ถวิลวดี บุรีกุล นำเสนอร่างพระราชบัญญัติการมีส่วนร่วมของประชาชนในกระบวนการนโยบายสาธารณะ ซึ่งกรรมาธิการฯ จัดทำเสร็จแล้ว โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการมีส่วนร่วมของประชาชนในการกำหนด ติดตาม และตรวจสอบนโยบายสาธารณะ เพื่อส่งเสริมธรรมาภิบาล ความโปร่งใส และความชอบธรรมในการบริหารราชการ พร้อมเสนอให้ร่างกฎหมายดังกล่าวสร้างกลไกที่เปิดโอกาสให้ทุกกลุ่มมีส่วนร่วมอย่างเท่าเทียมและมีประสิทธิภาพตั้งแต่ต้นจนจบกระบวนการ ทั้งการให้ข้อมูล ร่วมคิด ร่วมตัดสินใจ และการตรวจสอบร่วมกัน ซึ่งสอดคล้องกับหลักการในร่างรัฐธรรมนูญที่ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนในหลายมาตรา
กราบเรียนท่านประธานสภาขับเคลื่อน การปฏิรูปประเทศที่เคารพ ดิฉัน ถวิลวดี บุรีกุล สมาชิกหมายเลข ๖๑ ในฐานะกรรมาธิการ ขอนําเสนอวาระที่สําคัญสําหรับวันนี้ ซึ่งทางกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ด้านการบริหารราชการแผ่นดิน ได้จัดทําเสร็จสิ้นแล้ว เราได้จัดทํากฎหมาย คือกฎหมาย ที่เกี่ยวข้องกับการเสริมสร้างธรรมาภิบาล ประสิทธิภาพ และการพัฒนาบุคลากรภาครัฐ หลายฉบับ และวันนี้เป็นฉบับที่จัดทําเสร็จสิ้นแล้ว ส่วนฉบับอื่น ๆ ที่กําลังดําเนินการ เช่น กฎหมายเกี่ยวกับการกําหนดหลักเกณฑ์ที่ใช้ในการพิจารณาแต่งตั้งข้าราชการ กฎหมาย กฎ และระเบียบที่เกี่ยวข้องกับการสร้างวัฒนธรรม ค่านิยม และจิตสํานึกในการปฏิบัติราชการ กฎหมาย กฎ และระเบียบเกี่ยวกับการกําหนดหลักเกณฑ์การแต่งตั้งและพิจารณาบําเหน็จ ความชอบข้าราชการให้เป็นไปตามระบบคุณธรรมและเกณฑ์คุณธรรม จริยธรรม สําหรับ การพิจารณาการเข้าสู่ตําแหน่งของผู้บริหารระดับสูง กฎหมายเกี่ยวข้องกับการกําหนดกลไก ในการตรวจสอบการบริหารตามระบบคุณธรรมและบูรณาการกลไกในการส่งเสริมการทํางาน ด้านธรรมาภิบาล คุณธรรมและจริยธรรม เป็นต้น
สําหรับประเด็นที่จะนําเสนอวันนี้เป็นกฎหมายที่เราได้จัดทําเสร็จสิ้นแล้ว คือ ร่างพระราชบัญญัติการมีส่วนร่วมของประชาชนในกระบวนการนโยบายสาธารณะ พ.ศ. .... ซึ่งเป็นกฎหมายที่จะเป็นประโยชน์กับการพัฒนาประเทศในเรื่องของการบริหารราชการ แผ่นดิน และเป็นการเสริมสร้างกระบวนการประชารัฐอย่างแท้จริง เป็นการทําให้สิทธิ ของประชาชนเกิดขึ้นอย่างแท้จริง โดยมีแนวคิดในเรื่องของการมีส่วนร่วมของประชาชน โดยเริ่มต้นจากการคิดว่าทําอย่างไรจะให้ประชาชนได้เข้ามามีส่วนร่วมในกระบวนการพัฒนา ประเทศ กระบวนการทํานโยบายของรัฐและประชาชนจะเกิดความพึงพอใจได้ก็ต่อเมื่อ ประชาชนได้รับความพอใจทางจิตใจ ขอสไลด์ (Slide) นะคะ
