สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ · ครั้งที่ ๒ · ๘ มกราคม ๒๕๕๙

ชาญวิทย์ ผลชีวิน พูดถึงการปฏิรูปการกีฬา โดยมีกรอบแนวทางในการดำเนินการ และเรื่องเร่งด่วน 3 เรื่องที่ต้องแก้ไข โดยเฉพาะเรื่องของการกีฬาที่มีส่วนสําคัญของชีวิตมนุษย์ในการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม การเมือง หรือเรื่องของสุขภาพพลานามัย ชาญวิทย์ เสนอแนวคิดในการยุบรวมสถาบันการพลศึกษาและโรงเรียนกีฬาทั้งหมดให้เป็นมหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ 5 แห่ง และจัดตั้งสถาบันวิทยาศาสตร์การกีฬา โดยเน้นย้ำความสำคัญของการมีบุคลากรที่มีความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ในการกีฬา และเรียกร้องให้ควบรวมองค์กรและหน่วยงานต่าง ๆ เพื่อจัดตั้งสถาบันวิทยาศาสตร์การกีฬา

นายชาญวิทย์ ผลชีวิน กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธาน สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศและสมาชิกสภาที่เคารพทุกท่านครับ กระผม ชาญวิทย์ ผลชีวิน สมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ลําดับที่ ๓๗ ครับ อย่างที่ท่านประธาน พลเอก ยุทธศักดิ์ ศศิประภา ขออนุญาตเอ่ยนามท่านนะครับ ได้นําเสนอหลักการที่เรา จะปฏิรูปด้านการกีฬาทั้งระบบไปแล้วนะครับ ผมก็จะขออนุญาตนําเสนอด้านต่าง ๆ ซึ่งในเรื่องของโครงสร้างนั้นมีเรื่องเร่งด่วนอยู่ประมาณ ๓ เรื่องก่อนที่จะขออนุญาตนําเสนอ ต่อท่านประธาน แล้วก็ท่านสมาชิกทุกท่าน

สิ่งแรกที่อยากจะเห็นก็คือกรอบแนวทางในการทํางานของคณะกรรมาธิการ ชุดนี้โดยเฉพาะด้านกีฬา ศิลปะ วัฒนธรรม การศาสนา คุณธรรม และจริยธรรม ว่าเราได้ ดําเนินการมาอย่างไร แล้วก็ส่วนของกีฬานั้นเราได้แยกออกมาเป็นคณะอนุกรรมาธิการ ๒ คณะ ก็คือผมเป็นประธานอนุกรรมาธิการโครงสร้าง ท่าน พลเรือเอก อภิวัฒน์ ศรีวรรธนะ เป็นประธาน อนุกรรมาธิการในด้านของบริหารจัดการทางด้านการกีฬา ผมขออนุญาตนําเพาเวอร์พอยท์ (PowerPoint) เสนอให้ที่ประชุมสภาได้มองเห็นกรอบคร่าว ๆ พอสังเขปดังนี้นะครับ

(เจ้าหน้าที่ได้ดําเนินการเปิดพรีเซนเทชัน (Presentation))

การปฏิรูปการกีฬาด้านที่ ๑๙ หรือวาระที่ ๑๙ ที่เป็นเรื่องเร่งด่วนที่ทางคณะ คสช. อยากเห็นการปฏิรูปมากที่สุดด้านหนึ่งนะครับ จริง ๆ แล้วการกีฬานั้นอยู่ในด้านอื่น ๆ แต่จุดที่เร่งด่วนที่สุดก็คือกีฬานั้นมีส่วนสําคัญของ ชีวิตมนุษย์ในการที่จะพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ทั้งระบบ ไม่ว่าจะเป็นด้านเศรษฐกิจ สังคม การเมือง หรือเรื่องของสุขภาพพลานามัย ฉะนั้นเมื่อ คสช. หรือคณะรัฐบาลมีนโยบาย ที่ชัดเจนหรือมีภาษาที่เราใช้ใหม่ก็คือยุทธศาสตร์ประชารัฐ ก็จะมอบยุทธศาสตร์ประชารัฐนั้น ไปที่กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา แล้วก็มาที่สภาปฏิรูปแห่งชาติ ซึ่งตอนนั้นก็มีท่าน พลเอก ยุทธศักดิ์ ศศิประภา เป็นประธานกรรมาธิการอยู่ด้วยนะครับ จะเห็นว่าทั้งนโยบาย ประชารัฐหรือยุทธศาสตร์ประชารัฐในเรื่องของการปฏิรูปการกีฬานั้นได้มอบมาให้ ทั้งกระทรวงด้วย แล้วก็มอบมาให้ทั้งสภาปฏิรูปแห่งชาติด้วยก็ได้ทําการศึกษา ผมขออนุญาต จะไปเร็วนิดหนึ่งครับ ทําการศึกษาทั้ง ๒ ส่วนว่าเรื่องเร่งด่วนที่ควรจะปฏิรูปการกีฬานั้น มีเรื่องอะไรบ้าง เมื่อกําหนดออกมาแล้วเราสามารถเอามากรุปปิง (Grouping) กัน