พรพันธุ์ บุณยรัตพันธุ์ ชี้แจงความคืบหน้าการปฏิรูปด้านสาธารณสุข ทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม โดยสรุปผลการพิจารณา 22 ประเด็น ทั้งที่ผ่านความเห็นชอบและอยู่ระหว่างดำเนินการ พร้อมระบุปัญหาการจัดการในกรรมาธิการที่รวมเรื่องใหญ่ไว้ด้วยกัน โครงสร้างอนุกรรมาธิการที่จำกัด และความซ้ำซ้อนในการทำงานระหว่างหน่วยงาน ซึ่งส่งผลต่อประสิทธิภาพและความคล่องตัวของการปฏิรูป
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ ดิฉัน พรพันธุ์ บุณยรัตพันธุ์ สําหรับในคณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ด้านสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม ประกอบไปด้วยเรื่องของคณะอนุกรรมาธิการซึ่งเป็นเรื่อง ใหญ่ ๆ อยู่ ๓ เรื่องด้วยกัน ก็คือเรื่องของสาธารณสุข เรื่องของทรัพยากรธรรมชาติ และเรื่อง ของสิ่งแวดล้อม ทั้งหมดนี้เราดําเนินการโดยใช้วาระปฏิรูปของ สปช. วาระปฏิรูปที่ ๒๒ ถึง ๒๖ แล้วก็นํามาพิจารณาถึงความจําเป็นเร่งด่วน ก็ได้สรุปว่าทั้งหมดนี้จะมีประกอบด้วย ๒๒ ประเด็น ปฏิรูปด้วยกันนะคะ ซึ่งได้ผ่านความเห็นชอบจากที่ประชุมของ สปท. แล้วเมื่อเดือนธันวาคม ที่ผ่านมานะคะ ใน ๒๒ วาระ ใน ๒๒ ประเด็นการปฏิรูปนี้ ประกอบไปด้วย ๑๐ ประเด็น ปฏิรูปทางด้านสาธารณสุข ๖ ประเด็นทางด้านทรัพยากรธรรมชาติ แล้ว ๖ ประเด็นทางด้าน สิ่งแวดล้อม ที่ได้ดําเนินการไปแล้วก็คือได้ผ่านที่ประชุมของ สปท. ไปแล้ว แล้วก็ยังติดค้าง อยู่ที่กรรมการ ๓ ฝ่ายบ้าง หรือส่งต่อไปยังการพิจารณาของคณะรัฐมนตรีแล้วบ้าง อันนี้ ก็ประกอบด้วยทางด้านสาธารณสุข ๑๐ เรื่องนั้นก็ผ่านที่ประชุม สปท. ไปแล้ว ๕ เรื่อง ทางด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้ผ่านไปแล้ว ทางด้านทรัพยากรธรรมชาติ ผ่านไปแล้ว ๒ เรื่อง ส่วนทางด้านสิ่งแวดล้อมผ่านไปแล้ว ๑ เรื่อง แล้วก็กําลังจะเข้าที่ประชุม อีกในเวลาอันใกล้นี้นะคะ สําหรับในทางด้านสาธารณสุขนั้น มีประเด็นปฏิรูปใหญ่ ๆ อยู่ ๓ วาระด้วยกันก็คือ การปฏิรูประบบบริการสุขภาพ ซึ่งในกรณีนี้เราได้ดําเนินการขับเคลื่อน การปฏิรูปไปแล้วในเรื่องของระบบการแพทย์แผนไทย แล้วก็ระบบการแพทย์ฉุกเฉินซึ่งกําลัง จะตามมา ส่วนระบบการรักษาพยาบาลปกติ ระบบปฐมภูมิ ระบบสร้างเสริมสุขภาพป้องกัน โรคและภัยสุขภาพ กําลังดําเนินการปฏิรูปร่วมกัน อินทิเกรต (Integrate) กันอยู่ ส่วนความ รอบรู้และสื่อสารทางด้านสุขภาพ เช่นเดียวกันก็จะอยู่ในเรื่องของระบบบริการ ส่วนในเรื่อง ของการอภิบาลระบบสุขภาพนั้น ในทางด้านการบริหารจัดการก็ได้ดําเนินการไปแล้ว ก็คือ การปฏิรูปการจัดตั้งคณะกรรมการนโยบายสุขภาพแห่งชาติ ซึ่งเราคิดว่าเป็นเรื่องที่สําคัญมาก เพราะว่าเป็นจุดรวมของการเปลี่ยนแปลงทั้งหลาย การปฏิรูปทั้งหลาย แล้วก็เรื่องของการ ปฏิรูปการเงิน การคลังทางด้านสุขภาพ ได้ดําเนินการไปแล้วในเรื่องของการจัดตั้งสํานักงาน มาตรฐานและจัดการสารสนเทศระบบบริการสุขภาพแห่งชาติ แล้วก็การปรับปรุงแก้ไข ประมวลกฎหมายสรรพสามิต