย ขายที่ ขายนา ขายสวนเพื่อมาสู้คดี พ่อค้ารู้ดีว่าระหว่างขึ้นศาล กับกินขี้หมานั้นเขาบอกให้กินขี้หมาดีกว่าขึ้นศาล ก็เพราะเจอทั้งตํารวจซึ่งเป็นต้นน้ําของ ความยุติธรรม พอไปหาทนายก็เจอทนายความเข้าไปอีกขั้นหนึ่ง ขออภัยจริง ๆ ที่ผมพูดเช่นนี้เพราะมีเพื่อน ทนายความเยอะ ถ้าจ่ายไม่ถึงแล้วก็จบแน่ หรือดีไม่ดีมีข้อเสนออันพิเศษเข้าไปอีกว่าวิ่งได้นะ ตั้งแต่ขั้นตํารวจจนถึงอัยการ ลามไปจนถึงว่าวิ่งได้ถึงขั้นศาล ขออภัย นี่เป็นสิ่งที่พูดกันในสังคม ครั้งนี้สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศโดยท่านกรรมาธิการซึ่งได้มองเห็นหัวอกของผู้ต้องขัง ของผู้ต้องคดี ของผู้ถูกจับกุม มองเห็นถึงความจําเป็นของการปฏิรูปทนายความอาสา ทนายความขอแรง อะไรต่าง ๆ เหล่านี้ หาลู่ทางที่จะสร้างทนายความที่มีประสบการณ์ ให้เหมาะแก่คดีเพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรม อันนี้ผมคิดว่าเป็นเรื่องที่ประชาชน ทั้งแผ่นดินชื่นใจในการคิดปฏิรูปในครั้งนี้ แล้วก็มองเห็นข้อเท็จจริงครับว่าทนายความก็คือคน ต้องอยู่ ต้องกินนะครับ จิตอาสานั้นมันอาสาเพราะว่าได้เบี้ยเลี้ยงพอประมาณ จิตอาสานั้น อาสาได้อยู่หรอก ถ้าได้เงินค่าทนายความหรือค่าอาสานั้นพอได้ยังชีพ ได้รับการยอมรับ ได้พิจารณาเรื่องเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ได้รับการศึกษาอบรมอันเป็นองค์ประกอบเข้าหากัน อย่างไรก็ตามท่านประธานครับ ก็อยากจะฝาก ไม่ได้ฝากหรอกครับ ว่าแท้ที่จริงแล้ว ความทุกข์ใจในเรื่องเกี่ยวกับคดีอาญา ความทุกข์ยากแสนเข็ญของผู้ต้องหาที่เรียกว่าคนจน คุกมีไว้ขังคนจนนั้นก็คือขั้นต้นครับท่านประธาน ก็คือเมื่อผู้ถูกจับกุมตามที่ท่านยกขึ้นมาพูด นี่นะครับ ผู้ที่ถูกจับกุม แต่เท่าที่ผมฟัง ๆ จากกรรมาธิการนั้นเรื่องนี่ท่านจะไปดูแลเอาเมื่อ ขึ้นศาล ศาลจะพิจารณา ศาลจะตั้งทนายความให้ ศาลจะจ่ายค่าผลประโยชน์ให้ แต่ต้นทาง ของความยุติธรรมซึ่งเป็นต้นตอแห่งปัญหาและเป็นความทุกข์ของประชาชนคนยากคนจน ในทุกวันนี้ว่าจับกุมโดยไม่ยุติธรรมบ้าง จับกุมโดยไม่มีหลักฐานบ้าง ยัดข้อหาบ้าง ยัดยาบ้าบ้าง อะไรบ้างนี่ ในขั้นนี้ ในขั้นโรงพักมันเหมือนคนเจ็บ มันเหมือนคนป่วย คนป่วยลักษณะที่ ยังต้องปฐมพยาบาล ผู้ที่ถูกจับกุม ทนายความที่ท่านคิดปฏิรูปนั้นอยู่ในฐานะใด เพราะ ฟังไปฟังมาก็ยังเป็นเรื่องของสภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์ ท่านประธานที่เคารพ ผมไม่อยากออกนอกเรื่องว่าสภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์ ซึ่งมีเพื่อนทนายความ อยู่นับหมื่นคนนั้น บทบาทในทุกวันนี้พวกเขาก็แข่งขันกันเหมือนพรรคการเมือง พวกเขาก็ เลือกข้างเลือกสี พวกเขาก็เลือกคดี หวังจะให้เป็นที่พึ่งยามยากของประชาชนคนยากคนจนนั้น ก็ยาก ผมได้มีโอกาสฟังเรื่องสภาตัวแทน สภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์ มาชี้แจง ในกรรมาธิการผม เรื่องการปรองดองสมานฉันท์ การนิรโทษกรรม การพักโทษอะไรต่าง ๆ เหล่านี้ ปรากฏเขาก็พูดบอกว่าก็ไม่ได้ทําหรอกครับ เรื่องใหญ่ ๆ เรื่องพักโทษ เรื่องนิรโทษ เรื่องปรองดอง ไม่สามารถพึ่งพาสภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์ได้ แต่ละเรื่องคนถูกจับ วันนี้พรุ่งนี้ที่เป็นคดีอยู่ในโรงพัก ที่บอกที่เราดูในหนัง เขาบอกว่าให้การก็ได้ไม่ให้การก็ได้ นี่หนังฝรั่ง สามารถเรียกทนายความก็ได้ คือกฎหมายนั้นให้หมดครับ แต่คนจนนั้นไม่มีโอกาส ไม่รู้ว่าจะได้เรียกทนายความที่ไหน เพราะการจะถูกติดคุกหรือถูกจับกุมคุมขังมันเหตุฉุกเฉิน ทั้งนั้น ไม่มีใครรู้ว่าพรุ่งนี้กูจะถูกจับ การเตรียมการไม่มี ป้ายใหญ่ ๆ ไม่ได้เขียนว่าโรงพักนี้ มีเบอร์ทนายความคนไหน อะไร อย่างไร ท่านประธานที่เคารพครับ ผมเลยนึกไปจนถึงว่า ถ้ากรรมาธิการหรือสภาแห่งนี้จะยกระดับทนายความอาสา จากอาสาของสภาทนายความ ในพระบรมราชูปถัมภ์ เป็นยกระดับเป็นถึงขั้นข้าราชการ เพื่อบริการงานยุติธรรมเบื้องต้น ก็น่าจะคิดได้ ก็ไม่น่าจะเกินเลย เพราะหลักแห่งความยุติธรรมที่ท่านเขียนไว้นั้น ทนายความอาสาถ้าว่าถึงที่สุดแล้ว ท่านประธานครับ คืองานบริการยุติธรรม งานบริการประชาชนในเรื่องคดีความโดยแท้ เมื่อประชาชนทุกข์ยากในเรื่องคดีความ ในเรื่องถูกจับกุมคุมขัง และเป็นคนจนเสียอีกต่างหาก จะไปรอจิตอาสาจากที่ไหนครับในขั้นโรงพักนี่ จะรอสภาทนายความ ซึ่งเขาเป็นองค์กร เอกชน เป็นองค์กรอาสาอีกเช่นเดียวกัน เจ้าหน้าที่ก็ไม่ใช่เจ้าหน้าที่นะครับ สภาเขาก็ไม่มี เงินเดือนแล้วกระมัง ทํางานอาสากันทั้งนั้น อาสามาเจออาสา คนจนเลยติดคุก คุกเลยมีไว้ ขังคนจน ที่จริงแล้วผมไม่อยากเปรียบเทียบให้มากความว่าในวันที่ประเทศนี้คิดเรื่อง ๓๐ บาทรักษาทุกโรค ซึ่งเป็นบริการสาธารณสุขพื้นฐาน พอ ๓๐ บาทรักษาทุกโรค เสียงออด ขึ้นพอดี ซึ่งเป็นการบริการสาธารณสุขพื้นฐานนั้น ไม่มีหรอกครับจิตอาสา เอาเป็นว่า พยาบาล หมอ ใครต่อใคร ต้องรักษาคนจนด้วย ๓๐ บาทรักษาทุกโรคโดยเสมอกัน แต่พอ เป็นคดีความ ต้องใช้คนอาสา หาคนกินเงินเดือนรัฐ หางบประมาณจากรัฐมาช่วยคนจนไม่ให้ ล้นคุก ไม่มี ไม่ได้ ไม่กล้าคิด ไม่กล้าทํา ใช้งบเยอะ ปัญหาเยอะ ทําไมถึงเป็นเช่นนั้นละครับ เพราะฉะนั้นท่านประธานครับ เมื่อเรามีปฏิญญาสากลอยู่ว่า ผู้ถูกจับกุม ผู้ถูกคุมขัง หรือผู้ถูก ดําเนินคดีอาญานั้น ศาลตั้งต้นแห่งความยุติธรรมนั้นก็คือทนายความ ซึ่งทนายความที่ว่านั้น เพื่อบริการงานยุติธรรมเบื้องต้น และเป็นการบริการประชาชนในด้านยุติธรรมอันสําคัญยิ่ง ที่จะไปถึงรากหญ้า ที่จะไปถึงคนยากคนจน เพื่อจะขจัดคําว่า คุกมีไว้ขังคนจน และเพื่อขจัด คําที่แบก ที่ประชาชนแบกหนักอยู่เหลือเกินก็คือว่า ประชาชนจะอ้างว่าไม่รู้กฎหมายไม่ได้ ได้โปรดช่วยพวกผมหน่อยเถอะครับ ได้โปรดช่วยประชาชนหน่อยเถอะครับ ประชาชน คนไม่รู้กฎหมาย ซึ่งท่านรู้ดีว่ามันเป็นเช่นนั้น แต่คําว่า ประชาชนไม่รู้กฎหมาย จะมาเป็น ข้ออ้างจะไม่ถูกจับกุมนั้น ไม่ได้ ถ้าเช่นนั้นตัวกลางอันเป็นบริการแห่งรัฐ อันเป็นบริการ แห่งความยุติธรรม อันเป็นบริการแห่งประชาชนนั้น จะยังใช้แค่คําว่า จิตอาสา อยู่หรือครับ จะไม่ใช่คนทํางานประจําหรือครับ เพราะฉะนั้นผมยังคิดว่าในประเด็นนี้ก็ฝากไว้ว่าอาจจะ ต้องยกระดับเป็นถึงข้าราชการที่ทําหน้าที่ทนายความไว้บริการประชาชน อันนั้นจึงจะ สอดคล้องกับประเทศเรา ซึ่งอยู่ในสภาพเช่นนี้ เกินเวลาไปเยอะแล้ว ขอขอบพระคุณ ท่านกรรมาธิการที่รับฟังครับ ขอขอบพระคุณครับ