เฉลิมชัย เครืองาม แลกเปลี่ยนความเห็นเกี่ยวกับร่างกฎหมายการมีส่วนร่วมของประชาชนในกระบวนการนโยบายสาธารณะ โดยเห็นด้วยในหลักการแต่แสดงความกังวลต่อนิยามที่กว้างของ "ผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง" ซึ่งอาจนำไปสู่การร้องเรียนไม่สิ้นสุดจากองค์กรภายนอก จึงเรียกร้องให้มีการชี้แจงและกำหนดกรอบความหมายอย่างชัดเจน พร้อมเสนอให้เปิดเผยรายละเอียดโครงการในงบประมาณล่วงหน้าผ่านเว็บไซต์เพื่อให้ประชาชนตรวจสอบได้ และเน้นย้ำความจำเป็นในการระบุบทบาทของคณะกรรมการและกรอบการร้องเรียนในกฎหมายอย่างชัดเจน เพื่อป้องกันไม่ให้โครงการที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศถูกบล็อกโดยไม่จำเป็น รวมถึงเสนอให้เพิ่มคำจำกัดความเกี่ยวกับผลกระทบของโครงการให้ครอบคลุมถึงความเสียหายต่อระบบการเงินการคลังของประเทศด้วย
ขอบคุณท่านประธานครับ เฉลิมชัย เครืองาม หมายเลข ๓๑ ท่านประธานครับ มีสมาชิกหลายท่านได้กล่าวชื่นชมแล้วก็ขอบคุณ ทางกรรมาธิการของท่านยงยุทธไว้เรียบร้อยแล้ว ผมก็คงจะไม่ขอบคุณซ้ํานะครับ เพียงแต่ว่า มีประเด็นที่จะขออนุญาตแลกเปลี่ยนกัน เพิ่มเติมเพื่อให้กฎหมายฉบับนี้มีความสมบูรณ์ มากขึ้น โดยกรอบใหญ่แล้ว โดยหลักการแล้วคิดว่าเห็นด้วยอย่างยิ่ง เพราะนี่คือหลักการ ของการปกครองในระบอบประชาธิปไตยในการมีส่วนร่วมของประชาชนโดยแท้จริง แต่กรอบที่เรากําลังพิจารณาอยู่วันนี้นั้นเป็นกรอบการพิจารณาการมีส่วนร่วมของประชาชน ในกระบวนการนโยบายสาธารณะ ต้องตีกรอบให้แคบลงมาให้เหลือเรื่องนโยบายสาธารณะ ทางกรรมาธิการท่านได้ยกระดับ ยกฐานะของระเบียบสํานักนายกรัฐมตรีขึ้นมาให้เป็น พระราชบัญญัติ ตรงนี้มีทั้งข้อดีแล้วก็ข้อด้อย ข้อดีก็คือมันแก้ไขได้ยาก แต่ข้อด้อย ก็นั่นอีกเหมือนกันล่ะครับ ก็แก้ไขได้ยากอีกเช่นกัน เพราะว่าสังคมนั้นมีการเปลี่ยนแปลง ตลอดเวลา ค่านิยมหรือวัฒนธรรมประชาธิปไตยนั้น มีการเปลี่ยนแปลงตามสากลโลก อยู่เรื่อย ๆ ท่านประธานครับ ทางกรรมาธิการท่านได้แก้ไขในคําจํากัดความของสิ่งที่ เกี่ยวข้องในกฎหมายฉบับนี้ไว้หลายประการ ผมดูเทียบเคียงกันระหว่างระเบียบ สํานักนายกรัฐมนตรีเดิมกับกฎหมายฉบับนี้ ท่านได้เพิ่มคําจํากัดความของสิ่งที่ผมมีความ กังวลเป็นอย่างยิ่ง เพราะเชื่อว่ายังขาดความชัดเจน ยังขาดความรอบคอบในการพิจารณา ที่จะดําเนินการต่อไปในอนาคต เพราะผมเชื่อในทฤษฎีดาบสองคม ผมไม่ได้ใช้ เหรียญสองหน้านะ ผมใช้ดาบสองคม ถ้าไม่อย่างนั้นจะมีคมด้านเดียว เพราะดาบนั้น จะมีคมสองด้าน ความแตกต่างจะอยู่ที่คมด้านใดที่มีความคมกริบมากกว่ากัน กฎหมาย ฉบับนี้ ผมเปรียบไปเหมือนดาบสองคม