อลงกรณ์ สนับสนุนปฏิรูปผังเมือง-จราจร เน้นชุมชนมีส่วนร่วม

สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ · ครั้งที่ ๒๘ · ๖ มิถุนายน ๒๕๕๙

อลงกรณ์ พลบุตร หารือประเด็นการปฏิรูปการบริหารราชการแผ่นดิน การจราจร และการวางแผนผังเมือง โดยสนับสนุนข้อเสนอของกรรมาธิการและเสนอให้จัดทำผังเมืองรวมระบบการจราจรอย่างเป็นระบบตั้งแต่ระดับชาติถึงท้องถิ่น พร้อมเน้นให้ชุมชนมีส่วนร่วมและลดบทบาทส่วนกลางที่ทับซ้อน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน โดยเฉพาะถนน 5 ประเภทและการเชื่อมโยงภูมิภาคและอาเซียน พร้อมเรียกร้องให้กรุงเทพมหานครบริหารงบประมาณและระบบขนส่งสาธารณะเองโดยไม่พึ่งงบกลาง และผลักดันการใช้งบประมาณอย่างเป็นระบบในระยะ 5 ปีเพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ

นายอลงกรณ์ พลบุตร รองประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ คนที่หนึ่ง

มีต่อคิวสุดท้ายของสุดท้ายนะครับ ท่าน พลตํารวจโท สุวิระ ทรงเมตตา ผู้ช่วย ผู้บัญชาการตํารวจแห่งชาติ ขอเชิญครับ

พลตํารวจโท สุวิระ ทรงเมตตา : กราบเรียนท่านประธาน ท่านสมาชิกสภา ขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ผู้ทรงเกียรติที่เคารพทุกท่าน ผม พลตํารวจโท สุวิระ ทรงเมตตา ผู้ช่วยผู้บัญชาการตํารวจแห่งชาติ สมาชิกลําดับที่ ๑๗๖ ครับ ก่อนอื่นก็ต้องขอขอบคุณ ทางคณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการบริหารราชการแผ่นดินที่ได้เสนอ เรื่องนี้เข้ามานะครับ ผมเห็นด้วยนะครับ แต่ผมจะขอเพิ่มเติมเพื่อให้ท่านพิจารณาให้สมบูรณ์ ยิ่งขึ้น ในภาพรวมดังนี้นะครับ

ในเรื่องการจราจรของประเทศไทยเราที่มีปัญหา อันดับแรกที่มีอยู่ในขณะนี้ คือการเกิดอุบัติเหตุ ปัญหาอันดับที่ ๒ ก็คือในเรื่องของการจราจรติดขัด ซึ่ง ๒ ปัญหานี้ กระทบต่อคุณภาพชีวิตของพี่น้องประชาชน ทั้งในกรุงเทพมหานคร ในเมืองใหญ่ แล้วก็ ในต่างจังหวัด สิ่งที่เกิดขึ้นเหล่านี้นะครับ วิธีที่จะป้องกันได้ดีที่สุด นั่นก็คือเรื่องการออกแบบ การจราจร เรื่องการวางผังเมือง หรือวางแผนเรื่องถนน หรือว่าเส้นทางการจราจรไว้ล่วงหน้า หรือเรียกว่าผังเมืองนั่นเองครับ เมื่อวานนี้คณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ด้านพลังงานได้ไปเยี่ยม ไปดูงานที่ประเทศเมียนมามานะครับ เราเห็นสิ่งที่ประเทศ เมียนมาเขากําลังจะทํา แล้วเขาวางรากฐานไว้นั้น เรื่องการวางแผนการทําถนนนั้นเขาทําไว้ ได้อย่างสมบูรณ์ดีมากนะครับ หมายความว่าพื้นที่ถนน ผิวถนนนั้นเขาดีมากและมีเป็นระบบ และเป็นโครงข่ายในเมืองใหญ่ ๆ ไปดูที่ใกล้ ๆ บ้านเรานี้ครับ ที่ประเทศกัมพูชา กรุงพนมเปญ ในตัวเมืองเขา ผังเมืองในเรื่องถนน เขาก็ยังดีกว่ากรุงเทพมหานครของเรา และประเทศอื่น ๆ ในยุโรป ถ้าเราอยู่บนเครื่องบินและจะลงที่ประเทศไหนก็ตาม เราจะเห็นว่าเป็นใยแมงมุม เป็นวงแหวนนะครับออกไปจากตัวเมือง ถ้าไปทางประเทศสหรัฐอเมริกา เราจะเห็นว่า เป็นเหมือนตาหมากรุก เป็นสี่เหลี่ยม ๆ ออกไปนะครับ อันนั้นคือการวางผังเพื่อการจราจร ที่ไม่ติดขัด ไปดูที่ประเทศเมียนมา ย้อนอีกครั้งครับ ที่กรุงเนปิดอว์เมืองหลวงใหม่ของเขา เขาจัดรูปแบบการจราจร ผมคิดว่าเป็นนวัตกรรม อยากให้พวกเราศึกษา และประเทศไทย เราก็ยังทําได้ ไม่ช้านะครับ ในเมืองที่กําลังเจริญเติบโตนั้นควรจะวางผังเมืองในเรื่องของ การจราจรไว้ก่อนล่วงหน้า ถ้าเราไม่วาง รอเมืองมันเจริญ พอเจริญไปเสร็จแล้วค่อยไปเวนคืน ทุบตึกเขาเพื่อสร้างถนน มันเป็นไปไม่ได้ แล้วมันเสียค่าใช้จ่ายสูง ดังนั้นผมจึงอยากให้มีการ วางผังเมืองในเรื่องของการจราจร ทั้งเมืองใหญ่ แล้วก็เมืองเล็กในปัจจุบันนี้ไว้ล่วงหน้า รวมถึงเส้นทางระหว่างอําเภอ เส้นทางระหว่างจังหวัด เส้นทางระหว่างภูมิภาค และเส้นทาง เชื่อมต่อระหว่างประเทศในภูมิภาคอาเซียน (ASEAN) นี้ไว้ล่วงหน้าก่อนที่จะความเจริญ มันจะไปถึง แล้วก็ดําเนินการแก้ไขยากนะครับ ซึ่งจะดําเนินการดังกล่าวนี้ได้อยากจะขอ นําเสนอนะครับว่าหน่วยงานต่าง ๆ ต้องรับผิดชอบให้เหมาะสมกับบทบาท มีอยู่ ๔ บทบาท นะครับ บทบาทแรกคือเรื่องโพลิซี (Policy) นโยบาย ที่จะวางแนวถนนในระดับชาติอย่างไร คงต้องเป็นส่วนกลาง ส่วนกลางอีกอันหนึ่งนะครับ เรื่องเรกูเลเตอร์ (Regulator) ก็คือ การกํากับดูแลในการก่อสร้างที่ต้องได้มาตรฐานในการกํากับดูแล ต้องไม่ให้เกิดความเสียหาย ในภาพรวมนะครับ ในเรื่องของเทคนิคัลซัปพอร์ต (Technical Support) โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เรื่องวิศวกรรมจราจรเพื่อความปลอดภัยทางถนน ทางส่วนกลางก็ต้องมีเทคนิคัล (Technical) เทคนิเชียนซัปพอร์ต (Technician Support) แล้วก็การมอนิเตอร์ ( Monitor) นะครับ ทีนี้ ถ้ามาแบ่งแล้วนะครับ ส่วนกลางก็ดูในระดับชาติ ระดับชาติเมื่อสักครู่นี้ที่กล่าวก็คือว่า เนชันนัลไฮเวย์ (National Highway) นะครับ ก็คือทางหลวงระดับชาติ หรือระดับภูมิภาค ระหว่างประเทศ ก็เป็นระดับส่วนกลางหรือกระทรวงนะครับ หรือว่ากรมทางหลวง