พันตํารวจตรี ยงยุทธ สาระสมบัติ ระบุหลักการปฏิรูปประเทศ 2 ประการ คือตามรัฐธรรมนูญและสนองภารกิจของประเทศและประชาชน พูดถึงการแบ่งอนุกรรมาธิการออกเป็น 3 คณะ และการเสนอร่างพระราชบัญญัติการมีส่วนร่วมของประชาชน โดยเน้นย้ำความจำเป็นในการปฏิรูปและดําเนินการอย่างมีประสิทธิภาพ
กราบเรียน ท่านประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศที่เคารพ กระผม พันตํารวจตรี ยงยุทธ สาระสมบัติ ในฐานะประธานกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการบริหาร ราชการแผ่นดิน ขออนุญาตกราบเรียนตามเวลาที่มีอยู่นะครับ ในการปฏิบัติงานของ กรรมาธิการบริหารราชการแผ่นดินนั้น ยึดหลักใหญ่ ๆ อยู่ ๒ ประการ
ประการที่ ๑ คือยึดตามรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว
ประการที่ ๒ คือการดําเนินการเพื่อที่จะสนองภารกิจของประเทศและบริการ ประชาชนอย่างดีที่สุดนั้นก็คือหลัก ๒ ประการ ที่กรรมาธิการยึดถือ
กราบเรียนเพิ่มเติมว่ากรรมาธิการได้แบ่งอนุกรรมาธิการออกเป็น ๓ คณะ
คณะอนุกรรมาธิการที่ ๑ เป็นเรื่องของโครงสร้างภาครัฐ ซึ่งได้เน้นในเรื่อง ของการศึกษาการปรับโครงสร้างส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค และส่วนท้องถิ่น โดยจะเริ่ม ตั้งแต่การปฏิรูปการบริหารจัดการของหน่วยงานการทาง ซึ่งจะเสนอเข้าวิป (Whip) ในวันพฤหัสบดีนี้นะครับ
คณะอนุกรรมาธิการที่ ๒ ก็คือเรื่องธรรมาภิบาลประสิทธิภาพและพัฒนา บุคลากรก็ได้มีการเสนอผ่าน สปท. ไปแล้ว ๑ เรื่องคือร่างพระราชบัญญัติการมีส่วนร่วม ของประชาชนและมีการดําเนินการต่อเนื่องอีก ๒-๓ เรื่อง เรื่องที่ถือโอกาสกราบเรียน ท่านประธานก็คือว่าการวางแผนกําลังคนภาครัฐเชิงยุทธศาสตร์ ซึ่งเรื่องนี้ก็เป็นมีความสําคัญ ในการที่จะบริหารจัดการในระบบบริหารราชการแผ่นดิน แล้วเราก็จะเน้นในเรื่องของ การบริหารเชิงพื้นที่ตรงนี้มีความจําเป็นที่จะต้องลงไปที่ต่างจังหวัด จังหวัดต่าง ๆ แล้วเรา พยายามที่จะใช้งบประมาณเท่าที่มีอยู่อย่างจํากัด แต่ว่าก็เป็นปัญหาอยู่ที่แทนที่ว่าเราจะ สามารถกระจายได้มากจังหวัดเป็นตัวอย่าง แต่ก็ไม่เป็นไรครับ เราก็จะพยายามยึดตาม พระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวว่าเมื่อจะทํางานก็ไม่ต้องมาอ้างถึง ในเรื่องของการขาดแคลนของงบประมาณหรือเรื่องกําลังคน
