ประสิทธิ์ แจงความคืบหน้าปฏิรูปยุติธรรม เน้นตำรวจ-ทนายอาสา-กำไลอิเล็กทรอนิกส์

สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ · ครั้งที่ ๒๗ · ๓๑ พฤษภาคม ๒๕๕๙

ประสิทธิ์ ปทุมารักษ์ รายงานความคืบหน้าการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมแทนประธานกรรมาธิการ โดยเน้นการปรับปรุงระบบตำรวจทั้ง 9 ด้าน รวมถึงการบริการประชาชน การสอบสวน และความเป็นอิสระจากการเมือง พร้อมผลักดันการใช้ทนายความอาสา ทนายขอแรง และการพัฒนากำไลอิเล็กทรอนิกส์เพื่อขยายการใช้งานตามกฎหมายใหม่ ขณะเดียวกันยังเร่งพัฒนานิติวิทยาศาสตร์ให้ทันสมัยและสอดคล้องกับกฎหมายที่เปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง โดยอยู่ระหว่างทบทวนแก้ไขกฎหมายทั้งระบบเพื่อให้แล้วเสร็จภายในสองสัปดาห์

นายประสิทธิ์ ปทุมารักษ์ กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม ประสิทธิ์ ปทุมารักษ์ ได้รับมอบหมายจากท่านวิรัช ชินวินิจกุล ประธานกรรมาธิการ ขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม เนื่องจากท่านเป็น ไข้หวัดอย่างแรง ท่านมานะครับ ท่านอยู่ด้วย แต่ว่าท่านไม่สามารถขึ้นมาได้ จึงมอบหมายให้ กระผมในฐานะที่เป็นรองประธาน คนที่หนึ่ง ได้ขึ้นมารายงานถึงความคืบหน้าของงาน ในกระบวนการยุติธรรมว่ามีสิ่งใดบ้าง ซึ่งงานในกระบวนการยุติธรรมนั้นเป็นปัญหาที่ หมักหมมกันมานานแล้ว ทางคณะกรรมาธิการได้ทราบข้อเท็จจริงเหล่านี้เป็นอย่างดี ก็ได้มี การรวบรวมข้อมูลในการที่จะดําเนินการปฏิรูปเพื่อให้กระบวนการยุติธรรมนั้น ได้รับการ ยอมรับจากสังคม จากประชาชน และทุกหน่วยงาน และทุกท่านที่เข้ามาใช้บริการของ หน่วยงานในกระบวนการยุติธรรม ได้มีความมั่นใจว่าจะได้รับความเป็นธรรม จะไม่มีคําพูด ต่อไปว่าจะเป็น ๒ มาตรฐานหรือหลายมาตรฐานต่อไป ได้มีการดําเนินการทั้งหมด ทางคณะกรรมาธิการได้แยกออกเป็น ๓ คณะใหญ่ แล้วก็ ๑ คณะย่อย ๓ คณะใหญ่ก็คือ ทางอนุกรรมาธิการได้มีการพิจารณาเกี่ยวกับเรื่องการปรับปรุงการปฏิรูปเรื่องของระบบ ตํารวจ เรื่องของทนายความอาสา เรื่องของทนายขอแรง แล้วก็เรื่องของการใช้กําไล อิเล็กทรอนิกส์ รวมไปถึงเรื่องการใช้วิธีการบันทึกภาพและเสียง ทั้งนี้เพื่อที่จะให้ทุกฝ่ายที่ เข้ารับบริการนี้ได้มีความมั่นใจว่า กระบวนการยุติธรรมนั้นมีการดําเนินการที่ตรงไปตรงมา และสามารถตรวจสอบในการดําเนินการทุกขั้นตอนครับ

สําหรับคณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านกฎหมาย และกระบวนการยุติธรรมนั้นได้แยกในเรื่องของการปฏิรูปตํารวจ ได้มีการรายงานไปแล้ว ทั้งหมด ๒ เรื่อง จาก ๙ เรื่อง ส่วน ๙ เรื่องที่ทางตํารวจได้แบ่งเป็นขั้นเป็นตอนนั้นได้มี การดําเนินการควบคู่กันไปทุกขั้นตอนทั้ง ๙ เรื่องนะครับ ๙ เรื่องที่ว่านี้ก็มี

