เบญจวรรณ ชี้เกณฑ์แต่งตั้ง-ย้ายตำรวจต้องโปร่งใส เป็นธรรม และพิจารณาหลายมิติ

สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ · ครั้งที่ ๒๙ · ๑๓ มิถุนายน ๒๕๕๙

เบญจวรรณ สร่างนิทร หารือเกี่ยวกับการกำหนดมาตรฐานการแต่งตั้ง ย้าย และเลื่อนข้าราชการตำรวจอย่างเป็นธรรม โดยเน้นความสำคัญของผลงาน ความรู้ ประวัติการปฏิบัติงาน และประโยชน์ที่รัฐจะได้รับ พร้อมเรียกร้องให้ทบทวนหลักเกณฑ์การพิจารณาอาวุโสให้มีความชัดเจน โปร่งใส และสะท้อนสมรรถนะอย่างแท้จริง เพื่อให้การประเมินและการจัดลำดับมีความน่าเชื่อถือและเป็นธรรมในทุกขั้นตอน

นางเบญจวรรณ สร่างนิทร

เรียนท่านประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูป ประเทศ ดิฉัน เบญจวรรณ สร่างนิทร สปท. หมายเลข ๖๘ ค่ะ สําหรับเรื่องการวางแนวทาง มาตรฐานการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการตํารวจ ดิฉันคิดว่าเป็นเรื่องที่ดีนะคะ เพราะว่าตอนนี้ ไม่ใช่เฉพาะข้าราชการตํารวจเท่านั้นนะคะ ข้าราชการทุกประเภท โดยเฉพาะตําแหน่งระดับสูง สังคมก็มองหาความเป็นธรรม ความเสมอภาคทั้งนั้นนะคะ โดยหลักการแล้วการเลื่อน ตําแหน่งและแต่งตั้งข้าราชการนั้น ผู้บังคับบัญชาจะพิจารณาจากองค์ประกอบสําคัญ ๔ ประการ ประการแรก ก็คือตัวผลงาน ประการที่ ๒ ก็คือความรู้ความสามารถ ประการที่ ๓ ก็คือความประพฤติและประวัติการทํางาน ประการที่ ๔ ก็คือประโยชน์ที่ราชการจะพึงได้รับ จากการแต่งตั้งนะคะ

ส่วนเรื่องที่กําลังพิจารณาอยู่ ณ วันนี้นะคะ ก็คงจะเป็นเรื่องของแต่ละประเภท แต่ละหน่วยงาน หรือองค์กรกลางแต่ละประเภทจะนํามาเป็นส่วนประกอบ ก็คือเรื่องอาวุโส ในเรื่องอาวุโสนั้นมันก็มีหลักในการจัดโดยหลักการทั่วไปอยู่นะคะว่า ถ้าข้าราชการที่ ดํารงตําแหน่งในระดับสูงกว่าก็ถือว่าอาวุโสกว่า ถ้าอยู่ในระดับเดียวกัน ผู้ได้รับการแต่งตั้ง ให้ดํารงตําแหน่งนั้นเร็วกว่าก็ถือว่าอาวุโสกว่า แต่ถ้าระดับเดียวกัน พร้อมกัน วันเดียวกัน อะไรทั้งหลาย ก็คือคนที่รับเงินเดือนสูงกว่าอาวุโสกว่า แต่ถ้าเงินเดือนเท่ากันอีก ใครมีอายุราชการมากกว่าก็ถือว่าคนนั้นอาวุโสสูงกว่า ถ้าอายุ ราชการเท่ากันอีก คนได้รับเครื่องราชอิสริยาภรณ์มากกว่าก็ถือว่าอาวุโสสูงกว่า แต่ถ้าใคร ได้รับเครื่องราชอิสริยาภรณ์เดียวกันอีก แต่ถ้าเครื่องราชอิสริยาภรณ์ที่ได้รับนั้น ได้รับก่อน ก็ถือว่าอาวุโสกว่า จริง ๆ หลักก็มีการกําหนดไว้หลาย ๆ รูปแบบอยู่นะคะ หลักในการคิด เรื่องอาวุโส ดิฉันเข้าใจในเรื่องการแต่งตั้งตํารวจ ด้วยความที่ประสบการณ์เคยผ่านมา ไม่เคยคิดเหมือนกันนะคะว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่สําคัญในวงการตํารวจ จะต้องเอาเรื่องอาวุโส มาใช้ประกอบด้วยนะคะ มันก็คงต้องยอมรับวัฒนธรรมองค์กรของแต่ละประเภทนะคะ ตํารวจมีความจําเป็นที่จะต้องเอาอาวุโสส่วนหนึ่งมาใช้เป็นหลักประกอบในการพิจารณา แต่ละครั้ง แต่สิ่งที่ดิฉันอยากจะฝากไว้นะคะ ในเมื่อจํานวนบุคลากรที่จะพิจารณา มีจํานวนมาก ไม่ว่าองค์กรใดก็ตาม ความชัดเจน กฎ กติกาที่วางไว้จะต้องให้ยอมรับ แล้วก็จะต้องมีความเชื่อถือได้ ดิฉันขอยกตัวอย่าง เรื่องการดํารงตําแหน่งในระดับเดียวกัน ของผู้ดํารงตําแหน่งที่จะเป็นระดับสูงขึ้น มีบางส่วนราชการกําหนดองค์ประกอบนั้นไว้ ๒๐ คะแนน และปรากฏว่าไปตั้งช่วงคะแนน อย่างเช่น ถ้าดํารงตําแหน่งนั้น ๑ ถึง ๑๐ ปี ให้ ๑๕ คะแนน ๑๑ ถึง ๑๒ ปี ให้ ๑๖ คะแนน ๑๓ ถึง ๑๔ ปี ให้ ๑๗ คะแนน ๑๕ ถึง ๑๖ ปี ให้ ๑๘ คะแนน ๑๗ ถึง ๑๘ ปี ให้ ๑๙ คะแนน แล้วถ้าอยู่ตําแหน่งนั้น ๑๙ ปีขึ้นไป ให้ ๒๐ คะแนน เรื่องนี้เคยมีประเด็นนําไปเข้า ก.พ.ค. แล้วปรากฏว่าส่วนราชการนั้นต้องยกเลิก คําสั่งทั้งหมด เนื่องจากผลการให้คะแนนมันไม่มีความแตกต่างในตัวนัยระหว่างคนที่เพิ่งดํารง ตําแหน่งนั้น ๑ ปี กับดํารงตําแหน่งนั้น ๑๙ ปี ห่างกันเพียง ๕ คะแนน ตรงนี้มันจะมีผล ดิฉันคิดว่าสิ่งที่อยากจะฝากหลัก ๆ นั้นก็คือ มันอยู่ที่รายละเอียดของการทําหลักเกณฑ์ รายละเอียดในแต่ละเรื่อง อย่างเช่น เรื่องผลงาน ผลงานนั้น หลายแห่งนะคะดิฉันเคยไปร่วม ทําหลักเกณฑ์ในการพิจารณาเพื่อจะเลื่อนตําแหน่ง ข้อเสนอของหน่วยงานก็น่าสนใจมาก เขาบอกว่า เอาผลการพิจารณาความดีความชอบมาประกอบการพิจารณาด้วย ก็บอกว่า น่าสนใจ เสนอมาสิ ปรากฏว่าสิ่งที่เสนอมานะคะ คะแนนไม่มากค่ะ แค่ ๑๐ คะแนนเอง ๙๐ ถึง ๙๑ ให้ ๒ ๙๒ ถึง ๙๓ ให้ ๔ ไปเรื่อย ๆ ดิฉันบอกว่า ทําไมองค์ประกอบของการให้ คะแนนแบบนี้เริ่มจาก ๙๐ เขาบอกว่าที่นี่ไม่เคยประเมินต่ํากว่า ๙๐ เพราะฉะนั้นตรงนี้เป็น เรื่องที่สําคัญ ดิฉันคิดว่าในหลักการโดยทั่วไปเป็นเรื่องจําเป็นที่เราจะต้องกําหนดหลักเกณฑ์ กฎ กติกา ปัญหามันอยู่ที่ รายละเอียดในการจัดทํานะคะ เพื่อท้ายที่สุดก็ให้ได้ผลสรุปว่า ผลจะเป็นแบบไหน อย่างไร อีกจุดหนึ่งที่ดิฉันค่อนข้างมีข้อสังเกตก็คือ ท่านบอกว่าจะทําเพื่อ การเพิ่มแล้วก็ลดลําดับอาวุโส จริง ๆ จะต้องระบุว่าเป็นการเพิ่มหรือลดลําดับอาวุโส การจัด ตรงนี้สามารถที่จะมีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงได้ทุกปี เพราะว่าแต่ละปีนั้นก็ต้องเอาตัว รายละเอียดมาพิจารณาอยู่ตลอดเวลา

