วิทยา แก้วภราดัย หารือปัญหาความเหลื่อมล้ำในการพัฒนาถนนที่สะท้อนความไม่เป็นธรรมในสังคม โดยเฉพาะความแตกต่างระหว่างกรุงเทพมหานครกับจังหวัดอื่น พร้อมเรียกร้องการปฏิรูประบบการจัดสรรงบประมาณให้เกิดความเสมอภาค และเสนอให้มีการวางระบบการจัดการที่เป็นธรรมและยั่งยืน รวมถึงการปรับโครงสร้างการดูแลร่วมระหว่างหน่วยงานกลางกับท้องถิ่นเพื่อแก้ปัญหาการถ่ายโอนถนนโดยไม่ได้รับงบประมาณสนับสนุนอย่างเพียงพอ พร้อมเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการแก้ไขคอขวดการจราจรในเส้นทางคมนาคมสำคัญ และการพัฒนาโครงข่ายถนนในภาคใต้ให้เชื่อมโยงกันอย่างมีประสิทธิภาพ โดยเสนอให้มีคณะกรรมการระดับจังหวัดและภูมิภาคเพื่อวางแผนและประสานงานอย่างเป็นระบบ แต่ตั้งข้อกังวลถึงกลไกการขับเคลื่อนหลังการประชุมว่าจะสามารถนำไปสู่การปฏิบัติได้จริงหรือไม่
ท่านประธานที่เคารพ กระผม วิทยา แก้วภราดัย ขออนุญาตบอกว่า ผมดีใจนะครับที่เห็นรายงานฉบับนี้ออกมา เรื่องทางไม่ใช่เรื่องเฉพาะ ถนนหนทางอย่างเดียวครับ มันสะท้อนหลายสิ่งหลายอย่างที่เกิดขึ้นในสังคมประเทศไทย ผมกับท่านรองประธาน ท่านประธานสภาอยู่ในสภาผู้แทนราษฎรมานาน เรื่องถนนหนทาง เป็นเรื่องปัญหาที่มันสะท้อนความไม่เป็นธรรมในสังคมมาโดยตลอด คือจะดูถนนที่จังหวัด ไหนเจริญ พัฒนาได้ดีจะเป็นข้อวิพากษ์วิจารณ์กัน ใครเป็นรัฐมนตรีถนนบ้านเอ็งก็ดีขึ้น ใครคุมกระทรวงคมนาคมก็ถนนบ้านเอ็งดีขึ้น เครื่องบินก็จะไป อย่างโน้นอย่างนี้ก็จะมา จึงเป็นข้อวิพากษ์วิจารณ์ในทางการเมืองมาโดยตลอด ตราบใดที่ไม่ปฏิรูปเรื่องนี้เปิด สภาผู้แทนราษฎรมาก็จะเจออีก ท่านรองประธานก็จะโดนตําหนิว่าถนนผ่านจังหวัดเพชรบุรี ทําไมถนนขรุขระไม่ได้ปะไม่ได้ซ่อมสักที ทั้ง ๆ ที่ข้อกําหนดบอกไว้ว่านักการเมืองห้ามไป ยุ่งเกี่ยวกับการจัดของบประมาณ พวกผมทําหนังสือของบประมาณก็ผิดครับ เพราะฉะนั้น มันต้องมีระบบในการจัดการที่เป็นธรรม อย่าบอกว่าท้องถิ่นขนาดใหญ่และมีความพร้อม สามารถทําทางได้เองครับ ท่านประธานกรรมาธิการคงทราบดีครับ ท่านนั่งในฐานะประธาน ที่ดูแลปัญหาจราจรในกรุงเทพฯ เป็นหลักอยู่นาน ขนาด กทม. เป็นท้องถิ่นที่ใหญ่ที่สุด แล้วครับ ถามว่า กทม. ทําถนนเองได้ไหมครับ มาวันนี้ไม่ได้ครับ ส่วนกลางเข้ามารุมทําให้ กทม. ไม่ว่ารถไฟฟ้ามหานคร ไม่ว่าแอร์พอร์ตลิงก์ (Airport Link) อีกมากมาย กรมทางหลวง กรมโยธาธิการและผังเมือง รุมเข้ามาทําที่นี่ทั้งหมด กรุงเทพมหานครมันเลยพัฒนาเป็น เมืองหลักขึ้นมาได้ เมืองไหนก็ตามครับเมื่อพัฒนาทางแล้ว เมืองนั้นก็จะเป็นเมืองที่น่าอยู่ และเป็นเมืองที่ถูกพัฒนาขึ้นมาโดยอัตโนมัติ จังหวัดเพชรบุรีของท่านประธานไม่โชคดี เท่าจังหวัดเชียงใหม่ครับ ไปจังหวัดเชียงใหม่ ถนนทั้งอุโมงค์ รอบวงแหวนรอบ ๑ รอบ ๒ รอบ ๓ เริ่มทําแข่งกับกรุงเทพมหานครได้ จังหวัดในประเทศไทยไม่ได้โชคดีอย่างนั้นหมดครับ เพราะฉะนั้นการที่คณะกรรมาธิการทําเรื่องนี้ขึ้นมาผมคิดว่าเป็นการเปิดศักราชใหม่ในการ ที่จะวางฐานระบบจริง ๆ ครับท่าน ถ้าท่านวางตามข้อเสนอแนะซึ่งเกือบทุกข้อผมเห็นด้วย หมดครับ แต่ก็จะมีข้อที่จะเสนอเพิ่มเติมนะครับ แล้วก็ปัญหาที่เผชิญอยู่จริง ๆ
เรื่องทางไม่ได้เกี่ยวกับกรมทางหลวง ไม่ได้เกี่ยวกับกรมทางหลวงชนบท และ ไม่ได้เกี่ยวกับท้องถิ่นเท่านั้น มีหน่วยงานที่เข้าไปทําทางมากกว่านั้นตามที่ท่านได้รายงานมา ทางกรมชลประทานก็ทําครับ ทางสํานักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมก็ทําครับ และยังมี ทางหลวงสัมปทาน ยังมีทางหลวงประเภทอื่น ๆ เข้ามาอีกมากมาย รวมทั้งรถไฟต่าง ๆ ที่เข้ามา เพราะฉะนั้นปัญหาว่าเมื่อเกิดระบบทั้งหมดขึ้นมาแล้ว สิ่งที่ท่านกังวลคือเรื่องงาน ที่ถ่ายโอนไปให้กับท้องถิ่น ทุกท่านในสภานี้ก็สะท้อนนะครับว่าวันที่ถ่ายโอนให้เขาไป เราถ่ายโอนถนนไปเรียบร้อย แต่สิ่งที่เราลืมถ่ายโอนครับ ถนนทุกปีมันต้องซ่อมบํารุงรักษา งบซ่อมบํารุงรักษาถ่ายโอนไปให้เขาด้วยหรือเปล่าครับ บนถนนทางหลวงเรามีคนเฝ้าดูแล ถนนทางหลวงให้ได้รับการดูแลมากครับ ถนนทางหลวงทั้งประเทศมีตํารวจช่วยดูแลครับ มีกรมการขนส่งทางบกช่วยจับเรื่องน้ําหนักเกินครับ ถามว่าในท้องถิ่นใครดูแลครับ ตํารวจทางหลวงไม่ได้เข้าไปดูแลท้องถิ่นนะครับ วิ่งกันน้ําหนักอย่างที่เกินแบบ ขออภัย ที่เอ่ยนามครับ ท่านสุรินทร์พูดครับ ยับเยินอย่างไรก็ตามไม่มีตํารวจทางหลวงไปดูแล เพราะ เขาดูแลเฉพาะถนนทางหลวง เวลาจะจับชั่งน้ําหนักเกิน ถามว่าทางท้องถิ่นที่ไหนจะมี