เรื่องที่ ๑ เรื่องระบบการบริการประชาชนในการรับแจ้งความและสอบสวน

เรื่องที่ ๒ เรื่องความเป็นอิสระในการบริหารงานตํารวจและการแทรกแซง ทางการเมือง

เรื่องที่ ๓ คือเรื่องแนวทางการวางมาตรฐานในการแต่งตั้งโยกย้าย ซึ่งตรงนี้ ได้มีการยื่นญัตติเมื่อ ๒ สัปดาห์ที่ผ่านมาด้วย แล้วก็ทางคณะกรรมาธิการได้รับมอบหมาย จากทางสภาว่าให้ไปดําเนินการให้แล้วเสร็จภายใน ๓๐ วัน ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการดําเนินงาน เกี่ยวกับเรื่องของการแต่งตั้งโยกย้ายเพื่อความเป็นธรรมซึ่งเป็นข่าวอยู่ในขณะนี้นะครับ

เรื่องที่ ๔ คือเรื่องการถ่ายโอนภารกิจหน่วยงานที่มีภารกิจที่ไม่ตรงต่อภารกิจ ของตํารวจ

เรื่องที่ ๕ เรื่องระบบงบประมาณของตํารวจ

เรื่องที่ ๖ การสร้างการมีส่วนร่วมของประชาชนในการเข้าดําเนินการของ กิจการตํารวจ

เรื่องที่ ๗ เรื่องการจัดระบบนิติวิทยาศาสตร์

เรื่องที่ ๘ เรื่องการป้องกันการทุจริตคอร์รัปชัน

เรื่องที่ ๙ เรื่องการสรรหาบุคคลเข้ารับราชการตํารวจ

กระผมต้องขออภัยที่เมื่อสักครู่รายงานไปว่า ได้รายงานไปแล้ว ๒ เรื่อง จริง ๆ แล้วทั้งหมด ๓ เรื่องนะครับ ๓ เรื่องคือ

เรื่องแรก คือเรื่องระบบการบริการประชาชนในเรื่องของการรับแจ้งความ และการสอบสวน ในเรื่องนี้กระผมขอรายงานความคืบหน้าเพิ่มอีกนิดหนึ่ง เนื่องจากว่าทาง สภานิติบัญญัติแห่งชาติหรือ สนช. ได้มีการตั้งกรรมการประสานงานกับทางของคณะ สปท. ด้วย โดยให้คณะกระบวนการยุติธรรมทั้ง ๒ ฝ่าย เข้าร่วมประชุมเพื่อที่จะหาแนวทางในการ ที่จะปฏิรูปอีกทางหนึ่ง ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างดําเนินการ แล้วก็ทาง สนช. ได้มีคําสั่งออก มาแล้วว่าให้ดําเนินการให้แล้วเสร็จภายใน ๖๐ วัน ซึ่งขณะนี้จวนครบ ๖๐ วัน แล้วก็อยู่ ระหว่างการขอต่อเวลาอีก ๖๐ วัน เพราะว่าเนื่องจากมีข้อมูลเพิ่มเติมเข้ามาเป็นจํานวนมาก ก็ขอรายงานในเรื่องนี้

เรื่องที่ ๒ เรื่องของปฏิรูปตํารวจก็คือเรื่องความเป็นอิสระในการบริหารงาน ของตํารวจ

เรื่องที่ ๓ คือเรื่องการวางรากฐานในการแต่งตั้งโยกย้าย ซึ่งตรงนี้ได้ดําเนินการ โดยเร่งด่วน เพื่อให้สามารถจะมาตอบข้อซักถาม แล้วก็ตอบญัตติที่ทางสภาได้ยื่นไว้เมื่อ ๒ สัปดาห์ที่แล้วนะครับ