ในประเด็นการขยายเพดานพิกัดการเก็บภาษีน้ําตาล ในเครื่องดื่ม ส่วนการประกันสุขภาพชาวต่างด้าวนั้น กระทรวงสาธารณสุขได้ดําเนินการ ไปแล้ว แล้วก็เป็นการดําเนินการที่สอดคล้องกับประเด็นการปฏิรูปของเรา เพราะฉะนั้น ก็เหลือที่สําคัญก็คือเรื่องของการปฏิรูประบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า ซึ่งอันนี้จะรวม สิทธิประโยชน์พื้นฐาน แล้วก็การร่วมจ่ายในระบบนะคะ ส่วนการปฏิรูปด้านทรัพยากร ธรรมชาตินั้น มีอยู่ ๓ ประเด็นหลักก็คือ การจัดระเบียบการใช้ประโยชน์ที่ดินป่าไม้ และการ เพิ่มพื้นที่ของป่า ซึ่งได้เสนอพระราชบัญญัติป่าชุมชน พ.ศ. .... ไปแล้ว ซึ่งผ่านที่ประชุม การพิจารณาของ สปท. ไปแล้ว ที่เหลืออยู่อีก ๒ เรื่องก็คือ การจัดระเบียบการใช้ประโยชน์ ที่ดิน ป่าไม้ และเพิ่มพื้นที่ของป่า ในเรื่องการแก้ไขปัญหาที่ดิน ในพื้นที่อนุรักษ์ แล้วก็กองทุน พัฒนาทรัพยากรป่าไม้ และระบบเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อควบคุมทรัพยากรป่าไม้ นอกจากนั้นก็ยังเหลือการพัฒนากลไกการบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ซึ่งจะมี พ.ร.บ. อยู่อีกฉบับหนึ่ง ก็คือ พ.ร.บ. รักษาผลประโยชน์ชาติทางทะเลแล้วก็การพัฒนากลไก การบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง สําหรับในเรื่องของสิ่งแวดล้อมที่ได้นําเสนอ ไปแล้วก็คือ การปฏิรูปกฎหมายและระบบจัดการขยะมูลฝอยชุมชนของประเทศ การปฏิรูป วิธีการกําจัดขยะมูลฝอยที่เหมาะสมและการแปรขยะมูลฝอยเป็นพลังงาน ส่วนที่เหลือก็คือ เรื่องของการพัฒนาระบบการประเมินสิ่งแวดล้อม และวิเคราะห์ผลกระทบของสิ่งแวดล้อม ทั้งเอสอีเอ (SEA) อีไอเอ (EIA) และอีเอสไอเอ (ESIA) และเรื่องสุดท้ายก็คือ การปฏิรูปการ ดําเนินการด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของประเทศ อันนี้ก็เป็นสิ่งที่จะดําเนินการ ต่อไป
ส่วนปัญหาและอุปสรรค ท่านประธานที่เคารพ ก็คงจะทราบว่าท่านได้รวม เรื่องใหญ่ ๆ ๓ เรื่องเข้ามาอยู่ด้วยกันในกรรมาธิการเดียว แล้วท่านก็กําหนดให้มีอนุกรรมาธิการ ได้แค่ ๓ อนุกรรมาธิการ เพราะฉะนั้นในการทํางานเราก็ต้องปรับในแต่ละเรื่อง ซึ่งต้องการ มีผู้เชี่ยวชาญเข้ามาเกี่ยวข้องเป็นจํานวนมากด้วยกัน ต้องปรับเป็นคณะทํางานซึ่งไม่สะดวก อย่างยิ่งในการดําเนินงานให้มีประสิทธิภาพ นอกจากจะปรับให้เป็นคณะทํางานและบางครั้ง เราก็ต้องใช้วิธีประชุมสัมมนา เพื่อสามารถที่จะใช้งบประมาณและอํานวยความสะดวกได้ ซึ่งดิฉันคิดว่าอันนี้เป็นวิธีการที่ทําให้การทํางานของเราประสบความขัดข้องเป็นอย่างยิ่งนะคะ
เรื่องที่ ๒ ก็คือเรื่องของกระแสปฏิรูปซึ่งมีทั้งกระทรวงที่เป็นผู้ดําเนินการก็มี การปฏิรูป ทางรัฐบาลก็จัดตั้งคณะกรรมการปฏิรูป ทางเราก็ปฏิรูปในเรื่องเดียวกัน เพราะฉะนั้น การที่จะต้องใช้กลไกที่มีประสิทธิภาพในการที่จะทําให้ทั้ง ๓ แหล่งที่ทําการปฏิรูปนี้มีความ ใกล้ชิดแล้วก็สามารถที่จะทราบถึงความคืบหน้าของการทํางานของแต่ละฝ่าย ซึ่งดิฉันคิดว่า กลไกอันนี้ยังไม่มีประสิทธิภาพเท่าที่ควร ขอบคุณค่ะ