เฉลิมชัย เสนอปรับโครงสร้างผังเมือง ยกระดับสังกัดนายกฯ

สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ · ครั้งที่ ๓๐ · ๒๐ มิถุนายน ๒๕๕๙

เฉลิมชัย เครืองาม หารือการปรับโครงสร้างการผังเมือง โดยเสนอให้แยกภารกิจด้านนโยบายผังเมืองระดับชาติมาสังกัดสำนักนายกรัฐมนตรี เพื่อให้มีการบูรณาการอย่างมีประสิทธิภาพ ขณะที่การวางผังในระดับปฏิบัติควรอยู่ภายใต้กรมโยธาธิการและผังเมือง พร้อมชื่นชมการจัดทำเอกสารประกอบร่างกฎหมายที่มีการเปรียบเทียบอย่างชัดเจน และเรียกร้องให้มีการปฏิรูปกฎหมายผังเมืองใหม่เพื่อแก้ไขข้อบกพร่องจากเหตุน้ำท่วมใหญ่ในอดีตอย่างจริงจัง

พลอากาศตรี เฉลิมชัย เครืองาม

ขอบคุณท่านประธานครับ สปท. เฉลิมชัย เครืองาม หมายเลข ๓๑ ท่านประธานครับ เอกสารที่ทางสภาได้จัดทําให้กับ สมาชิกนั้นต้องขอกล่าวชื่นชมและขอบคุณเป็นอย่างยิ่ง ท่านจัดเตรียมเอกสารไว้ให้สมาชิก ได้ศึกษาได้อย่างสมบูรณ์ ซึ่งสะดวกและง่ายต่อการศึกษา โดยเฉพาะอย่างยิ่งท่านได้ทําตาราง เปรียบเทียบร่างกฎหมายของการผังเมืองไว้เป็นตารางให้สมาชิกได้ศึกษาเปรียบเทียบ ทั้งร่างของ สปช. ร่างของ สปท. แล้วก็ร่างของกรมโยธาธิการและผังเมือง ต้องขอขอบคุณไว้ ในชั้นต้นก่อน อย่างไรก็ตามจากที่ได้อ่านแล้วก็ศึกษาเอกสารทั้งหมด โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ที่อยู่ในมือผมคือเอกสารรายงานของสภาปฏิรูปแห่งชาติ เรื่อง การปฏิรูปด้านการผังเมือง และการใช้พื้นที่ และร่างพระราชบัญญัติการผังเมือง พ.ศ. .... และร่างพระราชบัญญัติ ปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ผมได้มีเอกสารมากมายครับ รวมทั้ง พระราชบัญญัติผังเมือง พ.ศ. ๒๕๑๘ ด้วย ๒ อาทิตย์ที่ผ่านมาก็ได้พยายามอ่านแล้วก็ศึกษาดู ได้เห็นข้อดี ข้อด้อย ของกฎหมายแต่ละฉบับจึงได้นํามาสู่จุดที่เห็นว่าไม่มีอะไรที่ดีเต็มร้อย แต่ก็ไม่มีอะไรที่เสียเต็มร้อย ขึ้นอยู่กับว่าเราจะเลือกเอาข้อดีหรือข้อด้อยสิ่งใดมาใช้กับบ้านเมือง เรื่องการผังเมืองนั้นสิ่งที่ท่านกรรมาธิการได้ทํามาให้กับสมาชิกได้พิจารณานั้น ผมเห็นว่า ที่เป็นจุดสําคัญที่เราจะต้องพิจารณากันคือเรื่องของการปรับปรุงโครงสร้างองค์กรที่เกี่ยวกับ การผังเมือง ประวัติศาสตร์อันยาวนานของกรมผังเมืองนั้นผมไปศึกษาดูแล้วน่าสงสารเขา