เครื่องชั่งน้ําหนักเกิน ท่านประสานได้ไหมครับ เพราะโอนถนนให้กับท้องถิ่นไปแล้ว ปัญหาว่า ถนนที่โอนไปใครจะเป็นคนควบคุมไม่ให้มีการกระทําผิดกฎหมายบนถนนเส้นนั้น มันเกิน กําลังท้องถิ่นครับ แต่ถ้าตํารวจทางหลวงบอกว่าฉันรับผิดชอบเฉพาะถนนทางหลวง แล้วกรมการขนส่งทางบกแบกน้ําหนักก็รับผิดชอบถนนสายหลัก ลงไปสนับสนุนช่วยดูแล เขาด้วยได้ไหม ลากส่วนนี้ไปได้ไหมครับ หรือตํารวจทางหลวงจะเลิกเสีย เป็นตํารวจกลาง ที่ทําหน้าที่ดูแลทางทั้งประเทศเลย มาขึ้นกับใครก็ว่าไป เอาจากกรมตํารวจออกไปเสียจะได้ ไม่ต้องวิ่งเต้นย้ายไปเป็นผู้กํากับทางหลวงกันมากนัก มันก็จะเกิดประโยชน์ อันนี้ขออนุญาต ฝากท่านไปสักนิดนะครับว่า ทางโอนให้กับท้องถิ่นเขาไปแล้ว เงินค่าซ่อม ทางหลวงชนบท โอนไปให้เขา งบค่าซ่อมตัวเองต้องจัดสัดส่วนคืนไปให้กับท้องถิ่นเขา เพราะท้องถิ่นไม่มี ปัญญาซ่อมหรอกครับ
๒. วันที่อยู่กับทางหลวง วันที่อยู่กับทางหลวงชนบท ใครเป็นคนดูแล ไม่ให้ถนนนั้นถูกละเมิดกฎหมายกระทําย่ํายี ก็ให้หน่วยงานเหล่านั้นตามลงไปภายใต้ การกํากับของใครว่าไป แต่ไม่ใช่ไปสยายปีกอํานาจเพิ่มมากขึ้นมากนะครับ เพราะฉะนั้น ไม่ใช่การปฏิรูป ผมมีโอกาสไปร่วมประชุมกับคณะกรรมการ ซึ่งทางคณะกรรมการเสนอ ก็คือเสนอให้ทางจังหวัดตั้งคณะกรรมการระดับจังหวัด มีรองผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธาน ในการที่จะรวมแผนทั้งจังหวัด มันเกิดปัญหาจริง ๆ ครับ เมื่อ ๒ สัปดาห์ที่แล้วผมมีโอกาส ไปประชุมร่วม ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดตั้งคณะกรรมการขึ้นมาชุดหนึ่งเพื่อพิจารณาเรื่อง เส้นทางทั้งจังหวัดเพราะมันเกิดวิกฤต จังหวัดนครศรีธรรมราชหรือจังหวัดเพชรบุรี ผมไม่ได้ โชคดีแบบจังหวัดเชียงใหม่ที่ใครเขาไปช่วยรุมทํา ทุกจังหวัดครับ เดี๋ยวนี้ท้องถิ่นระดับเทศบาล มันเจริญ พอเจริญมากการจราจรในเทศบาลติดขัด ทุกจังหวัดต้องการถนนเบี่ยงรอบเมือง ถนนวงแหวนที่จะทําให้รถถ่ายเทไปมาได้ ปรากฏว่าเกือบทุกจังหวัดมีถนนเลียบเมือง แล้วก็ไปตันเป็นคอขวดอยู่ทั้งหมด จังหวัดผมก็เช่นเดียวกันครับ ถามว่าจะทะลุทะลวงไป ได้อย่างไร ก็ประชุมกันที่จังหวัดครับ ผมเข้าไปร่วมประชุมกับเขาด้วยเพราะรู้มันเป็นปัญหา