ชาญวิทย์ แจงแผนยุบรวมสถาบันพลศึกษา ตั้งมหาวิทยาลัยกีฬาแห่งชาติ

สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ · ครั้งที่ ๒ · ๘ มกราคม ๒๕๕๙

ชาญวิทย์ ผลชีวิน ชี้แจงความจำเป็นในการยุบรวมสถาบันการพลศึกษา 17 แห่งเพื่อจัดตั้งมหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ ภายในเวลา 1 ปี 6 เดือน โดยย้ำว่าเป็นการปฏิรูปโครงสร้างเพื่อยกระดับการผลิตบุคลากรด้านกีฬาให้สอดคล้องกับความต้องการของสังคมและตลาดแรงงาน ไม่ใช่การเลิกจ้าง พร้อมเน้นบทบาทของกีฬาในการเสริมสร้างจิตสำนึกและสปิริตของประชาชนเพื่อสนับสนุนการปฏิรูปประเทศในภาพรวม

นายชาญวิทย์ ผลชีวิน กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธาน สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ และสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่านครับ ต้องขอบคุณ ในข้อเสนอแนะทั้งเห็นด้วยแล้วก็ไม่เห็นด้วย อันนี้เป็นสิ่งที่งดงามที่สุดในวงการของระบอบ ประชาธิปไตย ทั้งชีวิตครับ ต้องบอกว่าอยู่กับกีฬามาทั้งชีวิต แล้วผลพวงจากการกีฬาก็ผลิต เป็นผมขึ้นมาที่ทุกท่านเห็นนี้ แล้วก็ชื่นชมบางส่วน บางท่านอาจจะไม่ชื่นชม ไม่เป็นไรครับ แต่สิ่งหนึ่งซึ่งอยากจะบอกพวกท่านว่าในข้อเสนอแนะหลาย ๆ อย่างเมื่อสักครู่นี้ผมได้ อธิบายไปแล้ว ผมขออนุญาตทบทวนให้ฟังอีกครั้งหนึ่งนะครับ มหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ ไม่ได้ตั้งใหม่นะครับ เราจะยุบรวมแล้วเราจะพัฒนา สิ่งที่เรากําลังเห็นสถาบันการพลศึกษา ทั้ง ๑๗ แห่งที่มีอยู่นะครับ ผมขออนุญาตพูดถึงโครงสร้างนิดหนึ่ง ที่มีอยู่ ณ วันนี้ โจทย์ออกมาคือผลิตบุคลากรออกมาแล้วไม่มีงานทําครับ แล้วอย่างที่ท่านสมาชิกเมื่อสักครู่นี้ ได้อภิปรายต้องขอบคุณมาก ๆ เลยครับ ชัดเจนครับ ท่านบอกว่าผลิตแต่ครูพลศึกษา ด้านอื่นแทบไม่ได้ผลิตเลย จริง ๆ ไม่ใช่ครับ ผลิตครูพลศึกษาน้อยลง ผลิตนักวิทยาศาสตร์ การกีฬาเพิ่มขึ้น แต่เราผลิตทั่วไปครับ สิ่งที่จะตอบโจทย์ที่ผมกราบเรียนทุกท่านไป เมื่อช่วงต้น เราเอาวิชาชีพขึ้นมาเป็นหลักครับ เพื่อจะผลิตออกมาแล้วมีงานทําครับ อันนี้ ยืนยันครับว่ามีงานทําแน่นอน ผมได้ยกตัวอย่างหลาย ๆ ตัวอย่างไปแล้วนะครับ ครูพลศึกษา คณะพลศึกษาเรายังมีอยู่ครับ ครู อาจารย์ที่สอนก็ยังสอนเหมือนเดิมครับ สอนคณะพลศึกษา ยังมีอยู่ครับ สอนคณะวิทยาศาสตร์การกีฬาเหมือนเดิมครับ แต่สิ่งที่เราจะต้องผลิตขึ้นมา ๓๐-๔๐ ปี ครูพลศึกษาไม่พอแล้วครับ ตอบโจทย์ไม่ได้ครับ กับคําว่า กีฬา กีฬาตอนนี้ยิ่งกว่าเศรษฐกิจ ยิ่งกว่าสังคม ยิ่งกว่าการเมือง ยิ่งกว่าหลาย ๆ ด้าน แม้กระทั่งทั่วโลก ท่านเห็นไหมครับทําไมเขาไม่ใช้กฎหมายเล่นงานประเทศไทย ทําไมเขา ใช้กติกาฟุตบอล ทําไมเขาเอาใบเหลือง เอาใบแดงมาเตือนครับ ดูซอฟต์ (Soft) ดูอบอุ่น ดูน่ารักกว่าใช้กฎหมาย ใช้กติกาพื้นฐานของกีฬาชนิดหนึ่งซึ่งทุกคนทั่วโลกรู้จักกันดี ใบเหลือง ใบแดงมาจากอะไรครับ กีฬาฟุตบอล เพราะฉะนั้นตรงนี้ผมกราบเรียนว่าโครงสร้าง ทั้ง ๔ มหาวิทยาลัยเป็นเพียงการยุบรวม และงบประมาณยังเป็นงบประมาณปกติ สิ่งที่จะต้อง เพิ่มเติมขึ้นมาก็คืออะไรครับ อย่างที่ท่านสมาชิกบางท่านได้กล่าวพูดไปแล้วคือจะเพิ่มเติม แค่จ้างอาจารย์พิเศษครับ อาจารย์อย่างเดิมยังอยู่ อยู่ทุกท่านครับ วิทยาเขตตอนนี้ก็เป็น เหมือนเดิม สมมุติผมยกตัวอย่างเลย จังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดลําปาง จังหวัดสุโขทัย แล้วก็ จังหวัดเพชรบูรณ์ ทุกวันนี้สถาบันการพลศึกษาก็มีอยู่ ๔ แห่งเหมือนเดิม ไม่ได้เพิ่มเติม ไม่ได้อะไรเลย สมมุติว่าเรามีคณะทํางาน เดี๋ยวเราจะต้องแต่งตั้งคณะทํางานเพื่ออะไรครับ ประเมินครับ ประเมินความพร้อมว่าสถาบันไหนที่พร้อมที่สุดที่จะก้าวขึ้นเป็นมหาวิทยาลัย การกีฬาแห่งชาติ ภาคเหนือก่อน ส่วนชื่อผมก็กราบเรียนไว้แล้วว่าท่านประธาน พลเอก ยุทธศักดิ์ ศศิประภา อาจจะขอพระราชทานชื่อทีหลังนะครับ อาจจะเหมือนกันเลย หรือแตกต่างกัน แล้วแต่ คล้าย ๆ กับมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล เมื่อก่อนมีเท่าไรครับ ๓๐ กว่าแห่ง ท่านสมาชิกบางท่านบอกว่าช้า ๆ ได้พร้าเล่มงาม เห็นด้วยครับ เมื่อก่อนนี้เป็นฝึกหัดครูพลานามัย ๑๐๐ กว่าปีที่ผ่านมา จากฝึกหัดครู พลานามัยเป็นอะไรครับ วิชาการศึกษา จากวิชาการศึกษามาเป็นอะไรครับ มหาวิทยาลัย ศรีนครินทรวิโรฒ แห่งเดียวทั้งประเทศ รับผิดชอบทั้งประเทศ กีฬาแล้วก็การพลศึกษา ทั้งประเทศแห่งเดียวไม่พอครับ เสร็จแล้วมีการเปลี่ยนแปลงมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ พลศึกษาถูกยุบ เหลือเป็นแค่คณะคณะหนึ่ง อันนี้คือส่วนหนึ่งที่อยากจะเล่าเรื่องให้ท่านเห็น ภาพชัด ๆ ศาสตราจารย์ นายแพทย์บุญสม มาร์ติน ที่ผมกราบเรียนท่านไปแล้วว่าท่านเป็น คนเห็นว่าคนไทยสุขภาพพลานามัยที่ท่านคอยรักษาอยู่ตลอดเวลาไม่ไหวแล้ว น่าจะป้องกัน ท่านถึงจัดตั้งวิทยาลัยพลศึกษาเพื่อให้ได้ทุกภาค แรก ๆ นั้น ๔ ปีกว่าจะได้แต่ละภาค ช้า ๆ ไม่ได้เร็วเลยครับ แห่งแรก คือจังหวัดเชียงใหม่ แห่งที่ ๒ จังหวัดยะลา แห่งที่ ๓ จังหวัดมหาสารคาม แห่งที่ ๔ จังหวัดชลบุรีครับ ๔ แห่งเองครับ ผมก็กราบเรียนท่านไปแล้ว ผมคือผลพวงคนหนึ่งของวิทยาลัยพลศึกษาชลบุรี จาก ๔ แห่งเป็นความต้องการของประชาชน เป็นความต้องการของทุกท่าน จาก ๔ แห่ง กลายเป็น ๑๗ แห่ง ณ วันนี้ จาก ๑๗ แห่ง ณ วันนี้ทุกคนก็บอกแล้วว่าตกงาน ผลิตอยู่อย่างเดิม ปัญหาแบบเดิม ทําไมไม่เปลี่ยนแปลง ทําไมไม่อัปเกรด (Upgrade) ทําไมไม่ทําอย่างนั้น ตอนนี้วาระที่ ๑๙ เป็นวาระที่เราต้อง ปฏิรูปกีฬาครับ ท่าน พลเอก ยุทธศักดิ์ได้รับยุทธศาสตร์ประชารัฐมา ท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาได้รับยุทธศาสตร์ประชารัฐมาให้ปฏิรูปกีฬา แล้วเราจะทําอยู่ อย่างเดิมหรือครับ ท่านบอกว่าไม่ต้องผ่านไปหรอกครับ เอาออกไปเสีย ถอนออกไปเสีย แล้วจะเอาอะไรไปตอบโจทย์ประชาชนว่าเรากําลังจะปฏิรูปกีฬา ผมถามที่สภาหน่อย มันเร็วไป หรือครับว่าจะเอากีฬาขึ้นนําก่อนเป็นคณะแรก แล้วเราตอบโจทย์คนทั้งประเทศไม่ได้ หรือครับว่าทําไมกีฬามาก่อน การเมืองทําไมมาทีหลัง เศรษฐกิจ สังคม ทุกอย่างทําไมมา ทีหลัง เพราะมันยาก ซับซ้อน ยังขัดแย้งกันอยู่ครับ แต่กีฬาขัดแย้งน้อยที่สุด มีปัญหา น้อยที่สุด เราถึงนํามาปฏิรูปก่อน ท่านประธาน ท่านรองประธานให้ความกรุณาเป็นคณะแรก ที่ให้นําเสนอครับ ผมมีความภาคภูมิใจครับที่ได้มีโอกาสนําเสนอทุกท่าน แต่ถ้าทุกท่าน ไม่เห็นชอบ ไม่เห็นด้วยไม่ว่ากันครับ นี่คือสิ่งที่มาที่ไป

