สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ · ครั้งที่ ๒๘ · ๖ มิถุนายน ๒๕๕๙

คุรุจิต นาครทรรพ เสนอการปฏิรูปหน่วยงานการจัดการและขอชื่อทางเลือกที่ง่ายต่อการเข้าใจ นอกจากนี้ยังหารือเกี่ยวกับการปฏิรูปข้อมูลทางถนนและขอข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับผลลัพธ์ และยังตั้งคำถามว่าทำไมผู้พูดไม่เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาปรึกษาหารือ

นายคุรุจิต นาครทรรพ

กราบเรียนท่านประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูป ประเทศที่เคารพ กระผม คุรุจิต นาครทรรพ ครับ ก็ต้องขอขอบพระคุณคณะกรรมาธิการ ขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการบริหารราชการแผ่นดินที่ได้นําเสนอเรื่องนี้นะครับ ในหลักการผมเข้าใจแล้วก็ชื่นชมในวัตถุประสงค์ แล้วก็เป้าหมายที่ท่านอยากจะทํามาก นะครับ แต่ว่าเพื่อกันลืม ขอเริ่มอันแรกเลยนะครับ ชื่อเรื่อง ชื่อเรื่องนี้ตอนแรกอ่านมา ในไลน์ (Line) เมื่อวานนี้ยังนึกว่าเป็นเรื่องของบูรณาการส่วนกลาง ท้องถิ่น เรื่องอะไร สักอย่าง เหมือนหน่วยงานทาง ผมก็นึกว่าหน่วยงานทางปกครองหรืออะไรทํานองนั้นนะครับ ท่านตั้งชื่อให้มันเข้าใจง่ายได้ไหม ผมก็คิดชื่อเผื่อ ท่านไม่เอาก็ได้นะครับ ท่านน่าจะตั้งว่า การปฏิรูปหน่วยงานการจัดการหน่วยงานสร้าง ซ่อมแซม บํารุงรักษาถนน ให้ชัด ๆ ไปเลย เพราะถนนมีทั้งขนาดมอเตอร์เวย์ (Motorway) ถนนทางหลวงใหญ่ ทางหลวงเล็ก ทางหลวง ชนบท ท่านเขียนหน่วยงานทางนี่อ่านเข้าใจลําบากมากเลยนะครับ

อีกเรื่องหนึ่ง เรื่องข้อมูลคงไม่มีใครเถียงกับท่านนะครับ การปฏิรูปข้อมูล เป็นเรื่องจําเป็น แล้วมีก็ดีนะครับ แต่ว่าผมก็อยากจะมีข้อสังเกตว่าหน่วยงานที่ท่านจะเสนอ เป็นคณะทํางาน กทม. ก็ดี คณะทํางานของจังหวัดก็ดี ขาดหน่วยที่สําคัญไปหน่วยหนึ่ง หรือ ๒ หน่วยนะครับ เอาของจังหวัดเพราะว่ามันจะเกี่ยวกับทางเป็นจํานวนมาก ก็คือ ตํารวจครับ จะเป็นตํารวจทางหลวงหรือตํารวจจราจรใน กทม. และอีกอันก็คือผู้ใช้ทาง ที่ต้องไปดูแลความปลอดภัยของรถบนถนนก็คือขนส่งจังหวัด เขาก็จะให้ข้อมูลว่า ถนนตรงไหนควรจะมีหรือไม่มี อันนี้ก็เป็นข้อสังเกตเบื้องต้นเบสิก (Basic) เลยนะครับ ทีนี้อ่านเอกสารรายงานของท่านแล้ว ผมก็รู้สึกว่าการปฏิรูปหน่วยงานทางถนนนี่เขาทํากันไป เมื่อสัก ๑๐ กว่าปีโดยการที่ยุบ รพช. ในสังกัดกระทรวงมหาดไทย แล้วก็โอนมาเป็น ทางหลวงบ้าง ทางหลวงชนบทบ้าง โอนหน้าที่ไปให้ อบต. อบจ. บ้าง สิ่งที่ท่านเสนอมันเป็น หลักการ ซึ่งผมก็ไม่แน่ใจว่าทางฝ่ายบริหารเขาก็ทําอยู่แล้ว ทีนี้อ่านเปเปอร์ (Paper) ของ ท่านจริง ๆ ก็อยากจะเห็นว่าปัญหาที่มันทําอยู่ปัจจุบันนี้มันมีปัญหาอะไร แล้วถ้าทําอย่างที่ ท่านเสนอแล้วมันจะแก้ปัญหาได้อย่างไร มีผลสัมฤทธิ์อย่างไร จะลดค่าใช้จ่าย จะลดความ ซ้ําซ้อนได้อย่างไร พอพูดถึงการซ้ําซ้อนของถนน ผมก็นึกถึงว่าเรามีหน่วยงานที่จะซ่อมสร้าง ถนนหรือสร้างถนนมาเยอะมาก แล้วในอดีตเราก็จะเห็นตัวอย่างในอดีต ๒๐ กว่าปีก่อน ผมก็จําได้ที่จังหวัดชัยภูมิมีถนนกระบือเดินนะครับ ขอไม่เรียกชื่อนั้นคือสร้างเสียใหญ่โต แล้วไม่มีรถวิ่งเลย หรือว่าทําไมผ่านหมู่บ้าน ตําบลนี้เป็น ๔ เลน ไปอีกหมู่บ้านหนึ่งก็เป็น ทางลูกรัง ๒ เลน ขรุขระ ทีนี้การแยกอํานาจที่ชัดเจนระหว่างหน่วยงานที่ท่านเสนอนี่ ในหลักการเป็นเรื่องที่ดี ป้องกันความซับซ้อน จัดสรรงบประมาณได้ดี แต่ท่านคํานึงถึงปัญหา เรื่องของว่าถ้ามันเกิดฝนตกหนัก น้ําท่วม ทางขาดอย่างนี้ อยู่ในที่ซึ่ง อบต. ไม่มีกําลัง ความสามารถ หรือ อบจ. จน ๆ นี่ไม่ใช่ อบจ. ที่มีเงินเป็นพันล้าน อบจ. จน ๆ อย่างจังหวัด หนองบัวลําภูหรือจังหวัดบึงกาฬนี่เขาจะไปซ่อมได้อย่างไร หนังสือพิมพ์ก็ลงไปแล้ว สะพานขาด ถนนนั่น แล้วก็คนตกเหวตายหรืออะไรอย่างนี้ มันก็ต้องกรมทางหรือกรมทางหลวงไป ทีนี้ ผมก็เลยอยากจะเห็นว่าเปเปอร์ (Paper) นี้จริง ๆ ท่านน่าจะไปลงลึกอีกสักนิดหนึ่ง แล้วบอกว่า มันจะแก้ปัญหาอะไร แล้วมันจะแก้อย่างไร แล้วมันจะมีผลสัมฤทธิ์ ประหยัดเงินได้แค่ไหน สิ่งที่ผมอยากเห็นก็คือว่าการออกแบบถนนและการซ่อมสร้างถนนนี้ทําโดยหลักวิชาการ แล้วก็มีแผน มีสถิติรองรับชัดเจน ไม่ใช่จังหวัดนี้จังหวัดใหญ่ จังหวัดนี้มีผู้มีบารมีก็มีถนนดี จังหวัดไม่มีผู้มีบารมีก็ถนนไม่ดี แล้วก็ไปซ่อมตามการสั่งการว่า อันนี้มันบ้านฉันต้องไปซ่อมก่อน อันนี้เปเปอร์ (Paper) ท่านจะแก้ปัญหาอย่างนี้ได้อย่างไรครับ เพราะฉะนั้นผมก็อยากจะ ฝากท่านครับว่า เรื่องที่ท่านเสนอเป็นเรื่องที่ดี แต่ผมเข้าใจว่าทางข้าราชการเขาก็ทําอยู่แล้ว ที่ท่านจะเสนอมันมากกว่าที่ทางราชการเขาจะทําอย่างไร มันจะช่วยแก้ปัญหาอย่างไร มีผลประหยัดอย่างไร แล้วแก้ปัญหาในอดีตที่ผมว่าอย่างไร แล้วก็ท้ายที่สุด เปลี่ยนชื่อเรื่อง ให้เข้าใจง่ายสักนิดหนึ่ง แล้วก็เพิ่มคนที่เขามีส่วนได้เสียเข้าไปก็คือ ตํารวจจราจรใน กทม. ตํารวจทางหลวงในพื้นที่หรืออาจจะเป็นตํารวจท่องเที่ยวก็ได้ แล้วก็ขนส่งจังหวัดนะครับ

อีกประการหนึ่ง เปเปอร์ (Paper) ท่าน ผมคิดว่ามาแบบนักดูระบบครับ ดูอัตรากําลัง ดูระบบ แต่ไม่เห็นว่าท่านได้เชิญหน่วยงานที่เขาเกี่ยวข้องได้มาปรึกษาหารือว่า เขาเห็นว่าอย่างไร อย่างน้อยท่านเชิญมาสัก ๒ อบจ. ๔ อบต. แล้วก็กรมทางหลวง กรมทางหลวงชนบทกับ กทม. ท่านก็จะได้มีมุมมองว่าสิ่งที่ท่านคิดมันตรงกับสิ่งที่เขาทําอยู่ หรือเปล่าอะไรอย่างนี้นะครับ ขอบพระคุณครับ