ที่เดือดร้อน แล้วเรามีโอกาสมาสะท้อนกันในสภานี้ได้ เป็นปากเป็นเสียงให้เขาได้ สุดท้าย ก็ประชุมได้ข้อสรุปครับ มันจําเป็นต้องเบี่ยงต่อ พอเบี่ยงต่อมันก็เป็นเรื่องของทางหลวง ชนบทต้องไปทํา เบี่ยงต่อทางหลวงชนบท แล้วก็ต้องไปกระทบกับถนนริมคลองชลประทาน ปัญหาว่ากรรมการระดับจังหวัดจะทําอย่างไรต่อครับ ก็ฝากทางหลวงชนบทจังหวัดไป แต่ปัญหาว่าเพิ่งถึงกรุงเทพมหานคร กรมทางหลวงชนบท กรุงเทพมหานครจะรู้ทันหรือเปล่า ว่าที่นั่นเขาเดือดร้อนขนาดไหน คราวนี้ผมคิดว่าที่ท่านเสนอตั้งมาถูกแล้วครับ คณะกรรมการ ระดับจังหวัด อย่างน้อย ๆ คณะกรรมการชุดนี้จะเป็นคนประมวลความเดือดร้อนภายใน ปริมณฑลจังหวัดเขาจริง ๆ และหน่วยงานที่รับต่อ ไม่ว่ากรมทางหลวงหรือทางหลวงชนบท ต้องนําเป็นข้อสังเกตประการแรกในการดําเนินการ แต่สมัยก่อนก็อยู่ที่ว่านักการเมืองใครมี อิทธิพลก็จะได้ประสานงานกับทางหลวงชนบท บอกได้เลยครับ นักการเมืองวิ่งเข้าออก ทางหลวงชนบท กรมทางหลวงเต็มไปหมดแล้วครับ เราไม่อยากให้เกิดสภาพอย่างนั้น เพราะ แนวทางที่ท่านเสนอมาเป็นแนวทางที่ผมเห็นด้วยครับ แต่ถามว่าจังหวัดทําแล้วจะเอาไปไหน ถ้าอย่าง สจร. สมัยก่อนยังเข้า ครม. ได้ครับ ให้ ครม. บังคับ แต่กรรมการระดับจังหวัด ที่รองผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นรองประธานได้มาเสร็จแล้วจะเอาไปไหนต่อ ช่วยต่อยอดให้มัน จบว่าเอาไปแล้วจะทําอย่างไร
ประการต่อมาเมื่อเราทําคณะกรรมการระดับจังหวัดได้ จังหวัดหลัก ๆ เขามีการแก้ปัญหา จังหวัดที่ได้ขนานนามว่าถนนดีที่สุดในประเทศไทยก็มีไม่กี่จังหวัด แต่ปัญหาที่เป็นต่อก็คือโซนนิง (Zoning) ที่หลายท่านพูดถึง ใครจะเป็นคนคิดครับ จะรอให้สภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติคิดหรือเปล่า ผมเคยนัดประชุมท้องถิ่น ในภาคใต้ ๑๐ จังหวัด เพื่ออยากจะวางระบบโครงข่ายของภาคใต้ทั้งหมด เรารู้ว่ามันมี ศักยภาพครับ ภาคใต้คือแผ่นดินที่ยื่นออกไปในทะเล ทั้ง ๒ ฝั่งเป็นทะเล วันนี้ก็เป็นทะเล ที่หล่อเลี้ยงภาคใต้อยู่ได้เพราะการท่องเที่ยว เพราะการประมงปัญหาว่าในเส้นทางทั้งหมด ตลอดเส้นภาคใต้มีถนนผ่านมาจากจังหวัดเพชรบุรีถนนเส้นเดียววิ่งทะลุไปจนถึงภาคใต้ ตันเมื่อไร