เลิศรัตน์ รัตนวานิช หารือการจัดตั้งสถาบันวิทยาศาสตร์การกีฬาแห่งประเทศไทย โดยเสนอให้เริ่มจากการตั้งเป็นสำนักเพื่อประเมินประสิทธิภาพก่อนการจัดตั้งอย่างเป็นทางการ พร้อมเน้นความจำเป็นในการสร้างศูนย์ตรวจสารต้องห้ามที่ได้มาตรฐานสากล เพื่อรองรับการป้องกันการใช้สารกระตุ้นในนักกีฬาทุกระดับอย่างมีประสิทธิภาพและได้รับการรับรองจากองค์กรนานาชาติ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม พลเอก เลิศรัตน์ รัตนวานิช สมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ขอขอบพระคุณ ท่านประธานที่ให้โอกาสแสดงความคิดเห็นในเรื่องการปฏิรูปด้านการกีฬา ซึ่งถ้าผมเข้าใจถูก ก็คือทางคณะกรรมาธิการได้เสนอมาแล้ว ๓ เรื่อง ครบตามที่กําหนดไว้ในวาระการประชุม ผมจะขออนุญาตพูดในเรื่องของการจัดตั้งสถาบันวิทยาศาสตร์การกีฬาแห่งประเทศไทย เพื่อฝากเป็นข้อคิดเห็นและข้อสังเกตให้กับทางคณะกรรมาธิการ
ในประเด็นแรก สถาบันวิทยาศาสตร์การกีฬาแห่งประเทศไทยที่เสนอขึ้นมา มีฐานปัจจุบันเป็นฝ่ายวิทยาศาสตร์การกีฬา เป็น ๑ ใน ๑๐ ฝ่ายของการกีฬาแห่งประเทศไทย ซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจอยู่ภายใต้กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ในฝ่ายวิทยาศาสตร์การกีฬา มีอยู่ ๓ กอง คือกองวิจัยและพัฒนากีฬา กองกีฬาเวชศาสตร์ และกองพัฒนาการกีฬา เป็น ๓ กอง การจัดของการกีฬาแห่งประเทศไทยเขาแบ่งเป็นฝ่ายแล้วก็มีอยู่ ๑ สํานัก ในความคิดเห็นของผม คือการกีฬาแห่งประเทศไทยเขามีคณะกรรมการ ซึ่งมีรองนายกรัฐมนตรี หรือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาท่านเป็นประธานในคณะกรรมการ การกีฬาแห่งประเทศไทย แล้วประกอบด้วยผู้ทรงคุณวุฒิทั้งโดยตําแหน่งและโดยการแต่งตั้ง ตามมติคณะรัฐมนตรีอยู่แล้ว หากเราจะยกระดับฝ่ายวิทยาศาสตร์การกีฬาขึ้นมาเป็น สถาบันวิทยาศาสตร์การกีฬาแห่งประเทศไทย แล้วในข้อเสนอในการจัดตั้งตามมาตรา ๕ ของร่าง พ.ร.บ. ที่คณะกรรมาธิการได้เสนอมาให้จัดตั้งสถาบันวิทยาศาสตร์การกีฬาแห่งประเทศไทย ขึ้นเป็นหน่วยงานของรัฐที่ไม่เป็นส่วนราชการตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน และไม่เป็นรัฐวิสาหกิจตามกฎหมายว่าด้วยวิธีการงบประมาณและกฎหมายอื่น ให้สถาบัน มีฐานะเป็นนิติบุคคล ปัจจุบันนี้มีการเสนอที่จะให้ตั้งหน่วยงานลักษณะนี้เยอะมากในบ้านเรา ไม่มีใครอยากจะขึ้นอยู่กับใคร ทุกคนอยากจะเป็นหน่วยงานที่เป็นอิสระ มหาวิทยาลัยก็ออกไป นอกกํากับรัฐเสียตอนนี้ก็เป็นสิบแล้ว แล้วก็มีหน่วยงานอิสระที่ตั้งขึ้น อย่างเช่น กสทช. องค์กรคุ้มครองผู้บริโภคต่าง ๆ ที่กําลังคิดอยากจะจัดตั้งในรูปแบบนั้นก็คือไม่มีใครต้องการ เป็นหน่วยงานของรัฐ ทีนี้การที่จะเสนอตั้งงานด้านวิทยาศาสตร์การกีฬาขึ้นมาเป็นสถาบัน ระดับประเทศก็เป็นเรื่องดีครับ ผมก็เชื่อว่าในบางประเทศอาจจะมีอยู่แต่คงไม่กี่ประเทศ เรื่องของวิทยาศาสตร์การกีฬาส่วนใหญ่ก็ต้องเน้นเกี่ยวกับเรื่องของกีฬาที่เป็นหลัก ไม่ว่าจะเป็นกีฬาเป็นเลิศ หรือกีฬาสมัครเล่นต่าง ๆ ผมเองบริหารสมาคมกรีฑามากว่า ๒๕ ปี ก็ให้ความสําคัญกับเรื่องวิทยาศาสตร์การกีฬาอย่างมาก สมัยนั้นผมก็จําได้ว่าผมไปจ้างฝรั่ง มาจากแคลิฟอร์เนียมาดูแลเรื่องการให้วิตามินโดยเฉพาะเลย