สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ · ครั้งที่ ๒๗ · ๓๑ พฤษภาคม ๒๕๕๙

นายวรวิทย์ ศรีอนันต์รักษา

ขอบพระคุณครับท่านประธาน ผมจะ อภิปรายในฐานะสื่อนะครับ ซึ่งใช้บริการ พ.ร.บ. ข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. ๒๕๔๐ แล้วก็ใช้ไม่ได้ ในชีวิตนี้ใช้แค่ครั้งเดียว ผมมีแนวทางในการทํางานก็คือสื่อสารไม่พอ ก็คือ ตรวจสอบด้วย การตรวจสอบนะครับ เคยใช้ พ.ร.บ. ข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. ๒๕๔๐ แล้วมีปัญหามากนะครับ นั่นก็คือว่าทางรัฐเป็นคนวินิจฉัยว่าจะให้ ไม่ให้ แต่ว่ากฎหมาย ฉบับใหม่ พ.ร.บ. ข้อมูลข่าวสารสาธารณะ พ.ศ. .... กลับวิธีคิด นั่นก็คือว่า ผมไม่ต้องขอแต่ เป็นหน้าที่ของรัฐจะต้องเปิด จะต้องเปิดนี่ครับ สื่อมวลชนอย่างผมก็ไม่มีฐานะอะไรดีกว่า ประชาชน ถ้าเกิดบอกว่าฝ่ายรัฐมีอํานาจ ผมเป็นสื่อ ผมก็ใช้อํานาจสาธารณะ ผมมาขอ บัญญัติศัพท์หน่อยนะครับ สอนหนังสือมาเยอะเรื่องนี้ คําว่า อํานาจสาธารณะ ได้ยินมาจาก ประเทศอเมริกานะครับ ผมเป็นสื่อ ผู้บริโภคสื่อเชื่อผม ผมสื่อสารไปเขาเชื่อผม ไม่ได้เชื่อ ในข้อมูลข่าวสาร เชื่อผม เขาถึงเชื่อข้อมูลข่าวสาร ผมเลยมีอํานาจ ฉะนั้นเวลานักข่าวไปไหน ราชการจะกลัว ซึ่งไม่ถูก ที่ถูกต้องนะครับ ข้าราชการต้องเกรงใจประชาชนทุกคน แล้วสื่อ ไม่ควรจะมีสิทธิอะไรดีกว่าประชาชน ต้องเท่ากัน หรือว่าการรับรู้ เพราะทุกคนเสียภาษีเท่ากัน สละอํานาจส่วนหนึ่งไปให้รัฐเอาไปบริหารไปจัดการ ตามทฤษฎีสัญญาประชาคมเหมือนกัน ฉะนั้นวิธีคิดของ พ.ร.บ. ข้อมูลสาธารณะ พ.ศ. .... ผมว่าถูกนะครับ

