คณิต สุวรรณเนตร รายงานความคืบหน้าการดำเนินงานของกรรมาธิการด้านสื่อสารมวลชน ที่แบ่งการพิจารณาเป็นเก้าเรื่อง โดยผ่านความเห็นชอบแล้วสามเรื่อง และอยู่ระหว่างดำเนินการอีกหกเรื่อง รวมถึงการยกร่างพ.ร.บ. คุ้มครองสิทธิเสรีภาพและส่งเสริมจริยธรรมสื่อมวลชน พร้อมหารือปัญหาการใช้สื่อวิทยุ โทรทัศน์ และสื่อดิจิทัลในทางที่ผิดวัตถุประสงค์ รวมถึงการล้มล้างสถาบัน เสนอแนวทางแก้ไขกฎหมายเพื่อควบคุมสื่อ ส่งเสริมความมั่นคงของชาติ และจัดประชาพิจารณ์ร่วมกับผู้ให้บริการสื่อออนไลน์ต่างประเทศ รวมทั้งชี้แจงความคืบหน้าการจัดทำยุทธศาสตร์รักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์และโครงสร้างพื้นฐานสารสนเทศสำคัญของประเทศ พร้อมทั้งเสนอปัญหาข้อจำกัดด้านงบประมาณจากต่างประเทศ และความยากลำบากในการจัดประชาพิจารณ์ในหลายจังหวัดที่อาจขาดแคลนเจ้าหน้าที่สนับสนุน
กราบเรียนท่าน ประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศที่เคารพ กราบเรียนท่านสมาชิกที่เคารพทุกท่าน กระผม พลอากาศเอก คณิต สุวรรณเนตร ด้านสื่อสารมวลชนครับ ในด้านสื่อสารมวลชนนั้น กรรมาธิการของเราได้แบ่งออกเป็น ๓ กลุ่ม
กลุ่มที่ ๑ คือกลุ่มด้านวิทยุ โทรทัศน์และโทรคมนาคม
กลุ่มที่ ๒ คือกลุ่มสื่อออนไลน์ (Online)
กลุ่มที่ ๓ คือกลุ่มสื่อสิ่งพิมพ์
เราได้วางแผนที่จะพิจารณาทั้งหมด ๙ เรื่องด้วยกันนะครับ ขณะนี้ผ่านไปแล้ว ๓ เรื่อง เดือนนี้แล้วเดือนหน้าก็จะเข้าต่อไปนะครับ
เรื่องที่ ๑ ที่ผ่านไปแล้วคือ เรื่อง การขอแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติองค์กร จัดสรรคลื่นความถี่ และการกํากับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และ กิจการโทรคมนาคม พ.ศ. ๒๕๕๓ เรื่องนี้เข้าที่ประชุมแห่งนี้เมื่อวันที่ ๑๘ มกราคม เข้าที่ ประชุมวิป (Whip) ๓ ฝ่ายเมื่อ ๒ มีนาคม แล้ว ครม. มีมติเห็นชอบเมื่อวันที่ ๑๙ เมษายน ขณะนี้เรื่องนี้อยู่ที่ สนช. แล้วก็มีการประชุมกันไปแล้วประมาณ ๑ เดือน คาดว่าการขอแก้ไขนี้ ที่จะขอรวม ๑ บอร์ด (Board) ขอรีฟาร์ม (Refarm) แล้วขอเยียวยาเพื่อจะเอาคลื่นมาประมูล คาดว่าน่าจะเดือนกรกฎาคมหรือสิงหาคมน่าจะเสร็จครับ
เรื่องที่ ๒ เรื่อง การให้ข้อสังเกตแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติว่าด้วยการ กระทําความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ ๒๕๕๐ ซึ่งใช้งานมาแล้ว ๙ ปี เรื่องนี้ได้เข้าที่ประชุม สภาแห่งนี้เมื่อวันที่ ๑ มีนาคม แล้วส่งไปยังคณะรัฐมนตรีเรียบร้อยแล้ว
เรื่องที่ ๓ รายงานผลการศึกษาและข้อเสนอแนะการปฏิรูปหน่วยงานที่มี อํานาจหน้าที่ในการกํากับดูแลสื่อออนไลน์ (Online) เรื่องนี้เข้าที่ประชุมสภาแห่งนี้เมื่อวันที่ ๔ เมษายน และผ่านความเห็นชอบส่งไปยังคณะรัฐมนตรีแล้ว นั่นเป็น ๓ เรื่องที่เสร็จแล้ว
เรื่องที่ ๔ อีก ๖ เรื่องที่ยังกําลังดําเนินการอยู่ คือยกร่างพระราชบัญญัติ คุ้มครองสิทธิเสรีภาพ ส่งเสริมจริยธรรมและมาตรฐานวิชาชีพสื่อมวลชน พ.ศ. .... อันนี้ เป็นเรื่องใหญ่ซึ่ง สปช. เดิมได้ทําการศึกษาไว้ แล้วก็คงใช้เวลาหลายปีนะครับ ขณะนี้ คณะกรรมาธิการได้ไปทําประชาพิจารณ์ที่จังหวัดพิษณุโลกแล้ว ๑ ครั้ง