แต่ประโยชน์คมนั้นมีมากกว่าแน่นอน เพราะ นี่คือกลไกการมีส่วนร่วมของประชาชน คมที่ผมเชื่อว่าอาจจะมีปัญหาคือคมของคํา จํากัดความของคําว่า ผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง ท่านคํานูณได้อภิปรายไว้บ้างแล้ว ผมขออนุญาต เสริมเพิ่มเติมขึ้นอีกเล็กน้อย ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในที่นี้ ในกฎหมายฉบับนี้ มีความกว้างขวาง มากมายเหลือเกิน จนผมมองว่าคมของกฎหมายฉบับนี้จะมีปัญหาในอนาคต ผู้มีส่วน เกี่ยวข้องในกฎหมายฉบับนี้สามารถไปร้องทุกข์กล่าวโทษ ร้องเรียนกระบวนการดําเนินการ ต่าง ๆ ของนโยบายสาธารณะได้อย่างกว้างขวาง แต่ท่านไม่สามารถที่จะเขียนคําจํากัดความ ให้ชัดเจนได้ว่า คําว่า ผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง นั้นคือกรอบใหญ่ ตรงกลางของกรอบนี้คือผู้มีส่วน ได้เสีย ในระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรีเดิมเขามีคําจํากัดความเพียง ผู้มีส่วนได้เสีย แต่คําว่า ผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง ที่ท่านเพิ่มในกฎหมายฉบับนี้นั้นกว้างในการที่จะดําเนินการได้ ผมถามว่าโรงไฟฟ้าที่เทพา ชาวเทพาคือผู้มีส่วนได้เสีย แต่ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องคือองค์กร ภาคประชาชน เอ็นจีโอ (NGOs) ที่กรุงเทพฯ ที่เชียงใหม่ ที่ภูเก็ต ที่ขอนแก่น ที่อุดรธานี สามารถไปร้องเรียนกล่าวหากระบวนการสร้างโรงไฟฟ้าที่เทพาได้หรือไม่ ผมเชื่อว่าได้ ถ้าหาก ท่านไม่เขียนจํากัดความไว้ให้ชัดเจน ลักษณะเช่นนี้ปัญหาของดาบคมที่ผมกล่าวคือจะเกิด นักร้องมากมายในกระบวนนโยบายสาธารณะ ซึ่งมีอยู่มากมายในอนาคตและปัจจุบัน การร้องเรียนจะมีอยู่ไม่สิ้นสุด ชาวเทพาหรือที่ไหนก็แล้วแต่ ที่มีส่วนได้เสียเขาอาจจะมีเหตุ หรือมีวิธีการในการที่จะประนีประนอมความคิดการตัดสินใจในกระบวนการต่าง ๆ ของ นโยบายสาธารณะได้ แต่ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องซึ่งไม่ทราบมาจากไหน เป็นเอ็นจีโอ (NGOs) ที่จัดตั้งขึ้นมาเมื่อไร ด้วยวัตถุประสงค์อย่างไร เขาจะสามารถไปร้องเรียนได้ อันนี้ผมฝากทาง กรรมาธิการท่านช่วยไปทําคําจํากัดความนี้ให้ชัดเจน เพื่อไม่ให้เป็นอุปสรรคต่อการพัฒนา ประเทศด้วยนโยบายสาธารณะในอนาคต
