สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ · ครั้งที่ ๒ · ๘ มกราคม ๒๕๕๙

ยุทธศักดิ์ ศศิประภา แสดงรายงานการปฏิรูปประเทศด้านกีฬา ศิลปะ วัฒนธรรม การศาสนา คุณธรรม และจริยธรรม โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อสร้างบุคลากรทางการกีฬา สร้างความเป็นเลิศทางการกีฬาของชาติ และเพื่อให้เป็นกลไกหนึ่งในการสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจของประเทศ นอกจากนี้ ยังเสนอแนวทางปฏิรูปการกีฬา โดยเน้นย้ำความจำเป็นในการจัดตั้งหน่วยงานที่จะรับผิดชอบในการกํากับดูแลการกีฬา และการบรรจุถ้อยคำเรื่องการกีฬาไว้ในรัฐธรรมนูญ เพื่อให้เกิดสภาพบังคับที่ทุกรัฐบาลต้องถือปฏิบัติ

พลเอก ยุทธศักดิ์ ศศิประภา ประธานกรรมาธิการ

กราบเรียน ท่านประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศที่เคารพ กระผม พลเอก ยุทธศักดิ์ ศศิประภา สมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ในฐานะประธานกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูป ประเทศด้านกีฬา ศิลปะ วัฒนธรรม การศาสนา คุณธรรม และจริยธรรม ใคร่ขอเรียนให้ ท่านสมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศได้กรุณาทราบถึงรายงานของแผนปฏิบัติการ การปฏิรูปประเทศด้านการกีฬาของคณะกรรมาธิการ ซึ่งก่อนอื่นกระผมขอเรียนว่า คณะกรรมาธิการมีความภาคภูมิใจเป็นอย่างยิ่งที่ได้ทราบว่าแผนปฏิบัติการการปฏิรูป ประเทศด้านการกีฬาที่จัดขึ้นโดยคณะกรรมาธิการได้รับการพิจารณาจากท่านประธาน สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศให้เป็นคณะแรกในการที่จะนําเสนอต่อที่ประชุมในวันนี้ เพื่อพิจารณาเห็นชอบแผนปฏิบัติการ แล้วก็คําชี้แจงแนวทางการขับเคลื่อนไปสู่ความสัมฤทธิผล อย่างเป็นรูปธรรม แล้วก็จะต้องส่งให้กับคณะรัฐมนตรีพิจารณาต่อไป กระผมขอกราบเรียน ท่านประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศที่เคารพและสมาชิกทุกท่านได้กรุณาทราบว่า การขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการกีฬานั้นได้มีการดําเนินการเป็น ๒ ประเด็นด้วยกัน กล่าวคือ

ประเด็นแรก ก็คือการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านโครงสร้างการกีฬา ที่มุ่งเน้นการจัดตั้งมหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ การตั้งคณะกรรมการการกีฬาแห่งชาติ การจัดตั้งสถาบันวิทยาศาสตร์การกีฬาแห่งประเทศไทย การแก้ไขปรับปรุงกฎหมายการกีฬา ให้มีความทันสมัย และการแยกกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาออกจากกัน

ประเด็นที่ ๒ ก็คือการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านบริหารจัดการการกีฬา ที่มุ่งเน้นการพิจารณาเรื่องแผนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ ฉบับที่ ๖ (พ.ศ. ๒๕๖๐-๒๕๖๔) การส่งเสริมโครงสร้างพื้นฐานการกีฬา การส่งเสริมอุตสาหกรรมการกีฬา และการจัดตั้ง สถาบันการกีฬาคนพิการ

