อลงกรณ์ พลบุตร หารือเรื่องการประสานงานของคณะกรรมการรวม 3 ฝ่าย โดยมีการประชุมและประสานงานอย่างรอบคอบ เพื่อขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศและบริหารราชการแผ่นดิน โดยมีแผนปฏิรูป ๒๐ ปี และแผนปฏิรูป ๑ ปีครึ่ง และหารือเรื่องการปฏิรูปใน 11 ด้าน โดยมีจุดเน้นในการประสานงานและประสานความเห็นของทุกฝ่าย
กราบเรียนท่านประธานครับ มีประเด็นที่ต้องชี้แจง เพราะว่าท่านสมาชิก ถามมานะครับ แล้วบังเอิญยังไม่ได้ชี้แจงเรื่องการประสานงานของคณะกรรมการรวม ๓ ฝ่าย ซึ่งมีตัวแทนจาก สปท. ๖ ท่านด้วยกัน มีผม ท่านรองประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ คนที่สอง และสมาชิกเราอีก ๔ ท่าน เป็นการแต่งตั้งโดยท่านนายกรัฐมนตรี ก็ได้มีการประชุม โดยมีท่านประธานวิป (Whip) รัฐบาลนะครับ ท่านรัฐมนตรีสุวพันธุ์เป็นประธาน เราได้ ตกลงแนวทางการทํางานว่าจะมีการประสานงานแบบเป็นทางการและไม่เป็นทางการ เพราะว่าการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศกับการบริหารราชการแผ่นดินต้องเผชิญปัญหา เฉพาะหน้าและการวางการขับเคลื่อนปฏิรูปในระยะก่อนเลือกตั้ง และวางรากฐานประเทศ ไปอีก ๒๐ ปีนั้น คราวนี้แม่น้ํา ๕ สายต้องทํางานเป็นทีมเดียวกันครับ ดังนั้นการประสานงาน ในส่วนของคณะกรรมการ ๓ ฝ่าย ซึ่งมีท่านรัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน ก็ได้มีการนัดประชุมแล้วก็วางแนวทางกัน หลังจากนั้นในส่วนของทางรัฐบาลเอง ซึ่งมีความจําเป็นที่จะต้องแจ้งประเด็นเหมือนกันว่ามีความพร้อมในประเด็นอะไรบ้าง สําคัญเร่งด่วนแค่ไหน เพื่อประกอบการพิจารณาการทํางานในส่วนของ สปท. เรา แต่เนื่องจากว่ามีความคลาดเคลื่อนในระยะเวลาการทํางานและขั้นตอนของบางหน่วยงาน ภายใต้รัฐบาลจึงทําให้ไม่สามารถที่จะส่งลิสต์ (List) ต่าง ๆ มาประสานได้ จึงให้เป็น การประสานโดยไม่เป็นทางการ ท่านประธาน ผม และท่านรองประธาน คนที่สอง ได้ทํา อย่างที่ท่านสมาชิกได้แนะนํานั่นละครับ เราได้ประสาน ท่านประธานก็ได้ประสานกับ ท่านนายกรัฐมนตรีแล้วก็แม่น้ําสายอื่นนะครับ ไม่ได้มีการประชุมเป็นทางการ หรือที่มี การประชุมเป็นทางการก็มี ทั้งในส่วนแม่น้ํา ๕ สายที่เป็นผู้นํา และแม่น้ํา ๓ สาย แต่หลังจากนั้นก็ใช้การประชุมตามช่องทาง ในระดับท่านประธานก็ประสานกับทางระดับผู้นํา คือท่านนายกรัฐมนตรี ผมก็ประสานกับท่านสุวพันธ์ และประสานกับรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง ทุกวาระที่บรรจุในวาระ การประชุมนี้ผ่านการประสานงานกับรัฐมนตรีว่านําเข้าได้ครับ เพราะฉะนั้นโปรดเข้าใจว่า การทํางานของเรานั้นก็มีความรอบคอบ มีขั้นตอน และที่สําคัญคือการต้องเห็นสอดคล้องกัน อะไรที่ง่ายในการปฏิรูปเดินหน้าก่อนอะไรที่ยาก เพราะฉะนั้นในสิ่งนี้ผมได้รายงาน ในวิป (Whip) ไปตั้งแต่เมื่อวานซืนเรียบร้อยเหมือนกันครับ แต่ก็เพื่อให้สมาชิกทั้งหมดได้รู้ ก็เป็นเรื่องที่ดี บางเรื่องก็ต้องรู้กันทั้งหมด บางเรื่องก็เป็นเรื่องซึ่งอาจจะต้องรู้กันภายใน ในระดับของการขับเคลื่อนการบริหาร
ส่วนที่ ๒ ก็คือในส่วนของลําดับการทํางานของเรา ผมอยากจะให้ท่านสมาชิก ได้เห็นภาพชัดเจนนะครับว่าทําไมจึงพูดถึงว่าท่านประธานได้มีนโยบายชัดเจน ซึ่งก็สอดคล้อง ที่ท่านนายกรัฐมนตรีมีความคาดหวัง ปี ๒๕๕๙ เป็นปีของการปฏิรูปประเทศ เราทําหน้าที่ ในการขับเคลื่อน เพราะฉะนั้นเราก็วางขั้นตอน ๑ บวก ๑ บวก ๑๘ ท่านคงจําได้ ๓๐ วันแรก เรายกร่างสร้างกลไกเราเสร็จเรียบร้อยอย่างรวดเร็ว ก็ต้องขอบคุณ ชื่นชมท่านสมาชิก ถัดมาอีก ๓๐ วัน คราวนี้คณะกรรมาธิการทั้ง ๑๒ คณะไปทําการบ้านเพื่อนําส่งรายงาน ปฏิรูป แล้วเราก็จัดประชุมวันที่ ๒๑-๒๓ ธันวาคม พิจารณากันจนครบทั้งแผนปฏิรูป ในแต่ละด้าน จากนั้นมาถึงปี ๒๕๕๙ เป็นปีที่เราจะต้องส่งออกครับ เมื่อส่งออกก็ต้อง มีการประสานกับแม่น้ําสายอื่นและรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องในวาระที่จะต้องเข้ามา ๒. ก็คือว่า ในส่วนของวิป (Whip) เราก็จัดประชุม ก็มีการพิจารณาโดยนโยบายท่านประธานว่า เราต้องมีแผนรวมของ สปท. เรา ก็คือนํา ๑๒ คณะที่เสนอเป็นแผนแต่ละคณะก็มารวบยอด วิป (Whip) ก็มีความเห็นว่าให้ทําผังตามที่ท่านประธานได้ให้ข้อแนะนํา แล้วก็สอดคล้อง กับที่ท่านนายกรัฐมนตรีได้กําหนดไว้ก็คือว่า ปฏิรูป ๑ ปีครึ่ง กับปฏิรูป ๒๐ ปี ก่อนและหลัง เลือกตั้ง ก็มีการประชุมแล้วก็ให้การบ้านไป ทุกคณะส่งมาหมดครบถ้วน ยกเว้น ๑ คณะ ก็เข้าที่ประชุมวิป (Whip) อันนี้ในส่วนของแผน เพื่อให้เห็นว่าเราจะเดินหน้าจัดลําดับ ความสําคัญของแต่ละคณะ แต่ละคณะเป็นผู้จัดมานะครับ วิป (Whip) ไม่มีสิทธิไปจัดอะไร เขาก่อน ให้เกียรติแต่ละคณะจัดมาก่อน ให้ ๑๒ คณะจัดมา ท่านก็ผ่านมาแล้ววันที่ ๒๑-๒๓ ธันวาคม แล้วก็เข้าวิป (Whip) เมื่อวันที่ ๖ มกราคม เดิมผมขอให้ประชุมวันที่ ๔-๕ ก็มีบางท่านนั่นละครับที่บอกว่าข้าราชการอาจจะยังไม่พร้อมเพราะว่าติดปีใหม่ ก็อนุโลมว่า อย่างนั้นเอาวันที่ ๖ แล้ววันที่ ๗-๘ เราก็กําหนด แล้วก็ทํางานอย่างนี้ เพราะฉะนั้น ในส่วนของการทํางานอย่างเราเป็นขั้นเป็นตอนครับ ๑ เดือนแรกทําได้อย่างรวดเร็ว เดือนที่ ๒ ทําได้อย่างรวดเร็ว วันที่ ๑๐ ธันวาคม เป็นวันหยุด ทุกคณะส่งวันที่ ๙ ธันวาคม ท่านคงจําได้ เรารอเวลา ๒ สัปดาห์ครับ รอว่าการนําเข้าแผนปฏิรูปแต่ละคณะนั้น ในส่วนของแม่น้ําสายอื่นจะมีความเห็นเป็นเช่นไร จะมีอะไรที่เป็นสัญญาณส่งมาบ้าง เราก็ถึงกําหนดให้เวลาถึง ๒ สัปดาห์ ไปวันที่ ๒๑-๒๓ อย่างไรละครับ แต่ถึงตอนนั้น แม้ว่าจะมีการประชุม ๓ ฝ่ายแล้ว แต่เนื่องจากขั้นตอนบางประการของทางบางส่วน เกิดความล่าช้า เราก็ประชุม ก็เพียงขอมติว่าที่ประชุมเห็นชอบกับแผนปฏิรูปของแต่ละคณะ เอาเป็นตัวตั้งว่าตอนนี้ทั้ง ๒๐๐ คนเห็นแล้วละว่าใน ๑๒ คณะนั้นท่านจัดลําดับมาอย่างไร ท่านมีวิธีการฮาวทู (How-to) อย่างไร มีงบประมาณ มีขั้นตอนอยู่ในแต่ละคณะหมดแล้ว แล้วแม่น้ําสายอื่นก็อยากจะรู้ว่าแล้วจากนี้ไปที่เราจะเริ่มส่งต่อการขับเคลื่อนการปฏิรูป เรามีแผนอย่างไร ก็เอากรอบปีครึ่งกับกรอบ ๒๐ ปีมาแล้วก็ให้แต่ละคณะไป คณะก็ส่งมา ในการประชุมวิป (Whip) วันที่ ๖ คือวันมะรืนนี้ครับ ก็ส่งมาหมด ขาดคณะเดียว ท่านขอเวลานิดหนึ่ง เพราะฉะนั้นเราก็อะลุ่มอล่วยว่าถ้าเป็นเช่นนั้น ตามข้อสังเกตของ ท่านประธานทุกคณะซึ่งเป็นองค์ประกอบของวิป (Whip) วิป (Whip) ประกอบไปด้วย ประธานทุกคณะนะครับ ท่านก็บอกว่าอย่างนั้นขอเวลาไปวันจันทร์ก็แล้วกัน ก็ขอเวลา ๒-๓ วันนี้ไปทําให้สมบูรณ์ เมื่อวันจันทร์ที่จะถึงนี้เราก็จะมีแผนรวมของ สปท. ครับ มันไม่ได้ซ้ําซ้อน แต่ว่าองค์กรอื่นและพวกเราจะได้เห็นทั้งในรูปแบบเต็มนะครับว่าในปีครึ่ง ๑๒ คณะ มีวาระจัดอันดับ ๑ ๒ ๓ ๔ ๕ อย่างไร แล้วก็แผน ๒๐ ปียุทธศาสตร์ชาติ ที่ท่านนายกรัฐมนตรีขอให้ทําเราจะมีปฏิรูปอะไร ๑ ๒ ๓ ๔ ๕ แล้วเราก็จะมีแผนชาร์ต (Chart) แผ่นเดียวอย่างที่ท่านประธานต้องการเห็นเป็นลักษณะเอกซ์เซกคิวทีฟชาร์ต (Executive chart) คือแผ่นเดียวดูได้ เห็นเลยว่า สปท. ไม่ว่าคณะรัฐมนตรี กระทรวง ทบวง กรม หรือว่า สนช. แม่น้ําสายอื่น และทุกภาคีเขาจะเห็นเลยว่านี่คือโรดแมป (Road map) ของ สปท. จากนี้ไป แล้วก็เป็นจังหวะของการส่งออก ผมไม่เห็นว่าเราได้ย่อหย่อนอะไร สมาชิกแต่ละคณะ ก็ทํางานกันเต็มที่ มันอาจจะตรงใจ ไม่ตรงใจบางท่านก็สุดแล้วแต่นะครับ
