คุรุจิต นาครทรรพ หารือการปฏิรูปการผังเมือง โดยเสนอให้ยกเลิกกฎหมายเดิมและจัดตั้งร่าง พ.ร.บ. ผังเมืองฉบับใหม่ที่มีคณะกรรมการสามระดับ ไม่มีอายุใช้บังคับแต่ต้องทบทวนทุก 5 ปี เพื่อส่งเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจอย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมเน้นการมีส่วนร่วมของประชาชน การจัดรูปที่ดินโดยไม่เวนคืน การสร้างพื้นที่สีเขียวและสาธารณูปโภค รวมถึงการจัดตั้งกรมการผังเมืองที่มีบทบาทชัดเจน แต่ยังมีข้อกังวลเรื่องความขัดแย้งผลประโยชน์ในคณะกรรมการอุทธรณ์ การขาดแคลนบุคลากร และความจำเป็นในการส่งเสริมความรู้ด้านผังเมืองร่วมกับภาคเอกชนเพื่อให้กฎหมายมีประสิทธิภาพและได้รับการสนับสนุนจากสังคม
กราบเรียนท่านประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูป ประเทศ ท่านประธานคณะกรรมการ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติที่เคารพ กระผม คุรุจิต นาครทรรพ ก่อนอื่นก็ต้องขอขอบพระคุณแล้วก็ชื่นชมคณะกรรมการขับเคลื่อนการปฏิรูป ด้านการผังเมืองและการใช้พื้นที่ ซึ่งถือเป็นคณะกรรมการเฉพาะกิจ หรือเป็นคณะกรรมาธิการ วิสามัญที่บูรณาการระหว่างหลายคณะ คือเรื่องของการปฏิรูปการบริหารราชการแผ่นดิน แล้วก็ปฏิรูปทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งก็เป็นเรื่องที่ดี รายงานที่ท่านเสนอนี้ หลัก ๆ เรื่องที่ ๑ ก็คือเสนอแนวทางในการปฏิรูปเรื่องผังเมือง ของประเทศ เพื่อผลักดันให้การผังเมืองมีบทบาทนําในการเป็นกรอบชี้นําการพัฒนา เศรษฐกิจ แล้วสร้างสมดุลทางกายภาพของประเทศในทุกระดับ ผมได้อ่านรายงานของท่าน ในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา หลัก ๆ จับความได้ว่าท่านก็จะเสนอยกเลิกพระราชบัญญัติ ผังเมือง พ.ศ. ๒๕๑๘ แล้วก็ที่แก้ไขเพิ่มเติมอีก ๔ ฉบับทั้งหมด แล้วก็เสนอเป็นร่าง พระราชบัญญัติการผังเมือง พ.ศ. .... โดยเฉพาะขึ้นมาใหม่ ซึ่งมีรายละเอียดเป็นการแก้ไข ปรับปรุง และเสนอหลักการเกี่ยวกับการผังเมือง แล้วก็มีการเสนอร่างพระราชบัญญัติ ปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... โดยแยกและจัดตั้งกรมการผังเมืองขึ้นมาใหม่ ในสังกัดกระทรวงมหาดไทยที่แยกออกมาจากกรมโยธาธิการและผังเมือง สําหรับเนื้อหา สาระของร่างพระราชบัญญัติการผังเมือง พ.ศ. .... ที่ท่านนําเสนอก็มีทั้งหมดถึง ๑๕ หมวด ๑๓๐ มาตราเลยทีเดียวนะครับ แต่ผมก็พอจะจับความสรุปได้ประมาณ ๙ เรื่อง ที่จับความได้ ก็คือท่านก็กําหนดคํานิยามเรื่องผังเมืองขึ้นมาใหม่ โดยแบ่งผังเมืองเป็น ๖ ประเภท คือ ผังประเทศ ผังภาค ผังจังหวัด ผังเมืองรวม ผังเมืองเฉพาะ ผังพื้นที่พิเศษ ซึ่งกฎหมายเดิม ที่มีอยู่ในปัจจุบันนี้ก็มีอยู่แค่ ๒ ผังคือผังภาคและผังเฉพาะเท่านั้น