เรื่องต่อไป อนุกรรมาธิการชุดต่อไปก็เป็นชุดเรื่องของแผนการปฏิรูปการ เพิ่มประสิทธิภาพในการอํานวยความยุติธรรม เรื่องนี้ก็เกี่ยวกับเรื่องการแต่งตั้ง เรื่องของ ทนายอาสาก็ดี เรื่องทนายขอแรงก็ดีตรงนั้น แล้วก็เรื่องของที่ปรึกษากฎหมายของศาล เยาวชนและครอบครัว เพื่อให้ทางผู้ที่มาปฏิบัติหน้าที่นั้นได้มีความมั่นใจในการที่จะเข้า ทํางาน แล้วก็ให้ความช่วยเหลือในเรื่องของทนายอาสา ทนายขอแรง ที่จะให้ความยุติธรรม แล้วก็เป็นการฝึก เป็นการเพิ่มประสิทธิภาพในการให้ความรู้เรื่องของกฎหมายที่มีการ ปรับเปลี่ยนอยู่ตลอดเวลาว่าเป็นไปในทิศทางใด แล้วก็ให้ทั้งทนายอาสาและที่ปรึกษา กฎหมายนั้นมีขวัญกําลังใจ โดยพิจารณาในเรื่องของเครื่องราชอิสริยาภรณ์ต่าง ๆ ด้วย ตรงนั้นก็เป็นส่วนหนึ่ง

เรื่องต่อไปก็เรื่องนิติวิทยาศาสตร์ ซึ่งตรงนี้ได้มีเพิ่มเข้ามาเพื่อที่จะดําเนินการ ให้มีการปรับปรุงในเรื่องของนิติวิทยาศาสตร์ให้มีความทันสมัย มีความเป็นสากล แล้วก็มีการ ปรับเปลี่ยนกฎหมายให้มีความคล่องตัวในการที่จะใช้พิจารณาเกี่ยวกับเรื่องนิติวิทยาศาสตร์

ส่วนอีกเรื่องหนึ่งก็คือ เรื่องของกําไลอิเล็กทรอนิกส์นั้น ได้มีการดําเนินการ เนื่องจากว่าในเรื่องนี้มีข้อสั่งการ มีหนังสือสั่งการของทางท่านนายกรัฐมนตรี คือท่าน พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ท่านก็ได้ให้ความสําคัญในเรื่องนี้ว่าประสงค์ที่จะให้การใช้กําไล มีการ พัฒนาเรื่องของเทคโนโลยีให้เกิดทันสมัย แล้วก็พัฒนาภายในประเทศ เพื่อที่เงินนั้นจะได้ หมุนเวียนภายในประเทศและไม่รั่วไหล เพราะว่าการซื้อเครื่องไม้เครื่องมือ เรื่องเทคโนโลยี จากต่างประเทศนั้นมีงบประมาณค่อนข้างสูง ฉะนั้นจึงได้มีการศึกษาทั้งระบบว่าเดิมมีการใช้ เฉพาะในกลุ่มของคุมประพฤติ แล้วก็จากผู้พักโทษ แต่ว่าต่อไปนี้จะใช้ทั้งระบบ เนื่องจากว่า ปลายปี ๒๕๕๘ ได้มีการแก้ไขประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ฉบับที่ ๓๐ ซึ่งตรงนั้น ให้มีการใช้กฎหมายที่กว้างขวาง ใช้กําไลกว้างขวางขึ้น โดยใช้รวมถึงของผู้ที่ได้รับการปล่อย ชั่วคราว ฉะนั้นปัญหาก็คือเลยมาศึกษากฎหมายทั้งระบบ ซึ่งขณะนี้ศึกษาแล้วสามารถขยาย ได้ไปถึงวิธีการเพิ่มความปลอดภัยเรื่องการกักขัง เรื่องการกักขังแทนค่าปรับ ตรงนั้นก็ได้มี การขยายแล้วก็จะแก้ไขกฎหมายทั้งระบบ ซึ่งตัวนี้ทยอยรายงาน คาดว่าภายในไม่เกิน ๒ สัปดาห์ น่าจะสรุปได้แล้วครับ ซึ่งขณะนี้ขออนุญาตรายงานท่านประธานและท่านสมาชิกทุกท่านครับ ขอบคุณครับ