ประเด็นถัดมา ท่านประธานครับ คําว่า การมีส่วนร่วมของประชาชน ในนโยบายสาธารณะ มันมีทั้งก่อน ขณะ และหลัง ก่อน ประเด็นสําคัญที่สุดคือการจัดทํา งบประมาณ ประเด็นก็คือการจัดทํางบประมาณนั้นย่อมมาจากการวิเคราะห์พิจารณา ของส่วนราชการของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นกระทรวง ทบวง กรม หรือสภาพัฒน์ หรือใครก็แล้วแต่ที่มีหน้าที่ผ่านโครงการนั้นไปสู่สํานักงบประมาณ ในอดีตนั้นเราไม่สามารถ จะรู้ได้เลยว่าปีงบประมาณที่กําลังจะพิจารณาอนุมัติในสภาในปีต่อไปที่กําลังจะถึงนั้น มีโครงการ มีแผนงาน มีนโยบายเรื่องใด ที่เป็นโครงการนโยบายสาธารณะ เป็นโครงการ ขนาดใหญ่หรือขนาดเล็ก หรือขนาดกลางได้ จนเมื่อกฎหมายงบประมาณผ่านเข้าสู่ การพิจารณาของสภาเป็นเอกสารที่ผมเคยร่วมพิจารณากองสูงมากกว่านี้อีก ๒-๓ เท่า สิ่งที่ ผมอยากจะให้เกิดและผมได้ดูเอกสารที่ท่านทํามา ไม่ใช่เกิดขึ้นไม่ได้ ในประเทศบางประเทศ เขาใช้เขาทําอยู่ เอกสารของท่านระบุประเทศแอฟริกาใต้ การมีส่วนร่วมของประชาชน ในแอฟริกาใต้ในการพิจารณานโยบายสาธารณะเขาลงได้ทําได้ถึงขนาดเอาโครงการต่าง ๆ แผนงานต่าง ๆ ที่จะพิจารณางบประมาณนั้นลงในเว็บไซต์ (Web site) ให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง ผู้มีส่วนได้เสียประชาชนทั่วไปได้มีการพิจารณาตรวจสอบได้ นี่คือสิ่งที่ดีมาก เพราะฉะนั้น โครงการต่าง ๆ ที่เป็นนโยบายสาธารณะถ้าได้มีการลงในเว็บไซต์ (Web site) และสิ่งที่สําคัญ ผมอ่านแล้วผมทึ่งเลยนะครับ คือก่อนที่จะกฎหมายงบประมาณแผ่นดินซึ่งจะมีโครงการ รายละเอียดของโครงการต่าง ๆ ที่ใช้งบประมาณเป็นจํานวนมากนั้นผ่านเข้าสู่สภานิติบัญญัตินั้น เขาส่งเอกสารพระราชบัญญัติงบประมาณนั้นให้ภาคประชาชนได้ดูก่อน ได้ตรวจสอบก่อน ผมทึ่งว่าเขาทําได้อย่างไร ประเทศไทยอาจจะไม่ก้าวหน้าไปถึงขนาดนั้น แต่หนทางสายกลาง ที่จะพิจารณาให้มีได้คือการลงในเว็บไซต์ (Web site) นั่นย่อมเป็นการให้มีส่วนร่วมของ ประชาชนในขั้นตอนก่อนมีโครงการเกิดขึ้น ซึ่งจะเป็นผลดีต่อการพิจารณา เพราะสิ่งที่ ผมกังวลในการพิจารณากฎหมายฉบับนี้เมื่อผ่านการพิจารณาของสภาออกเป็นกฎหมายแล้ว ท่านประธานครับ ผมสงสัยว่าคณะกรรมการชุดนี้ที่จะเกิดขึ้นในอนาคตนี้ ถ้ามีการพิจารณา แล้วว่าโครงการนั้น ๆ มีผลกระทบต่อประชาชนด้านสุขภาพอนามัย ด้านทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม ด้านวัฒนธรรมแล้วล่ะก็ คณะกรรมการชุดนี้มีสิทธิที่จะไปเปลี่ยนแปลง ยกเลิกโครงการนั้นได้หรือไม่ หากกฎหมายฉบับนี้มีสถานะเป็นพระราชบัญญัติ แต่โครงการ ต่าง ๆ ที่ใช้งบประมาณหรือนโยบายสาธารณะต่าง ๆ นั้นเขาก็ผ่านการพิจารณาในระดับของ พระราชบัญญัติมาเหมือนกัน สถานะของทางกฎหมายย่อมเท่าเทียมกัน ผ่านการพิจารณา ของสภาผู้แทนราษฎร หรือวุฒิสภา หรือสภานิติบัญญัติมาเรียบร้อยแล้ว คณะกรรมการชุดนี้ จะไปบอกว่าโครงการนี้มีผลกระทบยกเลิกเสีย โครงการนี้มีผลกระทบเปลี่ยนแปลงเสีย ผมกังวลตรงนี้ ฝากท่านช่วยพิจารณาด้วย
