เพิ่มพงษ์ เชาวลิต หารือประเด็นการจัดการเส้นทางคมนาคมที่อยู่ในความรับผิดชอบของท้องถิ่น พร้อมตั้งข้อสังเกตถึงปัญหาการกระจายอำนาจที่ยังขาดความพร้อมทั้งในด้านงบประมาณ บทบาทของผู้ว่าราชการจังหวัด และศักยภาพของท้องถิ่นในการรับภารกิจ รวมถึงเสนอให้มีการบูรณาการแผนพัฒนาทางข้ามท้องถิ่นอย่างเป็นเอกภาพภายใต้การนำของส่วนภูมิภาค และเร่งพัฒนาระบบข้อมูลระดับจังหวัดและท้องถิ่นเพื่อสนับสนุนการปฏิรูปการปกครองและการพัฒนาอย่างมีประสิทธิภาพ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม เพิ่มพงษ์ เชาวลิต สปท. หมายเลข ๑๑๐ นะครับ ทีแรกก็ไม่ได้คิดที่จะพูดในประเด็นนี้นะครับ แต่ว่า หลังจากได้ฟังท่านสมาชิกหลาย ๆ ท่าน ผมคิดว่ามันก็เป็นเรื่องที่มีความสําคัญมากอันหนึ่ง ที่จริงเรื่องนี้เป็นการสะท้อนถึงเรื่องการแบ่งส่วนราชการของเรา คือส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค ส่วนท้องถิ่น ประเด็นในการนําเสนอครั้งนี้ที่ขอกรรมาธิการในเรื่องของระบบเส้นทาง ระบบเส้นทางนี้ทีแรกดูเผิน ๆ ก็ไม่ได้มีปัญหาอะไร แต่พอมาดูตัวเลขก็ปรากฏว่าเส้นทาง ที่เรามีทั้งหมด ๔๐๐,๐๐๐ กว่ากิโลเมตรนี่อยู่ในส่วนท้องถิ่นถึง ๓๐๐,๐๐๐ กว่ากิโลเมตร ก็คือ เกือบ ๘๐ เปอร์เซ็นต์ แล้วก็อยู่ในส่วนราชการส่วนกลางอยู่แค่ ประมาณไม่กี่หมื่นกิโลเมตร ก็ทําให้มีความสําคัญอย่างมาก ผมมีข้อสังเกตหลังจากได้ฟังอยู่แล้วอยู่ ๓ ข้อ ซึ่งคิดว่าจะฝาก ทางกรรมาธิการรับไปพิจารณานะครับ
เรื่องแรก คือเรื่องบทบาทของส่วนราชการส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค ส่วนท้องถิ่น ในเรื่องนี้จะอยู่ตรงไหน เท่าที่ได้ฟังดู แล้วก็ได้อ่านเอกสารนี้ ท่านมีการพูดไว้ชัดเจน คือส่วนกลาง ส่วนใหญ่ราชการของเราขณะนี้ทั้งเรื่องของงบประมาณ อํานาจตัดสินใจ อํานาจหน้าที่ บทบาทตามกฎหมายนี้จะอยู่ที่ส่วนกลางเสียเยอะนะครับ ส่วนภูมิภาคก็รับ จากส่วนกลางเข้าไป ส่วนท้องถิ่นก็คือในเรื่องของท้องถิ่น เราพูดถึงการกระจายอํานาจ ไปหลาย ๆ เรื่อง แต่การกระจายอํานาจของเราหลายเรื่องที่เราให้ไปนี้ เราอาจจะขาดในเรื่อง ของการพัฒนาความพร้อมในส่วนของท้องถิ่น ทําให้หลายปัญหา ซึ่งผมคิดว่าคงไม่ใช่มีปัญหานี้ ปัญหาเดียว อาจจะมีหลายปัญหาที่เกิดขึ้นโอนไปให้ท้องถิ่น แล้วท้องถิ่นยังไม่ได้มีความ พร้อมในการดําเนินการ ซึ่งตรงนี้จะเป็นเรื่องสําคัญนะครับ สิ่งที่เสนอในแผนนี้ในเรื่องของ การจัดความสัมพันธ์ของส่วนราชการมีอยู่ ๒ ประเด็นที่ผมคิดว่าน่าจะพิจารณา
ประเด็นแรก ก็คือในเรื่องนี้ส่วนราชการส่วนภูมิภาคนี่มีบทบาทอยู่ตรงไหน อันนี้อันที่หนึ่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งบทบาทของท่านผู้ว่าราชการจังหวัด ผมเห็นอยู่ชัดคือ ในเรื่องของข้อมูลนะครับ แต่จะมีเรื่องอะไรมากกว่านี้ไหม เดี๋ยวผมจะพูดอีกอันหนึ่งนะครับ ถ้าเราสามารถพูดได้ชัดเจนว่าบทบาทเฉพาะเรื่องทางนี้ส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค ส่วนท้องถิ่น มีบทบาทตรงไหนผมว่าส่วนกลาง ส่วนท้องถิ่นเราชัดแล้ว แต่ส่วนภูมิภาคโดยเฉพาะ ผู้ว่าราชการจังหวัดอาจจะยังไม่มีความชัดเจนนะครับ ผมว่าอันนี้คือเป็นประเด็นที่ ๑
ประเด็นที่ ๒ ผมคิดว่าหลังจากที่ดูเรื่องนี้ รายงานฉบับนี้มีหลายท้องถิ่นได้มี การขอเรื่องเหมือนกับส่งคืนในภารกิจที่มอบ แสดงว่ามี ๒ อย่างคือ ๑. ท้องถิ่นอาจไม่พร้อม ๒. ที่มอบไปอาจเป็นภาระที่ใหญ่เกินไป เพื่อนผมอยากเห็นว่าถ้าเรากระจายอํานาจสู่ท้องถิ่น ในเรื่องของระบบทางนี้แล้วจะให้เขามีความพร้อมอย่างไร และท้องถิ่นควรจะเหมาะอะไร อบจ. หรือ อบต. ควรจะเหมาะอะไรบ้าง อบจ. อาจจะมีความเหมาะสมเพราะมีเครื่องไม้ เครื่องมือต่าง ๆ แต่ อบต. อาจจะไม่มีความเหมาะสม เพราะฉะนั้นการที่เขาคืนภารกิจมา เท่ากับสะท้อนให้เห็นถึงตรงนี้ ซึ่งผมคิดว่าเราจําเป็นจะต้องพูดถึงการพัฒนาในหลาย ๆ เรื่อง อันนี้เรื่องแรกก็ขอฝากเป็นข้อสังเกต
เรื่องที่ ๒ เมื่อสักครู่ที่ท่านปลัดกระทรวงคมนาคม ท่านชิดชัยได้พูดไว้แล้ว เอกภาพของแผนเป็นเรื่องที่มีความสําคัญ พอเราพูดถึงท้องถิ่น ในจังหวัดหนึ่งท้องถิ่นมีอยู่ จํานวนมาก ถ้าเป็น อบต. เทศบาลก็มีจํานวนมากมาย เมื่อสักครู่ที่ท่านยกมาทําให้มันน่าคิด เหมือนกัน ถนนเส้นทางเส้นหนึ่งผ่านท้องถิ่นหลายท้องถิ่น บางทีการทรุดโทรม ความเสื่อมโทรม อาจจะมีเกือบตลอดเส้นทาง แต่พองบประมาณตกไปถึงท้องถิ่นแล้ว ท้องถิ่นบํารุงซ่อมสร้าง ปีนี้ซ่อมท้องถิ่นนี้ เส้นทางนี้ไม่ได้บํารุง หรือไม่ได้รับงบประมาณ ทําให้อัตราของการซ่อม หรือการสร้างมันก็สะดุดไป อันนี้ผมคิดว่าเอกภาพของแผน ตรงนี้จะเป็นเรื่องที่สําคัญมาก ถ้าเราให้เป็นลักษณะแบบนี้เราจะเจอระบบทางที่เดี๋ยวดี เดี๋ยวไม่ดี เดี๋ยวชํารุด เดี๋ยวไม่ซ่อม มากมาย เอกภาพตรงนี้จะอยู่ตรงไหน เพราะว่าถ้าเรื่องเหล่านี้มันจะหมายถึงเศรษฐกิจ หมายถึงความปลอดภัยของชีวิตทรัพย์สินของประชาชนด้วย จุดนี้ผมอยากเสนอว่าถ้าเป็นไปได้ บทบาทของภูมิภาคจะชัดในการทําแผนของจังหวัดขึ้นมา ด้วยการประสานแผนจังหวัด ในระบบทิศทางหนึ่ง โดยเป็นทิศทางของจังหวัดจริง ๆ จัง ๆ ผมคิดว่าการเพิ่มบทบาท ส่วนภูมิภาคในการประสานงานบูรณาการ หรือจะทําแผนตรงนี้จะทําให้ระบบทางของ จังหวัดจะมีความสมบูรณ์มากขึ้น ผมอยากให้มีการทําตรงนี้มากขึ้น ไม่ใช่เราแบ่งเพียงหน้าที่ อย่างเดียว แต่การทําเอกภาพของแผนเป็นเรื่องสําคัญ
