สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ · ครั้งที่ ๒๗ · ๓๑ พฤษภาคม ๒๕๕๙

วิทยา แก้วภราดัย หารือเรื่องการประหยัดพลังงานในภาครัฐ โดยเรียกร้องให้คณะกรรมาธิการเปิดช่องให้บริษัทเอกชนเข้ามาเสนอข้อตกลงในการประหยัดพลังงาน และเสนอการปฏิรูปการให้กู้ยืมเงินเพื่อลดค่าไฟ

นายวิทยา แก้วภราดัย

ท่านประธานที่เคารพ ผม วิทยา แก้วภราดัย ครับ ต้องเอ่ยก่อนเลยครับ ขอแสดงความยินดีและชื่นชมกับคณะกรรมาธิการนะครับ ที่คิดเรื่อง ซึ่งสามารถปฏิบัติได้ง่าย ๆ ในการแก้ระเบียบ แล้วก็เป็นการทะลวงท่อที่มีปัญหาอยู่นะครับ ผมได้ยินเรื่องนี้มานานพอสมควรครับ โดยเฉพาะตอนที่อยู่ในสภานี้ ๒-๓ ปีเราจะมีวาระหนึ่ง ก็คือเรื่องพิจารณาเงินค่าไฟฟ้าค้างจ่ายของหน่วยราชการ ๒ ปี ๓ ปีจะล้างบัญชีกันครั้งหนึ่ง ทุกหน่วยราชการของประเทศไทยนี้ค้างสตางค์เขาเป็นประจําครับ คือตั้งงบมาแล้วไม่พอ เพราะฉะนั้นก็จะมีเรื่องหนึ่ง ก็คือเรื่องล้างบัญชีค้างท่อในกรณีค่าใช้จ่ายไฟฟ้า กระแสไฟฟ้า เป็นหลักนะครับ ทีนี้ก็มีเรื่องที่เคยได้ยินครับว่ามีภาคเอกชนเขาเริ่มใช้มาตรการในการ ประหยัดพลังงาน โดยการลงทุนอย่างที่ว่านะครับ เปลี่ยนหลอดไฟฟ้าเสียหมดเป็นระบบ แอลอีดี (LED) ประหยัดไปเท่าไร เปลี่ยนระบบไฟฟ้าทั้งหมด ปูสนามข้างบน หลาย ๆ มาตรการเข้ามา ทําให้เขาประหยัดพลังงานลงไป แต่ทีนี้พอภาครัฐมาใช้อย่างที่ท่านว่านะครับ ว่ามันก็เป็นปัญหาครับ เวลาจะตั้งงบประมาณเพื่อประหยัดไฟฟ้า อาคารเพิ่งสร้างได้ ๓ ปี ๔ ปี มาขอตั้งงบอีก ๔,๐๐๐,๐๐๐ บาท ๕,๐๐๐,๐๐๐ บาท มาเพื่อประหยัดพลังงาน ก็เป็นเรื่อง ของของบประมาณยาก คราวนี้วิธีการที่ท่านนําเสนอขึ้นมาในการตั้งเปิดช่องให้มีบริษัทกลาง เข้ามาเสนอข้อตกลงในการประหยัดพลังงาน ผมเคยทราบข่าวครับว่ามีเอกชนพยายามติดต่อ นะครับ อาจจะมีโรงพยาบาลของรัฐบางแห่ง ซึ่งมีเงินนอกงบประมาณสามารถดําเนินการได้ เขาได้เริ่มนําร่องไปแล้ว ซึ่งเข้าใจว่าคณะกรรมาธิการคงไปติดตามศึกษามาพอสมควร มีท้องถิ่น บางแห่งครับ ที่ได้รับข้อเสนอในการดําเนินการแบบนี้ แต่เมื่อศึกษาข้อระเบียบทั้งหมดแล้ว มันก็ค่อนข้างติดขัดจริง ๆ เพราะฉะนั้นผมว่าเป็นเรื่องที่ดีครับ ที่จะลดการลงทุนภาครัฐไป แล้วก็เอาเอกชนเข้ามาร่วม แต่สิ่งหนึ่งที่เป็นข้อที่อยากจะให้กรรมาธิการเราคิดต่อไปนิดหนึ่งครับ ข้อกังวลของเพื่อนสมาชิกที่อภิปรายมาเมื่อสักครู่ครับ ก็คือ ๑. กรรมาธิการเราช่วยคิดต่อ ได้ไหมครับว่า สมมุติว่าพลังงานไฟฟ้าที่ใช้โดยปกติในอาคารหนึ่ง ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ บริษัท ที่มาเสนอในการที่จะลดประหยัดพลังงานนี้ควรจะมีมาตรฐานขั้นต่ําลดลงไปได้สัก กี่เปอร์เซ็นต์ ไม่ใช่ว่าเคยใช้ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ลดไปได้แค่ ๕ เปอร์เซ็นต์ ๗ เปอร์เซ็นต์ อย่างนี้ผมคิดว่ามาตรฐานในการที่จะทําเรื่องลดพลังงานนี้ เราน่าจะมีมาตรฐานที่สามารถ ได้ตัวเลขมากกว่านี้ เมื่อได้ตัวเลขมากกว่านี้ก็คิดต่อไปอีกนิดเถอะครับว่า ถ้าเราเปิดช่องว่าง เลยครับว่า อย่างน้อยมาลดได้ ๒๐ เปอร์เซ็นต์ หรืออย่างน้อย ๑๐ เปอร์เซ็นต์ แต่ถ้าปล่อยให้ หน่วยงานราชการไปเริ่มต้นเองทั้งหมด ข้อวิตกของเพื่อนสมาชิกครั้งแรกก็อาจจะเกิดขึ้นว่า สมมุติว่าผมเป็นเจ้ากระทรวงพลังงาน ผมใช้ไฟฟ้าปีละ ๑๐๐ ล้านบาท มีบริษัทเอกชน เข้ามาเสนอว่าจะลดพลังงานให้ผม ๒๐ เปอร์เซ็นต์ ๒๐ เปอร์เซ็นต์ปีละ ๒๐ ล้านบาท แต่เอาเข้าจริงปรากฏว่าบริษัทขอข้อตกลงว่าส่วนที่ลดได้ขอเป็นของบริษัทมีระยะเวลา สัก ๕ ปี ๑๐ ปี แต่พอทําเข้าข้อเท็จจริงปรากฏว่าบริษัทเขาลดได้ถึง ๔๐ เปอร์เซ็นต์ แล้วเขา ได้สัญญาไป ๑๐ ปี ๒๐ ปี อย่างนี้ผมคิดว่าระยะเวลาคุ้มทุนเหล่านี้ คณะกรรมาธิการน่าจะ คิดวางกรอบต่อไปสักนิดหนึ่ง เพื่อว่าเรารุกไปข้างหน้าเพื่อเตรียมเข้าไปสู่สังคมธรรมาภิบาล และสังคมที่บริสุทธิ์จริง ๆ แต่อย่างไรก็ตามผมคิดว่าข้อศึกษาของคณะกรรมาธิการ เป็นข้อศึกษาที่ผมคิดว่าพร้อมที่จะให้การสนับสนุน แล้วก็ที่ห้อยติ่งไว้อันสุดท้ายดีมากครับ ดีกว่าที่ช่วงเราพูดเมื่อเช้าก็คือเรื่องนี้ท่านนําเสนอต่อคณะรัฐมนตรี เพราะฉะนั้นก็หาช่องทาง ในการนําเข้าคณะรัฐมนตรีไม่ต้องไปตกที่ท่านนายกรัฐมนตรีอีกครับ เพราะเมื่อช่วงเช้าที่เรา พูดเรื่องผลงานที่ผ่านมาเรื่องไปค้างอยู่ที่ท่านนายกรัฐมนตรีประมาณ ๗๐ กว่าเปอร์เซ็นต์ แต่ถ้าเราเลือกช่องไปคณะรัฐมนตรีผมคิดว่าทางน่าจะคล่องกว่า