โดยทั้ง ๒ ประเด็นนี้จะต้องดําเนินการไปพร้อม ๆ กัน มีความเชื่อมโยง และจะต้องเกื้อกูลซึ่งกันและกัน ยกตัวอย่างเช่น การจัดตั้งมหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาตินั้น นอกจากจะต้องพิจารณาวางแผนในการผลิตบุคลากรเพื่อรองรับการพัฒนากีฬาของประเทศแล้ว ยังมีความเกี่ยวข้องเชื่อมโยงกับเรื่องการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางการกีฬาและอุตสาหกรรม การกีฬาอีกด้วย เป็นต้น และทุกเรื่องก็จะต้องได้รับการบรรจุไว้ในแผนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ (ฉบับที่ ๖) ซึ่งจะเป็นกรอบทิศทางในการดําเนินการของทางการกีฬาในภาพรวมเพื่อนําไปสู่ ความสําเร็จต่อไป กระผมใคร่ขอเรียนท่านประธานสภาและท่านสมาชิกทุกท่านได้กรุณา ทราบว่าการดําเนินการของคณะกรรมาธิการเป็นการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ มาจากกระบวนการที่ผ่านการพิจารณาอย่างรอบคอบจาก ๓ กระบวนการด้วยกัน กล่าวคือ

กระบวนการแรก การพิจารณาจากกรอบความเห็นร่วมและการปฏิรูป ประเทศด้านอื่น ๆ ที่จัดทําโดยคณะทํางานเตรียมการปฏิรูปเพื่อคืนความสุขให้กับคนในชาติ ที่แต่งตั้งโดยคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ซึ่งถือได้ว่าเป็นโรดแมป (Road map) ระยะที่ ๑ ของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ

กระบวนการที่ ๒ การพิจารณาข้อมูลจากการเปิดเวทีการมีส่วนร่วมและรับฟัง ความคิดเห็นจากประชาชนทั่วประเทศของคณะกรรมาธิการปฏิรูปการกีฬา สภาปฏิรูปแห่งชาติ

และกระบวนการที่ ๓ เป็นการพิจารณาจากแผนปฏิรูปที่ ๑๙ การกีฬา ที่จัดทําโดยสภาปฏิรูปแห่งชาติ พร้อมทั้งผ่านความเห็นชอบจากส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ซึ่งคณะรัฐมนตรีได้รับทราบเรื่องนี้แล้วเมื่อวันที่ ๑๐ พฤศจิกายน ๒๕๕๘ ที่ผ่านมา จึงถือได้ว่า เป็นการตกผลึกทางความคิดที่เป็นขั้นตอนและเป็นกระบวนการจัดทําที่สมบูรณ์แบบ และจะต้องเร่งขับเคลื่อนให้บังเกิดผลสัมฤทธิ์ในโรดแมป (Road map) ในระยะที่ ๒ ของคณะรักษาความสงบแห่งชาติต่อไป หลังจากนั้นคณะกรรมาธิการได้พิจารณาดําเนินการ ให้เป็นไปตามเจตนารมณ์ตามบทบัญญัติมาตรา ๓๙/๒ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช ๒๕๕๗ และฉบับแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๑) พุทธศักราช ๒๕๕๘ ที่มุ่งเน้นการกําหนดแนวทางการขับเคลื่อนการปฏิรูปการกีฬาโดยพิจารณาความสําคัญ ความเร่งด่วน ความสัมฤทธิผลของการปฏิรูปในเวลาที่มีอยู่ รวมทั้งให้สอดคล้อง กับแนวทางการปฏิบัติของรัฐบาลที่กําหนดระยะเวลาในการปฏิรูปประเทศออกไปเป็น ๑ ปีครึ่ง ในช่วงรัฐบาล พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา และระยะ ๒๐ ปีในช่วงรัฐบาลต่อ ๆ มา จึงได้พิจารณาจัดทําลําดับความเร่งด่วนของกิจกรรมที่ได้กําหนดความสําคัญทั้งหมดไว้แล้ว โดยใช้ระยะเวลากรอบการทํางานเป็นหัวข้อหนึ่งในการพิจารณา ปรากฏว่ากิจกรรมส่วนใหญ่ สามารถดําเนินการให้แล้วเสร็จในระยะเวลา ๑ ปีครึ่งหรือ ๑๘ เดือน ซึ่งประกอบด้วย

ลําดับแรก คือเรื่องการพิจารณาแผนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ ฉบับที่ ๖ (พ.ศ. ๒๕๖๐-๒๕๖๔) ที่เกี่ยวข้องกับทุกกิจกรรม และกําหนดระยะเวลาจะต้องแล้วเสร็จ ภายใน ๙ เดือน คือก่อนวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๕๙ ก่อนที่จะเริ่มปฏิบัติตามแผนตั้งแต่ วันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๕๙ เป็นต้นไป