เรื่องที่ ๒ ที่ท่านเสนอมาก็คือ การจัดให้มีคณะกรรมการเกี่ยวกับการผังเมือง ใน ๓ ระดับ คือระดับผังเมืองระดับชาติ ที่มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน แล้วก็อํานวยการ กํากับดูแลในเรื่องของผังประเทศ ผังภาค และผังพื้นที่พิเศษ แล้วก็กรรมการผังเมือง ซึ่งมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยเป็นประธาน ก็ดูแลหลักเกณฑ์ต่าง ๆ ที่รองลงมา โดยเฉพาะผังเมือง แล้วก็ผังจังหวัด ผังเมืองรวม แล้วผังเมืองเฉพาะ แล้วก็มีกรรมการผังเมือง จังหวัดที่มีผู้ว่าราชการจังหวัด หรือผู้ว่า กทม. ก็ตาม เป็นประธาน มีอํานาจในเรื่องของจังหวัด หรือ อปท. รูปแบบพิเศษ แล้วก็เรื่องต่อไปก็คือผังเมืองทั้ง ๖ ประเภทที่ท่านเสนอนี้ก็จะ ไม่มีอายุการใช้บังคับ แต่ว่าจะต้องมีการประเมินผลทุก ๕ ปี ซึ่งก็ต่างจากของเดิมซึ่งหมดอายุ ทุก ๕ ปี แล้วก็ต้องเสนอมาใหม่ ต้องทําใหม่ทุก ๕ ปี แล้วก็มีกรรมการอุทธรณ์ ซึ่งมี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยเป็นประธาน มีผู้ตรวจการผังเมืองเพื่อดูแลเรื่องผัง ที่ออกมา แล้วก็มีเรื่องของการเสนอในมาตรา ๑๐๖ คือจัดตั้งองค์กรหรือบริษัทของรัฐ โดย ครม. ขึ้นมาทําหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายเกี่ยวกับการพัฒนาตามผังเมืองแทนเจ้าพนักงาน ท้องถิ่นได้ แล้วก็ระบุให้ทุกส่วนราชการต้องดําเนินการหรือตั้งงบประมาณให้สอดคล้องกับ ผังเมือง แล้วประชาชนจะขอใช้ที่ดินในผังเมืองเฉพาะก็ต้องขออนุญาตต่อพนักงานท้องถิ่น ท่านประธานครับ โดยรวมผมก็มีความเห็นสนับสนุนรายงานของคณะกรรมการชุดนี้ ในเรื่องผังเมืองและร่างพระราชบัญญัติการผังเมือง พ.ศ. .... แล้วก็ร่างพระราชบัญญัติ ปรับปรุง กระทรวง ทบวง กรม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... เพราะว่ากฎหมายใหม่นี้ก็ได้เป็นการ เสนอแก้ไขข้อบกพร่องต่าง ๆ ของกฎหมายผังเมืองที่มีอยู่ในปัจจุบันเพื่อให้เกิดความชัดเจน ขึ้นในหลาย ๆ จุด แล้วก็จะทําให้เกิดดุลยภาพ ก็จะทําให้ต่อไปในอนาคตเราไม่ต้องใช้ มาตรา ๔๔ ออกคําสั่ง คสช. มาทําเรื่องผังเมืองในเขตเศรษฐกิจพิเศษ หรือว่าสร้างโรงงาน อุตสาหกรรมหรือโรงไฟฟ้าไม่ได้เลยเพราะติดผังเมือง เราจะไปแก้ไขก็ต้องรออีก ๘ ปี หรือ ๑๐ ปีก็คงไม่ทันการ เป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศนะครับ
ข้อดีของรายงานของท่านก็คือว่า ร่างพระราชบัญญัตินี้มีการกําหนดโครงการ พัฒนาต่าง ๆ ของรัฐ ทางกายภาพจะต้องสอดคล้องกับการจัดทําผังเมือง ซึ่งแบ่งเป็น ๖ ผัง รวมทั้งการจัดตั้งงบประมาณหรือการดําเนินงานใด ๆ ต่อไปในอนาคตก็ต้องสอดคล้องกับ ผังเมือง มีการเพิ่มกรรมการผังเมืองระดับชาติเพื่อความชัดเจนในการกําหนดนโยบาย แล้วที่สําคัญก็คือผังเมืองที่ประกาศใช้แล้วไม่มีหมดอายุนะครับ แต่สามารถทําการทบทวน ได้ทุก ๕ ปี หากมีความจําเป็นก็เสนอคณะกรรมการผังเมืองแก้ไขได้ จะเป็นระดับจังหวัด หรือระดับกระทรวง หรือระดับชาติ เพราะว่าที่ผ่านมากฎหมายเดิมบอกว่า ให้ผังเมืองมีอายุ ๕ ปี เสร็จแล้วก็ต้องยกร่างขึ้นใหม่ ซึ่งมันก็มีผังเมืองหมดอายุมากมาย อย่างน้อยก็ ๗๐ กว่าผังครับ แล้วก็กระทรวงมหาดไทยก็ทําไม่ทัน แล้วก็เกิดช่องว่าง ซึ่งที่ผ่านมาก็ต้อง ใช้อํานาจทางบริหารแก้ไขไป เรื่องการเสนอผู้ตรวจผังเมืองที่มาจากข้าราชการกรมผังเมือง จะทําหน้าที่ตรวจตราการบังคับใช้กฎหมายนี้ ผมก็มีข้อสังเกตว่ากําลังข้าราชการหรืออาวุโส ของข้าราชการในกรมผังเมืองอาจจะมีไม่เพียงพอนะครับ เพราะฉะนั้นอันนี้สมควรหรือไม่ ที่อาจจะมอบให้เป็นผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย หรือผู้ตรวจราชการสํานักปลัด สํานักนายกรัฐมนตรีทําหน้าที่ผู้ตรวจการผังเมืองตามกฎหมายที่ท่านเสนอได้
อีกเรื่องหนึ่งคือเรื่ององค์กรพัฒนาเมือง หรือองค์กรเพื่อพัฒนาตามผังเมืองนี้ ก็ถือเป็นเรื่องใหม่ที่อาจจะไม่เป็นที่คุ้นเคยในระบบราชการไทยนะครับ ก็เลยยังอาจจะมี ความไม่แน่นอนว่าจะเป็นส่วนราชการ หรือจะเป็นกึ่งราชการ หรือจะเป็นองค์กรภาคเอกชน ที่จะมีบทบาท แล้วถ้าเป็นภาคเอกชนจะมาใช้อํานาจตามกฎหมายได้อย่างไรนะครับ ที่ท่าน ยกตัวอย่างว่ามีจากประเทศอังกฤษนี้ เราก็ไม่รู้ว่าที่ท่านจะเอามาใช้นี้ มาใช้ในรูปแบบ องค์การมหาชนหรือว่าอย่างไร อันนี้ก็คงต้องมีความชัดเจนในระดับการอิมพลีเมนต์ (Implement) ต่อไปนะครับ
ที่มีเรื่องดีอีกอันหนึ่งก็คือ ในร่างกฎหมายของท่านก็ได้มีการปรับปรุงกลไก ในการมีส่วนร่วมและรับฟังความคิดเห็นของประชาชนในการวางผังเมือง ซึ่งเปิดกว้าง อย่างเป็นระบบ ไม่ใช่รับฟังแล้วก็ฟังอยู่ฟากเดียวนะครับ พื้นที่สีเขียว ป้ายสีเขียวไปทั้งประเทศ ไม่ต้องสร้างอะไร ที่เขาเป็นโรงไฟฟ้าเดิมอยู่แล้วก็ไปป้ายเป็นสีเขียว จะขยายก็ไม่ได้ อะไรอย่างนี้นะครับ ซึ่งก็จะเป็นเรื่องที่ดีแล้วก็เป็นการลดขั้นตอน แล้วก็เกิดโฟกัสขึ้นในการทํา แล้วก็ใช้เวลาสั้นลงนะครับ
ผมมีความเห็นเพิ่มเติมอีก ๒-๓ ประเด็นในเรื่องของการจัดรูปที่ดินนะครับ ซึ่งที่ผ่านมา ในช่วงหลายปีที่ผ่านมากรมโยธาธิการและผังเมืองก็ได้ดําเนินการ แล้วก็มีผล เป็นที่น่าพอใจในระดับหนึ่งนะครับ หลักการในเรื่องการจัดรูปที่ดินก็เป็นวิธีหนึ่ง ที่จะสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับที่ดิน ซึ่งอาจจะเป็นที่ตาบอด หรืออยู่ในที่ที่อยู่กัน อย่างแออัดไม่เป็นระเบียบเรียบร้อย โดยไม่ต้องใช้วิธีเวนคืน แต่เจ้าของที่ดินทุกคน ทุกแปลง ที่อยู่ในที่ดินเหล่านั้นล้วนเป็นผู้มีส่วนได้เสีย ก็จะต้องเข้ามาร่วมมือกันตามกระบวนการ จัดการที่ดินและผังเมืองนี้มีการปรึกษาหารือกัน โดยมีทางราชการเป็นตัวประสาน