ปิดถนนเมื่อไรก็จบกันทั้งภาคใต้ มันไม่ได้มีโครงข่ายแบบภาคเหนือ ภาคอีสาน หรือภาคกลาง มันเป็นถนนเส้นเดียวครับ รุ่นโบราณก็ถนนเพชรเกษม รุ่นทางหลวงก็เป็น ถนนสายหมายเลข ๔ จากกรุงเทพมหานครยันไปถึงสุไหงโก-ลก เขาคิดคือจะทําอย่างนี้ว่า ใครจะมาวางแผนให้เขา ถ้ารอให้หน่วยงานส่วนกลางสภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ หรือคณะกรรมการระดับชาติ หรือรัฐบาลอนุมัติงบเพื่อวางแผนโครงข่ายรองรับ การท่องเที่ยวภาคใต้ทั้งหมดใครจะเป็นคนทํา เขาคิดถึงขั้นทุกองค์การบริหารส่วนจังหวัด จะลงขันกัน จ้างบริษัทเอกชนศึกษา แต่พอลงขันกันก็ติดระเบียบราชการ จังหวัดโน้นจะมาใส่ให้รวมกับจังหวัดนี้ เขาจะรวมกัน ๑๐ จังหวัด ๆ ละ ๕,๐๐๐,๐๐๐ บาท ใส่ แล้วก็เขียนแผน เขียนแผนเสร็จแล้วเขาก็จะ ส่งใส่มือรัฐบาล ที่เขาคิดทําอย่างนั้นง่าย ๆ ครับ ท่านประธานครับ ภาคใต้ฝั่งตะวันออก กับฝั่งตะวันตก ๒ ฝั่ง นักท่องเที่ยวเต็มหมดครับวันนี้ แต่ฝั่งตะวันตกวันนี้นักท่องเที่ยวจะเบา เพราะเป็นหน้ามรสุม จังหวัดกระบี่ จังหวัดพังงา จังหวัดภูเก็ต จังหวัดสตูล พายุเข้า ฝนตกหนัก นักท่องเที่ยวก็จะหนีมาฝั่งตะวันออก พอหลังจากนี้ไปอีก ๓ เดือนครับ ขึ้นเดือน ตุลาคมฝั่งตะวันออกก็จะเจอมรสุม นักท่องเที่ยวก็จะขยับไปฝั่งตะวันตก ทําอย่างไร ให้ทั้งหมดการท่องเที่ยวมันได้สัมพันธ์กัน ถนนตัดไขว้อย่างไรซึ่งคงเยอะครับ เพราะฉะนั้น ผมคิดว่ามันควรจะมีคณะกรรมการระดับภูมิภาคในการจะเข้าไปจัดการ และแผนเหล่านี้ เมื่อมีการจัดการแล้วควรจะเสนอเข้ามาในส่วนกลาง ซึ่งสามารถตัดสินใจได้ตามแผน ที่เป็นจริงในการพัฒนาประเทศ ถนนไปครับ ทุกอย่างก็ตามมา ไฟฟ้าก็ตามมาครับ ตู้เย็น ทีวี ทุกอย่างตามมาครับ จังหวัดไหนถนนไม่ได้รับการพัฒนาจังหวัดนั้นก็ล้าหลัง และคนที่ ถูกด่าครับ ใครเป็นนักการเมืองจังหวัดที่ถนนน้อย ถูกด่าครับ ใครเป็นนักการเมืองที่ตัดถนน มากที่สุด ไฟสว่างมากที่สุด ถูกด่าทั้งประเทศครับ เพราะฉะนั้นต้องมีการปฏิรูปเพื่อสร้าง ความเป็นธรรมเป็นกลางขึ้นมาจริง ๆ ผมจึงขอสนับสนุนแผนที่ท่านนําเสนอทั้งหมดครับ แล้วก็หวังว่าจะนําส่วนประกอบที่ผมได้แสดงความคิดเห็นไปในการที่ปรับให้มันไหลเข้ามา จริง ๆ สู่ในการปฏิบัติครับ ขอขอบพระคุณครับ