งานเขาใหญ่แล้วก็มีประโยชน์ มีคุณค่าต่อประเทศชาติบ้านเมืองเป็นอันมาก กฎหมาย ผังเมืองฉบับแรกจริง ๆ มีตั้งแต่ปี ๒๔๙๕ แล้วก็มาร่างแก้ไขเป็นปี ๒๕๑๘ แต่เรามักจะ พูดกันว่าปี ๒๕๑๘ นั้นคือร่างที่ ๑ กฎหมายผังเมืองมีข้อด้อยมากมายที่ผมได้เห็น แล้วก็ได้สนใจที่จะไปศึกษาอย่างจริงจังตั้งแต่ปี ๒๕๕๔ ถ้าท่านจําได้ก็คือเมื่อเหตุมหาอุทกภัย ปลายปี ๒๕๕๔ คนทั้งบ้านทั้งเมืองตกใจและกังขาเป็นอันมากที่มีนิคมอุตสาหกรรมไปตั้ง อยู่ในบริเวณที่ราบลุ่มต่ํากว่าระดับน้ํา หรือตั้งอยู่ในบริเวณที่เป็นทางผ่านของน้ํา หรือถนน บางสายตัดผ่านบริเวณที่เป็นทางผ่านของน้ํา หมู่บ้านจัดสรรหลายแห่งตั้งอยู่ในบริเวณที่ลุ่มต่ํา และอยู่ในทางผ่านของน้ํา เราตกใจแล้วเราก็พูดกันมากว่า ผังเมืองของประเทศไทย ทําไมถึงเละเทะแบบนั้น ผมก็เริ่มศึกษาอย่างจริงจังจนกระทั่งได้เห็นว่า กฎหมายผังเมืองที่มีอยู่เดิม ฉบับ พ.ศ. ๒๕๑๘ และแก้ไขต่อมาเรื่อย ๆ อีก ๓-๔ ครั้งนั้นมีจุดที่น่าตําหนิและสมควรได้รับการแก้ไขอยู่ เป็นอันมาก แต่ก็ได้แต่พูดและได้แต่คิด เคยเป็นกรรมาธิการพิจารณาเกี่ยวกับเรื่องน้ําท่วม ตอนเป็น ส.ว. ก็ได้นําเสนอในที่ประชุมว่าน่าจะเสนอให้มีการรื้อกฎหมายผังเมือง แต่ก็ไม่มี โอกาสเช่นนั้น จนกระทั่งในวันนี้ทางกรรมการท่านได้ทําเรื่องนี้เข้ามา ผมก็ขอขอบคุณ แต่อย่างไรก็ตามสิ่งที่ทางกรรมการได้เสนอแก้ไขปรับปรุงนั้นมีสิ่งที่ผมเห็นต่าง และขออนุญาตที่จะเรียนเสนอดังนี้ครับ การที่กรรมการขอให้แยกกรมโยธาธิการ และผังเมืองออกจากกันเป็น กรมโยธาธิการ และกรมผังเมือง หรือกรมการผังเมืองนั้น ต้องขอเรียนว่ามีทั้งสิ่งที่เห็นด้วยและสิ่งที่ผมไม่เห็นด้วย ผมมีเอกสารจากการศึกษาของ สปช. ผมเข้าใจว่าใน สปท. แห่งนี้มีสมาชิกหลายท่านเป็นสมาชิก สปช. ในขณะนั้นด้วย ท่านได้พิจารณาอนุมัติเห็นชอบกับการศึกษาของ สปช. โดยกรรมาธิการปฏิรูปทรัพยากร ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมไปแล้ว กรรมาธิการปฏิรูปทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในสมัย สปช. เสนอเรื่องนี้อนุมัติผ่านที่ประชุม สปช. และนําเสนอคณะรัฐมนตรี สาระสําคัญ ที่สําคัญก็คือการที่ให้ยกระดับของกรมผังเมืองหรือกิจการที่เกี่ยวกับงานผังเมืองนั้นให้เป็น