คุรุจิต แจงความคืบหน้าปฏิรูปพลังงาน เสนอเน้นบทบาทสภาวิชาการ

สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ · ครั้งที่ ๒๗ · ๓๑ พฤษภาคม ๒๕๕๙

คุรุจิต นาครทรรพ รายงานความคืบหน้าการดำเนินงานของคณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านพลังงาน ทั้งในส่วนของแผนงานที่เสร็จสิ้นและอยู่ระหว่างดำเนินการ พร้อมชื่นชมบรรยากาศการทำงานของสภาที่มีความร่วมมืออย่างมีประสิทธิภาพผ่านช่องทางสื่อสารที่ทันสมัย ขณะเดียวกันได้หารือถึงข้อจำกัดในการทำงาน เช่น เวลาพิจารณาเอกสารที่กระชั้นชิด ความจำเป็นในการบูรณาการกับหน่วยงานอื่น และการผลักดันให้รายงานที่ผ่านสภามีการนำไปปฏิบัติจริง โดยเน้นบทบาทของสภาวิชาการในการขับเคลื่อนการปฏิรูปตามวาระที่กำหนด รวมถึงการสนับสนุนนโยบายรัฐบาลในด้านการศึกษา ผังเมือง และโครงสร้างพื้นฐาน พร้อมเสนอให้แสดงจุดยืนอย่างชัดเจนเมื่อมีความเชี่ยวชาญเพียงพอ

นายคุรุจิต นาครทรรพ ประธานกรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธาน สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศที่เคารพ กระผม คุรุจิต นาครทรรพ ในฐานะประธาน คณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านพลังงาน ต้องขอบพระคุณท่านประธาน ที่ได้ให้โอกาสสมาชิกกรรมาธิการแต่ละคณะนําเสนอเรื่องของการดําเนินงานปัญหาและ วิธีการแก้ไข

สําหรับคณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปด้านพลังงานของเรานี้ ก็ประกอบด้วยสมาชิก สปท. ทั้งสิ้น ๑๕ ท่าน เรามีการแบ่งการทํางานออกเป็น ๒ คณะ อนุกรรมาธิการหลักที่เรียกว่า สแตนดิงซับคอมมิตตี (Standing Subcommittee) ก็มีท่าน พลเอก เลิศรัตน์ เป็นประธานคณะ ดูเรื่องของกํากับกิจการโครงสร้างและปิโตรเลียม แล้วก็มี ศาสตราจารย์ ดอกเตอร์ดุสิต เครืองาม เป็นประธานคณะอนุกรรมาธิการอีกคณะ ดูเรื่องของ ไฟฟ้า พลังงานทดแทน และอนุรักษ์พลังงาน แล้วเราก็เพิ่งจะตั้งคณะเฉพาะกิจเพื่อทําเรื่อง บูรณาการกับด้านสิ่งแวดล้อมและปกครองท้องถิ่น คือเรื่องแปรรูปขยะเป็นพลังงาน คณะกรรมาธิการของเราก็มีการตั้งที่ปรึกษาที่เป็นคนนอก ๕ คน ซึ่งก็เป็นผู้เชี่ยวชาญในสาขา ต่าง ๆ เรื่องพลังงาน มีผู้เชี่ยวชาญ ๒ คน และนักวิชาการ ๖ คน เราได้มีการจัดสัมมนาแล้ว ๒ ครั้ง คือเรื่องของบิวดิง เอเนอร์จี โค้ด (Building Energy Code) แล้วก็เรื่องศูนย์ข้อมูล พลังงาน เราได้มีการจัดนิทรรศการ ๑ ครั้ง ในเรื่องของการประหยัดไฟฟ้า เพื่อช่วยลด พีก (Peak) หน้าร้อน แล้วเราก็ได้มีการดูงานนอกสถานที่ ๒ ครั้ง เพื่อมาประกอบการปฏิบัติ หน้าที่ของเรา

แผนการดําเนินงานของเราก็ได้รับการนําเสนอต่อสภาในเดือนธันวาคม และได้รับความเห็นชอบมีอยู่ ๕ เรื่อง ขณะนี้เราได้ทําเสร็จแล้ว ๓ เรื่อง คือเรื่องของกองทุน น้ํามันเชื้อเพลิง เรื่องของบิวดิง เอเนอร์จี โค้ด (Building Energy Code) ข้อบัญญัติอาคาร ประหยัดพลังงาน แล้วก็ที่นําเสนอในวาระวันนี้บ่ายนี้ก็คือเรื่องของบริษัทจัดการพลังงานหรือ เอเนอร์จี เซอร์วิส คัมพานี (Energy Service Company) นะครับ ยังเหลืออีก ๒ เรื่อง ซึ่งก็มีความคืบหน้าไปด้วยดี คือเรื่องศูนย์ข้อมูลพลังงานแห่งชาติแล้วก็เรื่องพลังงานทดแทน ของชุมชนโดยชุมชนแล้วก็เพื่อชุมชน ซึ่งก็จะแตกหน่อเป็นเรื่องหลาย ๆ เรื่อง อย่างเช่น การสูบน้ําด้วยเซลล์ (Cell) แสงอาทิตย์และเรื่องขยะเป็นพลังงานเหล่านี้เป็นต้น รวมทั้ง พ.ร.บ. ส่งเสริมพลังงานทดแทนนะครับ