เพื่อให้ เห็นว่าสิ่งที่ทําแล้ว ออกมาแล้ว ถามความเห็นของทุก ๆ ท่านแล้ว ลงไปถึงประชาชนทุกภาคส่วนแล้ว เห็นตรงกันเลยครับว่าสิ่งที่ต้องปฏิรูปและขับเคลื่อนเร่งด่วนมีอยู่ ๒ เรื่องใหญ่ ๆ ในระดับ โครงสร้างของ คปป. นะครับ ก็คือเรื่องของการปฏิรูปโครงสร้างทางด้านการกีฬาหรือองค์กร การกีฬา เรื่องที่ ๒ ก็คือเรื่องของการบริหารจัดการการกีฬา พอมาถึงยุคของ สปท. ผมเอง ได้มีโอกาสทํางานร่วมกับท่าน พลเอก ยุทธศักดิ์ ศศิประภา ตั้งแต่เป็นข้าราชการอยู่ที่ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา โดยที่ท่านได้แต่งตั้งเข้ามาเป็นอนุกรรมาธิการ ตอนนั้นก็มี คณะอนุกรรมาธิการขับเคลื่อนแล้วครับ และได้ดําเนินการแล้วนะครับ โดยนํายุทธศาสตร์ประชารัฐ ที่ท่าน พลเอก ยุทธศักดิ์ ศศิประภา และคณะ ได้ทําไว้ทั้งหมด ๖ ยุทธศาสตร์ ๓๗ วาระ ๑๐๐ โครงการ ผมก็นําไปที่กระทรวงนะครับ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยว และกีฬา ท่านกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร ก็เห็นชอบแล้วก็เห็นด้วยกับแนวทางนี้ เพราะฉะนั้น จะเห็นว่าในการขับเคลื่อนของคณะกีฬาจะเห็นชัดเลยว่าค่อนข้างจะเป็นไปในแนวเดียวกัน ฉะนั้นการขับเคลื่อนนั้นค่อนข้างจะสมบูรณ์แล้วก็รวดเร็วพอสมควรในการที่จะนําเสนอ ต่อสภานะครับ เพราะฉะนั้นเรื่องที่เราได้คัดกรองแล้ว แล้วก็มีแนวทางที่ค่อนข้างจะเหมือนกัน สิ่งแรกเร่งด่วนที่สุดก็คือเรื่องของมหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ ซึ่งจะขออนุญาตนําเสนอ ต่อเลยนะครับ หลักการและเหตุผลที่ทุกท่านหรือประชาชนส่วนใหญ่ให้ความสนใจว่า มหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติจัดตั้งขึ้นมาแล้วมันจะได้อะไร งบประมาณจะใช้อย่างไร มหาศาล ใครจะเข้าไปเรียน เรียนเฉพาะนักกีฬาหรือเปล่า และจบมาแล้วคําถามที่ฮิต (Hit) ที่สุดครับ มีงานทําไหม สิ่งที่ผมจะกราบเรียนในที่ประชุมให้ทราบก็คือว่าเราจะใช้การยุบรวม สถาบันการพลศึกษาที่มีทั้งหมด ๑๗ แห่งที่มีอยู่ทั่วประเทศ จะเป็นแนวเดียวกับทาง มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล เมื่อก่อนนี้เขามีทั้งหมด ๓๔ แห่ง ยุบรวมแล้วตอนนี้เหลือ ๙ แห่ง แล้วก็เป็นชื่อมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล ล้านนา แล้วก็อื่น ๆ อีกทั้งหมด ๙ แห่งครับ ตรงนี้เราเอาขึ้นมาพัฒนานะครับ ผมเองก็เป็นผลพวงของสถาบันการพลศึกษาตั้งแต่สมัย พ.ศ. ๒๕๑๘-๒๕๑๙ ครับ เรียนที่วิทยาลัยพลศึกษาจังหวัดชลบุรี สมัยก่อนยังเป็นวิทยาลัยพลศึกษาจังหวัดชลบุรี มีอยู่ ๔ แห่ง ๔ ภาค จังหวัดยะลา ภาคใต้ จังหวัดเชียงใหม่ ภาคเหนือ จังหวัดมหาสารคาม ภาคตะวันออกเฉียงเหนือครับ มีอยู่แค่ ๔ แห่ง แต่ปัจจุบันนี้เติบโตขึ้นมาทั้งหมด ๑๗ แห่ง เหตุและผลคือเมื่อสมัยย้อนยุคกลับไป ๓๐ กว่าปีที่แล้ว เราต้องการครูพลศึกษา สุขศึกษา แล้วก็นันทนาการอย่างมาก เพื่อที่บรรจุครูเหล่านั้นเข้าไปอยู่ตามโรงเรียนประถมศึกษา มัธยมศึกษา แล้วก็ในระดับอุดมศึกษาครับ ซึ่งตอนนั้นครูพลศึกษาเราขาดแคลนอย่างมาก ผมเองเป็นผลพวงของวิทยาลัยพลศึกษาจังหวัดชลบุรีเช่นเดียวกัน ตอนนั้นเปิดรับ ๔,๐๐๐ กว่าอัตราเมื่อ ๓๐ กว่าปีที่แล้ว บรรจุไม่พอครับ แต่เวลาล่วงเลยผ่านมาครูพลศึกษา ณ ปัจจุบันนี้ผ่านมา ๓๗ ปี ๓๘ ปี ครูพลศึกษาแทบจะไม่มีการบรรจุแม้แต่อัตราเดียว