อลงกรณ์ แจงความคืบหน้าปฏิรูปประเทศผ่านกลไก 3 ฝ่ายอย่างต่อเนื่อง

สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ · ครั้งที่ ๒๗ · ๓๑ พฤษภาคม ๒๕๕๙

อลงกรณ์ พลบุตร ชี้แจงความคืบหน้าการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศผ่านกลไกคณะกรรมการประสานงานและเวทีวิป 3 ฝ่าย พร้อมรายงานผลการประชุมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและการจัดตั้งคณะกรรมการบริหารเครือข่าย เพื่อเสริมสร้างความร่วมมือกับองค์กรต่าง ๆ ส่งเสริมการมีส่วนร่วมผ่านการจัดหลักสูตรผู้นำการปฏิรูปและเปิดตัวเว็บไซต์ Reform Voice ในการเผยแพร่ข้อมูลการปฏิรูปทั้งในและต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง

นายอลงกรณ์ พลบุตร รองประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ คนที่หนึ่ง

กราบเรียนท่านประธานสภา ท่านสมาชิก ๖ เดือนที่ผ่านมานั้นสภาขับเคลื่อน การปฏิรูปประเทศได้มีการจัดตั้งกลไกการทํางาน ตลอดจนการบูรณาการการทํางาน ในโครงสร้างใหม่ทั้งในส่วนที่เกี่ยวข้องกับแม่น้ําสายอื่น ๆ นะครับ โดยที่ท่านประธานสภา ได้กรุณาแต่งตั้งมอบหมายให้ผมเป็นประธานคณะกรรมการประสานงานการขับเคลื่อน การปฏิรูปประเทศตามข้อ ๑๕ ของข้อบังคับสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศของสภา ของเรานะครับ โดยที่ในส่วนของคณะกรรมการประสานงานตรงนั้นจะมีหน้าที่ในเรื่องของ การประสานกับคณะรัฐมนตรี คสช. สนช. กรธ. แล้วก็ทุกภาคีภาคส่วน ทั้งภาครัฐและ ภาคเอกชน ที่ผ่านมานั้นก็ได้มีการประสานงานเพื่อให้เกิดการขับเคลื่อนจากมติของ สปท. ที่เป็นรายงานแผนปฏิรูป แล้วก็ทางท่านนายกรัฐมนตรีได้ประสานการทํางานร่วมในรูปแบบ ของคณะกรรมการประสานงานรวม ๓ ฝ่ายที่เรียกว่าวิป (Whip) ๓ ฝ่ายนะครับ เพราะฉะนั้น ในส่วนของคณะกรรมการชุดนี้ก็จะมีหน้าที่ในการเป็นเสมือนฟันเฟืองสําคัญในการประสาน กับองค์กรอื่น ๆ เพราะฉะนั้นที่ผ่านมาก็ได้มีการประชุมในส่วนที่เกี่ยวข้องกับวิป (Whip) ๓ ฝ่ายนั้นจํานวน ๑๖ ครั้ง แล้วก็มีการประชุมทําความเข้าใจกับภาคีอื่น ๆ ทั้งส่วนราชการ และภาคประชาชนอีก ๒๕ ครั้ง โดยที่ในทุกวันอังคารก่อนที่จะมีการประชุมวิป (Whip) ๓ ฝ่ายในเช้าวันพุธ คณะกรรมการประสานงานของ สปท. ก็จะมีการประชุมเพื่อพิจารณา ระเบียบวาระที่จะเข้าสู่การพิจารณาของวิป (Whip) ๓ ฝ่าย ซึ่งมีการประชุมที่ทําเนียบรัฐบาล เวลา ๐๙.๓๐ นาฬิกา ของทุกวันพุธนะครับ โดยที่ได้เชิญประธานกรรมาธิการหรือตัวแทน กรรมาธิการเพื่อมาซักซ้อมความเข้าใจสําหรับแผนปฏิรูปที่อยู่ในวาระการประชุม ของวิป (Whip) ๓ ฝ่าย อันนี้ก็เป็นการทํางานในส่วนของคณะกรรมการประสานงาน การขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศนะครับ

ในส่วนของโครงสร้างที่ ๒ อันนี้ประชุมวันอังคารนะครับ ในช่วงหลังจากเรา เสร็จการประชุม สปท. เราก็จะประชุมกรรมการประสานการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ในส่วนของประสานงานความร่วมมือแบบบูรณาการกับแม่น้ําสายอื่น ก็มีรูปแบบที่เรียกว่า คณะกรรมการประสานงานรวม ๓ ฝ่ายครับ ที่เราเรียกว่า วิป (Whip) ๓ ฝ่าย ประกอบไปด้วย คณะรัฐมนตรี สนช. และ สปท. โดยที่ได้มีการประชุมไปทั้งสิ้น ๑๗ ครั้งด้วยกันนะครับ ได้พิจารณาผ่านความเห็นชอบ ขณะนี้จากการที่มีการประชุมกันทุกสัปดาห์ องค์ประชุมของ กรรมการประสานงานรวม ๓ ฝ่ายนั้น ก็จะมีหน่วยงานกลางหลักของรัฐบาล เช่น สํานักงาน กฤษฎีกา สํานักงบประมาณ สภาพัฒน์ ก.พ. ก.พ.ร. และหน่วยงานอื่น การดําเนินการ ของกรรมการประสานงานรวม ๓ ฝ่าย หรือ วิป (Whip) ๓ ฝ่ายนั้นจะถือเป็นฟันเฟืองกลาง ของการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศอย่างแท้จริง ประกอบไปด้วยตัวแทนฝ่ายบริหาร คือ คณะรัฐมนตรี ตัวแทนฝ่ายนิติบัญญัติ คือ สนช. และตัวแทนฝ่ายปฏิรูป ก็คือ สภาปฏิรูป ของเรา ในช่วงแรกก็มีปัญหาบ้างในเรื่องการทําความเข้าใจ ในแผนปฏิรูปนะครับ เพราะว่าทุกครั้ง ก็จะเชิญกระทรวง ทบวง กรม ที่เกี่ยวข้องกับแผนปฏิรูปนั้น ๆ มาชี้แจงแสดงความเห็นด้วย แต่ว่า หลังจากที่ได้ปรับความเข้าใจแล้ว แล้วก็ปรับการทํางานตามนโยบายของท่านประธานที่ต้อง ให้เกิดความรวดเร็วรอบคอบในการผลักดันแผนการปฏิรูปภายใต้ ๓๗ วาระ ก็ปรากฏผล เป็นที่น่าพอใจนะครับ ขณะนี้โดยเฉลี่ยแล้วสัปดาห์หนึ่ง วิป (Whip) ๓ ฝ่ายจะพิจารณา แผนปฏิรูปไม่ต่ํากว่า ๓ แผนครับ ขณะเดียวกันประธานกรรมการวิป (Whip) ๓ ฝ่าย คือ ท่านรัฐมนตรีสุวพันธุ์ ตันยุวรรธะ ซึ่งเป็นรัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรี ท่านก็เป็น ประธานวิป (Whip) รัฐบาลนะครับ เป็นประธานวิป (Whip) ระหว่าง ครม. กับ สนช. ด้วย และท่านก็เป็นอีกฟันเฟืองหนึ่งในการสนับสนุนการปฏิรูปด้วยการพบปะกับรองนายกรัฐมนตรี ซึ่งท่านนายกรัฐมนตรีได้ตั้งคณะกรรมการขับเคลื่อนและปฏิรูปการบริหารราชการแผ่นดิน ขึ้นมา ๖ คณะ ๖ กลุ่มภารกิจของรัฐบาล ท่านนายกฯ เป็นประธานทุกคณะ แล้วก็มี รองนายกรัฐมนตรี แต่ละกลุ่มภารกิจเป็นรองประธานเป็นคนขับเคลื่อน กรรมการประสานงาน รวม ๓ ฝ่าย จะไปทําความเข้าใจกับท่านรองนายกรัฐมนตรีครับ เพราะภายใต้มติคณะรัฐมนตรี ตั้งแต่ ๑๙ มกราคมเป็นต้นมานั้น เป็นกระบวนการของการเดินเรื่องแผนปฏิรูปจาก สปท. ไป ท่านนายกรัฐมนตรีให้ ๓ ฝ่ายพิจารณาเห็นชอบแล้ว สรุปความเห็นท่านนายกรัฐมนตรี แล้วท่านก็สั่งการไปยังคณะกรรมการ ๖ คณะดังกล่าวนะครับ ถ้าเป็นร่างกฎหมายก็ไปยัง สนช. เป็นต้น เพราะฉะนั้น ขณะนี้การให้ความเห็นชอบสอดคล้องกับการทํางานของ สปท. มาก เรียกว่าแทบจะไม่มีติดค้างเลยนะครับ แทบจะไม่มีวาระติดค้าง และการกําหนดวาระประชุม ตอนนี้ วิป (Whip) ๓ ฝ่าย กําหนดล่วงหน้า ๓ สัปดาห์ครับ ก็ถือว่าเป็นการทํางานที่มีแผน มีแบบแผน แต่ทุกอย่างยืดหยุ่นได้นะครับ ก็เป็นความคืบหน้าในส่วนของ ๓ ฝ่ายนะครับ แล้วก็เมื่อ ๓ ฝ่ายประชุมอย่างไร มีความเห็นอย่างไร ความเห็นเหล่านั้นจะส่งไปที่ท่าน นายกรัฐมนตรีครับ แล้วท่านนายกรัฐมนตรีก็จะมีความเห็นในการประชุมในวันอังคาร ซึ่ง ๓ ฝ่ายจะเข้าไปรายงานนะครับ ในคณะรัฐมนตรี ท่านนายกรัฐมนตรีก็จะมีความเห็น มายังการประชุมเช้าวันพุธเพื่อให้ดําเนินการนะครับ อันนี้ก็จะเป็นส่วนที่เกี่ยวกับ ๓ ฝ่าย ส่วน ๒ ฝ่ายนั้นก็เป็นการเกิดขึ้นของกลไกการทํางานร่วมกันระหว่างฝ่ายนิติบัญญัติ กับสภาปฏิรูปของเรานะครับ ก็คือทาง สนช. และ สปท. นะครับ โดยที่ผ่านมาก็ได้มี การประชุมในส่วนนี้ไป ๑๐ ครั้งแล้วนะครับ และมีการตั้งอนุกรรมการที่เกี่ยวข้อง ๓ อนุกรรมการด้วยกัน ๑. เป็นอนุกรรมการเกี่ยวกับการปรับปรุงการประชาสัมพันธ์นะครับ ๒. เป็นอนุกรรมการที่เกี่ยวข้องกับกิจการตํารวจ ๓. เป็นอนุกรรมการที่เกี่ยวข้องกับ การปฏิรูปด้านเกษตรครับ เพราะมีกฎหมายอย่างน้อย ๑๐ ฉบับที่เกี่ยวข้อง เราได้ประเมิน จากวิป (Whip) ๓ ฝ่าย ที่ได้รายงานว่ามีกฎหมายจําเป็นต่อการปฏิรูปประเทศ ๑๒๖ ฉบับ เป็นภาระหน้าที่มากเหลือเกิน จึงได้มีการจัดตั้งกรรมการประสานงานระหว่างสภานิติบัญญัติ แห่งชาติและสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ โดยคําสั่งของท่านประธานรัฐสภานะครับ ก็ได้มีการประชุมไป และในโครงสร้างตรงนั้นประธานกรรมาธิการของ สนช. และของ สปท. ทุกคณะเป็นกรรมการอยู่ด้วยนะครับ ก็ได้มีการทํางานที่ใกล้ชิดกันมากขึ้น

