ดุสิต ชี้ปัญหาผังเมืองขัดพลังงาน-เสนอปฏิรูป-เปิดข้อมูลตรวจสอบได้

สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ · ครั้งที่ ๓๐ · ๒๐ มิถุนายน ๒๕๕๙

ดุสิต เครืองาม หารือปัญหาความขัดแย้งระหว่างผังเมืองกับการพัฒนาพลังงาน โดยยกตัวอย่างความล่าช้าในการก่อสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์จากข้อกำหนดผังเมือง พร้อมเสนอให้ปฏิรูปผังเมือง ปรับปรุงกฎหมายและระบบสารสนเทศเพื่อให้ประชาชนเข้าถึงข้อมูลได้รวดเร็วและตรวจสอบได้โดยตรง รวมถึงตั้งคำถามถึงขั้นตอนการประกาศผังเมืองภายใต้กฎหมายฉบับใหม่ว่าจะต้องผ่านความเห็นชอบของ ครม. อีกหรือไม่ เพื่อให้เกิดความชัดเจนและลดอุปสรรคต่อการพัฒนาประเทศ

ศาสตราจารย์ดุสิต เครืองาม

กราบเรียนท่านประธาน ท่านสมาชิกทุกท่าน กระผม สปท. ศาสตราจารย์ดอกเตอร์ดุสิต เครืองาม หมายเลขลําดับที่ ๕๓ ครับ กระผม ขออนุญาตมีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นอภิปรายรายงานที่เรากําลังศึกษาเกี่ยวกับเรื่อง การปฏิรูปด้านผังเมือง รวมทั้งร่างพระราชบัญญัติการผังเมือง พ.ศ. .... ในฐานะที่กระผม คนหนึ่งเป็นประชาชนพลเมืองคนหนึ่งซึ่งมีความเกี่ยวข้องกับการที่จะมีการประกาศใช้ ผังเมืองในทุก ๆ วัน ในทุก ๆ เดือน ทั้งปัจจุบันและในอนาคต กระผมจึงขออนุญาต นําประสบการณ์เล็ก ๆ น้อย ๆ ที่ได้ประสบพบเห็นมาเล่าสู่กันฟัง ซึ่งหวังว่าอาจจะ เป็นประโยชน์ต่อการนําไปปรับปรุงข้อบัญญัติก็ดี พระราชบัญญัติก็ดี รายงานก็ดี ของคณะกรรมาธิการดังต่อไปนี้ เมื่อปีที่แล้วคาบเกี่ยวมาต้นปี กระผมคนหนึ่งเป็นคนหนึ่ง ที่มีความสนใจในการที่จะพัฒนากิจการที่เรียกว่า โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ ไม่ว่าจะเป็น เรื่องโซลาร์ฟาร์ม (Solar Farm) หรือว่าไม่ว่าจะเป็นเรื่องโซลาร์รูฟท็อป (Solar Rooftop) ทุกครั้งที่มีการประกาศเชิญชวนจากกระทรวงมหาดไทย โดยเฉพาะจากคณะกรรมการกํากับ กิจการพลังงานมักจะมีข้อกําหนดว่า ผู้เสนอที่จะก่อสร้างโรงไฟฟ้าต่าง ๆ ครับ ไม่ใช่ว่าแต่ แสงอาทิตย์อย่างเดียว ต้องผ่านการตรวจสอบผังเมือง ต้องมีหนังสือรับรองจากกรมโยธาธิการ และผังเมือง หรือผังเมืองจังหวัดยืนยันว่าสถานที่ที่จะนําไปก่อสร้างโครงการโรงไฟฟ้า ประเภทต่าง ๆ นั้นไม่ขัดต่อผังเมือง ก็ปรากฏว่าเมื่อปีที่แล้วท่านนายกรัฐมนตรีในฐานะ ประธานคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ หรือ กพช. ก็ได้มีการประกาศเชิญชวนให้ พี่น้องประชาชนทั่วประเทศ ทั้งหน่วยงานราชการและสหกรณ์เสนอโครงการ เข้าร่วม โครงการที่จะก่อสร้างโซลาร์ฟาร์ม (Solar Farm) แต่ก็มีหมายเหตุไว้บอกว่า ทั้งนี้ ที่ดินที่จะ นํามาใช้ในการเสนอก่อสร้างนั้นจะต้องไม่ขัดกับผังเมือง