ส่วนเรื่องสุดท้าย ก็คือว่าในการพิจารณาของแต่ละวาระเป็นความเห็นของ วิป (Whip) ครับ ท่านจะตําหนิ ท่านจะเห็นด้วย ไม่เห็นด้วยอย่างไรก็เป็นสิทธิ แต่นั่นคือ ที่ประชุมของประธาน ๑๒ คณะ ท่านประธานและผมแล้วก็กรรมการอื่นอีก ผู้ทรงคุณวุฒิก็พิจารณากันมาอย่างนี้ แต่หลักที่ท่านต้องยอมรับประการหนึ่งก็คือการปฏิรูป ใน ๑๑ ด้าน ซึ่งเราแจงออกเป็น ๑๒ คณะ มันมีความยากง่าย มีความซับซ้อน ท่านลอง พิจารณาดูเถอะครับว่าเมื่อมีการนําเสนอเข้ามาในวิป (Whip) วิป (Whip) ก็ต้องพิจารณา แน่นอนว่าอะไรสําคัญควรเป็นก่อนหลัง นั่นเป็นหลักที่ถูกต้องที่สุดครับ ๒. ได้มี การประสานงานกับฝ่ายอื่นเรียบร้อยแล้วหรือยัง และ ๓. ก็คือว่าสถานการณ์ในขณะนั้น ก็นํามาพิจารณากลั่นกรองในสิ่งเหล่านี้หมด สัปดาห์แรกผมก็ยอมรับแทนคณะกรรมาธิการ เกือบทุกคณะนะครับว่าการนําส่งรายงานในส่วนนี้เนื่องจากมีงานอื่นเร่งด่วนรวมไปถึง ในเรื่องของวันหยุดยาวความพร้อมก็อาจจะขลุกขลักบ้าง แต่ก็ไม่ใช่วิสัยที่ถือได้ว่า เราขาดตกบกพร่อง ก็พยายามขับเคลื่อน และขณะเดียวกันผมคิดว่าสิ่งที่เป็นวาระปฏิรูปนี่ มีมากมายเหลือเกิน จะเป็นสัปดาห์นี้ สัปดาห์หน้า อย่างไรก็ออกมา เรื่องที่ยากสลับซับซ้อน ผมยกตัวอย่าง ผมก็ได้รับมอบหมายจากท่านประธานในการที่ประสานกับท่านประธาน กรรมาธิการหลายคณะครับที่หลายคนบอกว่าอยากจะไฮไลท์ (Highlight) เช่น คณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปด้านเศรษฐกิจ เรื่องปัญหาความเหลื่อมล้ํา แก้ปัญหา ความยากจน แก้ปัญหาในเรื่องของปัญหาราคาพืชผล เรื่องของโครงสร้างเศรษฐกิจ ที่เราแข่งขันไม่ได้แล้ว อย่างนี้เป็นต้น ประสานหมดแล้วละครับ เพียงแต่ว่าก็ต้องให้เกียรติท่าน ในการทํางาน สัปดาห์หน้าเราจะมีวาระหลายวาระทีเดียว แต่ว่าก็ต้องประสาน ๓ ฝ่าย ทั้งเป็นทางการ ไม่เป็นทางการ ซึ่งก็เป็นเทคนิคการบริหารของท่านประธานว่าความสําเร็จ อยู่กับการประสานแบบไม่เป็นทางการเสียส่วนใหญ่ เพราะฉะนั้นเราก็ดําเนินการเช่นนี้ ก็เพียงแต่ชี้แจงอธิบายอาจจะยาวหน่อย แต่ว่าอยากจะให้เห็นความเข้าใจตรงกัน แล้วก็ ไปในทิศทางเดียวกันครับ เวลาเราเหลือไม่มากหรอกครับ ๑ ปีเศษ ๆ เท่านั้นเอง ขอบคุณท่านประธาน