ประเด็นถัดมาครับ สิ่งที่มีผลกระทบต่อประชาชน ท่านไปตีกรอบในเรื่องของ ผลกระทบต่อสุขภาพอนามัย ทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม วัฒนธรรม แต่สิ่งที่มันเกิดขึ้น ในบริบทการเมืองไทยนั้น ผลกระทบที่สําคัญและมีปัญหาทางการเมืองต่อการพัฒนาประเทศ มาโดยตลอด คือผลกระทบทางด้านงบประมาณการเงินการคลัง เพราะฉะนั้นผมฝาก ท่านกรรมาธิการท่านช่วยกรุณาไปพิจารณาเพิ่มคําจํากัดความของการใช้คําว่า โครงการ นโยบายสาธารณะที่มีผลกระทบต่อ... อยากให้ท่านเพิ่มคําว่า และกระทบอย่างร้ายแรง ต่อระบบการเงินการคลังของประเทศด้วย จะเป็นพระคุณอย่างสูง
ประเด็นถัดมาท่านประธานครับ การตัดสินใจที่จะยกเลิกโครงการนั้น ทางกรรมาธิการเขียนไว้ในกฎหมายให้ทางคณะกรรมการชุดนี้มีส่วนร่วมในการตัดสินใจ แล้วข้อสําคัญก็คือประชาชนที่มีผลกระทบมีสิทธิที่จะไปร้องเรียน กล่าวโทษ ร้องเรียนเพื่อให้ เกิดการพิจารณาโครงการต่าง ๆ เหล่านี้ได้ ผมอยากให้ท่านเขียนไว้ในกฎหมายให้ชัดเจนว่า การร้องทุกข์ การร้องเรียน นั้นกระทําได้กี่ครั้ง กระทําได้โดยใคร เพื่อไม่ให้เป็นอุปสรรคต่อ การพัฒนาประเทศ เพื่อไม่ให้เป็นอุปสรรคต่อการเกิดขึ้นของโครงการนโยบายสาธารณะต่าง ๆ เพราะเมื่อร้องเรียนแล้วมีการพิจารณาต่าง ๆ แล้ว หากมีการเปลี่ยนแปลง หากมีการยกเลิก ถามว่าองค์กรภาคประชาชนอื่น บุคคลอื่นไปร้องเรียนเพิ่มเติมซ้ําแล้วซ้ําเล่า พิจารณารอบละ ๓๐ วัน ไปหลายรอบ ในที่สุดโครงการนั้นก็ไม่เกิด ทําได้หรือไม่ สิ่งนี้จะเขียนไว้ในระเบียบ อะไรต่าง ๆ ท่านช่วยกรุณาไปเขียนไว้ให้ชัดเจน เพื่อไม่ให้เกิดการบล็อก (Block) ในโครงการ นโยบายสาธารณะต่าง ๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติอย่างแท้จริง จริง ๆ มีประเด็นปลีกย่อย ในเรื่องของกฎหมายอีกหลายประเด็นที่อยากจะฝากกรรมาธิการท่านเอาไว้ อย่างไรก็แล้วแต่ ผมเห็นด้วยอย่างยิ่งกับกฎหมายฉบับนี้ เพราะนี่คือแม่บทของการให้ประชาชนมีส่วนร่วม ในนโยบายสาธารณะ เพื่อตอบสนองสิ่งที่เรียกว่าประชาธิปไตยนั้นกินได้ ประชาธิปไตยนั้น จับต้องได้ อย่างไรก็แล้วแต่ผมค่อนข้างกังวลว่ากฎหมายฉบับนี้เป็นเหมือนกฎหมายอีก หลายฉบับที่หากไม่เกิดในรัฐบาลแบบนี้ ในรัฐบาลยุค คสช. ผมมองว่ายากที่จะเกิดขึ้น ในรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง เพราะเหมือนกับกฎหมายฉบับอื่น กฎหมายแอลกอฮอล์ กฎหมายหรือนโยบายอื่น ๆ ที่เป็นประโยชน์อย่างยิ่ง ฝากว่าหากกฎหมายฉบับนี้ ด้วยอุบัติเหตุใด ๆ ก็แล้วแต่ไม่เกิดขึ้นในรัฐบาลปัจจุบันนี้ เราคงจะช่วยกันผลักดันให้เกิดขึ้น ให้ได้ในอนาคต ขอบคุณครับ