ลําดับต่อมา ก็คือการจัดตั้งมหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ สถาบันวิทยาศาสตร์ การกีฬาแห่งประเทศไทย และเรื่องการส่งเสริมอุตสาหกรรมการกีฬา ทั้งนี้ ก็เพื่อสร้างบุคลากร ทางการกีฬา สร้างความเป็นเลิศทางการกีฬาของชาติ และเพื่อให้เป็นกลไกหนึ่งในการสร้าง มูลค่าทางเศรษฐกิจของประเทศที่สอดคล้องกับแนวทางการมีส่วนร่วม เพื่อความมั่งคั่ง ของประเทศตามนโยบายประชารัฐของรัฐบาล พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ทั้งนี้ จะมีกิจกรรม ที่สําคัญที่อาจจะใช้เวลามากกว่า ๑๘ เดือน และต่อเนื่องไปเป็นระยะเวลาไม่เกิน ๕ ปี ซึ่งจะต้องดําเนินการเป็นลําดับสุดท้ายภายหลังจากกิจกรรมสําคัญอื่นและหน่วยงานรองรับ กิจกรรมต่าง ๆ ที่ได้เกิดขึ้น หรือจัดตั้งหน่วยอย่างสมบูรณ์แล้วก็จะได้ดําเนินการจัดตั้ง กระทรวงการกีฬา ซึ่งจะเป็นเรื่องสุดท้ายของการพิจารณาในการดําเนินการ เมื่อเป็นเช่นนี้ คณะกรรมาธิการจึงได้แต่งตั้งคณะอนุกรรมาธิการขึ้น ๒ คณะ เพื่อรับผิดชอบการขับเคลื่อน กล่าวคือ คณะแรก คือคณะอนุกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านโครงสร้างการกีฬา และคณะที่ ๒ ก็คือคณะอนุกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านบริหารจัดการการกีฬา พร้อมกับได้พิจารณาแนวทางการดําเนินการอย่างรอบคอบแล้ว จึงมีความเห็นร่วมกันว่า สิ่งที่บ่งชี้ของความสําเร็จในการขับเคลื่อนการปฏิรูปคือความร่วมมือของบุคลากรของส่วนราชการ ที่รับผิดชอบที่จะนําเรื่องนี้ไปปฏิบัติ เพราะส่วนราชการที่กล่าวถึงนี้คือปัจจัยสําคัญในการ ขับเคลื่อนการปฏิรูปไปสู่ผลสําเร็จ หรือเป็นคีย์ ซักเซส แฟกเตอร์ (Key success factor) ซึ่งมีหน้าที่ดําเนินกิจกรรมเพื่อความสําเร็จในลักษณะของการเป็นผู้ลงมือกระทํา ที่เรียกว่า เป็นแอกเตอร์ (Actor) เป็นโอเปอเรเตอร์ (Operator) ในขณะที่คณะกรรมาธิการทําหน้าที่ เป็นผู้ที่ศึกษา วิเคราะห์ และกําหนดแนวทางการปฏิรูป ที่เรียกว่าไรเตอร์ (Writer) หรือไดเรกเตอร์ (Director) และทําหน้าที่เป็นผู้กํากับดูแลการขับเคลื่อน ที่เรียกว่าเรกูเลเตอร์ (Regulator) โดยจะต้องเร่งดําเนินการให้บรรลุผลสําเร็จด้วยการประสานงานอย่างใกล้ชิดกับบุคลากรของ ส่วนราชการในลักษณะของการร่วมคิด ร่วมทํา ร่วมกันขับเคลื่อน และครอสคัตติง (Cross cutting) ดังนั้นการพิจารณาจัดสรรบุคลากรที่เข้ามาเป็นอนุกรรมาธิการหรือคณะทํางานเพื่อให้ มองเห็นภาพของการดําเนินการไปในทิศทางเดียวกัน จึงพิจารณาจากบุคลากร หรือบุคคล หรือข้าราชการของกระทรวงผู้ที่ได้รับผิดชอบในเรื่องการขับเคลื่อนการปฏิรูปในแต่ละเรื่อง ซึ่งประกอบด้วยปลัดกระทรวงและอธิบดี หรือผู้แทนที่มีอํานาจตกลงใจและสามารถประสานงาน อย่างใกล้ชิดกับรัฐมนตรีเจ้ากระทรวง ท่านประธานที่เคารพ คณะกรรมาธิการได้ตระหนักถึง ความสําคัญในการขับเคลื่อนดังกล่าว