ในขณะที่สถาบันการพลศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏ มหาวิทยาลัยอื่น ๆ ยังผลิตครูทางด้าน พลศึกษา ผลิตครูทางด้านวิทยาศาสตร์การกีฬา ผลิตครูทางด้านสุขศึกษา แล้วก็นันทนาการอยู่ โลกเปลี่ยนไปครับ เพราะฉะนั้นเราต้องคิดที่จะพัฒนาสถาบันการพลศึกษาของเรา อย่างต่อเนื่อง แล้วก็ให้ทัดเทียมกับอาเซียน (ASEAN) ที่เปิดขึ้นแล้ว แล้วก็ก้าวขึ้นสู่ในระดับ เอเชียต่อไปในอนาคต เพราะฉะนั้นจะเห็นเลยว่ามหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติจําเป็นครับ ที่จะต้องเกิดขึ้นในเร็วนี้ เร็วที่สุด

ส่วนที่ ๒ ที่จะต้องแก้ปัญหา คือท่านจะเห็นว่าใครจะเข้ามาเรียน ใช้ชื่อว่า มหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ เฉพาะนักกีฬาหรือเปล่า ไม่ใช่ครับ ผมได้รับคําถามมากมาย จากทั้งในห้องประชุมสภา แล้วก็ด้านนอกว่ามหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติเปิดขึ้นมา รับเฉพาะนักกีฬาหรือไม่ ไม่ใช่ครับ รับประชาชน เยาวชนทั่วไปทั้งหมดครับ แต่เราจะมีกลุ่มหนึ่ง ซึ่งเน้นเฉพาะ อันนี้เป็นไปได้ครับ เพราะเราจะมีคณะที่จะเปิดทั้งหมดถึง ๕ คณะ แล้วคณะหนึ่ง ที่เราจะต้องผลิตอย่างที่ผมบอกแล้ว สถาบันการพลศึกษามี ๓ คณะ ผลิตเหมือนเดิมครับ แต่จะเพิ่มคุณภาพขึ้น ครูพลศึกษาจําเป็นไหมครับที่ยังต้องผลิตอยู่ จําเป็นครับ ยังจําเป็น ที่จะต้องผลิตอยู่ ยังมีคณะพลศึกษาอยู่ ยังมีคณะวิทยาศาสตร์การกีฬาอยู่ แต่สิ่งที่เราจะต้อง เพิ่มเติมขึ้นมาคือคณะเทคโนโลยีทางการกีฬา เดี๋ยวผมจะขออนุญาตลงลึกต่อไปนะครับ ทีนี้มาดู โครงสร้างนิดหนึ่งนะครับว่ามหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติถ้าเราจะยุบรวมมาทั้ง ๔ ภาคนั้น ประกอบด้วยภาคไหนบ้าง ขออนุญาตเพาเวอร์พอยท์ (PowerPoint) ไปที่ภาคเหนือครับ จะเห็นเลยว่าภาคเหนือนั้นเรามีสถาบันการพลศึกษาอยู่ทั้งหมด ๔ แห่ง แล้วก็มีโรงเรียนกีฬา อยู่ทั้งหมด ๓ แห่ง มหาวิทยาลัยการกีฬาภาคเหนือจะมีสถาบันพลศึกษาเชียงใหม่ สถาบันพลศึกษาสุโขทัย จะมีที่จังหวัดเพชรบูรณ์ แล้วก็จะมีที่จังหวัดลําปางนะครับ เราจะคัดเลือก ต้องใช้คําว่า คัดเลือก สถาบันที่เหมาะสมที่สุด ที่มีคุณภาพ สมบูรณ์ที่สุด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของกายภาพ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของบุคลากร ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของงบประมาณ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการบริหารจัดการนะครับ เราจะมีคณะทํางานที่จะไปทํามาตรฐานขึ้นมา ว่าสถาบันไหนที่เหมาะสมที่สุดที่จะเป็นแห่งแรกในการที่จะเปิดเป็นมหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ ภาคเหนือครับ ๓ สถาบันการพลศึกษา ที่เหลือจะเป็นวิทยาเขต โรงเรียนกีฬาที่อยู่ ๓ แห่ง ของทางภาคเหนือ ทั้งจังหวัดเชียงใหม่ ทั้งจังหวัดลําปาง แล้วก็ทั้งจังหวัดนครสวรรค์ จะเป็นโรงเรียนอยู่ในสังกัดของมหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติครับ เช่นเดียวกันภาคที่ ๒ ก็จะเป็นภาคกลาง ภาคกลางประกอบด้วย ๕ แห่ง จะมีจังหวัดชลบุรี จังหวัดอ่างทอง จังหวัดสมุทรสาคร กรุงเทพมหานคร แต่กรุงเทพมหานครไปตั้งอยู่ที่จังหวัดปทุมธานี คลอง ๑๓ ครับ แล้วก็จะมีจังหวัดสุพรรณบุรีอีกแห่งหนึ่ง และมีโรงเรียนกีฬาอีก ๔ แห่งเช่นเดียวกัน จะมีโรงเรียนกีฬาจังหวัดชลบุรี โรงเรียนกีฬาจังหวัดอ่างทอง โรงเรียนกีฬาที่จังหวัดสุพรรณบุรี แล้วก็โรงเรียนกีฬาที่จังหวัดนครนายกครับ โรงเรียนกีฬาเหล่านี้ก็จะเข้าไปอยู่ในสังกัดของ มหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติประจําภาคกลาง หรือในอนาคตท่านประธานยุทธศักดิ์ อาจจะขอชื่อพระราชทาน ซึ่งจะเป็นสเต็ป (Step) ต่อไปในอนาคตนะครับ