หลาย ๆ คน พี่น้องประชาชน นักลงทุน รวมทั้งหน่วยงานราชการ สหกรณ์ต่าง ๆ ก็วิ่งหาที่ดินกัน แล้วก็ต้องไปเช็ก (Check) กับสํานักงานกรมโยธาธิการจังหวัดในแต่ละจังหวัดว่าที่ดินที่ตระเวนไปดูมานั้นอยู่ในผังเมือง ประเภทใด บ้างก็บอกว่าอยู่ในพื้นที่สีเขียว บ้างก็บอกว่าอยู่ในพื้นที่สีชมพู บ้างก็บอกว่าอยู่ใน พื้นที่สีเหลืองหรือสีอะไรก็แล้วแต่ แล้วสุดท้ายก็บอกว่าขัดกับผังเมืองก่อสร้างไม่ได้ อะไรแบบนี้ เป็นต้น ทําให้ใช้เวลาในการตรวจสอบเป็นอย่างมาก แล้วก็ต้องหาที่ดินอื่น ซึ่งทําให้การพัฒนา โครงการนั้นเป็นไปด้วยความล่าช้า ในที่สุดเมื่อวันที่ ๒๐ มกราคม ๒๕๕๙ คือต้นปีนี้ก็มีคําสั่ง หัวหน้า คสช. ฟ้าผ่าเปรี้ยงลงมาเป็น ฉบับที่ ๓/๒๕๕๙ และฉบับที่ ๔/๒๕๕๙ ประกาศยกเลิก ผังเมืองทั้งประเทศครับ เพราะว่าปรากฏว่าผังเมืองที่เคยประกาศออกมานั้นหลายจังหวัด ถ้าจําไม่ผิด จังหวัดราชบุรีก็ดี จังหวัดสิงห์บุรีก็ดี จังหวัดอ่างทองก็ดี หรืออะไร ๆ ที่เขา ปลูกข้าวปลูกนานั้นมีการประกาศว่าเป็นพื้นที่สีเขียวทั้งประเทศ ห้ามก่อสร้างโรงไฟฟ้า หรือว่าโรงงานลําดับที่ ๘๘ ทั้งจังหวัด ตรงนี้ก็แสดงว่ามาตรการในการที่เคยทําผังเมือง ประกาศผังเมืองมานั้นไม่สอดคล้องกับนโยบายในการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องพลังงานไม่สอดคล้องกันเลย ผู้ว่าราชการบางจังหวัดก็บอกทั้งจังหวัด ต่อไปนี้ก่อสร้างโซลาร์ฟาร์ม (Solar Farm) หรือทําอะไรไม่ได้แล้ว ก็ทําเรื่องเป็นการเฉพาะ ส่งเข้ารัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย มหาดไทยก็เอาเข้า ครม. ยกเลิกผังเมืองทั้งจังหวัดก็มี แต่ว่าต้องขอกราบขอบพระคุณไปทางท่านนายกรัฐมนตรี ที่มีวิสัยทัศน์ก้าวไกล ก็ออกคําสั่งหัวหน้า คสช. มาเลย ยกเลิกผังเมืองเลยครับทั้งประเทศ แล้วก็เหมือนกับว่าล้างไพ่แล้วก็มาเริ่มต้นกันใหม่ มีเวลาให้ใครก็ตามที่อยากจะไปพัฒนาพื้นที่ ในการก่อสร้างโรงไฟฟ้าประเทศต่าง ๆ มีเวลาในการเข้าไปยื่น ๑ ปี เริ่มวันที่ ๒๐ มกราคม ๒๕๕๙ ไปถึงวันที่ ๑๙ มกราคม ๒๕๖๐ ตรงนี้ก็มาเล่าสู่กันฟังว่านี่ก็เป็นบทเรียนที่เห็นมาจากในอดีตว่า การผังเมืองกับการพัฒนาประเทศมันไปด้วยกันไม่ได้เลย ขัดแย้งกันอย่างสิ้นเชิง ก็ต้องหวังว่า การออกพระราชบัญญัติฉบับนี้ออกมาแล้ว หวังว่าจะแก้ปัญหาที่เคยมีมาในอดีตได้