จึงได้น้อมนํากระแสพระราชดํารัสของพระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัว เรื่องเข้าใจ เข้าถึง พัฒนา มาเป็นหัวใจสําคัญในการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ด้านการกีฬา โดยที่เข้าใจ ก็คือการสร้างความเข้าใจกับองค์กรและส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ในเรื่องการขับเคลื่อนการปฏิรูปการกีฬา โดยการเชิญผู้แทนส่วนราชการดังกล่าวมาร่วมงาน ในคณะอนุกรรมาธิการและคณะทํางาน ซึ่งในขณะเดียวกันก็ส่งผู้แทนของคณะกรรมาธิการและคณะอนุกรรมาธิการไปร่วมอยู่ใน คณะกรรมการหรือคณะอนุกรรมการของส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง เข้าถึง ก็คือการสร้าง ความมีส่วนร่วมในการปฏิรูปของทุกภาคส่วน โดยใช้ช่องทางของผู้แทนส่วนราชการดังกล่าว มาแล้ว และพัฒนา ก็คือการที่เมื่อบุคลากรขององค์กรและข้าราชการของส่วนราชการ ที่เกี่ยวข้องมีความเข้าใจ มีความรู้สึกว่าเป็นเจ้าของเรื่องนี้แล้ว การดําเนินการขับเคลื่อน การปฏิรูปประเทศให้เกิดผลเป็นรูปธรรมตามแผนการปฏิรูปและตามแนวทางต่าง ๆ ก็จะบังเกิดขึ้น นับว่าเป็นโอกาสดีที่รัฐบาลได้แต่งตั้งคณะกรรมการประสานงานรวม ๓ ฝ่าย ซึ่งมีนายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ซึ่งเป็น ที่คุ้นเคยกับคณะกรรมาธิการเป็นอย่างดี จึงทําให้การประสานงานสามารถดําเนินการไปได้ โดยเร็วแล้วก็โดยตรง แล้วก็มีการแต่งตั้งคณะกรรมการขับเคลื่อนและปฏิรูปบริหารราชการแผ่นดิน คณะที่ ๖ ซึ่งมีชื่อว่า คณะกรรมการขับเคลื่อนการปฏิรูปด้านท่องเที่ยว วัฒนธรรม และกีฬา ซึ่งมีนายกรัฐมนตรี เป็นประธานกรรมการ มีพลเอก ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร รองนายกรัฐมนตรี เป็นรองประธานกรรมการ มีกระผมกับกรรมาธิการอีก ๒ ท่าน ก็ได้รับการแต่งตั้งให้ไปร่วม เป็นกรรมการอยู่ด้วย นอกจากนี้เมื่อมีการแต่งตั้งคณะอนุกรรมการเพื่อดําเนินการด้านการกีฬา ซึ่งมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาเป็นประธาน ก็ได้แต่งตั้งกรรมาธิการ ขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการกีฬาร่วมเป็นอนุกรรมการด้วย จึงกล่าวได้ว่าการดําเนินการ ของคณะอนุกรรมาธิการของทั้ง ๒ คณะได้มีความก้าวหน้าไปกว่าร้อยละ ๕๐ ของการดําเนินงาน ของแต่ละคณะแล้วครับ นอกจากนี้ปัจจัยชี้ขาดในเรื่องของความสําเร็จอย่างยั่งยืนก็คือ กฎหมายหรือพระราชบัญญัติเกี่ยวกับการกีฬาที่จะส่งผลให้ทุกส่วนราชการ ทุกหน่วยงาน และทุกภาคส่วน จะต้องยอมรับและปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด กระผมใคร่ขอเรียนว่าแนวทาง การขับเคลื่อนที่เป็นรูปธรรมของคณะกรรมาธิการจะมีผลสัมฤทธิ์ในเวลานี้ก็คือการจัดตั้ง มหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ ซึ่งกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาที่เป็นหน่วยงานรับผิดชอบ ในการดําเนินการได้ขานรับในการนําไปสู่การปฏิบัติ ดังจะเห็นได้จากที่รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาได้ประกาศต่อสาธารณะแล้วว่าจะเร่งดําเนินการจัดตั้ง มหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ พร้อมทั้งแต่งตั้งคณะทํางานจัดทําร่างพระราชบัญญัติ มหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ และสั่งการให้ดําเนินการให้แล้วเสร็จภายในเวลา ๑๘ เดือน แล้วได้กล่าวต่อยอดตั้งเป้าหมายให้เป็นมหาวิทยาลัยอันดับ ๑ ของอาเซียน (ASEAN) และเป็น ๑ ใน ๕ ของภูมิภาคเอเชีย จึงเป็นเสมือนการยิงประตูแรกตามที่ท่านอลงกรณ์ ท่านรองประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ คนที่หนึ่ง ได้กรุณากําหนดเป็นแนวทางไว้ มีรายละเอียดตามเอกสารที่ได้แจกจ่ายนะครับ ซึ่งท่านชาญวิทย์ ผลชีวิน จะได้เสนอ ในลําดับต่อไปครับ ส่วนอีกเรื่องที่จะมีผลสัมฤทธิ์ภายในปีงบประมาณ ๒๕๕๙ นี้ก็คือ การพิจารณาจัดทําแผนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ ฉบับที่ ๖ (พ.ศ. ๒๕๖๐-๒๕๖๔) ซึ่งเป็นการดําเนินการของการขยายผลจากการผลักดันแผนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ ฉบับที่ ๕ ที่คณะทํางานเตรียมการปฏิรูปเพื่อคืนความสุขให้กับคนในชาติของ ศปป. ได้กล่าวไว้ในกรอบความเห็นร่วมการปฏิรูปประเทศด้านอื่น ๆ ว่าไม่สามารถดําเนินการ อย่างเป็นรูปธรรม ไม่สามารถบรรลุเป็นเป้าหมายสู่ภาคปฏิบัติแม้แต่ยุทธศาสตร์เดียว แล้วให้ดําเนินการผลักดันให้บรรลุเป้าหมายให้ได้ แต่เนื่องจากแผนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ ฉบับที่ ๕ กําลังจะสิ้นสุดแผนในวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๕๙ หรืออีก ๙ เดือนนับตั้งแต่วันนี้ เป็นต้นไป จึงจะดําเนินการจัดทําแผนการกีฬาแห่งชาติ ฉบับที่ ๖ ขึ้นมาใหม่เพื่อให้มี ความสมบูรณ์แล้วก็ให้สอดคล้องกับแผนปฏิรูปที่ ๑๙ การกีฬาของสภาปฏิรูปแห่งชาติ โดยจะเป็นการยิงประตูที่ ๒ ของคณะกรรมาธิการ ซึ่งปัจจุบันนี้การดําเนินการมีความคืบหน้า เป็นอย่างมากโดยเฉพาะได้มีการจัดส่งผู้แทนคณะกรรมาธิการเข้าไปร่วมการพิจารณา และจัดทําร่างแผนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติกับกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา พร้อมกับเสนอ ขอให้มีการพิจารณาแผนยุทธศาสตร์และโครงการแผนปฏิรูปที่ ๑๙ การกีฬาของสภาปฏิรูปแห่งชาติ ลงในแผนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ ฉบับที่ ๖ ด้วย ทั้งนี้แผนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ ฉบับที่ ๖ จะต้องดําเนินให้แล้วเสร็จพร้อมทั้งนําเสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อให้ความเห็นชอบก่อนวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๕๙ เพื่อจะได้เริ่มดําเนินการตามแผนได้ตั้งแต่วันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๕๙ เป็นต้นไป