เรื่องที่ ๓ เรื่องสุดท้ายที่อยากจะเสนอ แล้วก็ถือว่าเป็นเรื่องที่สําคัญมาก เมื่อสักครู่นี้ท่านชิดชัยได้พูดมาอันหนึ่งซึ่งผมเห็นด้วยว่าในเรื่องสุดท้ายที่สุด เราเคยกระจาย อํานาจ ทําอะไรต่าง ๆ นั้นแล้ว สุดท้ายจะอยู่ที่ข้อมูล ถ้าเราจะเพิ่มอํานาจความเข้มแข็งให้กับ ส่วนภูมิภาคหรือส่วนท้องถิ่นมากขึ้น เรื่องข้อมูลเป็นเรื่องที่มีความสําคัญ จากการที่ สปท. ของเราหลายคณะที่มีการหยิบยกประเด็นต่าง ๆ ขึ้นมา มีการพูดเรื่องข้อมูลมาก เรื่องแหล่งน้ํา ก็พูดเรื่องข้อมูล เรื่องทางก็พูดเรื่องข้อมูล อาจจะมีหลายส่วนที่ทําในเรื่องข้อมูลต่าง ๆ เหล่านี้ ที่ผ่านไปแล้ว ผมคิดว่าถ้าเราจะเสริมท้องถิ่น แล้วก็จะเสริมส่วนภูมิภาคให้เข้มแข็ง และเป็น การปฏิรูปจริง ๆ ผมฝากกรรมาธิการชุดนี้ ซึ่งผมคิดว่าก็เป็นเรื่องเกี่ยวกับการปฏิรูประบบ ราชการด้วยอันหนึ่ง คือจะปฏิรูประบบข้อมูล โดยเฉพาะในแง่ของพื้นที่อย่างไร พื้นที่จะเป็น ท้องถิ่นหรือจังหวัดก็ตามแต่ ซึ่งตัวนี้จะเป็นเรื่องที่สําคัญมาก ฉะนั้นการนําเสนอของเราจะมี การเสนอให้มีการตั้งคณะที่ทําข้อมูลเยอะแยะ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอะไรที่มีมาแล้ว หรือที่กําลัง จะมีขึ้น หรือที่ปัดไปแล้ว แล้วเราจะลงที่ผู้ว่าราชการเกือบทั้งหมด ผมคิดว่าถ้าเราเป็นไปได้ สิ่งที่ผ่านจาก สปท. ไปแล้ว หรือสิ่งที่กําลังจะทําเกิดขึ้น ถ้าเราสามารถรีวิว (Review) ในการ จัดกลไกข้อมูลขึ้นในจังหวัด และสามารถให้เขาทําได้อย่างเข้มแข็งในหลายเรื่องหรือทุกเรื่อง ผมคิดว่าจะรองรับทิศทางของการพัฒนาได้ ไม่ว่าจะเป็นทางเศรษฐกิจ สังคม หรือเทคโนโลยี ต่าง ๆ ผมคิดว่าจะเป็นเรื่องสําคัญ ก็ฝากท่านกรรมาธิการที่มองภาพรวมของการปฏิรูป กรรมาธิการลองปฏิรูประบบข้อมูลทั้งหมดในส่วนของจังหวัดและท้องถิ่น ผมคิดว่าถ้าทํา ตรงนี้ได้มันจะทําให้การทํางานจะเป็นเอกภาพ และการเสนอของ สปท. จะเป็นการเสนอ จากภาพรวมจริง ๆ ไม่ใช่มองเป็นเรื่อง ๆ ซึ่งผมคิดว่าการมองเป็นเรื่อง ๆ มันก็เป็น ความจําเป็นอันหนึ่ง แต่การมองภาพรวมทั้งหมดแสดงให้เห็นถึงการปฏิรูปของเรา อย่างแท้จริงครับ ก็คงจะเสนอท่าน ๓ ประเด็นเท่านี้ครับ