เป็นตัวกลาง กําหนดแปลงจัดรูปที่ดินใหม่ ซึ่งเป็นที่ตกลงกันของประชาชนทุกคนในที่ดินนั้น โดยมีการเสียสละ ยินยอม แบ่งปัน โยกย้าย เคลื่อนย้าย แบ่งแยกกรรมสิทธิ์ให้เท่ากัน ซึ่งผลของการจัดรูปที่ดิน จากการมีส่วนร่วมของทุกคนอย่างโปร่งใสนี้ มีการปรึกษาหารือกัน ก็อาจจะทําให้ที่ดินมีมูลค่าเพิ่มขึ้นมา แล้วก็มีสิ่งแวดล้อมที่ดีขึ้นนะครับ เช่นตรงนี้นะ ขอให้มี สวนสาธารณะ มีสนามกีฬา มีสนามเด็กเล่น ระบบสาธารณูปโภค ระบบบําบัดน้ําเสียก็จะ ดีขึ้น แล้วก็มีความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินมากขึ้น
อีกเรื่องหนึ่งที่เป็นข้อสังเกตอยากจะฝากไว้คือใน มาตรา ๑๐๘ ว่าด้วย การอุทธรณ์นี้ ท่านกําหนดให้มีคณะกรรมการอุทธรณ์โดยรัฐมนตรีเป็นประธาน ซึ่งเข้าใจว่า เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ผู้รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ แล้วอุทธรณ์ ได้ตั้งหลายเรื่อง แต่ว่าคณะกรรมการผังเมืองระดับกระทรวงของท่านนี้ แล้วก็คุมผู้ว่าราชการ จังหวัดอีกที ก็มีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยเป็นประธานครับ เพราะฉะนั้นถ้าเป็น กรรมการที่กําหนดหลักเกณฑ์เอง แล้วคนไม่ชอบมาอุทธรณ์ แล้วตัวเองนั่งเป็นประธานอยู่นี้ มันก็จะเกิดปัญหาคอนฟลิกต์ (Conflict) ก็จะต้องยกอุทธรณ์ตลอด เพราะผมเป็นคน กําหนดเอง อันนี้ฝากท่านไปดูด้วยนะครับ แล้วก็ขอเวลาอีกสัก ๒ นาทีนะครับท่านประธาน
อีกประเด็นหนึ่งก็คือเรื่องของการแก้ไขกฎหมายบริหารราชการแผ่นดิน ให้แยกกรมผังเมืองออกมานี้ ก็หวังว่าคงจะไม่มีการเพิ่มอัตรากําลังขึ้นมาใหม่นะครับ เพราะว่าปริมาณงานเดิมก็มีคนทําอยู่ แต่ผมคิดว่าการให้อํานาจที่ชัดเจน มีงานเฉพาะมันก็จะ เป็นเรื่องที่ดี ก็ควรจะสนับสนุน แต่ไม่ควรถือโอกาสนี้ของบประมาณ ขอคนเพิ่มหรืออะไร เพิ่มมากมายจนเกินไปนะครับ แล้วก็ร่างกฎหมายผังเมืองนี้มันกําหนดผังเมืองไว้ ๖ ประเภท โดยเห็นว่าผังประเทศและผังพิเศษนี้มันเป็นเรื่องใหญ่และเป็นเรื่องสําคัญ โดยเฉพาะ เรื่องเกี่ยวกับเขตเศรษฐกิจพิเศษ มันก็เป็นเขตซึ่งต้องมีการประสานกันหลายฝ่าย แล้วก็ มีการออกแบบอย่างจริงจังนะครับ ก็หวังว่ากรมผังเมืองจะมีผู้เชี่ยวชาญที่พร้อมที่จะทํา เรื่องเหล่านี้นะครับ
แล้วประการสุดท้ายก็เห็นด้วยอย่างยิ่งนะครับ ที่จะให้มีการส่งเสริมเผยแพร่ ความรู้เรื่องการผังเมือง โดยอาจจะร่วมกับองค์กรภาคเอกชน อย่างสมาคมสถาปนิกสยาม ในพระบรมราชูปถัมภ์ หรือวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ อะไรเหล่านี้ เพื่ออบรมให้ความรู้ไม่ใช่เฉพาะข้าราชการ แต่กับผู้เกี่ยวข้องและประชาชน เพื่อให้เจตนารมณ์ ของกฎหมายผังเมืองนี้เป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ ขอบพระคุณครับ