ธานินทร์ ผะเอม หารือการจัดระบบข้อมูลและการประสานงานระหว่างหน่วยงานภาครัฐ ทั้งในระดับส่วนกลางและท้องถิ่น โดยเฉพาะปัญหาข้อมูลถนนที่ขาดหายไปกว่า 385,000 กิโลเมตร ภายใต้ความรับผิดชอบขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พร้อมเรียกร้องให้มีการปรับปรุงระบบข้อมูลและการเชื่อมโยงการทำงานร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพเพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ
เรียนท่านประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ และท่านสมาชิกผู้มีเกียรติทุกท่านนะครับ ผมเองจะขออนุญาตพูดถึงเรื่องระบบข้อมูล แล้วก็การจัดระเบียบความสัมพันธ์ระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวกับเรื่องการทางของประเทศนี้ ทั้งส่วนกลางแล้วก็ลงไปถึงท้องถิ่น ก่อนอื่นผมต้องขออนุญาตแสดงความชื่นชมต่อความ พยายามของคณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านบริหารราชการแผ่นดินนะครับ
อันแรก ผมอยากจะพูดถึงว่าเรื่องที่จะพูดถึงเรื่องทางแล้วก็เรื่องระบบข้อมูล ที่ผมจะขออนุญาตให้ความสําคัญ โดยเฉพาะว่าเรื่องเหล่านี้เราอาจจะดูว่าเป็นเรื่องเล็ก ๆ แต่มันก็ไปเชื่อมโยงกับเรื่องขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศเช่นเดียวกันนะครับ ดังเช่นที่เราทราบกันว่ารัฐบาลได้แถลงไปแล้วว่าโดยอ้างตัวเลขของไอเอ็มดี (IMD) ว่าขยับ ขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทยเราขยับจากอันดับที่ ๓๐ เป็นอันดับที่ ๒๘ ในขณะที่ประเทศเพื่อนบ้านในอาเซียน (ASEAN) อีก ๔ ประเทศตกลงมาจะมากจะน้อย ตรงนี้เราจะพบว่าสมรรถนะทางด้านเศรษฐกิจของเรายังอยู่คงเดิมก็คืออันดับที่ ๑๓ จาก ๖๑ ประเทศนะครับ ซึ่งถือว่าเป็นประเทศที่มีพลวัตทางด้านเศรษฐกิจนี้สูงนะครับ เป็นที่น่าดีใจว่าสมรรถนะของภาครัฐ กัฟเวิร์นเมนต์เอฟฟิเชียนซี (Government Efficiency) ขยับสูงขึ้นจากอันดับที่ ๒๗ เป็นอันดับที่ ๒๓ สูงขึ้น ๔ อันดับนะครับ ถึงแม้เราจะรู้สึก ไม่ค่อยจะพอใจกับอันดับขีดความสามารถในการทํางานของภาครัฐก็ตาม บิซซิเนสเอฟฟิเชียนซี (Business Efficiency) ตกลง ๑ อันดับจากอันดับที่ ๒๕ อยู่อันดับที่ ๒๔ เรื่องอินฟราสตรักเจอร์ (Infrastructure) ที่รวมถึงเรื่องคน เรื่ององค์ความรู้วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี นวัตกรรม แล้วก็เรื่องกายภาพเป็นประเด็นที่ผมจะยกขึ้นพูดนี้ ซึ่งรวมถึงเรื่องระบบราง แล้วก็ถนนนะครับ ประเด็นตรงนี้เราจะพบว่าอินฟราสตรักเจอร์ (Infrastructure) ของเราที่พยายามจะทําให้ ดีขึ้นมีแผนการที่จะใช้เงินก็ตกจากอันดับที่ ๔๖ ของปีที่แล้วนะครับ ในปี ๒๐๑๖ นี้ ก็ตกมาอยู่อันดับที่ ๔๙ แต่เรียนนิดหนึ่งครับว่าตัวเลขนี้เราใช้ตัวเลขย้อนหลัง ๑ ปี เพราะว่า มันจะมีไทม์แลปส์ (Time Lapse) นะครับ ประเด็นที่จะพูดถึงก็คือว่ามันเป็นเรื่องที่น่าแปลก