สุรินทร์ จิรวิศิษฎ์ แนะนำวิธีแก้ปัญหาถนนที่พัง โดยแบ่งงานร้อยแปดจิปาถะและกำหนดมาตรฐานการบรรทุกของรถ การก่อสร้างถนน และการกำหนดน้ำหนักบรรทุกของรถ เพื่อให้ถนนที่ดีต้องมีวินัยของคนใช้ถนน และใช้กฎหมายให้เคร่งครัดเป็นระบบ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ เพื่อนและ พี่สมาชิกที่รักทุกท่าน เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ดีครับ ไม่มีใครในห้องนี้หรืออยู่ที่บ้านไม่เคยใช้ ทางหลวงเลย เกิดมาก็ใช้ทางหลวงแล้ว ตั้งแต่คุณพ่อคุณแม่พาไปคลอดที่โรงพยาบาลก็ต้องใช้ ทางหลวงไปโรงพยาบาลเพื่อทําคลอด ผมกราบเรียนว่าเรื่องนี้ผมสนับสนุน แต่อย่างไรก็ตาม ข้อมูลที่ท่านกรรมาธิการกล่าวไว้ทั้งหมดผมคิดว่าเป็นข้อมูลที่ใคร ๆ ก็รู้หมดแล้ว ในเรื่องของ การจะต้องมีข้อมูลพื้นฐาน จะต้องมีการแบ่งการทํางานร้อยแปดจิปาถะ แต่สิ่งหนึ่งที่ผม อยากกราบเรียนท่านด้วยความเคารพว่า คนใช้ถนนโดยทั่วไปแม้แต่ผมก็อาจจะไม่รู้ว่าถนนไหน ใครรับผิดชอบ หรือเรียกว่าถนนอะไร เราก็เรียกมอเตอร์เวย์ (Motorway) แต่จริง ๆ แล้ว ตามกฎหมายเรียกว่าทางหลวงพิเศษใช่ไหมครับ ประชาชนไม่รู้ เมื่อประชาชนไม่รู้เขาก็ ไม่คํานึงถึงการใช้ ผมยกตัวอย่างเลยว่าปัจจุบันนี้ชนบทที่รถเข้าไม่ได้ ต้องใช้คําว่า เกือบไม่มีแล้ว เหมือนกับไม่มีไฟฟ้าที่ไหน ไม่มีแล้ว ไฟฟ้าถึงที่ รัฐบาลต่อไฟฟ้าไปถึงชนบททุกที่ เช่นเดียวกัน มีถนนลาดยางหรือไม่ลาดยางก็ตาม มีถนนแล้วทุกที่ ทีนี้ถามว่าที่ผมพูดนี้พูดทําไม ท่านนึกออก นะครับ ในชนบทแถวบ้านผม บ้านผมทําไร่ข้าวโพด พอทําเสร็จปุ๊บเขาจะเก็บเกี่ยว ไม่ใช้ มือแล้ว ใช้เครื่องเลย พอเครื่องเสร็จปุ๊บเขาก็ใส่รถสิบล้อเลย หรือรถยี่สิบล้อ แล้วก็ขนไปยัง โรงงานที่ทําอาหารสัตว์หรือส่งออกต่างประเทศ รถเหล่านี้จะวิ่งผ่านตั้งแต่ทางหลวง ขี้ฝุ่น ไปทางหลวงท้องถิ่น ผ่านทางหลวงชนบท ผ่านมาทางหลวงแผ่นดิน และบางโอกาสถ้าไปลงที่ ภาคตะวันออก แถวมาบตาพุด ก็จะผ่านทางหลวงพิเศษเข้าไปอีก แต่การออกแบบของ วิศวกรทางหลวงเหล่านี้ท่านคงทราบแล้วว่าต่างกันมาก ขึ้นอยู่กับจํานวนเงินและภาระที่ใช้ แต่อย่างไรก็ตามผมอยากกราบเรียนว่าเท่าที่ผมมีข้อมูลอยู่ก็คือ ทางหลวงแผ่นดินที่ได้ มาตรฐาน ๒ ช่องจราจร ๑ กิโลเมตร ใช้เงิน ๗,๐๐๐,๐๐๐ บาท โดยลาดผิว ๔ เซนติเมตร ผมยืนยันนะครับ เมื่อสักครู่ผมก็ยืนยันไปที่กรมทางหลวง ๔ เซนติเมตร แล้วบดอัดไม่น้อย กว่า ๒๐ เซนติเมตร แต่ถามว่าบางแห่งมันใช้มากเกิน ๗,๐๐๐,๐๐๐ บาท ขึ้นอยู่กับ เฟอร์นิเจอร์ (Furniture) ครับ ที่ไหนจะต้องมีไฟฟ้าแสงสว่าง เช่น อย่างถนนทางหลวง แผ่นดินที่ออกไปจังหวัดสระบุรี เสาไฟฟ้าต้นหนึ่ง ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาทโดยประมาณนะครับ ที่ขึ้นไปสว่าง ๆ นะครับ เพราะฉะนั้น ๑ กิโลเมตรใช้ ๒-๓ ต้น มันก็มากขึ้น รวมทั้งทางระบายน้ํา ท่อ สะพาน อันนี้เรียกว่าเฟอร์นิเจอร์ (Furniture) ซึ่งต่างกันไป ทีนี้ที่ผมกราบเรียนอย่างนี้ ก็คือว่าพอรถขนพืชไร่ออกจากชนบท ท่านนึกภาพตามผมนะครับ ออกจากชนบท มันผ่าน ถนนมาหมดครับ เขาไม่รู้ เมื่อเขามีรถแล้วเขาก็ใช้ มันผ่านถนนพังมาเท่าไรแล้ว ตั้งแต่ ผมเกิดมา ถนนทางหลวงชนบทหรือทางหลวงท้องถิ่นเขาบดอัดไม่มากเพราะเงินน้อย ร่อนหมด ร่อนหมดเลย แต่ผมยังไม่เห็นรายงานฉบับนี้ได้มีไว้ ผมก็เลยต่อยอดว่าควรจะ มีหน่อยนะครับ เพราะการแบ่งกันว่าของเธอตรงนั้น ๆ ตรงนี้ ผมอ่าน ราชพฤกษ์ ร้อยแปด จิปาถะ มันแบ่งกันได้ง่ายนะครับ ผมยังคิดว่ามันเป็นเรื่องของความจําเป็น
ประการที่ ๒ ก็คือการกําหนดน้ําหนักบรรทุก มาตรฐานคือไม่เกิน ๒๕ ตัน ต่อรถ ๑ คัน ของประเทศไทยเรานี่เราเอารถไปชั่งนะ ไปชั่งว่าไม่เกิน ๒๕ ตัน แต่เดี๋ยวนี้ ๔๐-๕๐ ตัน ถนนก็พัง ถนนเทวดาที่ไหนก็พังนะครับ เรียบร้อย ถ้ายิ่งฝนตก น้ําท่วมที่ไหน ยิ่งพังใหญ่ ในต่างประเทศ ในยุโรป เขาไม่ได้ชั่งน้ําหนักทั้งรถนะครับ เขาไปดูว่าการกดเพลา เพลาคู่นี่มันกดเท่าไร เขากําหนดไว้ ไทยเราก็กําหนดนะครับ แต่ว่าก็ไม่ได้ใช้กันอย่างจริงจัง เอาขึ้นรถไปชั่งเลยนะครับ ไม่เกิน ๒๐ ตันต่อเพลาคู่ เดี๋ยวท่านอดีตปลัดกระทรวงนั่งอยู่ที่นี่ ท่านก็คงจะเสริมได้นะครับ แล้วก็ขับเคลื่อนสองล้อ แต่ลงเพลาคู่ ถ้ากําหนดอย่างนี้ปุ๊บ การสึกหรอจะน้อยลง ผมอยากกราบเรียนว่านี่เป็นเรื่องสําคัญที่เราควรจะต้องคุยกัน เรื่องเหล่านี้ ทีนี้ถ้าฝันต่อไปได้ผมคิดว่าทําไมเราไม่ให้เป็นวัน สตอป เซอร์วิส (One Stop Service) เสียละ ข้อที่ ๒ ไม่ต้องไปแบ่งว่าทางหลวงท้องถิ่น กทม. หรือ อบต. จะต้องดู ในที่สุดก็ต้องให้กรมทางหลวงดู ในรายงานท่านก็บอกแล้ว ในที่สุดกรมทางหลวงก็ต้องดู กรมทางหลวงชนบทก็ต้องดู แล้วก็มาตรฐานก็ต่างกันไป การก่อสร้างก็ไม่ได้มาตรฐาน ร้อยแปดจิปาถะ ถ้าเราเอามาไว้ที่เดียวกัน ผมอาจจะคิดไม่กระจายอํานาจอย่างที่ท่านคิด นะครับ หรือที่เขาคิดมา ผู้ใหญ่นะครับ มารวมแล้วก็ดูเลยว่าจะต้องทําอย่างไร การประหยัด งบประมาณนี้ผมคิดว่าจะมากขึ้น แถวบ้านของผม อบต. จะลาดยางเป็นกบกระโดด นึกออกไหมครับ บ้านนี้ ๒๐ เมตร แล้วก็ขี้ฝุ่นปั่บ ปั่บ ปั่บ ไปครึ่งกิโลเมตรก็อีก ๒๐ เมตร ผลมันเกิดอะไรขึ้นมาครับ ปีเดียวเรียบร้อย เสียหาย เราก็ทํากันอย่างนี้มาตลอด แล้วเรา ก็บอกเราต้องการกระจายอํานาจ ก็ อบต. ไม่มีเงิน อบต. ที่มีเงินก็ไม่ทําอีก แถวพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ หรือจังหวัดระยอง จังหวัดชลบุรี ก็เอาเงินไปทําอย่างอื่น ผมอยาก เสนอแนะว่า ผมคิดต่างจากท่านเลยนะครับว่าแบ่ง ของใครก็รับผิดชอบ ผมกลับคิดใหม่ เลยว่าถ้าจะให้มันมาตรฐานและไม่ต้องเกี่ยงงอนกัน ท่านตั้งหน่วยงานไหนขึ้นมาสักหน่วยหนึ่ง เลยก็ได้ จะเรียกกรมอะไรก็ได้นะครับ แล้วดูแลทั้งหมดเลย เมื่อไรที่มีปัญหาเรื่องถนนมานี่เลย นายสุรินทร์เธอรับผิดชอบใช่ไหม ต้องบอกอันนี้ของใคร ราชพฤกษ์ ของ กทม. อันนี้ ของใคร นี่ของ อบต. อันนี้ของเมืองพัทยา ผมกราบเรียนท่านว่าผมอาจจะคิดไม่เหมือนท่าน นะครับ ถ้าผมคิด ผมคิดอย่างนี้ครับ ผมจะพัฒนาประเทศนะครับ
เรื่องต่อไป เรื่องที่ ๒ การมีถนนที่ดีต้องมีวินัยของคนใช้ถนน เขากําหนดว่า ๑. ต้องบรรทุกไม่เกินเท่าไรนะครับ น้ําหนักเพลา ดีไซน์ (Design) รถมา จดทะเบียนโดย กรมการขนส่งทางบกเท่าไร ต้องเอากันอย่างจริงจังนะครับ ไม่ใช่รับจดกันไปเรื่อย แล้วก็ ไม่ได้ดูจริง ๆ จัง ๆ นะครับ ก็อยากจะให้ใช้กฎหมายให้เคร่งครัดเป็นระบบ แค่นั้นไม่พอ นะครับท่าน ตํารวจทางหลวง นอกจากผู้ใช้ถนนแล้ว ต้องใช้มาตรฐานให้เข้มงวด หมายถึงว่า ตามกฎหมาย คือรถหนัก รถสิบล้อต้องไม่ให้วิ่งเลนขวา เดี๋ยวท่านไปดูสิครับ ถนนไหน ๆ ฉัน ๑๐ ล้อ ๒๐ ล้อ ๓๐ ล้อ ฉันจะวิ่งขวา ท่านจะทําไม ก็ไม่เห็นมีการจับกุมอะไร ถนนก็พังหมด ซ้ายพังไม่พอ กลางพังอีก ขวาพัง พังทั้งหมด แล้วยังมาเกิดอุบัติเหตุอีกเพราะรถสิบล้อ ยี่สิบล้อ เวลาจะเบรกทีก็ต้องใช้แรงเฉื่อยประมาณ ๕๐ ถึง ๑๐๐ เมตรจึงจะหยุดถ้าน้ําหนัก ๕๐ ตันบรรทุก ก็อยากจะกราบเรียนท่านว่าถ้ารายงานท่านมีแค่นี้ ผมคิดว่าผมไม่สนับสนุน อย่างนี้ใครก็ทําได้ แบ่งกันมาทําถนนตรงไหน มันง่ายนะครับที่ทําอย่างนี้ มันต้องให้ลึก ไปหน่อยว่าดีไซน์ (Design) ความปลอดภัยในการใช้ถนนคืออะไร องค์กรไหนที่จะต้อง รับผิดชอบอะไร แสงสว่างมีไหม ไม่ใช่ดับ ๆ ติด ๆ ทางเลี้ยวทางโค้งมีสัญญาณบอกไหม หรือทางโค้งมาก ๆ มีการทําถนนพิเศษให้มันดังกึ๊ก ๆ เพื่อชะลอการใช้รถไม่ให้ขับรถเร็ว อย่างนี้มันน่าจะมีนะครับ ผมกราบเรียนว่าผมสนับสนุนแค่ครึ่งเดียว แต่ท่านทําอย่างที่ผมว่า ให้มันเป็นบูรณาการกันหลาย ๆ อย่าง แล้วรวม ถ้าท่านจะเอารวบยอดเลย ผมอาจจะเกิด ในระบอบประชาธิปไตย แต่ว่าความคิดแบบนี้ผมก็ค่อนข้างเผด็จการว่าเอามารวมกันเลย แล้วรับผิดชอบแต่ผู้เดียวทั้งประเทศไม่ว่าทางหลวงทางอะไรนะครับ
ประการต่อมาก็คือว่าการออกแบบสะพาน ท่านครับ แพงนะครับ แล้วสะพาน ที่ออกแบบ ปกติก็ออกแบบสะพานไว้เผื่อเหลือเผื่อขาดแล้ว แต่ท่านไปดูสิครับสะพานพัง เพราะว่าการบรรทุกน้ําหนักเกินมาตรฐาน ที่บ้านผมถ้าออกถนนใหญ่ ทางหลวงชนบท ตํารวจไปโบกจับ แกก็มาแถวหน้าบ้านผมที่ไม่มีตํารวจ แถวหน้าบ้านผมพังทุกปี พังหมด เพราะรถเหล่านี้ไม่มีวินัย ผมก็กราบเรียนท่านด้วยความเคารพว่าผมมีความเห็น ๒-๓ ข้อ ให้ท่านนํากลับไปพิจารณาทบทวนอีกทีก็แล้วกัน ขอบพระคุณครับ