กิจการเป็นหน่วยงานในระดับชาติ ให้ไปสังกัดสํานักนายกรัฐมนตรี ผมเห็นด้วยดังที่ท่านกษิต ได้อภิปรายไว้ ต้องขอกล่าวนามท่าน แล้วก็เป็นการอนุมัติจาก สปช. แล้ว แต่เมื่อเรื่องนี้ เสนอไปที่คณะรัฐมนตรี คณะรัฐมนตรีเสนอให้กระทรวงมหาดไทยศึกษา ผมก็มีเอกสารที่ทาง กระทรวงมหาดไทยทําเรื่องตอบการพิจารณาของกระทรวงมหาดไทยเกี่ยวกับเรื่อง การผังเมือง มีข้อความมากมาย ผมขออนุญาตสรุปเป็นประเด็น ๒ ประเด็นดังนี้ครับ

ประเด็นที่ ๑ กระทรวงมหาดไทยได้พิจารณาข้อเสนอของสภาปฏิรูปแห่งชาติแล้ว มีความเห็นว่า ๑. ในด้านการปรับปรุงโครงสร้างองค์กรยังมีความเห็นไม่สอดคล้องกับข้อเสนอ ของสภาปฏิรูปแห่งชาติ โดยมีความเห็นว่างานด้านผังเมืองประกอบด้วย ๑. ส่วนที่เป็น การกําหนดนโยบายการผังเมืองในระดับชาติ ๒. ส่วนที่เป็นการรับนโยบายเพื่อแปลงไปสู่ การวางผังเมืองระดับปฏิบัติและภารกิจด้านการพัฒนาให้เป็นไปตามผังเมือง ดังนั้นการโอน ภารกิจทั้งหมด ขีดเส้นใต้คําว่า ทั้งหมด นะครับ ไปสังกัดสํานักนายกรัฐมนตรีจึงยัง ไม่เหมาะสม โดยเห็นควรโอนเฉพาะภารกิจด้านที่เกี่ยวกับการกําหนดนโยบายในระดับชาติ ไปสังกัดสํานักนายกรัฐมนตรี สําหรับภารกิจด้านการวางผังเมืองในระดับปฏิบัติ และการพัฒนาให้เป็นไปตามผังเมืองยังควรอยู่ในความรับผิดชอบของหน่วยปฏิบัติ คือกรมโยธาธิการและผังเมืองซึ่งสังกัดกระทรวงมหาดไทย อันนี้ผมคิดว่าเป็นสาระสําคัญ และที่ผมหวังไว้โดยตลอดที่ทางกรรมการคณะนี้ท่านจะรับพิจารณาสิ่งที่ทาง สปช. ได้ศึกษา พิจารณาไว้ และสิ่งที่กระทรวงมหาดไทยท่านได้ทําเรื่องตอบมา หนังสือนี้ลงนามเมื่อวันที่ ๔ พฤศจิกายน ๒๕๕๘ ผมเห็นว่าข้อเสนอและการศึกษาพิจารณาของกระทรวงมหาดไทยนั้น มีเหตุมีผล โดยทั่วไป ท่านประธานครับ งานที่ไปเกี่ยวกับงานแผนในระดับชาติ ในระดับ ประเทศ หรือในระดับบูรณาการทั้งหมด ในประเทศไทยเราจะอยู่ที่ทําเนียบรัฐบาล จะอยู่ที่ สํานักนายกรัฐมนตรีและขึ้นตรงกับท่านนายกรัฐมนตรี แล้วแต่ท่านนายกรัฐมนตรีจะมอบหมาย ให้รองนายกรัฐมนตรีท่านใดไปกํากับ เช่น งานเกี่ยวกับด้านเงิน งบประมาณ ก็อยู่สํานัก นายกรัฐมนตรี งานเกี่ยวกับเรื่องแผน แผนพัฒนาประเทศ สํานักงานคณะกรรมการพัฒนา เศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติอยู่ทําเนียบรัฐบาล อยู่ที่สํานักนายกรัฐมนตรี ขึ้นกับ นายกรัฐมนตรี งานเกี่ยวกับเรื่องคน บุคลากร เจ้าหน้าที่ ขึ้นอยู่กับ ก.