ภาคต่อไปจะเป็นภาคใต้ มหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติของภาคใต้ก็จะมี ๔ แห่ง เช่นเดียวกัน มีจังหวัดชุมพร มีจังหวัดตรัง มีจังหวัดยะลา แล้วก็มีจังหวัดกระบี่ ก็จะพิจารณาจาก มหาวิทยาลัยแห่งใดแห่งหนึ่งเป็นมหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติภาคใต้ ที่เหลือก็จะเป็นวิทยาเขต โรงเรียนกีฬา ๓ แห่ง ก็จะมีที่จังหวัดตรัง มีที่จังหวัดยะลา แล้วก็มีที่จังหวัดนครศรีธรรมราช ก็จะเป็นโรงเรียนกีฬาอยู่ในสังกัดครับ

ส่วนภาคตะวันออกเฉียงเหนือก็จะมีสถาบันการพลศึกษา ๔ แห่งเช่นเดียวกัน ก็จะมีจังหวัดชัยภูมิ มีจังหวัดมหาสารคาม มีจังหวัดอุดรธานี แล้วก็มีจังหวัดศรีสะเกษ มีโรงเรียนกีฬาอยู่ ๓ แห่ง มีที่จังหวัดขอนแก่น มีที่จังหวัดอุบลราชธานี แล้วก็มีโรงเรียนกีฬา ที่จังหวัดศรีสะเกษ โรงเรียนกีฬาทั้ง ๓ แห่งก็จะเป็นในสังกัดของมหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ เช่นเดียวกัน เพราะฉะนั้นจะเห็นว่าภาพรวมในการยุบรวมมหาวิทยาลัยกีฬาที่เราเหลือทั้งหมด จาก ๑๗ สถาบันการพลศึกษา ให้เหลือ ๔ มหาวิทยาลัยกีฬาในภูมิภาคต่าง ๆ นั้น เหตุและผล เพื่ออะไรครับ คําถามหนึ่งซึ่งได้รับตลอดเลย เปิดขึ้นมาแล้วจะสู้จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จะสู้มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จะสู้มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จะสู้มหาวิทยาลัยมหิดล หรือมหาวิทยาลัยเอกชนในภาคกลางหรือในกรุงเทพฯ ได้ไหม เพราะเขามีโครงการช้างเผือก อยู่ครับ สิ่งที่เป็นคําถามเป็นข้อเสนอแนะอย่างดีมาก ๆ ทําไมเราถึงเปิด ๔ ภาคครับ นี่ละครับ เพื่อลดความเหลื่อมล้ําของคน ลดความเหลื่อมล้ําของประชากร ลดความเหลื่อมล้ําของเยาวชน ที่จะเล่นกีฬาแล้วอยากเรียนทางด้านนี้ทุกครั้งต้องวิ่งเข้ามาสู่กรุงเทพมหานคร ผมเองก็เป็น ผลพวงคนหนึ่งจากจังหวัดชลบุรี จะต่อยอดเรียนปริญญาตรีไม่รู้ไปเรียนที่ไหน ไม่มีครับ มหาวิทยาลัยเอกชน ไม่มีครับมหาวิทยาลัยของรัฐทางด้านกีฬา ต้องเข้ามาเรียน มศว. มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ พลศึกษาครับเมื่อก่อน ตอนนี้ถูกยุบไปแล้วครับ นี่คือส่วนหนึ่ง แล้วเด็ก ๆ อีกหลาย ๆ ล้านคนที่อยู่ทั่วประเทศทําไมเขาต้องทิ้งถิ่นฐานเข้ามาเรียน ในกรุงเทพฯ ล่ะครับ เราต้องการกระจายอํานาจ เราต้องการลดความเหลื่อมล้ํา เราต้องการ เห็นความเสมอภาค แล้วทําไมครับเราเปิดทั้ง ๔ ภาคไม่ได้ เราต้องเปิดให้ได้ครับ ในฐานะ ที่เรากํากับดูแลทางด้านนี้ แล้วเรามีโอกาสที่จะนําเสนอสภา นําเสนอรัฐบาลให้เห็น ความสําคัญของการจัดตั้งมหาวิทยาลัยการกีฬา เด็ก ๆ ประชาชนจะได้ไม่ต้องทิ้งถิ่นฐาน เพื่อเข้ามาเรียนในกรุงเทพฯ แล้วทุกวันนี้สังคมในกรุงเทพฯ สังคมเมืองใหญ่ จะเห็นเลยว่า แออัดยัดเยียดแล้วมีปัญหาทางสังคมมากแม้กระทั่งการเดินทางไปเรียนนะครับ เพราะฉะนั้น นี่คือกรอบแนวคิดในการที่จะจัดตั้งทั้ง ๔ ภาคเพื่อลดความเหลื่อมล้ํา ครั้งแรกคําถามตามมา