เรื่องที่ ๕ เป็นโจทย์จากท่านประธานได้เรียกผมไปพบที่ห้องและท่านให้โจทย์ มา ๔ ข้อครับ ข้อ ๑ คืออยากจะให้แก้ปัญหาวิทยุที่ใช้ติดตั้งในรถแท็กซี่ แล้วก็มีเบสสเตชัน (Base Station) ข้อ ๒ คือวิทยุท้องถิ่น ไม่ว่าจะเป็นวิทยุสาธารณะ วิทยุชุมชน หรือวิทยุธุรกิจ คือวิทยุทั้งหมด ข้อ ๓ เคเบิลทีวี (Cable TV) แบบบอกรับเป็นสมาชิก ข้อ ๔ คือ แซตเทิลไลต์ ทีวี (Satellite TV) ทั้ง ๔ ข้อนี้โจทย์ก็คือมีการใช้ผิดวัตถุประสงค์ มีการโฆษณาสรรพคุณ เกินจริง มีการพูดจาให้ร้ายเสียดสีก่อให้เกิดความแตกแยก แบ่งเป็นสีนั้นสีนี้ และอันสุดท้าย ที่สําคัญที่สุดคือมีการกระทําที่เป็นการล้มล้างสถานบัน ซึ่งกรรมาธิการของเราได้ศึกษาดูแล้ว เรื่องนี้จะแก้ไขได้โดยการแก้ไขปรับปรุงพระราชบัญญัติประกอบกิจการวิทยุและโทรศัพท์ ๒๕๕๑ ซึ่งทางกรรมาธิการเราได้ไปทําประชาพิจารณ์กันแล้วเมื่อวันพฤหัสบดีที่ ๒๖ และวันศุกร์ที่ ๒๗ ที่จังหวัดเชียงใหม่นะครับ ๑ ครั้ง แล้วก็วางแผนที่จะไปที่จังหวัดขอนแก่น เป็นลําดับต่อไป ที่จังหวัดสุราษฎร์ธานีเป็นลําดับต่อไป และที่จังหวัดชลบุรีเป็นลําดับต่อไป นี่คือ ๔ ภาคนะครับ และสุดท้ายคือที่ กทม. เป็นลําดับสุดท้าย เพื่อที่จะตอบโจทย์ของ ท่านประธานครับ
เรื่องที่ ๖ คือการขอแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติจดแจ้งการพิมพ์ พ.ศ. ๒๕๕๐ อันนี้คือใช้มา ๙ ปีแล้วนะครับ ทางกรรมาธิการก็ติดต่อประสานกับกระทรวง วัฒนธรรม สัปดาห์ที่แล้วได้เชิญมา สัปดาห์นี้เราก็จะไปที่กระทรวงวัฒนธรรม เสร็จแล้ว ผมต้องใช้เวลาในการไปทําประชาพิจารณ์สาธารณะอีกนะครับ
เรื่องที่ ๗ ประสานงานกับผู้ประกอบกิจการสื่อออนไลน์ (Online) ระหว่าง ประเทศเพื่อสร้างความเข้าใจในบริบทของสังคมไทย อันจะก่อให้เกิดผลดีกับความมั่นคง ของชาติเรื่องนี้เราได้เชิญกูเกิล (Google) อยู่ในแผ่นนี้นะครับ แล้วก็ผมก็ได้ไปเยือนกูเกิล (Google) เองที่ต่างประเทศด้วย
เรื่องที่ ๘ การจัดทําร่างนโยบายแผนรักษาความมั่นคงปลอดภัย โครงสร้าง พื้นฐานด้านสารสนเทศของประเทศ คือ เนชันนัล คริทิคัล อินฟอร์เมชัน อินฟราสตรักเจอร์ โพรเทกชัน แพลน (National Critical Information Infrastructure Protection Plan) อันนี้ก็กําลังทําอยู่ และเรื่องสุดท้ายคือ การแก้ไขพระราชบัญญัติว่าด้วยการรักษาความมั่นคง ปลอดภัย ไซเบอร์ (Cyber) ครับ
สุดท้ายที่ขลุกขลักนิดเดียวครับ กราบเรียนคือในเรื่องของโครงสร้างพื้นฐาน ที่สําคัญของประเทศอย่างยิ่งยวดนั้น เดิมเราเคยแพลน (Plan) ไว้จะใช้เงิน ๓๐,๐๐๐ ยูโร ในการเชิญผู้เชี่ยวชาญเป็นทีม จากไอทียู (ITU) เป็นเงินล้านกว่าบาท เดิมจะใช้เงิน กสทช. พอมาใช้เงินของรัฐสภามันจะติดขัดที่ระเบียบก็คงจะจ้างคนต่างประเทศไม่ได้ คงจะจ้าง คนไทยมาดําเนินการครับ สุดท้ายที่ขลุกขลักนิดหนึ่งเลยก็คือว่า กรรมาธิการอยากจะไปทํา ประชาพิจารณ์ที่จังหวัดขอนแก่นและจังหวัดสุราษฎร์ธานีพร้อมกัน แต่เจ้าหน้าที่รัฐสภาที่อยู่ กับเรามี ๑๓ คน ถ้าแยกคณะอาจจะขลุกขลัก ก็มีเรื่องกราบเรียนเท่านี้ครับ กราบขอบคุณครับ