สุดท้ายก็เป็นเรื่องของการขับเคลื่อนในฐานรากของประเทศ ก็คือการจัดตั้ง คณะกรรมการบริหารเครือข่ายร่วมขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศนะครับ ซึ่งท่านประธาน ก็แต่งตั้งให้ผมเป็นประธาน อันนี้จะแบ่งงานระหว่างการประสานกับทางภาครัฐเป็นกรรมการ ประสานงานการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ แต่ถ้าเป็นการประสานภาคีภาคส่วนอื่น โดยเฉพาะภาคประชาชนก็จะเป็นชุดนี้ ก็ได้มีการประสานความร่วมมือไปแล้วจนท่านประธาน ได้ลงนามเอ็มโอยู (MOU) ทั้งสิ้น ๒๐ องค์กรระดับชาติเมื่อวันที่ ๗ เมษายน แล้วก็วันที่ ๗ มิถุนายนนี้จะมีการลงนามเอ็มโอยู (MOU) อีกประมาณไม่ต่ํากว่า ๓๐ องค์กร เพื่อเป็น องค์กรร่วมเครือข่าย แล้วก็จะมีการเริ่มต้นการจัดหลักสูตรสร้างผู้นําการปฏิรูปครั้งแรกกับ องค์กรเครือข่ายเราคือสภาพัฒนาการเมือง ระหว่างวันที่ ๑๕-๑๖ มิถุนายนนี้จะเป็นผู้นํา การปฏิรูปรุ่นแรก จากนั้นก็จะมีองค์กรอื่น เช่น สหกรณ์ทั่วประเทศ สมาคมกํานัน ผู้ใหญ่บ้าน อปท. ทั้งหลาย สภาแรงงาน โดยที่ส่วนใหญ่ใช้งบประมาณของเขา เราไม่มีงบประมาณ เท่าไร เพราะฉะนั้นก็ต้องอาศัยกิจกรรมของเขา แล้วเราก็จัดหลักสูตรเข้าไปในการสร้างผู้นํา ทั้งหมดนี้ก็เป็นรายงานความคืบหน้าเพื่อเรียนให้ทราบ แล้วภายในวันนี้เวลา ๑๓.๓๐ นาฬิกา เราจะเปิดตัวโครงการเสียงปฏิรูปประเทศครับ เป็นเว็บไซต์ (Web site) ที่เรียกว่ารีฟอร์ม วอยซ์ (Reform Voice) เมื่อเช้านี้ก็ไปโปรโมต (Promote) ที่ทําเนียบรัฐบาล ก็คือไปรายงาน ส่งมอบให้ท่านนายกรัฐมนตรีได้รับเสื้อ ซึ่งจะให้กับสมาชิกทุกคนนะครับ ถือว่าเป็นการ ช่วยกันโปรโมต (Promote) รวมทั้งท่านประธาน ท่านรองประธาน คนที่สอง ด้วย อันนั้น ก็จะเป็นการโปรโมต (Promote) แต่อันนี้เป็นเว็บไซต์ (Web site) ทั้งภาษาไทย ภาษาอังกฤษ ที่ทั่วโลกจะรู้จักและเข้าใจการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศของเราครับ ก็กราบเรียน โดยสังเขปครับ