สุดท้ายครับก็ขอคณะกรรมาธิการไปช่วยวางมาตรการเพิ่มในการเสนอกับ คณะรัฐมนตรีว่า ๑. เรามีมาตรฐานขั้นต่ําสักกี่เปอร์เซ็นต์ในการลดค่าไฟ ๒. ผลตอบแทน จะแบ่งกันอย่างไรเพื่อที่ให้เอกชนอยู่ได้ในการเสียดอกเบี้ย และขณะเดียวกันรัฐก็ไม่ต้องจ่าย ไปทั้งก้อน เช่น ลดไป ๒๐ เปอร์เซ็นต์ไม่ใช่เอกชนยกไปทั้ง ๒๐ เปอร์เซ็นต์ คุณเอาไป ๑๕ เปอร์เซ็นต์ได้ไหมปีแรกคิดอัตราดอกเบี้ยแล้วก็คุ้ม ถัดลงมาเรื่อย ๆ ตารางพวกนี้ ผมคิดว่าเราสามารถทําเสนอควบคู่ไป เสนอกับคณะรัฐมนตรีได้ ซึ่งจะเป็นความรอบคอบ และสะท้อนให้เห็นว่าสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศเราพร้อมที่จะร่วมมือในการที่จะป้องกัน การทุจริตคอร์รัปชันในระบบราชการได้ดีที่สุดครับ ขอขอบพระคุณครับ