เหมือนกันครับ ทําไมไม่จัดแห่งเดียวก่อน แห่งเดียวท่านจะจัดที่ไหนครับ เป็นคําถามต่อมา ๒ แห่งท่านจะจัดที่ไหนครับ แล้วภาคที่ไม่มีล่ะครับ เราจะตอบคําถามประชาชนทั้งประเทศ ได้อย่างไร เพราะฉะนั้นนี่คือส่วนหนึ่งซึ่งเราจะต้องดําเนินการให้ครบทั้ง ๔ ภาค ส่วนที่ ๒ ที่เป็นคําถามฮิต (Hit) ที่สุดคือเด็กโรงเรียนกีฬาต่าง ๆ ที่อยู่ตามชนบท เช่นโรงเรียนกีฬา เทศบาล ตอนนี้ อบต. อบจ. แม้กระทั่งโรงเรียนกีฬาเทศบาลเปิดกันเยอะมาก เด็กเหล่านั้น ไปไหนต่อครับ ยังไม่มีที่เรียนต่อเลยครับ เพราะเขาชอบทางด้านนี้ท่านครับ เพราะฉะนั้น นี่คือการตอบโจทย์อีกโจทย์หนึ่งนะครับ โรงเรียนประถมศึกษา โรงเรียนมัธยมศึกษาของ สพฐ. ของกระทรวงศึกษาธิการที่มีโครงการช้างเผือกด้านการกีฬา เด็กเหล่านี้จะเข้าสู่ระบบมหาวิทยาลัยการกีฬาได้ครับท่าน แม้กระทั่งคนพิการ แม้กระทั่งผู้สูงอายุ จะมีหลักสูตรให้เขาเรียนครับ นี่คือสิ่งหนึ่งซึ่งเราจะต้องทําอย่างไรที่จะพัฒนาสถาบันการพลศึกษา ให้เป็นมหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติให้ได้โดยเร็วที่สุด ส่วนของหลักสูตรนะครับ คณะหนึ่ง ซึ่งผมขออนุญาตยกตัวอย่างเพราะในเอกสารคงมีอยู่แล้วนะครับ ซึ่งผมมองว่าสิ่งที่ ท่านเป็นห่วงกันว่าจบมาแล้วมหาวิทยาลัยเด็ก ๆ โดยเฉพาะมหาวิทยาลัยกีฬาเด็ก ๆ จะมีงานทําไหม คณะเทคโนโลยีและอุตสาหกรรมทางการกีฬาครับ ท่านครับ ณ วันนี้ เมื่อสักครู่ท่านประธาน ยุทธศักดิ์ได้บอกไปแล้วว่าเฉพาะเสื้อฟุตบอลทีมชาติไทย ๘๐,๐๐๐ ตัว เมื่อแมตช์ (Match) ที่แล้ว แมตช์ (Match) สุดท้ายก่อนที่จะเตะกับอิรักในเดือนหน้านี้ ๘๐,๐๐๐ กว่าตัว ขายไม่พอครับ ผลิตไม่ทันครับท่าน เพราะฉะนั้นอุตสาหกรรมการดีไซน์ (Design) บริษัทหนึ่ง ซึ่งเป็นลิขสิทธิ์ในการผลิตเสื้อทีมชาติไทยเขาต้องจ้างดีไซเนอร์ (Designer) ครับ เพราะฉะนั้น คณะอุตสาหกรรมและเทคโนโลยีทางการกีฬาจะมีเปิดทางด้านดีไซเนอร์ (Designer) คือผู้ออกแบบนะครับ ออกแบบอะไรบ้างครับ ชุดซ้อม ชุดแข่งขัน ชุดวอร์ม (Warm) ชุดเดินทาง ออกแบบอะไรครับ สนามครับ อุปกรณ์ต่าง ๆ จุดหนึ่งซึ่งผมขออนุญาตนําไปเป็นแนวคิด สามารถยกตัวอย่างได้เลยครับ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาได้สํารวจค่ายมวยทั่วโลก ประมาณ ๒๐,๐๐๐ กว่าค่ายครับ ท่านครับ ถ้า ๒๐,๐๐๐ กว่าค่ายซื้อเวทีมวยไทยจากเราครับ ซื้อกระสอบทรายจากเราครับ ซื้อนวมจากเราครับ ซื้อชุดมวย ซึ่งตอนนี้ถ้ามีดีไซเนอร์ (Designer) เก่ง ๆ ดี ๆ ดีไซน์ (Design) ชุดมวยไทย ณ วันนี้ชาวต่างประเทศเขานิยมกันมากที่สุด ในแขนงหนึ่งของกีฬาของเราเลย ไม่ว่าจะเป็นห้างสรรพสินค้าที่ไหนถ้ามีกางเกงขาสั้น แล้วเขียนคําว่า มวยไทย เมื่อไรขายดีมากครับท่าน แต่เสื้อเราไม่มีครับ เห็นไหมครับ ชุดประจําชาติ มิสยูนิเวิร์สเพิ่งได้ชุดประจําชาติชนะเลิศมา เห็นไหมครับ ชุดตุ๊ก ๆ ครับท่าน แล้วทําไมเราไม่ดีไซน์ (Design) ชุดกีฬาประจําชาติของเราโดยเฉพาะมวยไทยครับ สมัยหนึ่ง ผมจําได้ว่านางงามที่ไปประกวดมิสยูนิเวิร์สเหมือนกันได้ชุดประจําชาติมวยไทยครับ ท่านทราบไหมครับ ชาวต่างชาติมาเรียนเลยครับการพันเชือก เขาเรียกว่า มวยคาดเชือก คาดประเจียด คาดมงคลครับ นี่คือจุดหนึ่งซึ่งจะมองเห็นว่าอุตสาหกรรมทางเทคโนโลยี ทางการกีฬานั้นมีส่วนสําคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจอย่างมหาศาล เราจะมีคณะนี้ขึ้นมาครับ คอมพิวเตอร์เทคโนโลยีสมัยใหม่ ท่านเคยเห็น ขออนุญาตเอ่ยนามนะครับ ผมใช้ชื่อเล่น ๆ แล้วกันนะครับ ท่านคงจะชินโค้ช (Coach) อ๊อดครับ โค้ช (Coach) วอลเลย์บอลหญิง เห็นไหมครับ เขาจะมีไอแพด (iPad) คอยวางแผนการแข่งขันตลอด ไม่ว่าจะเป็นระดับอาเซียน (ASEAN) ระดับเอเชีย เขาทําโปรแกรมครับ โปรแกรมฟุตบอลที่วิเคราะห์กันในไทยพรีเมียร์ลีก (Premier league) ก็ดี ที่พรีเมียร์ลีก (Premier league) ประเทศอังกฤษก็ดี ท่านทราบไหมครับ โปรแกรมหนึ่งที่เราซื้อมา ณ วันนี้ ๑๘ สโมสรของฟุตบอลทีมชาติไทย แล้วก็ฟุตบอลไทยทั้ง ๑๘ สโมสร โปรแกรมหนึ่งประมาณเกือบ ๓,๐๐๐,๐๐๐ บาทครับท่าน เพราะฉะนั้นถ้าเราผลิต นักออกแบบคอมพิวเตอร์ออกแบบการวิเคราะห์เกมดี ๆ เราสามารถผลิตออกขายได้เช่นเดียวกัน อีกหลาย ๆ แขนงครับที่ไม่ได้นําเสนอเพราะว่าจะพยายามกระชับเวลาให้มากที่สุดเท่าที่จะทําได้ นี่คือส่วนหนึ่งซึ่งเราเห็นความจําเป็นว่าในอนาคต ๕ ปี ๑๐ ปีข้างหน้าเทคโนโลยี และอุตสาหกรรมทางการกีฬาจะเป็นอีกเศรษฐกิจหนึ่งนะครับ ซึ่งสนับสนุนให้เศรษฐกิจ ของชาตินั้นเจริญเติบโตได้อย่างรวดเร็ว มูลค่ามหาศาลในการที่จะเป็นเจ้าภาพในอีเวนต์ (Event) ใดอีเวนต์ (Event) หนึ่งในระดับโลก เช่น โอลิมปิก การจัดการแข่งขันฟุตบอลโลก ท่านครับ เงินหมุนเวียนเป็นหมื่น ๆ ล้านบาท เป็นแสน ๆ ล้านบาทครับ เฉพาะค่าถ่ายทอดลิขสิทธิ์ ณ วันนี้พวกเราในฐานะคนไทยด้วยกันท่านต้องภูมิใจละครับ ลิขสิทธิ์การถ่ายทอดฟุตบอลไทย สูงถึง ๔,๒๐๐ ล้านบาทแล้วท่านครับ ณ วันนี้นะครับ เพราะฉะนั้นนี่คือส่วนหนึ่งซึ่งอยากจะ ให้เราเห็นความภาคภูมิใจ ลูกฟุตบอลเราผลิตจากเมืองไทยส่งออก แล้วก็อีกหลาย ๆ อย่าง เพราะฉะนั้นนี่คือกรอบแนวคิดที่เรากําลังจะทําอย่างไรให้มหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ สําเร็จแล้วก็ลุล่วงให้ได้เร็วที่สุดเท่าที่จะทําได้ การเรียนการสอน คณาจารย์ที่ทุกท่านเป็นห่วง บุคลากรทั้งหลาย ส่วนหนึ่งจากสถาบันการพลศึกษาอย่างเดิมที่ยังอยู่ ส่วนที่เราจะต้องจ้าง เพิ่มเติมนั่นคือผู้เชี่ยวชาญแต่ละด้านครับ ผมขออนุญาตยกตัวอย่างทางด้านวิทยาศาสตร์การกีฬา ซึ่งผมจะพูดถึงการจัดตั้งสถาบันวิทยาศาสตร์การกีฬาต่อไปว่ามีส่วนสําคัญ นักโภชนาการครับ ณ วันนี้ผมเคยเรียนในที่ประชุมสภาหลายครั้งแล้วว่าเขาแยกแล้วครับท่านครับ โดยเฉพาะ ฟุตบอล เดี๋ยวนี้ประเทศญี่ปุ่น ประเทศเกาหลี ประเทศเยอรมนี ยุโรปเขาทํามานานแล้วครับ เขาวิเคราะห์ถึงขนาดต้องรับประทานอาหาร ๑๑ ตําแหน่ง รับประทานไม่เหมือนกันนะครับ ท่านครับ พลังงานใช้แต่ละตําแหน่งไม่เหมือนกัน ตําแหน่งที่ใช้พลังงานสูงสุดท่านลองเดาสิครับ ว่าเป็นตําแหน่งอะไร ตําแหน่งกองกลางที่ต้องวิ่งทั่วสนาม ศูนย์หน้า ผู้รักษาประตู กองหลัง ใช้อีกแบบหนึ่งครับท่าน เพราะฉะนั้นตอนนี้วิทยาศาสตร์การกีฬากําลังไปได้ไกลมาก ๆ ทางสถาบันวิทยาศาสตร์การกีฬาของประเทศญี่ปุ่นซึ่งตอนนี้อยู่อันดับต้น ๆ ของโลกไปแล้วนะครับ ได้เชิญท่านประธานคณะกรรมาธิการของเราคือท่าน พลเอก ยุทธศักดิ์ ศศิประภา และคณะ ให้ไปดูงานประมาณเดือนหน้า ตอนนี้ท่านกําลังรอเช็ก (Check) เวลาที่ว่างแล้วจะนําคณะ ไปดูงานสถาบันวิทยาศาสตร์การกีฬาของประเทศญี่ปุ่นซึ่งอยู่อันดับต้น ๆ ของโลก เดี๋ยวผม คงจะพูดรายละเอียดต่อไปในเรื่องของการจัดตั้งสถาบันวิทยาศาสตร์การกีฬา เพราะฉะนั้น