กระทรวง คมนาคมดูแล แต่ถ้าเป็นเรื่องโพรวินเชียลไฮเวย์ (Provincial Highway) เป็นระดับจังหวัด ก็ต้องเป็นคณะกรรมการระดับจังหวัดดูแล แล้วอีกส่วนหนึ่งครับ โลคัลไฮเวย์ (Local Highway) หรือโลคัลทรานสปอร์เทชัน (Local Transportation) นี้ ก็เป็นเรื่องของการปกครองส่วนท้องถิ่นนั้นดูแล คําว่า ดูแล นี้รวมถึง รับผิดชอบเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาอย่างนี้ครับ ในปัจจุบันนี้เราแก้ไขปัญหาเรื่องการจราจร ในกรุงเทพมหานคร เราสร้างรถไฟฟ้าในกรุงเทพมหานคร แต่ใช้ภาษีของคนทั้งประเทศมาช่วย ในกรุงเทพมหานคร มันก็ไม่เกิดความเป็นธรรมกับพี่น้องประชาชนที่อยู่ในต่างจังหวัด ควรที่จะ ให้กรุงเทพมหานครนั้นใช้งบประมาณของกรุงเทพมหานคร เก็บภาษีจากชาวกรุงเทพมหานคร และมาบริการในเรื่องทรานสปอร์เทชัน (Transportation) หรือการขนส่งในกรุงเทพมหานคร หรือจะใช้วิธีการกู้เงินโดยกรุงเทพมหานครกู้แล้วก็สร้างเองก็ได้ แต่ไม่เห็นด้วยที่จะนําเงินของ คนทั้งประเทศมาสร้างตรงนี้ เพราะฉะนั้นตรงนี้การปกครองส่วนท้องถิ่นเขาจะมีบทบาท สําคัญอย่างมากในการที่จะดูแลตัวเอง และผมก็มั่นใจว่าถ้าบอกกรุงเทพมหานครออกบอนด์ (Bond) ที่จะมาสร้างระบบขนส่งมวลชนในกรุงเทพมหานคร ผมคิดว่าบอนด์ (Bond) คงจะ ดอกเบี้ยไม่แพง แล้วคงจะมีคนแย่งกันให้กู้เป็นจํานวนมากครับ เพราะมั่นคง

ทีนี้พอมาดูเรื่องอํานาจหน้าที่ที่ท่านเสนอมานี้ ในหน้า ๒๑ ที่ให้ตั้งคณะกรรมการ ในระดับจังหวัดขึ้นมานะครับ ผมอยากจะเพิ่มเติมว่าหน้าที่และบทบาทที่สําคัญอันหนึ่งก็คือว่า ให้แต่ละจังหวัดวางแผนหรือวางผังเมืองในเส้นทางการจราจรหรือเส้นทางถนนที่จะก่อสร้าง ในอนาคตเพื่อรองรับการขยายตัวของเมืองหรือของจังหวัด โดยการเอาข้อมูลจากส่วนท้องถิ่น ในระดับเทศบาลหรือในระดับตําบล ในระดับอําเภอนั้นขึ้นมารวมเป็นข้อมูลของทั้งจังหวัด แล้วก็ในส่วนนี้ขอเรียนนะครับว่าในปัจจุบันนี้การวางผังเมือง การวางแผนเส้นทางจราจรนั้น อาจจะไม่สอดประสานหรือไม่สอดคล้องกับความต้องการของชุมชน เพราะว่าส่วนกลางก็ไป แย่งงานของท้องถิ่นทํา ก็ไปแย่งกันสร้างถนนในท้องถิ่น ก็เลยทําให้ไม่เกิดการที่เขาเรียกว่า สร้างถนนตรงกับความต้องการของประชาชน สิ่งที่ประชาชนต้องการ สิ่งที่เป็นประโยชน์ กับชุมชนกลับไม่ได้สร้าง แต่กลับไปสร้างที่ไม่เป็นประโยชน์ เพราะว่าคนสร้างไม่ได้ใช้ คนใช้ไม่ได้สร้าง เพราะฉะนั้นที่ท่านเสนอมานี้จะเป็นประโยชน์อย่างมากที่ให้ชุมชนเขาคิด เขาคิดแล้วก็รวมเป็นระดับจังหวัด