ว่าเราทําถนนหายไป ๓๘๕,๗๗๒ กิโลเมตร เป็นเวลานับ ๑๐ ปีแล้วก็อยู่ในความรับผิดชอบ ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น อย่างที่ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติท่านสมพงษ์ได้พูดไว้แล้ว ประมาณ ๓๕๐,๐๐๐ กิโลเมตรก็ยังมีชลประทาน มีอะไรต่าง ๆ อันนี้เป็นประเด็นที่ว่า เราไม่ได้จัดการบริหารในเรื่องระบบข้อมูล ซึ่งตรงนี้ไม่ได้เกี่ยวข้องว่าเราจะไปทําให้ เพื่อที่จะให้เขาจัดอันดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศนี้ให้ดีขึ้นอย่างเดียว นะครับ เพราะมันจะโยงกับตัวอื่น ๆ สสช. ในฐานะที่เป็นฝ่ายเลขานุการของคณะกรรมการ พัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันซึ่งท่านนายกได้สั่งการให้ประชุมครั้งแรกเมื่อปีที่แล้ว ก็เอาตัวชี้ทั้งหมด ๓๐๐ กว่าตัวนะครับ ทั้งของเวิลด์ อีโคโนมิก ฟอรัม (World Economic Forum) แล้วก็ไอเอ็มดี (IMD) แล้วก็อีส ออฟ ดูอิง บิซซิเนส (Ease of Doing Business) มาดู แล้วพบว่ามีประมาณ ๔๓ ตัวที่มันอยู่ในภาวะที่สาหัสที่เราจะต้องปรับปรุงแก้ไข ส่วนหนึ่งน่าจะเป็นตัวเลขจริงนะครับ ตัวเลขจริงก็ถนนนี้ก็เป็นส่วนหนึ่งละครับ แล้วยังมี ตัวเลขเรื่องเราลงทุนเรื่องการศึกษา เรื่องสุขภาพ แล้วก็ตัวเลขไม่ทันสมัยเราก็พยายาม ประสานไป อย่างกรณีเรื่องถนนเราประสานไปที่กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น เพราะว่าตัวเลขที่เราใช้ เราจะใช้เฉพาะตัวเลขที่ได้รับการยืนยัน ปรากฏว่า ๓๘๐,๐๐๐ กิโลเมตรถูกยื่นมาในช่วงเวลาที่เราจะต้องส่งกลับไปประมาณ ๑๐๐,๐๐๐ กว่ากิโลเมตรเพราะว่าเราไม่สามารถรอได้ ต้องส่งให้ไอเอ็มดี (IMD) แล้วตัวนี้ ก็เป็นตัวบวกของเรา แต่เรายังพบว่าเรามีตัวบวกที่ได้มาแน่ ๆ เลยเพราะว่ามันมีอยู่แล้ว แล้วก็ตกหล่นไปนะครับ หรือว่าไม่ได้ใส่ใจกับมัน เรียนนิดหนึ่งครับว่าตรงนี้เราจะพบว่า ตัวเลขตรงนี้เกิดจากกรมทางหลวงชนบทที่ไปถ่ายโอนให้กับท้องถิ่น แต่ท้องถิ่นไม่ได้มีระบบ รองรับเกี่ยวกับเรื่องระบบข้อมูล การยืนยันจาก ๓๘๐,๐๐๐ กิโลเมตรก็ยืนยันได้ประมาณ ๑๐๐,๐๐๐ กว่ากิโลเมตรในช่วงนั้นนะครับ ผมเข้าใจว่าตอนนี้ก็ยังทําต่อเนื่องนะครับ ซึ่งได้รับความร่วมมือจากกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นของกระทรวงมหาดไทย เป็นอย่างดีนะครับ เราจะพบว่าตรงนี้แล้วตกลงใครจะเป็นคนดูแล มันไม่ใช่เรื่องตัวเลขของ ระบบข้อมูลเท่านั้นนะครับ ระบบข้อมูลมันจะโยงไปถึงกับเรื่องการวางแผน ในสไลด์ (Slide) ที่ ๑๒ ที่ทางท่านเบญจวรรณได้พูดไว้แล้ว ตรงนี้มันโยงไปเรื่องความปลอดภัย คุณภาพชีวิต แล้วก็เรื่องผังเมือง ซึ่งผมเข้าใจว่าคณะกรรมาธิการชุดนี้ก็กําลังดูอยู่อย่างขะมักเขม้น ตรงนี้ ถ้าเราพบว่าเรื่องนี้ดูเหมือนกับเป็นเรื่องเล็ก แต่มันสะท้อนขีดความสามารถในการทํางานของ ท้องถิ่น