สําหรับการทํางานผมก็คิดว่าเป็นนิมิตหมายที่ดีนะครับ ผมก็สังเกตว่าสภา สปท. เราประกอบไปด้วยผู้ใหญ่ซึ่งเป็นผู้มีวัยวุฒิและคุณวุฒิทั้งนั้นนะครับ นั่งก็เป็นที่เป็นทาง ไม่ค่อยย้ายที่ แล้วพูดจาก็ถ้อยทีถ้อยอาศัยแล้วก็มีความรู้จริง ๆ นะครับ ข่าวสารจากการ ประชุมวิป (Whip) ผมก็ได้นําไปถ่ายทอดในกรรมาธิการอย่างสม่ําเสมอก็ได้รับความร่วมมือ ด้วยดี แล้วเรื่องเร่งด่วนก็ถ่ายทอดทางแอปพลิเคชันไลน์ (Application Line) ของกรรมาธิการ ก็ทําให้สมาชิกที่ติดตามข่าวสารที่วิป (Whip) ดําเนินเรื่องมานะครับ

สําหรับปัญหาผมคิดว่าไม่มีนะครับ ก็มีแต่เป็นข้อสังเกตว่าบางครั้งบางเรื่อง ในงานของเรามันก็ต้องมีการข้ามหรือต้องไปบูรณาการกับคณะอื่น อย่างเรื่องสิ่งแวดล้อม เรื่องปกครองส่วนท้องถิ่น แล้วสมาชิกแต่ละท่านก็มีประสบการณ์สูง เพราะฉะนั้นบางทีเราก็ คงไม่อยากจะจํากัดอยู่ในเรื่องที่เราทําเรื่องเดียว ก็อยากจะไปคอมเมนต์ (Comment) หรือให้ความเห็นในรายงานของคณะอื่นด้วย แต่ก็ต้องเรียนว่าเวลาที่จัดส่งเอกสารนะครับ ประชุมวิป (Whip) วันพฤหัสบดี ประชุมวาระวันศุกร์ แล้วก็พิจารณาวันจันทร์เลย บางครั้ง เวลาที่จะพิจารณาอ่านก็ไม่เพียงพอนะครับ ก็อาจจะเป็นเพราะด้วยความจําเป็นที่เรา อยากจะเร่งผลิตผลงาน เพราะฉะนั้นงานก็เลยเร่ง จริง ๆ สมาชิกก็น่าจะมีโอกาสได้อภิปราย มากกว่านี้ แล้วก็คณะกรรมาธิการของผม สมาชิกทุกคนก็เข้าใจก็รับนโยบายของท่านประธาน มาว่าเราเป็นสภาวิชาการ เราไม่ใช่สภาตรวจสอบ เพราะฉะนั้นเราก็เน้นในเรื่องของการปฏิรูป เป็นหลัก แล้วก็ปฏิรูปในเรื่องที่ สปช. เขาทํามา ๓๗ วาระก่อน จริง ๆ เรื่องที่จะปฏิรูปมันมีเยอะ แต่ละคนก็อยากจะปฏิรูปสิ่งที่คิดว่าตัวเองชํานาญ แต่เราก็น้อมรับนะครับว่าเราจะต้องมุ่งไป ในเรื่องโฟกัสไปในเรื่องของวาระปฏิรูป ๓๗ วาระให้เสร็จเสียก่อนนะครับ สิ่งที่ผม อยากจะฝากก็คือว่าประชุมวิป (Whip) บางครั้งใช้เวลานานไปหน่อยนะครับ ซึ่งหลัง ๆ ก็สังเกตว่าท่านประธานก็พยายามควบคุมเวลาตัดเรื่องที่ยาว ๆ ให้มันสั้นลง ถ้าเสร็จได้ ก่อนเที่ยงก็จะดีนะครับ เพราะว่าบางทีก็ไปถึงบ่ายสองโมง

อีกเรื่องหนึ่งก็คือว่างานของเรา เราคิดว่าถ้าเสร็จ ไม่ใช่ว่าเสร็จผ่านสภา แล้วก็เสร็จนะ เราก็อยากจะเห็นงานของเราได้นําไปสู่การประยุกต์หรือปฏิบัติ ได้อิมพลีเมนต์ (Implement) ซึ่งคณะกรรมาธิการของเราก็มีการประสานงานที่ดีกับฝ่ายบริหารก็คือกระทรวง พลังงานหรือหน่วยที่เกี่ยวข้องนะครับ แต่ว่าสิ่งที่ผ่านสภาไป ๒ เรื่องนี้ตอนนี้ก็ยังไปคาอยู่ที่ คณะกรรมการต่าง ๆ ยังไม่ได้นําไปปฏิบัติจริง ซึ่งปฏิบัติจริงเราก็จะได้มีโอกาสไปช่วยชี้แนะ

เรื่องสุดท้ายครับ ขออนุญาตนะครับ ก็คือว่าบางครั้งในส่วนตัวของผมเอง ก็คิดว่าวาระปฏิรูปบางเรื่องรัฐบาลเขาได้ทําล่วงหน้าไปก่อนแล้วบางทีก็ตรงใจกับที่เราทํา หรือไม่อาจจะไม่ตรงใจบางท่านบ้างนะครับ ยกตัวอย่างเช่น เรื่องการศึกษา เรื่องประเมิน คุณภาพการศึกษา ล่าสุดเขาก็มีประกาศไปเลยว่า สมศ. เป็นอย่างไร หรือเรื่องผังเมือง เป็นต้น หรือเรื่องโครงสร้างพื้นฐานรถไฟความเร็วสูง ทีนี้เวลารัฐบาลประสบปัญหาโดนโจมตี ในนโยบายเหล่านี้ก็อยากจะเห็นบทบาทของ สปท. ได้ออกมาช่วยสนับสนุนรัฐบาลในเรื่องที่ เรามีความเชี่ยวชาญ แต่เรายังกลัว ๆ กล้า ๆ ไม่รู้ควรจะพูดดีหรือไม่พูดดียังไม่ได้ไฟเขียว ออกมานะครับ ก็อยากจะฝากท่านประธานและสมาชิกเพียงเท่านี้ครับ ขอบพระคุณครับ