อีกประการหนึ่งผมไปทราบมาจากเรื่องการปราบทุจริตของประเทศเกาหลีใต้ นะครับ เมื่อก่อนเขาก็มีปัญหาเยอะนะครับ จนวันหนึ่งประธานาธิบดีเขาไปโดดภูเขาตาย โดดหน้าผาตาย เพราะอับอาย ไม่มี ป.ป.ช. ต้องไปสอบอะไรนะครับ ก็เลยโดดภูเขาตาย จนวันนี้ก็ไปสงสัยเหมือนกันว่าประเทศเกาหลีเขาทําอย่างไรครับ เขาไปกินอะไรมา ปรากฏว่า จริง ๆ แล้วมันเกิดจากรากฐานของประชาชนครับ ประชาชนเขาตื่นตัว ประชาชนเขาไม่ยอม ประชาชนเขาไม่ทําผิดกฎหมาย เพราะถ้าเกิดประชาชนทําผิดกฎหมายแล้วมีเส้นเมื่อไร พอมีเส้นแล้วมันก็จะมีแผ่น เพราะแผ่นมันจะใหญ่กว่าเส้น แล้วจากแผ่นก็จะเป็นแท่ง มันก็จะใช้อํานาจซ้อนอํานาจไปเรื่อย ๆ ไม่จบ แต่ประเทศเกาหลีเขาไม่ยอมครับ ทุกวันนี้ ประชาชนเขาไม่ยอม เขาไม่ทําผิด และเขาไม่ยอมให้ใครทําผิด ฉะนั้นเมื่อประชาชนลุกฮือ อย่างนี้นะครับ ประชาธิปไตยเขาเกิด รัฐเขาโกงไม่ได้เลย บริษัทยักษ์ใหญ่โกงไม่ได้ นี่เป็น หลักหนึ่งที่ผมเห็น และผมก็เคยอภิปรายเรื่องการเลี้ยงคนเลี้ยงเสือในสภานี้นะครับ ยิ่งเรามี องค์กรตรวจสอบมากเท่าไร การทุจริตก็มากขึ้น เพราะคนมันแย่งอาหารเสือกันกิน ท้ายที่สุด เสือตาย ฉะนั้นสิ่งที่ดีคือไม่ต้องมีคนเลี้ยงเสือ ให้ประชาชนมาช่วยกันดู นั่นก็คือ พ.ร.บ. ข้อมูลข่าวสารสาธารณะ พ.ศ. .... ทีนี้ประเด็นหนึ่งที่ผมดู สังเกตก็คือว่าเรามี ความหวังตั้งแต่ปี ๒๕๔๐ นะครับ ว่าตั้งองค์กรอิสระมาแล้วการทุจริตจะน้อยลง ผมเป็น นักข่าว ๓๐ กว่าปี ผมได้ยินเงินใต้โต๊ะตั้งแต่ ๓ เปอร์เซ็นต์ จนวันนี้ ๔๐ เปอร์เซ็นต์ นะครับ มีให้พูดกัน ไม่เห็น แต่ว่ามีการพูดกัน ก็สงสัยทําไมยิ่งปราบยิ่งเยอะนะครับ นั่นก็คือ เราก็ปราบผิด เพราะว่าเราเอาภาระทั้งหมดไปโยนให้กับองค์กรอิสระ ซึ่งท่านทําไม่ไหว ท่านก็ทํานะครับ ไม่ใช่ท่านไม่ทํา ท่านก็สู้ของท่านนะครับ โดนปาระเบิดบ้างอะไรบ้าง ก็ตามสภาพ แต่ที่ไม่ได้ผลเพราะว่า ประชาชนไม่ร่วมมือ เหตุที่ประชาชนไม่ร่วมมือเพราะประชาชนไม่มีข้อมูล ประชาชนไม่รู้ว่า ตัวเองมีอํานาจ ประชาชนไม่รู้ว่าอํานาจสาธารณะมันมีอยู่นะครับ ทีนี้ใน พ.ร.บ. ฉบับนี้ ที่ผมเห็น ผมก็เห็นด้วยครับ ในมาตรา ๔ ซึ่งผมเห็นด้วยแล้วคงจะต้องถามท่านกรรมาธิการว่า เราเขียนกฎหมายฉบับนี้เพื่อไปล้อกับยูเอ็นซีเอซี (UNCAC) อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วย การต่อต้านการทุจริต ค.ศ. ๒๐๐๓ ของสหประชาชาตินะครับ ซึ่งประเทศไทยเป็นภาคีอยู่ แล้วไปเซ็นชื่อกับเขาแล้วด้วย แล้วเราก็ทําไม่ค่อยครบ แต่อันนี้ท่าจะทําครบ ก็คือเปิดเผย ข้อมูล เปิดมากกว่าปิด ประเด็นมันอย่างนี้นะครับก็คือว่า คําว่า สาธารณะ ของท่านนี้นะครับ ครอบคลุมถึงไหน เพราะเดิมเราคิดแต่เรื่องราชการ แล้วก็ไปบี้กับฝ่ายราชการอย่างเดียว แต่อันอื่นเยอะขึ้นนะครับ เดี๋ยวนี้เงินที่จะโกงกันไม่ได้อยู่ในหลวงแล้ว ไปอยู่ที่อื่นก็มี ผมถาม นิดหนึ่งครับ เงินวัดเป็นเงินสาธารณะไหมครับ พระไม่ได้ค้าขายนะครับ เงินที่ได้มาได้จากเงิน ของประชาชนเหมือนกัน เพียงแต่ไม่ได้เสียในรูปของภาษี เสียในรูปของเงินบริจาค ต้องเปิด ไหมครับ หรือแม้กระทั่งองค์กรที่เป็นองค์กรเอกชนนี่ละ หรือแม้กระทั่งสื่ออย่างผมที่ใช้ อํานาจสาธารณะอยู่ ต้องถูกตรวจสอบไหมครับ ไม่อย่างนั้นมันก็ใคร ๓ คน ๗ คน ก็ไปตั้ง อะไรขึ้นมาก็ได้ แล้วก็ประกาศตัว ก็แล้วเที่ยวไปตรวจสอบชาวบ้านเขานะครับ ตรวจไม่พอ ตบด้วยครับ ตบทรัพย์เขาก็มี ดีก็เยอะนะครับ ผมไม่ได้ว่าว่าไม่ดีนะครับ ดีก็เยอะ แต่จะทํา อย่างไรเอาพวกตบทรัพย์นี่ออกไป วัน ๆ ไม่ทํางานแต่มีเงินใช้ ไปเที่ยวต่างประเทศได้ คนทํามาหากินอย่างผมนี้ครับเสียภาษีโดยสุจริตครบถ้วน จะไปต่างประเทศครั้งหนึ่งคิดเยอะ เพราะเงินไม่ค่อยมี คนพวกนี้เอาเงินมาจากไหนครับ พวกนี้ต้องถูกตรวจสอบไหมครับ ถ้าไม่ตรวจสอบ จะเรียกว่าเขาเป็นองค์กรสาธารณะไหมครับ ฉะนั้นผมว่ากฎหมายฉบับนี้ ดีแล้วครับ แต่ว่าอยากจะให้บัญญัติให้ชัดนิดหนึ่งว่าสาธารณะคืออะไร ไปถึงไหนนะครับ แล้วถ้าถึงไหนให้ตรวจสอบถึงนั่น ไหน ๆ เราอยากจะไปดูนะครับ เขามีไฝฝ้าอะไรบ้าง คนจะไปตรวจก็ต้องแก้ผ้าด้วยเหมือนกัน ให้เขาตรวจได้ด้วยเหมือนกัน ไม่อย่างนั้น มันก็จะสนุกอยู่ฝ่ายเดียว ประกาศตัวเลยเป็นวีรบุรุษแล้วก็ไปเที่ยวตรวจคนโน้นตรวจคนนี้ ทําตัวเป็นคนดีนะครับ แต่ผมเป็นสื่อผมก็รู้อยู่นะว่าใครทําอะไรอย่างไร ผมก็อยากให้ท่าน ไปพิจารณากันนิดหนึ่งนะครับว่าสาธารณะจะเอาถึงไหน ไม่รวมถึงราชการ ไม่รวมถึง ภาคเอกชนที่ไปใช้อํานาจราชการหรือหน่วยงานราชการ แต่อะไรที่เป็นสาธารณะอื่น ๆ ผมว่าสมควรจะตรวจด้วยนะครับ ขอบพระคุณครับ