จังหวัดก็ส่งมาเป็นระดับภาค ระดับภาคส่งมาในภาพรวม ทั้งประเทศ อันนี้ก็จะเห็นในภาพรวมมากยิ่งขึ้น แต่ในภาพรวมนั้นส่วนย่อยในการสร้าง ในแต่ละท้องถิ่นก็เป็นหน้าที่ของแต่ละท้องถิ่นทําไป อันนั้นก็เป็นเรื่องที่ผมขอนําเสนอเพื่อให้ เกิดประสิทธิภาพสูงสุดในการแก้ไขปัญหาเรื่องถนนทางหลวง ทั้งทางหลวงในระดับท้องถิ่น ทางหลวงชนบท แล้วก็ทางหลวงแผ่นดินครับ ขอบคุณครับ

ท่านสมาชิกครับ เรื่องนี้เป็นเรื่องที่สมาชิกให้ความสําคัญมากทีเดียวนะครับ เป็นการปฏิรูปในเรื่องระบบทางของประเทศ ซึ่งมีเมจิกนัมเบอร์ (Magic Number) นะครับ จําง่าย ๆ ก็คือ ๔๔ ๕๕ ๑๑ รวมทางหลวง แล้วก็ทางหลวงท้องถิ่นทั้งหมดนี้ ๔๔๕,๕๑๑ กิโลเมตร ๔๔ ๕๕ ๑๑ นะครับ ดังนั้นผมฝากทางกรรมการยุทธศาสตร์ชาตินะครับ ในเรื่องโครงสร้าง พื้นฐาน วันนี้เรากําลังปฏิรูปการบริหารจัดการครั้งสําคัญในเรื่องของระบบการทาง ขณะเดียวกัน ก็ฝากถึงเรื่องยุทธศาสตร์ชาติ เพราะว่าการทําอินฟราสตรักเจอร์ (Infrastructure) ด้านนี้ เรามีถนน ๕ ประเภท ทั้งถนนที่ต้องใช้พีพีพี (PPPs) ถนนที่ใช้งบประมาณแผ่นดิน ทั้งในระดับ ทางหลวงระหว่างเมือง ทางหลวงหรือทางยกระดับการทางพิเศษ จนกระทั่งไปถึงถนนของท้องถิ่น ในระดับที่ อบต. ดูแล ดังนั้นทรัพยากรเหล่านี้ในเชิงของงบประมาณก็ดี หรือความจําเป็น หรือเป้าหมายของการสร้างถนนหนทาง และที่สําคัญคือการเชื่อมโยงในอาเซียน (ASEAN) และภูมิภาคอื่น ๆ ซึ่งการขนส่งเป็นหัวใจสําคัญของการเกิดประชาคมอาเซียน และการเป็น ประชาคมแห่งความเชื่อมโยง ซึ่งประเทศไทยเป็นคนเสนอหลักการนี้ คือคอมมูนิตี ออฟ คอนเนกทิวิตี (Community of Connectivity) นี่คือหลักการสําคัญที่จะเชื่อมโยงศักยภาพ ของเรานะครับ ดังนั้นการลงทุนในเรื่องนี้ก็จําเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องวางแผนบริหารทรัพยากร ๕ ปี ๕ ปี ๕ ปี ดีว่าในช่วงนี้เป็นช่วงของการปฏิรูป ผลแห่งการปฏิรูปเริ่มบังเกิดผล เช่น ขีดความสามารถ ในการแข่งขันของประเทศของเราได้ขยับดีขึ้นจากอันดับที่ ๓๐ มาเป็นอันดับที่ ๒๘ แล้วเป็น ครั้งแรกที่เราแซงประเทศเกาหลีใต้ ประเทศเกาหลีใต้ขีดความสามารถอยู่ลําดับที่ ๒๙ เพราะฉะนั้นการลงทุนใน ๒ ปีที่ผ่านมาและการมีทิศทางที่ชัดเจน ความสงบเรียบร้อย ที่เกิดขึ้นทําให้เราขยับตัวมากขึ้น แล้วใน ๕ ปีข้างหน้าคือเฟส (Phase) แรกของยุทธศาสตร์ชาติ จะมีการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานเป็นเงินไม่น้อยกว่า ๑.