ข้อที่ ๒ ที่ผมอยากจะขอเรียนประสบการณ์แล้วก็เสนอแนะเพิ่มเติมนะครับ ทุกครั้งที่กระทรวงพลังงานเขาบอกว่าใครจะก่อสร้างโรงไฟฟ้าให้ไปยื่นขอเอกสารรับรอง จากสํานักงานโยธาธิการและผังเมืองจังหวัด ไปครับ พวกเราก็ไปกัน แต่กว่าจะได้หนังสือ รับรองมาเป็นเดือนครับ บางครั้งเวลามีโครงการบอกว่าจะต้องได้เอกสารมาภายใน ๑ สัปดาห์ หรือ ๒ สัปดาห์ ทําไม่ทันครับ ทําไม่ทัน ก็เลยมีความคิดขึ้นมาแบบนี้ครับ ถ้าท่านจะปฏิรูป เรื่องการผังเมืองแล้วก็ออก พ.ร.บ. ใหม่ ผมอ่านพระราชบัญญัติตั้งแต่มาตรา ๑ จนถึงมาตรา สุดท้ายแล้ว ไม่มีข้อไหนเลยที่เขียนอํานาจและหน้าที่ของคณะกรรมการผังเมือง ไม่ว่าจะเป็น ระดับนโยบาย ระดับชาติ ระดับจังหวัด หรือแม้แต่กรมหรือว่าอธิบดีเอง ไม่มีเขียนเลย ขาดข้อความที่เป็นสาระที่สําคัญยิ่งในการให้บริการกับประชาชนครับ ก็อยากจะเสนอว่า ในมาตรา ๔ มาตรา ๔ นี่นะครับ ท่านน่าจะเติมเข้าไปว่า มาตรา ๔ ในพระราชบัญญัตินี้ การผังเมืองหมายความว่า ..... มีประมาณสัก ๑๐ บรรทัดครับ ขอความกรุณาเติมบรรทัด สุดท้ายเข้าไปให้ผมหน่อยได้ไหมครับ รวมถึงการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์และให้บริการ การตรวจสอบผังเมืองแก่ประชาชนอย่างทั่วถึง ขอเติมเข้าไปนะครับ รวมถึงการให้บริการ เผยแพร่ประชาสัมพันธ์และให้บริการตรวจผังเมืองแก่ประชาชน ถ้าเป็นแบบนี้หมายความว่า การผังเมืองนี้คณะกรรมการหรือว่าอธิบดีมีหน้าที่ออกผังเมืองกําหนดผังเมือง ผังเมือง นี่แปลว่า ข้อบังคับ นะครับ แต่ทําไมในพระราชบัญญัตินี้ท่านไม่เขียนแสดงความจริงใจ ออกมาให้ประชาชนได้เห็นว่าเราจะปฏิรูปเรื่องผังเมืองนะ ต่อไปนี้จะมีการบริการ ให้ตรวจสอบเรื่องผังเมืองอย่างรวดเร็วโดยมิชักช้า เอากันให้ตรง ๆ ก็คือไม่มีเงินใต้โต๊ะครับ เรื่องนี้สําคัญมาก ผมก็เลยบอกว่าผมในฐานะเป็นประชาชนคนหนึ่งที่เดินขึ้นสํานักงานจังหวัด เกือบทุกเดือน เกือบทุกสัปดาห์ เพื่อไปขอตรวจสอบผังเมือง แล้วก็ถามอีกว่า ทําไมตรวจสอบ ผังเมืองนี้ตัวเองตรวจสอบไม่ได้ ทําไมต้องไปให้สํานักงานโยธาธิการและผังเมืองจังหวัด เป็นคนลงนามรับรองทุกฉบับอย่างนั้นหรือ ประเทศไทยเราทําไมมันต้องโหดเหี้ยมขนาดนั้น ก็แค่อยากจะรู้ว่าหมู่บ้าน ตําบลนั้นพิกัดจีพีเอส (GPS) ตรงนั้นมันติดผังเมืองหรือไม่ เพราะฉะนั้นใน พ.ร.บ. ที่ท่านร่างขึ้นมาแล้วขอให้เขียนเข้าไปให้ชัดเจน ไม่ทราบหน่วยงาน ไหนนะครับ จะเป็นระดับจังหวัดหรือระดับอะไร ขอให้มีระบบสารสนเทศที่ทันสมัย สามารถ ให้บริการแก่ประชาชนได้อย่างรวดเร็ว และในทางปฏิบัติสิ่งที่ผมอยากจะได้สุดยอดของสุดยอด ก็คือว่าผมมีโฉนดที่ดิน มีพิกัดจีพีเอส (GPS) เส้นรุ้ง เส้นแวง เสร็จใส่เข้าไปในเว็บไซต์ (Web site) ของกรมการผังเมือง ตั้งชื่อไว้ล่วงหน้า ตูมออกมาเลยว่าที่ดินของผมนี้ติดขัด ผังเมืองหรือไม่ หรือติดผังเมืองอะไร ผังเมืองระดับจังหวัด หรือว่าระดับภาค หรือว่า ระดับประเทศ เราจะได้รู้ชีวิตในการพัฒนาต่อไป ตรงนี้ถ้าหากว่ากรมการผังเมืองทําระบบ สารสนเทศหรือไอที (IT) แบบอัตโนมัตินี้ไม่ได้ผมว่าเสียของครับ เสียของจริง ๆ ครับ อย่าตั้ง