พ. ขึ้นอยู่กับสํานัก นายกรัฐมนตรี งานเรื่องแผนทั้งหมดอาศัยการบูรณาการร่วมกัน เพราะฉะนั้นผมจึงเห็นด้วย แล้วก็เห็นชอบอย่างยิ่งกับข้อเสนอของกระทรวงมหาดไทยที่เรื่องเกี่ยวกับการผังเมืองนั้น ถ้าเป็นลักษณะของการบูรณาการภาพรวมของแผนของประเทศ ในขณะที่เรากําลังสนใจ ตื่นเต้นกับเรื่องยุทธศาสตร์ชาติ แล้วเรากําลังจะมีแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ ๑๒ ทําไมครับ ที่ท่านจะปฏิรูปเรื่องผังเมือง ท่านเพียงแต่แค่แยกกรมโยธาธิการ และผังเมืองออกจากกัน อันนี้ไม่ใช่ปฏิรูปเลยครับ ก่อนหน้านี้เรามีสํานักผังเมือง แล้วเราก็เปลี่ยนเป็นกรมผังเมือง พอปี ๒๕๔๕ มีการปฏิรูป ราชการเราไปรวมกรมโยธาธิการและผังเมืองเข้าไว้ด้วยกัน ตอนนี้เราจะกลับถอยไปใหม่ คือเรากลับแยกกรมโยธาธิการและกรมผังเมืองออกจากกัน ผมคิดว่าเราน่าจะเดินหน้า อย่าถอยหลังกลับไปถึงปี ๒๕๔๕ เลย งานที่เกี่ยวกับผังเมืองในระดับชาติ ไม่ว่าจะเป็น ผังประเทศ หรือผังภาค หรือผังจังหวัดก็แล้วแต่ เห็นว่าควรจะอยู่ในระดับบูรณาการ โยกไปไว้ที่ สํานักนายกรัฐมนตรี ให้เป็น คณะกรรมการนโยบายการผังเมืองแห่งชาติ ในร่างศึกษาของ สปช. ซึ่งใช้คําว่า การ และการใช้พื้นที่ด้วย โอเค (Okay) อาจจะตัดคําว่า การใช้พื้นที่ ออก คณะกรรมการนโยบายการผังเมืองแห่งชาตินั้นขึ้นอยู่กับนายกรัฐมนตรี ท่านนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน อันนี้ร่างกฎหมายทั้ง ๓ ร่างเหมือนกัน ถ้าหากว่าเราทําให้เป็นลักษณะบูรณาการ เช่นนี้ มันจะตอบโจทย์สิ่งที่เป็นปัญหา เป็นอุปสรรค มาทั้งหมดเกี่ยวกับเรื่องผังเมืองของ ประเทศมาได้โดยตลอด เพราะฉะนั้นขอความกรุณาท่านกรรมการท่านช่วยกรุณาให้คําตอบ ด้วยนะครับว่าท่านตัดทิ้งในเรื่องของการศึกษาของ สปช. ไปทั้งหมด ท่านใช้คําว่า ต่อยอด แต่ผมกําลังคิดว่าอันนี้ไม่ใช่การต่อยอด เป็นการเปลี่ยน เปลี่ยนโฉมร่างกฎหมาย เกือบเรียกว่า เป็นระดับที่มีความสําคัญหรือมีสาระสําคัญเป็นอย่างมาก และสิ่งที่ทางกระทรวงมหาดไทย ท่านได้ตอบมาท่านก็ไม่ได้รับการตอบสนองจากทางกรรมการนะครับ จริง ๆ มีอีกหลาย ประเด็นถ้าลงในร่างกฎหมาย ขออนุญาตขอเวลาท่านประธานอีกนิดเดียวได้ไหมครับ