ส่วนที่ ๒ ที่ผมขออนุญาตกราบเรียนสมัย สปช. ครับ ทําส่งรัฐบาล ผ่านคณะรัฐมนตรีเห็นชอบเรียบร้อยหมดแล้วครับท่าน ทุกท่านถึงบอกว่าเอ๊ะทําไมรีบเร่ง เร่งด่วน เหลือเกินการปฏิรูปด้านการกีฬา ศิลปะ วัฒนธรรม ศาสนา คุณธรรม และจริยธรรม ไม่ได้ เร่งด่วนเลยครับ ทํางานมาตลอดตั้งแต่ผมอยู่กระทรวง ผมมาช่วยท่าน พลเอก ยุทธศักดิ์ ขออนุญาตที่เอ่ยนาม ผมมาช่วยคณะทํางานท่านตั้งแต่แรกครับ ตั้งแต่อยู่กระทรวงนะครับ และตัวเชื่อมที่ดีที่สุดคือ สปท. ครับตอนนี้ ผมถึงมีหน้าที่ขับเคลื่อนครับ ทําอย่างไรให้ปฏิรูป เร็วที่สุดให้ทัน ๑ ปี ๖ เดือนนี่ครับที่เราจะต้องจัดตั้งมหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติขึ้นมาให้ได้ เพราะเป็นวาระเร่งด่วน จากที่ผมกราบเรียนไปแล้วว่าการปฏิรูปกีฬามี ๒ ด้าน ด้านหนึ่งคือ โครงสร้าง ด้านที่ ๒ คือการบริหารจัดการกีฬา ผมหยิบด้านโครงสร้างขึ้นมาซึ่งมี ๕ เรื่อง เรื่องแรก มหาวิทยาลัยการกีฬา เรื่องที่ ๒ นโยบายคณะกรรมการกีฬาแห่งชาติ เรื่องที่ ๓ สถาบันวิทยาศาสตร์การกีฬา กราบเรียนสมาชิกทุกท่านครับ ไม่ได้เร่ง ไม่ได้รีบครับ มันมีที่มา ที่ไปของมันนานแล้ว โรงเรียนกีฬาอยู่เหมือนเดิมครับ เข้ามาอยู่ในระบบของมหาวิทยาลัย การกีฬา เราจะตอบโจทย์ เรามีคณะทํางานครับ ไม่ใช่อยู่ ๆ เราจะไปเลือกภาคใต้ เราจะไปเลือก จังหวัดนี้ ๆ ไม่ครับ เดี๋ยวเราศึกษารายละเอียดมากราบเรียนในที่ประชุมอีกเป็นสเต็ป (Step) ต่อไปครับ ทุกเดือนเราจะต้องรีพอร์ต (Report) เราจะต้องรายงานครับ ท่านรองประธาน คนที่หนึ่ง บอกว่า ณ วันนี้เราจะต้องเอ็กซ์พอร์ต (Export) ออกไปก่อนบ้างแล้วใน ๑๒ ด้าน ใน ๑๑ ด้าน เรายังไม่ได้ส่งออกเลย เพราะฉะนั้นกราบเรียนว่าถ้ากีฬาจะส่งออกเป็นงานแรก ผมว่าไม่แปลกครับ แล้วผมเชื่อว่าคนไทยทั้งประเทศไม่คิดอย่างที่เราคิดกันครับว่าเรามานั่ง ปฏิรูปกันทําไมกีฬาถึงมาก่อน เราช่วยกันตอบโจทย์ได้ครับ เราช่วยกันอธิบายได้ครับว่าทําไม กีฬามันถึงมาก่อน ณ วันนี้ครับท่าน กีฬานําการเมืองนะครับ ทั่วโลกเขาใช้นะครับ อย่างที่ ท่านสมาชิกท่านหนึ่งอาวุโสที่สุดผมคงเรียกว่าเป็นคุณพ่อแล้ว ถ้าคนเรายังไม่มีสปิริต (Spirit) ยังไม่รู้จักแพ้ ไม่รู้จักชนะ ไม่รู้จักการให้อภัย ไม่รู้จักการขอโทษ ทุกด้านไม่มีทางครับ ท่านก็จะ ขัดแย้งกันอยู่อย่างนั้นและนําผลงานออกมานําเสนอ สปท. ไม่ได้ครับ ขออนุญาตคงตอบ ไม่ได้ทั้งหมด ขออนุญาตครับ ขอบคุณมากครับ