๕ ล้านล้านบาท ก็มั่นใจว่าดัชนีชี้วัด ที่ท่านรองเลขาธิการสภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ท่านชนินทร์ได้พูดถึงนั้น ขนาดว่าเรายังมีการถดถอยนิดหน่อยในดัชนีชี้วัดด้านโครงสร้างพื้นฐาน แต่ว่าปีหน้านี้เราจะ ขยับสูงกว่าอันดับที่ ๒๘ แน่นอนครับ เพราะว่าการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน โดยเฉพาะ ด้านโลจิสติกส์ (Logistics) แล้วก็เรื่องของมิสซิงลิงก์ (Missing Link) ต่าง ๆ เดินหน้า เป็นรูปธรรม ตรงนี้เป็นส่วนหนึ่งที่ฝากทางท่านประธานกรรมาธิการและกรรมการ ยุทธศาสตร์ชาติในการบริหารจัดการ ถนนเส้นหนึ่งใช้เงินจํานวนมากหรือพีพีพี (PPPs) ต่าง ๆ แล้วก็เผอิญมีพาดพิงเล็กน้อยเรื่องถนนลงภาคใต้ต้องผ่านจังหวัดเพชรบุรี เป็นความจริงครับ ๑๔ จังหวัดภาคใต้นั้นจะต้องผ่านจังหวัดเพชรบุรี ตรงนั้นมีตัวอย่างที่ฝาก ท่านประธานลองไปดู แล้วเกี่ยวกับยุทธศาสตร์ชาติ คือถนนสายเพชรเกษมกับถนนพระราม ๒ ถนนพระราม ๒ นี่เสนอมาร่วม ๑๐ ปีนะครับ ให้ทําโทลล์เวย์ (Tollway) บนถนนพระราม ๒ ก็เพิ่งมาได้อานิสงส์ในช่วง ๒ ปีนี้ที่ผลการศึกษาขั้นสุดท้ายในเฟส (Phase) ๓ คือถนนมันยาว ร่วม ๘๐ กิโลเมตร ๒ เฟส (Phase) แรกเสร็จเรียบร้อย ผมเชื่อว่าปีนี้เปิดประมูลแล้ว เราก็จะ มีโทลล์เวย์ (Tollway) บนถนนพระราม ๒ แล้วพอลงแล้วก็จะเปลี่ยนจากสามแยกวังมะนาว เป็นสี่แยกวังมะนาว เพื่อให้คอขวดบนถนนเพชรเกษมที่ผ่านจังหวัดเพชรบุรีไปจังหวัด ประจวบคีรีขันธ์นั้นคลี่คลายโดยการมีถนนยุทธศาสตร์ตะวันตก ที่เรียกว่า ทางหลวง ๓๕๑๐ เพราะฉะนั้นลักษณะอย่างนี้ที่จําเป็นอย่างยิ่งที่เราจะต้องวาง ๕ ปี ๕ ปี ๕ ปี แล้วยุทธศาสตร์ชาติ ผมเชื่อว่าลักษณะอย่างนี้ไม่มีรัฐบาลไหนที่มาจากการเลือกตั้งแล้วจะปฏิเสธครับ มันเป็นสิ่งที่ ต้องทําและควรทํา เพียงแต่ว่าแต่ละช่วงปีมันเป็นเรื่องการจัดลําดับความสําคัญและข้อจํากัด เชิงงบประมาณหรือข้อจํากัดในภาวะเศรษฐกิจโลก เรื่องของพีพีพี (PPPs) เป็นต้น ก็ฝากไว้ สําหรับทางกรรมการ เผอิญผมกําลังดูสมาชิกยังทยอยมาแล้วก็ยังประชุมอยู่หลายที่นะครับ เพราะฉะนั้นก็จะขอโอกาสนี้ในการที่จะใช้เวลาเล็กน้อย เมื่อไม่มีสมาชิกอภิปรายเพิ่มเติม ขอปิดการอภิปรายนะครับ แล้วก็ขอเชิญท่านประธานคณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูป ด้านการบริหารราชการแผ่นดิน อดีตปลัดสํานักนายกรัฐมนตรี อดีต ส.ว. และอดีต สปช. ท่านพันตํารวจตรี ศาสตราจารย์ดอกเตอร์ยงยุทธ สาระสมบัติ ขอเชิญครับ