อนุสิษฐ ชูร่าง พ.ร.บ.ข้อมูลข่าวสาร ย้ำโปร่งใส-ป้องทุจริต-ประชาชนมีส่วนร่วม

สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ · ครั้งที่ ๒๗ · ๓๑ พฤษภาคม ๒๕๕๙

อนุสิษฐ คุณากร หารือถึงความจำเป็นในการยกร่างพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารสาธารณะเพื่อส่งเสริมความโปร่งใส ป้องกันการทุจริต และสอดคล้องกับรัฐธรรมนูญและอนุสัญญาต่อต้านการทุจริตของสหประชาชาติ โดยเน้นบทบาทประชาชนและทุกภาคส่วนในการเข้าถึงข้อมูลและมีส่วนร่วมในการกำกับดูแล พร้อมชี้ให้เห็นความสำคัญของร่างกฎหมายที่ส่งเสริมธรรมาภิบาล ความรับผิดชอบ และการตรวจสอบการใช้จ่ายงบประมาณของรัฐ เพื่อสร้างวัฒนธรรมต่อต้านการทุจริตอย่างยั่งยืน และเสนอให้ผู้เชี่ยวชาญชี้แจงรายละเอียดเพิ่มเติมต่อที่ประชุมต่อไป

นายอนุสิษฐ คุณากร กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธานสภา ขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ท่านกรรมาธิการทุกท่านครับ ประเด็นของการนําเสนอในวันนี้ ผมเชื่อว่าเป็นความต้องการของทุกคนในชาติบ้านเมือง คาดหวังว่าการทํางานของรัฐ การทํางานของเอกชน การทํางานของภาคประชาสังคมต่าง ๆ นั้น จะต้องถูกตรวจสอบได้ ประเด็นของการเปิดเผยข้อมูล เป็นการสร้างความโปร่งใส เป็นกระจกที่จะครอบลงไป ในสังคมไทยเพื่อจะทําให้มองเห็นถึงความเป็นจริงที่มีอยู่ และจะเป็นประโยชน์ไม่เพียงแค่ เรื่องของการป้องกันและปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชันเท่านั้น การเปิดเผยข้อมูลจะยัง ประโยชน์ทั้งในเรื่องของการยกระดับคุณภาพชีวิต การพัฒนาปรับปรุงรูปแบบของธุรกิจ การค้า การให้บริการที่มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น รวมทั้งเป็นการต่อยอดในเรื่องความรู้ ความเข้าใจในข้อมูลข่าวสารที่มีอยู่ ในภาคราชการ ภาคเอกชนและประชาชนเองนั้น ในระยะ ต่อไปมีความจําเป็นอย่างยิ่งครับ ภายใต้รัฐธรรมนูญที่ท่านประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญ ได้พูดไว้ว่า การสร้างการรับรู้ซึ่งเป็นหน้าที่ของภาครัฐที่จะต้องทําให้ประชาชนโดยรวม สามารถเข้าถึงข้อมูลข่าวสารที่เป็นสาธารณะ ในช่วงระยะเวลาที่ผ่านมาคณะกรรมการ ข้อมูลข่าวสารของราชการและคณะกรรมการวินิจฉัยการเปิดเผยข้อมูลข่าวสารของราชการ ซึ่งถูกกําหนดไว้ในพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารราชการ พุทธศักราช ๒๕๔๐ นั้น ได้มีการ ดําเนินการและก่อให้เกิดประโยชน์ต่อแนวทางการเปิดเผยข้อมูลข่าวสารของทางราชการ อย่างมากมาย ร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวนั้นได้ถูกยกร่างขึ้นเมื่อปีพุทธศักราช ๒๕๔๐ สิ่งที่เป็นปัญหาและอุปสรรคอยู่หลายประการครับ รายละเอียดเดี๋ยวคงจะต้องให้ทางคุณกวินา ได้นําเสนอครับว่า สิ่งที่เป็นปัญหาและอุปสรรคต่อกฎหมายฉบับเดิมนั้นเป็นประการใด ความจําเป็นในการที่จะยกเลิกพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พุทธศักราช ๒๕๔๐ และยกร่างพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารสาธารณะฉบับนี้ เพื่อให้เกิดความสอดคล้องกับ บริบทของสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน และสถานการณ์ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ความสอดคล้องของรัฐธรรมนูญที่พยายามผลักดันให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการรับรู้ รับทราบข้อมูลข่าวสารสาธารณะ ซึ่งจะเห็นได้ว่าข้อมูลข่าวสารสาธารณะในบทบัญญัติ แห่งกฎหมายฉบับนี้ ได้มีความหมายกว้างขวาง ครอบคลุมถึงข้อมูลข่าวสารทุกประเภท รวมถึงข้อมูลข่าวสารของราชการ ข้อมูลส่วนบุคคล ข้อมูลที่เป็นไปในลักษณะอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งมีความเกี่ยวข้องกับบุคคล องค์กร หรือหน่วยงาน ที่ดําเนินการใด ๆ ที่ใช้ทรัพยากร ธรรมชาติ ที่ใช้สาธารณสมบัติของแผ่นดิน งบประมาณแผ่นดิน รวมถึงการใช้อํานาจของ หน่วยงานของรัฐ หรือสิทธิ หรือหน้าที่ที่หน่วยงานของรัฐได้มอบให้ไปดําเนินการ ฉะนั้น ประเด็นของข้อมูลข่าวสารจึงมีความแตกต่างจากในอดีตโดยสิ้นเชิง สิ่งที่เกิดขึ้นนอกเหนือจาก ประเด็นของการใช้อํานาจของรัฐตามรัฐธรรมนูญแล้ว ประเทศไทยเองยังเป็นภาคีของ อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการต่อต้านการทุจริต ขออนุญาตเรียนว่าในอนุสัญญา ดังกล่าวนั้นมีความชัดเจนครับว่าการทุจริตเกี่ยวข้องกับทรัพย์สินจํานวนมหาศาลที่เกิดขึ้น ในโลกใบนี้ ซึ่งเป็นส่วนสําคัญที่รัฐต่าง ๆ ถ้าหากไม่มีการดําเนินการป้องกันแก้ไขอย่างชัดเจน แล้วจะได้รับการคุกคาม แม้กระทั่งนําไปสู่เสถียรภาพทางด้านการเมืองและการพัฒนา อย่างยั่งยืนของประเทศเหล่านั้น เป็นประเด็นที่เป็นสาระสําคัญของอนุสัญญาดังกล่าว อนุสัญญายังกําหนดไว้ครับว่า ความเชื่อมั่นว่าความร่ํารวยส่วนบุคคลที่ได้มาโดยผิดกฎหมาย ก่อให้เกิดความเสียหาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งต่อสถาบันประชาธิปไตย เศรษฐกิจของชาติ และหลักนิติธรรม อนุสัญญาดังกล่าวยังคํานึงถึงเรื่องของการป้องกันและการขจัดการทุจริต ซึ่งเป็นความรับผิดชอบของประเทศทั้งปวงที่เป็นภาคีของ ที่เรียกว่ายูเอ็นซีเอซี ๒๐๐๓ (UNCAC 2003) ในขณะเดียวกันในอนุสัญญาฉบับนี้กําหนดครับว่าประชาสังคม องค์กร เอกชน หรือองค์กรในระดับชุมชน ถึงเวลาที่จะต้องเข้ามามีส่วนร่วมในการช่วยเหลือ สนับสนุนรัฐในการกํากับดูแลในเรื่องเหล่านี้