ย้อนกลับมาตรงมหาวิทยาลัยการกีฬา หลักสูตรการเรียนการสอน ๕ คณะ อาจารย์ต่าง ๆ การจ้างผู้เชี่ยวชาญ แม้กระทั่งส่วนหนึ่งซึ่งอยากจะให้ท่านเห็นความสําคัญว่าเราไม่ใช่ตั้ง มหาวิทยาลัยการกีฬาขึ้นมาเพื่ออะไรครับ เพื่อตอบโจทย์เฉพาะนักกีฬา เพื่อความเป็นเลิศ กับนักกีฬาอาชีพเท่านั้นนะครับ เราจะตอบโจทย์คนทั้งภาคเหนือ คนทุกภาคของประเทศ ที่เขาสนใจและเห็นความสําคัญของกีฬาได้เข้าเรียนเพื่อผลิตเขาออกมาเป็นบุคลากรทางการกีฬา ซึ่งตอนนี้เราขาดอยู่อย่างมากเลย จุดที่ผมขออนุญาตแนะนําเร่งด่วนเลยครับท่านครับ วันนี้ มีการสัมมนาทางวิชาการของการแข่งขันกีฬามหาวิทยาลัยแห่งชาติอยู่ที่จังหวัดอุบลราชธานีครับ ปัญหาใหญ่ที่สุดท่านทราบไหมครับเรื่องอะไรครับ หาผู้ตัดสินกีฬาต่าง ๆ ไม่ได้ครับ จัดที่จังหวัดอุบลราชธานีแท้ ๆ หาผู้ตัดสินไม่ได้ ผู้ตัดสินขาดแคลนครับ ต้องเอาผู้ตัดสิน จากกรุงเทพมหานครไปครับ ค่าใช้จ่ายบางชนิดกีฬา ๔๐๐,๐๐๐-๕๐๐,๐๐๐ บาท เจ้าภาพ ไม่มีปัญญาครับท่าน นี่ละครับคือส่วนหนึ่ง ถ้าเรามีมหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ เราจะผลิต บุคลากรทางด้านนั้นเพื่อรองรับอาชีพ จบปริญญาตรีอาจจะไม่มีงานทํา แต่ถ้าจบปริญญาตรี แล้วมีประกาศนียบัตรการตัดสินฟุตบอลระดับหนึ่งอยู่ในมือเฉพาะค่าตัดสินเดือนหนึ่ง ตก ๔๐,๐๐๐-๕๐,๐๐๐ บาทครับตอนนี้ เพราะฉะนั้นนี่คือจุดหนึ่งซึ่งเราจะต้องผลิตครับ โค้ช (Coach) นักบริหารจัดการกีฬา นักวิทยาศาสตร์การกีฬา นี่คือเราจะต้องผลิตบุคลากร เหล่านี้ จัดที่จังหวัดเชียงใหม่ จัดที่จังหวัดสงขลา ปีหน้ากีฬาแห่งชาติ กีฬาแห่งประเทศไทย จะจัดที่จังหวัดสงขลาครับท่านครับ อุปกรณ์ทุกอย่างเราต้องเอาจากกรุงเทพฯ ไปหมด บุคลากรเราต้องเอาจากกรุงเทพฯ ไปครับท่าน หลาย ๆ อย่างเราต้องเอาจากกรุงเทพฯ ไปครับ ไม่น่าเชื่อครับว่าวงการกีฬาเรายังต้องอาศัยจุดใหญ่ก็คือจุดศูนย์รวมยังกระจุกครับ ไม่กระจายเลย ตั้งแต่ผมเล่นจนกระทั่งผมเป็นโค้ช (Coach) จนกระทั่งผมมาเป็นผู้บริหาร ๓๐-๔๐ ปียังเหมือนเดิมครับ ปัญหายังแก้ไม่ได้ เพราะฉะนั้นนี่คือจุดหนึ่งซึ่งเราจะต้องผลิตบุคลากรทางการกีฬาเพื่อตอบสนองสังคมไทย เพราะฉะนั้นท่านไม่ต้องห่วงครับว่าเด็กจบมาแล้วจะไม่มีงานทํา เราจะตอบโจทย์เมื่อ ๓๐ ปีที่แล้ว เรื่องครูพลศึกษาลดน้อยลงครับ ไม่มีการบรรจุแล้ว แต่ตอนนี้ที่เขาต้องการที่สุดคือบุคลากร ทางการกีฬาครับ เพราะฉะนั้นนี่คือการนําเสนอในเรื่องของมหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ ซึ่งคอนเซปต์ (Concept) ก็คือจะต้องมีทั้ง ๔ ภาค โรงเรียนกีฬาจะต้องเข้าไปอยู่ใน มหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ อาจจะเป็นลักษณะของโรงเรียนสาธิต หรือจะอยู่ในลักษณะ ของการศึกษา เรามีคณะทํางานที่จะต้องศึกษาต่อไป แล้วก็นําความก้าวหน้ามานําเสนอ ในที่ประชุมสภาในคราวต่อไปนะครับ ก็ขออนุญาตนําเรื่องของมหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ ในเบื้องต้นเพื่อให้ทุกท่านได้ทราบพอสังเขปสําหรับวันนี้นะครับ