มาดูแลเรื่องการสร้างกล้ามเนื้อ ลงทุนซื้อเครื่องสร้างกล้ามเนื้อ เครื่องฟิตเนส (Fitness) ต่าง ๆ เพราะฉะนั้นเรื่องของวิทยาศาสตร์ การกีฬาเป็นเรื่องที่มีความสําคัญยิ่ง ปัจจุบันนี้สมาคมกีฬาต่าง ๆ ๔๐-๕๐ สมาคมก็คงให้ ความสําคัญในเรื่องเหล่านี้ กกท. ก็มีหน่วยงานตรงนี้อยู่ ที่ผมฝากเป็นข้อสังเกตในเรื่องของ การจัดตั้งองค์กรคือว่าเราน่าจะทําเป็นเฟส (Phase) หรือไม่ อย่างเช่นเฟส (Phase) แรก ยกระดับแผนก ยกระดับฝ่ายขึ้นเป็นสํานักเสียก่อน สํานักอยู่ในการกีฬาแห่งประเทศไทย ทดลองดูสัก ๒-๓ ปี เพราะปัจจุบันเป็นฝ่ายขึ้นตรงกับรองผู้ว่าการ ถ้าเป็นสํานักขึ้นกับผู้ว่าการ แล้วขยายอัตรา ขยายขีดความสามารถในการดูแลงานด้านวิทยาศาสตร์ขึ้น คือถ้าคิดว่าจะให้ หน่วยงานเดียวไปดูเรื่องวิทยาศาสตร์การกีฬาทั้งประเทศก็คงไม่ใช่หรอกครับ แล้วเราก็มี ด้านวิชาการ ด้านมหาวิทยาลัยต่าง ๆ มากมายที่ทํางานในเรื่องนี้อยู่ เพราะฉะนั้นผมจึงคิดว่า การจะยกระดับเป็นสถาบันระดับประเทศเลยด้วยกฎหมายพิเศษก็มีบางท่านให้ข้อท้วงติงไว้ แล้วว่าการจัดตั้งหน่วยต่าง ๆ ก็จะเป็นปัญหาว่ารัฐบาลจะเอาด้วยหรือไม่ เพราะฉะนั้น ผมไม่ขัดข้องนะครับ เพียงแต่อยากเสนอว่าน่าจะทําเป็นเฟส (Phase) เฟส (Phase) แรก ตั้งเป็นสํานักก่อน เพราะตามที่เสนอใหญ่มาก มีรองนายกรัฐมนตรี มีรัฐมนตรีมาเป็นประธาน บอร์ด (Board) ก็เป็นรูปแบบบอร์ด (Board) ที่ใกล้เคียงกับบอร์ด (Board) ของ กกท. การทํางานก็ไม่แน่ใจว่าจะบรรลุเป้าหมายได้ตามนั้นหรือไม่ถ้าจะจัดตั้งโดยในทันที
เรื่องสุดท้ายที่ผมอยากจะฝากไว้คือเรื่องเกี่ยวกับการตรวจสารต้องห้าม ในภาระหน้าที่หนึ่งที่เสนอจัดตั้งสถาบันวิทยาศาสตร์การกีฬาแห่งประเทศไทยไม่ได้พูดถึง ประเด็นนี้ แต่ว่าในหน้าที่ของฝ่ายวิทยาศาสตร์การกีฬามีพูดถึงเรื่องการใช้สารต้องห้าม การควบคุมการใช้สารต้องห้ามในตัวนักกีฬา ซึ่งเป็นเรื่องที่มีความสําคัญ เพราะฉะนั้นถ้าจะ จัดตั้งก็อยากจะเสนอให้คํานึงถึงเรื่องการมีศูนย์ตรวจสารต้องห้ามในนักกีฬาขึ้น ซึ่งปัจจุบันนี้ มีอยู่ ๒ แห่งในประเทศไทย คือมีอยู่ที่มหาวิทยาลัยมหิดล เป็นงานฝากของคณะวิทยาศาสตร์ ของมหาวิทยาลัยมหิดล แล้วอีกแห่งหนึ่งทาง กกท. ก็ตั้งขึ้น ซึ่งทางวาดะ (WADA) คือ เวิลด์ แอนไทโดปปิ้ง เอเจนซี (World Anti-Doping Agency) ก็ให้การรับรองทั้ง ๒ องค์กรนี้ เป็นเรื่องที่มีความสําคัญที่หน่วยงานระดับนี้น่าจะได้รับการสนับสนุน เพราะว่าเดี๋ยวนี้ การตรวจสารต้องห้ามในนักกีฬาไม่ใช่ทําเฉพาะในการแข่งขันกีฬา ต้องทําในขั้นของ การฝึกซ้อมเก็บตัว หรือการสร้างนักกีฬาจากเยาว์วัยขึ้นไปเป็นนักกีฬาทีมชาติ ก็ถือว่า เป็นเรื่องที่อันตรายมากถ้ามีการใช้สารกระตุ้น อย่างขณะนี้รัสเซียเอง ทั้งสมาคมกรีฑา ของรัสเซียก็โดนแบน (Ban) จากวาดะ (WADA) ไม่ให้เข้าแข่งขันกีฬาในระดับโลก เพราะมีการพยายามสร้างนักกีฬาด้วยสารกระตุ้นที่จะเป็นผลเสียแก่นักกีฬาในบั้นปลาย ก็อยากฝากในเรื่องนี้ไว้ด้วย ถ้าจะจัดตั้งเป็นสถาบันวิทยาศาสตร์การกีฬาแห่งประเทศไทย ว่าน่าจะให้ความสําคัญในเรื่องการจัดตั้งองค์กรหรือศูนย์ตรวจสารต้องห้ามในนักกีฬา ให้เป็นที่ยอมรับของวาดะ (WADA) หรือของโลกด้วยครับ กราบขอบพระคุณครับ