ชูชัย สนับสนุนปฏิรูปเศรษฐกิจชุมชน เน้นสถาบันการเงิน-เกษตรกรเป็นธรรม

สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ · ครั้งที่ ๒๗ · ๓๑ พฤษภาคม ๒๕๕๙

ชูชัย ศุภวงศ์ ชื่นชมข้อเสนอการปฏิรูปเศรษฐกิจเพื่อลดความเหลื่อมล้ำ โดยเฉพาะการจัดตั้งสถาบันการเงินชุมชน ธนาคารที่ดิน และการปฏิรูประบบเกษตรพันธสัญญา พร้อมเสนอให้รัฐบาลท้องถิ่นมีบทบาทร่วมในการสนับสนุนประกันภัยการเกษตรเพื่อความมั่นคงอย่างยั่งยืน

นายชูชัย ศุภวงศ์

กราบเรียนท่านประธานและเพื่อนสมาชิกที่เคารพครับ ผมจะใช้เวลาเพียงสั้น ๆ ที่จะขอบคุณคณะกรรมาธิการชุดนี้ครับ โดยเฉพาะท่านอาจารย์สมชัย ท่านอาจารย์ธวัชชัย ที่ได้นําเสนอเรื่องที่เป็นประโยชน์กับชาติบ้านเมืองอย่างมาก ข้อเสนอนั้น เป็นการเสนอการปฏิรูปเศรษฐกิจการเงิน การคลัง เพื่อลดความเหลื่อมล้ําใน ๕ มาตรการ ด้วยกันนะครับ แท้จริงแล้ว ๕ มาตรการที่ว่าก็คือ การปฏิรูประบบเกษตรพันธสัญญาให้เป็นธรรม อันนี้เป็นหัวใจที่สําคัญยิ่งเลยครับ การจัดตั้งสถาบันการเงินชุมชน การจัดตั้งธนาคารที่ดิน การปฏิรูประบบประกันภัยการเกษตรที่รออภิปรายอยู่ แล้วก็อีกเรื่องหนึ่งก็คือการปฏิรูป สหกรณ์ออมทรัพย์ที่เป็นเรื่องที่จะเข้ามาต่อไป ท่านประธานครับ ในสมัยที่ประมาณ ๒๐-๓๐ ปี ที่ผ่านมานี้ ผมก็ไปดูศึกษางานในชุมชนต่าง ๆ ที่อาจจะกล่าวได้ว่าเป็นชุมชนที่เข้มแข็ง ด้วยเหตุที่ว่ามีการรวมตัวของประชาชนในหมู่บ้าน ในชุมชน ในการรวมตัวกันจัดตั้งกองทุน ออมทรัพย์บ้าง กองทุนสัจจะบ้าง แต่ว่าผมมีคําถามอยู่ตลอดเวลาว่าแล้วต่อไปคืออะไร เพราะว่าเราไม่มีความรู้มากพอที่จะให้ชุมชนมีความเข้มแข็งอย่างมั่นคงและยั่งยืน คําตอบ ก็คือว่าเงินต่าง ๆ ในหมู่บ้านในชุมชนนั้นก็ไปฝากธนาคารพาณิชย์ ก็จะถูกเข้าไปในระบบเดิม แต่ว่าในที่สุดข้อเสนอของกรรมาธิการชุดนี้ก็ได้เสนอให้มีการปฏิรูป โดยจัดตั้งสถาบันการเงิน ชุมชนออกมารองรับ แล้วมี ธ.ก.ส. มีธนาคารออมสิน ทําให้เห็นภาพได้ว่าชุมชนต่าง ๆ ที่ขณะนี้มีกองทุนทั่วประเทศ ใน ๑๐ กว่าปีข้างหน้าเงินเหล่านี้จะหมุนเวียนสําหรับผู้คน ในฐานล่าง แล้วจะทําให้ประเทศมีความมั่นคงและเข้มแข็งขึ้น กระทบถึงผู้คนประมาณ ๑๗,๕๐๐,๐๐๐ คน ถึง ๒๐,๐๐๐,๐๐๐ คน อันนั้นเป็นประเด็นที่เรื่องของสถาบันการเงิน ชุมชน แต่ว่ามันจะมีความเชื่อมต่อกับสิ่งเหล่านี้นะครับ เช่นเดียวกับเรื่องของเกษตร พันธสัญญาหรือสัญญาที่ไม่เป็นธรรมกับเกษตรกร ในชุมชนบางแห่งที่ไปพบนี้ จะมี ความเข้มแข็งได้ระดับหนึ่ง แต่ว่าถ้าจะต้องผูกติดกับสัญญาที่ไม่เป็นธรรมนั้นแล้ว มันไปไม่ได้ครับ ข้อเสนอถ้าการปฏิรูป ระบบเกษตรพันธสัญญาที่ไม่เป็นธรรมออกมาที่เป็นธรรมมากขึ้นและที่เป็นธรรมกับเกษตรกร ชาวนาชาวไร่ทั่วประเทศ การที่ให้ระบบชุมชนมีความเข้มแข็งอย่างยั่งยืนก็เป็นสิ่งที่เป็นไปได้ เช่นเดียวกับเรื่องของหลายชุมชนที่ไปดูนะครับ ชาวนาชาวไร่เกษตรกรสูญเสียที่ดินไปอย่าง ไม่ควรที่จะสูญเสีย แต่ว่าข้อเสนอกรรมาธิการชุดนี้ได้เสนอเรื่องธนาคารที่ดินออกมารองรับ อันนี้เป็นหลักประกันที่ทําให้มั่นใจว่าต่อไปที่ดินจะไม่หลุดมือไปจากชุมชนได้อย่างง่าย เหมือนเดิมนะครับ และในที่สุดมาวันนี้นะครับพูดเรื่องของหลักประกันพืชผลซึ่งเป็นเรื่องที่ สําคัญมากนะครับ ผมนั่งฟังตลอดตั้งแต่หลักการและรายละเอียดและเห็นว่าเป็นสิ่งที่มี ประโยชน์อย่างยิ่ง ประเด็นอย่างเดียวนะครับที่เราจะสงสัยอยู่ก็คือว่าในเมื่อรัฐบาลกลาง จะต้องจ่ายเงินอุดหนุนไปปีหนึ่งไม่น้อยกว่าหมื่นล้านบาท เมื่อสักครู่ท่านนิกร จํานง ท่านอภิปรายถึงเงินจํานวนนี้นะครับ ทีนี้ก็มีข้อเสนอว่าเป็นเงินอุดหนุนในการทําประกัน ในหลักประกัน เพราะว่าในต่างประเทศที่เคยไปดูงานแล้วพูดคุยกับเกษตรกรชาวนาชาวไร่ ผมดูแล้วเกษตรกรชาวนาชาวไร่ของผู้คนในประเทศที่พัฒนา เขามีคุณสมบัติอย่างหนึ่งก็คือ มีคุณสมบัติของความเป็นพลเมือง ความเป็นพลเมืองที่มีศักดิ์ศรี ความเป็นพลเมืองที่ไม่ต้อง พึ่งพาในระบบอุปถัมภ์ซึ่งเป็นปัญหาใหญ่ในสังคมไทย การจัดความสัมพันธ์ในแนวราบของ ผู้คนที่สามารถยืนบนแผ่นดินของตัวเองได้อย่างมั่นคงและยั่งยืนนี่เป็นหัวใจของฐานราก ประชาธิปไตยที่เราถวิลหานะครับ เพราะฉะนั้นในรัฐบาลประเทศที่พัฒนาแล้ว การอุดหนุน เงินค่าเบี้ยประกันทั้งหมดหรือบางส่วน ทั้งหมดอาจจะบางกรณีในบางส่วนโดยคนทั่วไปที่ใช้ หลักของคนจํานวนมากที่ทําให้ระบบประกันอยู่ได้ สนับสนุนการบริหารจัดการที่ทําให้เกิด ความเสี่ยงลดลง แต่ที่สําคัญคือสนับสนุนการทําวิจัยพัฒนา พัฒนาและวิจัย สิ่งนี้ละครับที่จะ เป็นคําตอบที่ให้มีความมั่นใจว่าเรื่องนี้สามารถที่จะพัฒนาให้ดีขึ้นได้เรื่อย ๆ โดยที่เราอาจจะ ยังไม่ได้มีคําตอบในรายละเอียดในวันนี้นะครับ ถ้าจะมีคําถามลงในรายละเอียดในวันนี้ผมก็มี คําถามอยู่เหมือนกันนะครับ ผมอาจจะมีคําถามว่าเมื่อรัฐบาลกลางมีบทบาทในการอุดหนุน ดังที่กล่าวมาแล้วเช่นเดียวกับในประเทศที่พัฒนาแล้วทั้งหลาย รัฐบาลท้องถิ่นไม่ว่าจะเป็น อบต. เทศบาล อบจ. อะไรต่าง ๆ จะมีบทบาทในส่วนนี้อย่างไร เพราะว่าเป็นผู้ที่อยู่ในพื้นที่ หรือหลายต่อหลายครั้งในขณะที่เรายังไม่มีระบบประกันที่ชัดเจน รัฐบาลท้องถิ่นบางแห่ง ที่มีประสิทธิภาพก็สามารถเข้าไปช่วยเหลือเยียวยาได้ ได้ไม่มากก็น้อยนะครับ บางแห่ง ก็สามารถที่จะเยียวยาได้ทันท่วงทีเพราะว่าระบบของรัฐบาลกลางปัจจุบัน เมื่อสักครู่ได้มีการ นําเสนอว่ากว่าเงินจะถึง กว่าอะไรต่าง ๆ ด้วยระบบของราชการ ความเสียหาย ความเสี่ยงภัย ก็เกิดขึ้นและยากแก่การเยียวยาแล้วนะครับ ส่วนในเรื่องการบริหารจัดการเมื่อมีภาคธุรกิจ เข้ามาดําเนินการและรัฐบาลมีหลักประกันที่อุดหนุนและมีเกษตรกรชาวนาชาวไร่จํานวน ที่มากพอเข้ามาร่วม ผมคิดว่าระบบนี้จะเป็นกลไกอันหนึ่งและมาตรการอันหนึ่งที่สําคัญ ในการลดความเหลื่อมล้ําและสร้างความเป็นธรรมและทําให้ชุมชนมีความเข้มแข็งต่อไปครับ ต้องขอขอบคุณท่านอาจารย์ทั้ง ๒ ท่านด้วยนะครับที่เสนอเรื่องที่มีคุณค่าและมีประโยชน์ กับประเทศชาติบ้านเมืองโดยเฉพาะกับคนที่อยู่ในฐานล่างของประเทศ ขอบพระคุณครับ