เป็นกรมขึ้นมาเลย บอกทําไม่ได้ มันยาก มันคอมพลิเคต (Complicate) เพราะอะไรครับ พอเวลาเราเดินขึ้นไปที่สํานักงานโยธาธิการจังหวัดนะครับ เจ้าหน้าที่จังหวัด เขาก็จะเกาหัวอยู่สัก ๑๐ นาที เขาบอกโอ้โหมันสลับซับซ้อนเหลือเกินอาจารย์ดุสิต ผังเมืองนี้ บางทีมันไม่ขัดกับผังเมืองรวม มันจะไปขัดกับผังเมือง อบต. มันไปขัดกับผังเมืองชาติ ผมบอกผมไม่รู้ ผมรู้อย่างเดียวว่าขัดหรือไม่ขัด ขอให้ระบบสารสนเทศนี้มันได้เวิร์ก (Work) ผมก็คิดว่า การมีกรมการผังเมืองขึ้นมาแค่นี้ผมว่าในมุมของประชาชนเขาแฮปปี้ (Happy) แล้ว ตรงนี้ขอฝากไว้นะครับ

คําถามต่อไปข้อที่ ๒ ที่ผมงง ๆ อยู่ก็คือว่า ทุกวันนี้เวลาจะมีการประกาศ ผังเมืองรวมของจังหวัด ๑ นาทีครับท่านประธาน ผมจําได้ว่าผู้ว่าราชการจังหวัด จะโดยการประชุม หรืออะไรก็ไม่รู้ละ จังหวัดก็ทําหนังสือถึงอธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง อธิบดีก็ทําเรื่องถึง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยก็เอาเรื่องเข้า ครม. ออกเป็นกฎกระทรวงครับ บอกว่าจังหวัดนั้นจังหวัดนี้ขอประกาศผังเมืองอย่างนี้ ๆ อําเภอ ตําบล หมู่บ้านนี้อะไรสร้างได้ อะไรสร้างไม่ได้ โอ้โห มีบัญชีแนบท้ายออกมาเต็มไปหมด ก็คือ ไปจบที่ ครม. แต่ถามว่าเมื่อมี พ.ร.บ. นี้แล้ว มันมีคําพูดหนึ่งที่ท่านใช้คําว่า คณะกรรมการ ผังเมือง ซึ่งมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยเป็นประธาน มีปลัดกระทรวงปั๊บ ปั๊บ ปั๊บ ออกมา ผมถามว่าต่อจากนี้ไปเวลาจะกําหนดผังเมืองมันอย่างไรครับขั้นตอน ผู้ว่าราชการจังหวัด เหมือนเดิมไหมในการที่จะออกผังเมืองจังหวัด ทําเรื่องถึงใครครับ ทําเรื่องถึงอธิบดี กรมการผังเมืองไหม อธิบดีกรมการผังเมืองที่ผ่านมานี้ส่งเรื่องให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวง มหาดไทย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยเอาเข้า ครม. หมายความว่าจากนี้ไปจังหวัด ส่งให้อธิบดี อธิบดีส่งให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย รัฐมนตรีว่าการกระทรวง มหาดไทยส่งให้คณะกรรมการผังเมือง ซึ่งมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยเป็นประธาน นั่งอยู่ จบที่ตรงนั้นใช่หรือไม่ หรือว่าคณะกรรมการผังเมืองซึ่งมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวง มหาดไทยเป็นประธาน ต้องส่งเข้า ครม. ให้ ครม. ให้ความเห็นชอบอีกหรือไม่ ตรงนี้อยากจะ ทราบว่า พ.ร.บ. ของท่านมีเจตนารมณ์อย่างไร เพราะฉะนั้นถ้าหากว่ายังจะต้องเข้า ครม. อีก จะทําให้เสียเวลาหรือไม่ในการที่จะต้องมีการปรับปรุงแก้ไขผังเมืองอะไรแต่ละครั้ง ๆ ซึ่งมันต้องมีการปรับปรุงอยู่ตลอดเวลาครับ ขอบพระคุณครับท่านครับ