นอกจากนี้ในเรื่องของการส่งเสริมอุตสาหกรรมการกีฬาก็เป็นกลไกสําคัญหนึ่งในการสร้าง มูลค่าทางเศรษฐกิจให้กับประเทศ ทั้งนี้ เพราะอุตสาหกรรมและธุรกิจการกีฬาของประเทศไทย มีการพัฒนาเป็นอย่างมาก โดยอุปกรณ์กีฬาหลายประเภท อาทิ ลูกฟุตบอล ลูกตะกร้อ นวมชกมวย หรือชุดกีฬา ที่ใช้ในการแข่งขันในระดับสากลได้ผลิตขึ้นในประเทศไทย ได้มี การส่งออกไปจําหน่ายในต่างประเทศและมีคุณภาพเป็นที่ยอมรับในตลาดสากล กระผม ใคร่ขอยกตัวอย่างสําคัญสักเรื่องหนึ่งซึ่งเป็นผลสําเร็จของอุตสาหกรรมการกีฬาที่เป็นรูปธรรม ก็คือ มูลค่าจําหน่ายชุดกีฬาในรอบปีที่ผ่านมาปรากฏว่าชุดกีฬาทีมชาติไทยมีมูลค่าสูงถึงกว่า ๑,๐๐๐ ล้านบาท จึงแสดงถึงศักยภาพการดําเนินการของภาคธุรกิจไทยและสอดรับกับ นโยบายประชารัฐของรัฐบาลที่มุ่งเน้นการทํางานร่วมกันอย่างใกล้ชิดของภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชน เพื่อขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศไปสู่เป้าหมายที่จะเพิ่มขีดความสามารถ ในการแข่งขันของประเทศอย่างมีประสิทธิภาพ มั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน ซึ่งเรื่องนี้ ท่าน พลเรือเอก อภิวัฒน์ ศรีวรรธนะ จะได้นําเสนอต่อที่ประชุมสภาในวันที่ ๑๒ มกราคม ๒๕๕๙ ตามระเบียบวาระการประชุมสภาต่อไป อย่างไรก็ตามเรื่องที่สําคัญของการขับเคลื่อน การปฏิรูปประเทศด้านการกีฬายังมีอีก ๑ เรื่อง ที่จะเป็นเรื่องเร่งด่วนและมีความสําคัญ ต่อความมั่นคงของประเทศ ซึ่งรัฐบาลได้ให้ความสําคัญในการพัฒนาความมั่นคงในพื้นที่ จังหวัดชายแดนภาคใต้ และใช้ชื่อว่าโครงการประชารัฐร่วมสร้างสันติสุข ที่ได้เริ่มดําเนินการไป ตั้งแต่วันที่ ๑ ธันวาคม ๒๕๕๘ เป็นต้นมา โดยมุ่งเน้นจัดทําโครงการนําร่องใน ๕ อําเภอของ ๔ จังหวัดชายแดนภาคใต้ คือจังหวัดยะลา จังหวัดปัตตานี จังหวัดนราธิวาส และจังหวัดสงขลา ด้วยการพัฒนาความมั่นคงทางการทหาร ทางด้านการเมือง และการพัฒนาสันติสุข ใน ๓๗ อําเภอ ซึ่งได้มีการบรรจุโครงการกีฬาเพื่อสันติสุขในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ตามแผนปฏิรูปของคณะกรรมาธิการไว้ด้วย ซึ่งเมื่อวันที่ ๒๔ ธันวาคม ๒๕๕๘ ที่ผ่านมา ท่าน พลอากาศเอก ทวิเดนศ อังศุสิงห์ ประธานอนุกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านปฏิรูปเร็ว ได้เดินทางไปที่ ค่ายอิงคยุทธบริหารเพื่อหารือร่วมกับแม่ทัพภาคที่ ๔ ผู้อํานวยการกองอํานวยการรักษา ความมั่นคงภายในราชอาณาจักรภาค ๔ ส่วนหน้า ในการดําเนินการโครงการกีฬาเพื่อสันติสุข ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี และมีการกําหนดกรอบ แนวทาง ในการดําเนินการร่วมกันอย่างชัดเจน ทั้งนี้ จะดําเนินกิจกรรมแรกคือการสร้างองค์ความรู้ และเสริมสร้างทักษะในกีฬาวอลเลย์บอล โดยนักกีฬาวอลเลย์บอลหญิงทีมชาติไทย จะเดินทางไปในเดือนมกราคมนี้ครับ ซึ่งใคร่ขอกราบเรียนท่านประธานสภาได้กรุณา ทราบในเบื้องต้น