ซึ่งตรงนี้ก็จะเป็นประเด็นที่เซนซิทิฟ (Sensitive) หน่อยว่าเราจะทรัสต์ (Trust) หรือไม่ทรัสต์ (Trust) ท้องถิ่น แต่ประเด็นก็คือว่าเรื่องกระจายอํานาจผมเข้าใจว่าเรา ไม่สามารถจะหยุดได้ เพียงแต่ว่าผมเองก็ไม่อยากจะใช้คําว่า กระจายอํานาจ จริง ๆ มันเรื่อง การกระจายความรับผิดชอบและทรัพยากรที่เพียงพอให้เขาทํางานได้ คราวนี้ตรงนี้เวลา เราทํางานมันต้องมีเรื่องสแตนดาร์ด (Standard) เรื่องคุณภาพและมาตรฐาน เพราะอะไร ก็แล้วแต่ถ้าเราทําแล้วไม่มีคุณภาพและมาตรฐาน มันไม่ใช่ว่าเพื่อให้ต่างประเทศมาชื่นชมเรา แต่เราต้องรับผิดชอบกับคนของเราทั้งเรื่องความปลอดภัย ซึ่งผมเข้าใจว่า พลตํารวจโท อํานวย ท่านได้ยกขึ้นนะครับ ซึ่งสําคัญมาก แล้วตรงนี้จะไปใช้ในการวางแผน เพราะว่าถ้าเรา ไม่เริ่มจากแผนที่ดีนะครับ การทํางานก็จะสะเปะสะปะ แล้วตรงนี้มันจะเป็นฐานข้อมูลที่เรา จะใช้ในการตรวจสอบ แล้วเปิดให้มีกระบวนการการมีส่วนร่วม แล้วกลับมาเพื่อที่จะ ประเมินผลเพื่อทําให้มันดีขึ้นเรื่อย ๆ อันนี้จะเป็นเรื่องที่สําคัญมาก ถ้าเรามองในลักษณะ อย่างนี้เราก็จะพบว่าเรื่องระบบข้อมูลเราจะให้ใครรับผิดชอบในกรณีที่เป็นท้องถิ่นนะครับ อบจ. หรือ อบต. ซึ่งตรงนี้จะขึ้นอยู่กับว่าคณะกรรมาธิการอีกชุดหนึ่งกําลังดูว่าเราจะ เอาอย่างไร ยุบรวมไหม แล้วเราจะคง อบจ. ไว้ แล้วให้บท อบจ. เล่นอะไร ผมเข้าใจว่า เรื่องระบบข้อมูลมันน่าที่จะลิงก์ (Link) ระหว่าง อบจ. กับจังหวัด เพราะเรายังมีภูมิภาคอยู่ แล้วเรื่องฐานข้อมูลตรงนี้นะครับมันสําคัญมาก แล้วส่วนหนึ่งก็คือกลับมาเพื่อที่จะบอกว่า เราทําอะไรกับคุณภาพชีวิตของคนไทย ทําอะไรกับเรื่องการยกระดับของการพัฒนาในพื้นที่ ท้องถิ่นและชุมชนนะครับ อันนี้จะเห็นว่าที่เรากําลังทําผังเมืองเพราะว่าเราก็ไม่มีกรอบชี้นํา ทางด้านกายภาพนะครับ ที่จะไปเชื่อมโยงกับผังกายภาพกับผังทางด้านเศรษฐกิจและสังคม ซึ่งมันต้องไปด้วยกัน เราถึงมีสภาพที่เวลาจะขับเคลื่อนหรือผลักดันเรื่องอะไรสักเรื่องหนึ่ง ก็ติดเรื่องพื้นที่นะครับ แล้วก็ขัดแย้งกันโดยฐานข้อมูลไม่ชัดเจนนะครับ ถ้าเราทําเรื่องนี้ได้ ระบบอินเทลลิเจนต์ (Intelligent) ที่ตั้งขึ้นในท้องถิ่น พื้นที่ท้องถิ่นชุมชนจะมีส่วนช่วยมาก ๆ นะครับที่จะทําให้เราบริหารจัดการทั้งในแง่เรื่องขีดความสามารถในการแข่งขัน เรื่องกระจาย ความเจริญหรือเรื่องของการลดความเหลื่อมล้ํา ผมเห็นด้วยกับกรรมาธิการ ท่านสมาชิก หลายท่านที่บอกว่าการจัดระเบียบความสัมพันธ์ของส่วนกลาง พวกฟังก์ชัน (Function) แล้วก็ภูมิภาค แล้วก็ท้องถิ่นต้องลงลึกมากกว่านี้ แต่ผมก็มองว่างานชิ้นนี้จะเป็นการปักธง ยึดหัวหาดเพื่อให้การปฏิรูปหรือว่าการปรับโครงสร้างก็แล้วแต่กรณี สามารถรุกคืบได้ ผมขอ ชื่นชมและสนับสนุนงานชิ้นนี้ของกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการบริหาร ราชการแผ่นดิน ขอบพระคุณครับ