และประการสุดท้ายที่เป็นสาระสําคัญอยากจะนําเรียนให้คณะกรรมาธิการ ได้กรุณารับทราบ ให้สมาชิกได้กรุณารับทราบก็คือ หลักการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี และทรัพย์สินของรัฐ ความยุติธรรม ความรับผิดชอบ และความเสมอภาคกันทางกฎหมาย และความจําเป็นในการพิทักษ์รักษา ซึ่งความซื่อสัตย์สุจริตและการส่งเสริมวัฒนธรรมในการ ปฏิเสธการทุจริตเป็นเรื่องที่มีความสําคัญในขณะนี้

ประเด็นในเรื่องของความโปร่งใสและกระบวนการมีส่วนร่วมของภาคประชาชน อย่างที่เรียนไว้ตั้งแต่ต้นครับ สิ่งที่กฎหมายฉบับนี้กําลังจะเกิดขึ้นก็คือ การสร้างกระจก ให้มองเห็นความเป็นจริง มองเห็นการดําเนินการทั้งของภาครัฐและภาคเอกชน ว่าต่อไปนี้ ไม่ว่าท่านทั้งหลายจะทําอะไรกับทรัพย์สมบัติของแผ่นดิน กับงบประมาณของแผ่นดิน กับกิจการสาธารณะ กับสิ่งที่มีผลกระทบต่อประโยชน์สาธารณะหรือผลประโยชน์ของชาติ ท่านจะต้องถูกตรวจสอบ ได้รับการรับรู้รับทราบ และมองเห็น เพราะฉะนั้นสิ่งที่เป็น สาระสําคัญของพระราชบัญญัติฉบับนี้จึงมุ่งเน้นในเรื่องของความโปร่งใส มีความรับผิดชอบ สามารถกํากับดูแลได้ในบทบังคับตามกฎหมายที่จะต้องมีการปฏิบัติตาม และมีกลไกในการ ขับเคลื่อนในเรื่องเหล่านี้อย่างครบถ้วน ซึ่งในบางประเด็นอาจจะมีจุดอ่อน มีข้อบกพร่อง ก็อยากจะได้นําเสนอ แล้วก็รับทราบข้อสังเกตของท่านสมาชิกทุกท่าน สําหรับในรายละเอียด ซึ่งจะลงไปในเนื้อหาของพระราชบัญญัติ ผมขออนุญาตท่านประธานให้ทางคุณกวินา ได้กรุณานําเรียนต่อที่ประชุม และคุณสรายุทธ และคุณวสันต์ อาจจะเตรียมตอบข้อซักถาม รวมทั้งท่านประมนต์ ซึ่งในฐานะที่เคยเป็นกรรมาธิการใน สปช. ครับ ขออนุญาตครับ