สําหรับประเด็นการจัดตั้งกระทรวงกีฬานั้น กระผมใคร่ขอกราบเรียนว่า คณะกรรมาธิการได้กําหนดแนวทางไว้ว่าจะต้องเร่งดําเนินการเรื่องที่มีความสําคัญเร่งด่วน ต่าง ๆ อาทิ เช่น การพิจารณาแผนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ ฉบับที่ ๖ การจัดตั้งมหาวิทยาลัย การกีฬาแห่งชาติ การตั้งคณะกรรมการนโยบายการกีฬาแห่งชาติ การตั้งสถาบันวิทยาศาสตร์ การกีฬาแห่งประเทศไทย การส่งเสริมอุตสาหกรรมการกีฬา พร้อมทั้งจัดตั้งหน่วยงาน รับผิดชอบให้เสร็จเรียบร้อยเสียก่อน เปรียบเสมือนการจัดวางจานอาหารต่าง ๆ ลงบนโต๊ะ ให้เรียบร้อยครบทุกรายการเสียก่อนจึงค่อยพิจารณาจัดตั้งกระทรวงกีฬาที่รับผิดชอบ ในการกํากับดูแลทั้งปวงซึ่งเปรียบเสมือนนําฝาชีมาครอบจานอาหารต่าง ๆ ที่จัดวางไว้ อย่างเรียบร้อยบนโต๊ะอาหารแล้ว นอกจากนี้กระผมใคร่ขอกราบเรียนท่านประธานว่า การปฏิรูปการกีฬาทั้งหมดที่กระผมได้นําเสนอมานี้จะบังเกิดผลสัมฤทธิ์ได้อย่างสมบูรณ์ และมีเสถียรภาพ ก็คือจะต้องมีการบรรจุถ้อยคําเรื่องการกีฬาไว้ในรัฐธรรมนูญเพื่อให้เกิด สภาพบังคับที่ทุกรัฐบาลต้องถือปฏิบัติ เพื่อประโยชน์ในการพัฒนาสุขภาพ คุณภาพชีวิตจิตใจ ของประชาชน มีการพัฒนาการกีฬาเพื่อความเป็นเลิศในทุกระดับ เป็นการสร้างความภาคภูมิใจ และสร้างความสามัคคีให้กับคนในชาติ รวมทั้งเป็นการบริหารจัดการการกีฬาที่เป็นระบบ ทันสมัย มีมาตรฐานอย่างทั่วถึงและเป็นธรรม นอกจากนี้ในเรื่องการดําเนินการดังกล่าว ที่กระผมกล่าวมาข้างต้นนั้น มีหลายเรื่องที่จะต้องตราพระราชบัญญัติเพื่อรองรับการดําเนินการ ซึ่งกระผมก็จะได้มอบหมายให้ท่านสุรพล ทิพย์เสนา อนุกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ด้านโครงสร้างการกีฬา และผู้แทนสํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาเป็นผู้นําเสนอ โดยจะขออนุญาตท่านประธานให้นําเสนอในเรื่องกฎหมายที่เกี่ยวข้องต่อที่ประชุม ในวันที่ ๑๒ มกราคมต่อไปครับ

ในลําดับต่อไปกระผมใคร่ขออนุญาตท่านประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ เพื่อขอให้ท่านชาญวิทย์ ผลชีวิน ประธานอนุกรรมาธิการ ได้เรียนเสนอรายละเอียด ของแนวทางขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านโครงสร้างการกีฬาต่อที่ประชุมสภาขับเคลื่อน การปฏิรูปประเทศต่อไปครับ ขออนุญาตครับ