ส่วนที่ ๒ ก็คงจะต่อเนื่องนะครับ เพราะว่าในเมื่อเราจะต้องผลิตบุคลากร ทางการกีฬาแล้ว โดยเฉพาะด้านหนึ่งซึ่งเป็นด้านที่สําคัญที่สุด แล้วทุกคนก็ทราบว่าถ้ากีฬา จะไปสู่ความเป็นเลิศ กีฬาจะไปสู่ความเป็นอาชีพ ถ้าเราไม่เห็นความสําคัญของวิทยาศาสตร์ การกีฬา อันนี้เป็นไปไม่ได้เลยครับ ตอนนี้ทั้งเขมร กัมพูชา ขออนุญาตครับ เมียนมาได้ติดต่อ มาดูงานวิทยาศาสตร์การกีฬาเราครับ แม้กระทั่งสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ซึ่งเพิ่งจัดซีเกมส์ (SEA Games) ไป ประเทศเมียนมาเพิ่งจัดซีเกมส์ (SEA Games) ไป ยังต้องใช้บุคลากรของเราไปช่วยจัดการแข่งขันครับท่าน เพราะฉะนั้นในมหาวิทยาลัย การกีฬาแห่งชาติหรือสถาบันวิทยาศาสตร์การกีฬาที่เรากําลังจะเปิดขึ้นมานั้น ในอนาคต อย่างที่ท่านประธานยุทธศักดิ์กล่าวในที่ประชุมไปแล้ว เราต้องเป็นอันดับหนึ่งของอาเซียน (ASEAN) แล้วเราจะต้องเป็นอันดับ ๕ ของเอเชียให้ได้ เพราะฉะนั้นสถาบันวิทยาศาสตร์ การกีฬาที่เรามีอยู่ ณ วันนี้ ปัญหาอุปสรรคในการทํางานคนละทิศคนละทางครับท่าน มีทั้งองค์กรภาคเอกชนก็มีครับ มีทั้งภาครัฐก็มี มีทั้งรัฐวิสาหกิจก็มี มีทั้งในมหาวิทยาลัยต่าง ๆ ก็ดีนะครับ เรามีอยู่หมดท่านครับ แต่สิ่งที่บูรณาการแล้วทํางานร่วมกันให้เป็นแนวเดียวกัน กรอบแนวคิดที่คล้ายกัน ทําอย่างไรที่จะต้องศึกษาและนํามาควบรวมหรือยุบรวมกัน สิ่งที่กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาได้ทํางาน แล้วก็ทางคณะกรรมาธิการได้ทํางาน สิ่งแรกที่สามารถควบรวมได้ก่อนเลยคือกรมพลศึกษากับการกีฬาแห่งประเทศไทย ซึ่งมีศูนย์วิทยาศาสตร์ที่ใหญ่ที่สุดทั้ง ๒ แห่ง อยู่ในกระทรวงเดียวกัน เพราะฉะนั้น กรอบแนวคิดอันนี้ถึงนําเสนอในที่ประชุมสภาเป็นกรอบแรกก่อนว่าสิ่งที่เรากําลังจะจัดตั้ง สถาบันวิทยาศาสตร์การกีฬานั้น สิ่งแรกคือจะพยายามควบรวมกรมพลศึกษา การกีฬา แห่งประเทศไทย มหาวิทยาลัยกีฬาอื่น ๆ ที่มีโครงการกีฬาอยู่ และมีศูนย์วิทยาศาสตร์อยู่ ภาคเอกชน เราจะใช้แนวของการทํางานในลักษณะของประชารัฐครับ ก็คือทั้งภาครัฐ ภาคประชาชน แล้วก็ภาคเอกชน ควบรวมทํางานร่วมกัน เพราะฉะนั้นนี่คืออีกจุดหนึ่ง อีกแนวทางหนึ่งซึ่งเรากําลังจะดําเนินการจัดตั้งสถาบันวิทยาศาสตร์การกีฬาขึ้นมา

สุดท้ายครับ ผมขออนุญาตไปสั้น ๆ เผื่อที่ประชุมสภาจะได้มีคําถาม แล้วจะตอบได้ตรงกับความต้องการของท่านมากกว่า เรื่องของคณะกรรมการนโยบาย การกีฬาแห่งชาติท่านครับ ที่ผ่านมา ๑๔ กระทรวง ที่มีเนื้อหา มีแนวคิด มีการทํางาน ที่เกี่ยวข้องกับการทํางานในด้านของการกีฬานะครับ เพราะฉะนั้นถ้าไม่มีนโยบายที่ชัดเจน ในการทํางาน พระราชบัญญัติการกีฬา ฉบับที่ ๑ ถึงฉบับที่ ๕ อย่างที่ท่านประธานได้กราบเรียน ไปแล้วว่าไม่ค่อยจะประสบความสําเร็จครับ สิ่งหนึ่งก็คือว่าพระราชบัญญัติการกีฬา ฉบับที่ ๑ ถึงฉบับที่ ๕ ที่กําลังจะทําฉบับที่ ๖ นั้น ไม่มีคณะกรรมการนโยบายการกีฬาแห่งชาติ กํากับดูแล กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาเป็นกระทรวงเดียวที่ขับเคลื่อนผลักดัน เพราะฉะนั้นโอกาส ที่จะประสบความสําเร็จนั้นค่อนข้างจะยากมาก ๆ ถ้าไม่ได้รับความร่วมมือจากอีก ๑๔ กระทรวง เพราะฉะนั้นท่านรัฐมนตรีกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร ได้เดินหน้าทํางานแล้วครับ ได้เชิญ ทั้ง ๑๔ กระทรวงมาหารือแล้วตามนโยบายที่คณะรัฐมนตรีได้เห็นชอบในการจัดตั้ง คณะกรรมการนโยบายการกีฬาแห่งชาติขึ้นมา เพื่อกํากับดูแลกีฬาของประเทศทั้งระบบ ส่วนรายละเอียดต่าง ๆ ถ้ามีคําถามเพิ่มเติมเดี๋ยวผมจะให้ท่านผู้อํานวยการสุรพล ทิพย์เสนา ได้อธิบายต่อไปนะครับ กราบเรียนเบื้องต้นให้ท่านประธานและที่ประชุมสภาได้ทราบ เป็นเบื้องต้นพอสังเขป ขอบคุณครับ