คณะอนุกรรมาธิการที่ ๓ ที่เราดําเนินการอยู่ก็เรื่องการเงิน การคลังภาครัฐ เราได้มีการศึกษาในเรื่องของวิธีงบประมาณที่เป็นอยู่ซึ่งประสานกับทางฝ่ายของรัฐบาล ดําเนินการอยู่และส่งไปที่กฤษฎีกาแล้ว แต่สิ่งหนึ่งที่เราคิดว่าเราน่าจะจําเป็นที่จะต้อง เข้าไปดูแล แล้วก็ไปปฏิรูปด้วยก็คือเงินนอกงบประมาณ ซึ่งปีหนึ่ง ๆ นี้มีอยู่หลายแสนล้านบาท แต่ว่ายังไม่มีการดําเนินการที่มีประสิทธิภาพพอ อันนี้ก็เป็น ๓ อนุกรรมาธิการที่ได้มีการ ดําเนินการอยู่
นอกจากนั้นแล้วก็มีวาระปฏิรูปเร็วอีก ๓ เรื่อง
เรื่องที่ ๑ คือเรื่องยุทธศาสตร์ชาติ อย่างที่ท่านทั้งหลายมีส่วนร่วมอย่างสําคัญ ในการที่ให้ความเห็นและปรับปรุงร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ จนมีความสมบูรณ์นะครับ และแม้ว่าจะมีการได้รับการวิพากษ์วิจารณ์บ้าง จากสื่อมวลชนหลังจากที่ได้มีการทําความ เข้าใจ แล้วท่านทั้งหลาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งท่านประธาน และท่านรองประธานได้ช่วยในการ ทําความชี้แจงสื่อมวลชนก็เข้าใจดีขึ้นอย่างมากนะครับ
เรื่องที่ ๒ ในวาระปฏิรูปที่ ๒ คือองค์การมหาชน ก็ได้ผ่านสภาไปแล้วท่านประธาน แล้วท่านทั้งหลายได้กรุณาอนุมัติแล้วส่งไปยังรัฐบาลแล้ว ตั้งแต่วันที่ ๑๖ กุมภาพันธ์ ถ้าจําไม่ผิด นะครับ แล้วก็ทราบว่ามีการประชุม ๓ ฝ่ายไปนะครับ
อีกเรื่องหนึ่งที่ท่านนายกรัฐมนตรีมาเมื่อวันที่ ๒๘ ตุลาคม ๒๕๕๘ ก็คือเรื่อง เกี่ยวกับผังเมือง กราบเรียนว่าในเรื่องผังเมืองท่านประธาน สปท. ได้กรุณาตั้งกรรมการขึ้นมา ชุดหนึ่งนะครับ ก็ร่วมกับทางกรรมาธิการสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม ภาคเอกชน แล้วก็ กรมโยธาธิการและผังเมือง ซึ่งเป็นเจ้าของเรื่องอยู่ แล้วก็ดูร่างพระราชบัญญัตินี้นะครับ แล้วก็มาเปรียบเทียบกันโดยพยายามเน้นว่าทําอย่างไรให้ระบบผังเมืองนี้มีความสมดุล ในระหว่างการพัฒนาและการอนุรักษ์ นอกจากนั้นแล้วจะให้ผังเมืองนี้เป็นตัวชี้นําการพัฒนา ประเทศ แทนที่ว่าประเทศพัฒนาไปสะเปะสะปะแล้วก็ถึงมาตามทีหลังนะครับ ก็คาดว่า ในเดือนมิถุนายนจะนําเสนอเรื่องนี้เข้ามาสู่วิป (Whip) นะครับ ถ้าวิป (Whip) เห็นชอบ ก็นําเสนอสู่สภา
กราบเรียนโดยสรุปก็คือว่า ทั้ง ๖ วาระที่เราทําอยู่ ๑๒ เรื่องนี้ภายในเดือน มิถุนายน เราคิดว่าเราน่าจะทําสําเร็จนะครับ ๕-๖ เรื่อง ก็คือประมาณกึ่งหนึ่ง แล้วเวลา ที่เหลืออีก ๓ เดือนก็จะพยายามทํา เราสามารถเร่งรัดได้ แต่ว่าเราก็ตระหนักถึงเรื่องคุณภาพ นะครับ คุณภาพไม่ใช่เฉพาะเอาไปจากกรรมาธิการเท่านั้น แต่คุณภาพที่ไปสู่ในนามของ สปท. ด้วย กราบขอบพระคุณครับ