นิกร จํานง หารือเรื่องการสรุปวาระในวันจันทร์ถึง และมีปัญหาเกี่ยวกับการทําแผนยุทธศาสตร์ ๒๐ ปี เนื่องจากมีการเปลี่ยนแปลงสถานการณ์ และไม่เห็นด้วยว่าแผน ๒๐ ปีจะเขียนอย่างไร
กราบเรียนท่านประธานครับ ผม นิกร จํานง นะครับ สมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ลําดับที่ ๗๙ เป็นประเด็นหารือนะครับ คือเรากําลัง จะเข้าวาระแล้วผมทําให้สภาเสียเวลามาหลายครั้งแล้วนะครับ ครั้งนี้พยายามจะไม่ทําอย่างนั้น คือบังเอิญเราไปพูดถึงวาระในวันจันทร์ที่จะถึง ซึ่งเป็นความยากลําบาก ผมเองนี่ปรับ หมายถึงว่าจะต้องมาประชุมแล้วจะพูดเรื่องอะไรนี่ต้องปรับหลายครั้ง วันก่อนก็แค่ครึ่งวัน เพื่อจะปรับคือการทราบวาระเป็นนัยสําคัญของสมาชิก ดังนั้นการแจ้งก่อนอะไรก่อน แต่ทีนี้ เป็นเริ่มต้นปีก็ไม่ว่ากัน แต่อย่างวันจันทร์ที่จะถึงนี่นะครับ ประเด็นก็คือว่าในวาระเราจะมี การสรุปจากประเด็นที่เมื่อวานเราขยับไปเพราะว่ามีเรื่องรัฐธรรมนูญมาแทรก จริง ๆ แล้ว เป็นวาระเมื่อวานนี้ เท่าที่ทราบก็คือเป็นการพิจารณาเรื่องแผน ซึ่งแผนนี่ก็เป็นเรื่องต่อเนื่อง ที่เรามีแผนอยู่ในนี้ แล้วก็สรุปกันว่าแผนนี้มาจากไหนแล้วก็จะมาพิจารณากันเสีย ทีนี้ก็จะมี การพูดเรื่อง ๒๐ ปีด้วย และในวันจันทร์ที่จะมาถึงนี้ยังมีประเด็นเรื่องที่จะเสนอไปยัง กรธ. อีกเรื่องหนึ่งซึ่งซ้อนอยู่ ซึ่งตอนเที่ยงจะต้องมาพิจารณา จะโดยวิธีมีผู้เสนอว่ามาคุยกันอีกทีไหม หรือว่าให้ประธานวิป (Whip) สรุปมา ก็เลยกลายเป็น ๓ เรื่องซ้อนอยู่ แผนสําหรับปีครึ่ง แผนสําหรับ ๒๐ ปี แผนสําหรับปีครึ่งคงไม่มีปัญหาเพราะว่าเราก็เอาประเด็นมาเรียงแล้วก็คงทําเสร็จไปได้ในปีครึ่ง แต่ส่วนของที่จะเสนอไป กรธ. ผมเข้าใจว่าคงไม่มีปัญหา เพราะวันนี้เดี๋ยวกรรมาธิการต่าง ๆ ก็คงประชุมหาข้อสรุปแล้วก็มาเคลียร์ (Clear) มาเกลี่ย คงจะเสร็จสิ้นนะครับ ประเด็นเรื่อง ๒๐ ปี เป็นปัญหา ผมไม่เข้าใจ เพราะว่าวันก่อนท่านอลงกรณ์ก็ลงไปในไลน์ (Line) ผมก็ทักว่า ถ้าเราเป็นรัฐบาลไม่เป็นไร แต่ทีนี้ประเด็นก็คือว่าท่านได้อ้างถึงกรอบตามรัฐธรรมนูญ บังเอิญ สปท. เราเองเรามีกรอบอยู่ว่าตามเวลาที่เหลืออยู่ใช่ไหมครับ ก็คือรัฐธรรมนูญกําหนดว่า ตามเวลาที่เหลืออยู่ ตามเวลาที่เหลืออยู่ของเราก็คือถ้ามีรัฐบาลใหม่ มีสภาใหม่เราก็คง สลายตัวไป ก็คงประมาณสัก จากนี้ก็ประมาณปีครึ่ง ถึงเดือนกรกฎาคม ผมเชื่อว่าน่าจะมี การเลือกตั้งประมาณเดือนตุลาคม ปี ๒๕๖๐ ถ้าเป็นอย่างนั้นเวลาที่เหลืออยู่ก็แค่นั้น ในฐานะ ที่เป็นรัฐบาลนะครับ เราสามารถจะร่างแผน ๒๐ ปีได้ ตรงนี้ร่างได้ แล้วผมทวนกลับไปเรื่องนี้ อีกครั้งหนึ่งว่าเรื่องนี้ ครม. มีมติเมื่อวันที่ ๓๐ มิถุนายน ที่ตั้งคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ ขึ้นมาแล้วให้ท่านวิลาศเป็นประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ วันนั้น สปช. ยังอยู่ แล้วก็มีการตั้ง แล้วก็มีปลัดกระทรวงการคลัง มีใครต่อใครมาเป็น อาจารย์วิษณุก็บอกว่า ได้แถลงหลังจากนั้นว่ารัฐบาล อันนี้ก่อนที่ทาง สปช. จะยื่นประเด็น ยื่นประเด็นหลังจากนั้น เดือนสิงหาคม เดือนกันยายนตรงนี้ เดือนมิถุนายนเขาก็ตั้งแล้ว ในฐานะของรัฐบาล ตามนโยบายรัฐบาล รัฐบาลจะทําแผน ๑๐๐ ปีก็ทําได้ ไม่ว่ากัน เพราะว่าเป็นเรื่องที่ทําแล้วก็ ยื่นไปข้างหน้า ทีนี้การทําแผนยุทธศาสตร์ ๒๐ ปี เป็นมติ ครม. ตอนนั้น แล้วในตอนนั้น อาจารย์วิษณุก็แถลงว่าให้ท่านวิลาศในฐานะเป็นประธานรวบรวม และในนั้นจะมีกรรมการ อยู่ ๗-๘ คน แล้วก็ให้ไปรวบรวมความเห็น อาจจะรวมทั้งจาก สปช. ด้วยอะไรด้วย แล้วไป เขียนแผนมา ประเด็นที่ผมมีความเห็นและอยากจะถามความชัดเจนก็คือว่าเราเอง ถ้าตามที่ มีการแถลงจากมติ ครม. คราวนั้นเราเสนอความเห็นไปได้บ้างที่เกี่ยวข้อง หมายถึง สปช. ซึ่งตอนนั้นยังไม่ยุบ แล้วไม่มีรัฐธรรมนูญที่กําหนดว่าตามเวลาที่เหลืออยู่ เพราะ สปช. ยืดต่อไป แล้วถ้าทําก็ทําต่อเนื่องกันไปเรื่อย ๆ คุยกันตอนนั้น หมายถึงว่าแผนที่ สปช. ทําอยู่ ๓๘ ประเด็น ปฏิรูปตอนนั้น แต่ขณะนี้พอ สปช. ยุบ เรื่องราวก็มีการเปลี่ยนแปลง ประเด็นคําถามของผม ก็คือว่าแผน ๒๐ ปี ในเมื่อตามเวลาที่เหลืออยู่เราจะทําลําบากมากนะครับ คือไม่เหมือน ตอนนั้น สถานการณ์มันเปลี่ยนไปแล้ว ดังนั้นความเห็นตรงนี้ในแม่น้ํา ๕ สายที่ว่านี้เรามีวาระ ที่จะต้องทําแผน ๒๐ ปีหรือ เป็นคําถาม แล้วถ้าจะทําเราจะได้พิจารณา ไม่อย่างนั้นเราเดิน ไม่ถูก ทําไม่ถูก แผนปีครึ่งตามเวลาที่เหลืออยู่นี้มี แต่แผน ๒๐ ปีเราจัดวางได้อย่างไร เพราะว่า จะซ้อน ๆ กันอยู่ตรงนี้ รัฐบาลสามารถทําได้เพราะมีการเปลี่ยนแปลง อาจจะออกเป็นกฎหมาย ตามที่เสนอเป็น พ.ร.บ. ยุทธศาสตร์ แล้วก็เขียนยาวไปเลย แล้วในอนาคตก็ค่อยแก้ ดีกว่าเขียนไว้ ในรัฐธรรมนูญ ผมเห็นด้วย แต่ว่ามาถึง สปท. เราเอง แผน ๒๐ ปีตรงนี้เราจะเขียนกันอย่างไร ผมเองนี้ถ้าจะให้เขียน หมายถึงว่าให้พิจารณาผมทําไม่ถูก เพราะมองอนาคตไม่เห็น แต่ผม ยืนยันอีกทีว่ารัฐบาลโดยท่านวิลาศทําได้แผน ๒๐ ปี แต่เรามีอํานาจจะทําหรือไม่ อย่างไร เป็นอย่างไร แล้วถ้าจะทํา ทําแบบไหน ก็ยังเป็นปัญหาอยู่ ยังมองไม่เห็น ก็เลยเตรียมการไม่ถูก เรียนท่านประธานเป็นความเห็นครับ