สิ่งที่อยากจะฝากเป็นข้อสังเกตประการต่อไป เมื่อสักครู่เรื่องการเพิ่ม ลดอาวุโสนะคะ อาจจะไม่จําเป็นต้องระบุตรงนั้น แต่ว่าเป็นการจัดทําเพื่อจัดลําดับอาวุโส ก็น่าจะเพียงพอแล้ว ประการที่ ๒ ก็เรื่องตัวประเมินผลงาน ว่าให้ตรงตามข้อเท็จจริง เอาผลงานที่เป็นผลสําเร็จที่เป็นที่ประจักษ์มานําเสนอจริง ๆ ประการที่ ๓ ที่ไม่อยาก ให้ขาดเลย แล้วก็เป็นหลักในการพิจารณาข้าราชการโดยทั่วไป ณ ขณะนี้ ก็คือหลักเรื่อง คุณธรรม จริยธรรม ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องสําคัญสําหรับข้าราชการโดยทั่วไป โดยเฉพาะตั้งแต่เริ่ม สรรหามาหรือแม้กระทั่งที่จะได้รับการแต่งตั้งให้เป็นระดับสูงขึ้น

เรื่องถัดไปที่คิดว่าทุกองค์กรจะต้องให้ความสําคัญนะคะ ก็คือเรื่องสมรรถนะ ไม่ว่าจะเป็นสมรรถนะหลักของหน่วยงานหรือว่าสมรรถนะตามลักษณะงานที่ปฏิบัติ ถ้าองค์ประกอบที่จะนําไปสู่การจัดลําดับแล้ว จัดลําดับที่ว่าครอบคลุมหมดทุกด้านนะคะ ดิฉันก็คิดว่าเป็นประโยชน์นะคะ เพราะว่าเรื่องอาวุโสอย่างที่เรียนแล้วนะคะจากประสบการณ์ ที่ผ่านมาดิฉันก็ไม่เคยไปเจอที่ไหนเหมือนของสํานักงานตํารวจแห่งชาตินะคะ ก็ถือว่า เป็นวัฒนธรรมองค์กรแล้วก็เป็นที่ยอมรับสําหรับข้าราชการตํารวจทั่วไปว่าจะต้องมีกฎ กติกานี้ แต่ก็จะฝากในเรื่องการจัดทําหลักเกณฑ์ในรายละเอียด เพราะจะได้จะเสียบางครั้งมันอยู่ ตรงรายละเอียดค่ะ ก็ขอขอบคุณค่ะ