(เจ้าหน้าที่ดําเนินการเปิดพรีเซนเทชัน (Presentation))
ภาพต่อไปนะคะ ทั้งนี้ความพอใจ ทางด้านจิตใจของประชาชนจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อได้รับการยอมรับนับถือ โดยให้สิทธิ การมีส่วนร่วมอย่างแท้จริง ซึ่งสิทธินี้ได้กําหนดไว้ในรัฐธรรมนูญหลายฉบับ ตั้งแต่ปี ๒๕๔๐ ต่อเนื่องมาจนกระทั่งถึง ปี ๒๕๕๐ และร่างรัฐธรรมนูญฉบับประชามติด้วย นอกจากนี้ ความพอใจจะเกิดขึ้นเมื่อกระบวนการที่จัดทํานั้นมีความถูกต้อง โปร่งใส และมีเหตุผล นอกจากนี้ความพอใจของประชาชนจะเกิดขึ้นเมื่อเนื้อหาที่ให้ประชาชนนั้นมีความถูกต้อง เที่ยงตรง ทันการณ์ พอเพียง เข้าใจได้ง่าย และไม่มีค่าใช้จ่ายมาเป็นอุปสรรคในการเข้าถึง เมื่อเป็นเช่นนี้กรรมาธิการของเราจึงได้พิจารณาว่าจะต้องมีกลไกที่ทําให้สิ่งเหล่านี้เป็นจริงได้ โดยเริ่มจากแนวคิดว่าประชาธิปไตยแบบมีส่วนร่วมที่น่าจะเกิดขึ้นได้ ก็คือเป็นเรื่องของ การกระจายโอกาสให้ประชาชนผู้มีส่วนได้เสีย รวมทั้งผู้ที่เกี่ยวข้องได้มีโอกาสแสดงทัศนะ ได้มีส่วนร่วมในเรื่องของการคิดเพื่อตัวเอง คิดเพื่อบ้านเพื่อเมือง รวมทั้งมีส่วนในการแสดง ความคิดเห็นต่อประเด็นที่จะมีผลกระทบต่อพวกเขา นอกจากนี้ในเรื่องของการส่งเสริมการ สร้างธรรมาภิบาล เรื่องของการมีส่วนร่วมเป็นส่วนหนึ่งในเรื่องของการเสริมสร้างธรรมาภิบาล ที่เราทราบกันอยู่ แล้วธรรมาภิบาลนั้นจะนําไปสู่เป้าหมายที่สําคัญก็คือการสร้างความเป็นธรรม ในสังคม ความสุจริต การมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล ตลอดจนความคุ้มค่าในการดําเนินงาน ก็จะเกิดขึ้น และที่สําคัญก็คือความคุ้มค่าในการใช้งบประมาณของภาครัฐ วิธีการที่จะนําไปสู่ ความเป็นธรรมที่สําคัญก็คือ การให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการทํานโยบายของรัฐนั่นเอง แล้วจะทําให้เกิดความโปร่งใสในที่สุด ความสํานึกรับผิดชอบก็จะเกิดขึ้นจากการที่เข้ามา มีส่วนร่วม ทําให้เกิดการตรวจสอบและเป็นเรื่องของการสร้างธรรมาภิบาลอย่างแท้จริง เพราะฉะนั้นมันจะต้องมีองคาพยพและมีกลไกที่ทําให้วิธีการเหล่านี้เป็นไปได้อย่างแท้จริง ก็คือเรื่องของกฎระเบียบที่เอื้อ เพราะฉะนั้นเรื่องของการมีส่วนร่วมของประชาชนจึงเป็น กระบวนการที่ผู้มีส่วนได้เสียได้มีโอกาสแสดงทัศนะและความคิดเห็น แล้วที่สําคัญก็คือ ความคิดเห็นนี้ถูกนําไปใช้ในกระบวนการตัดสินใจด้วย ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องของการสื่อสาร ๒ ทาง เป็นไปเพื่อเป้าหมายการตัดสินใจที่ดีกว่า ป้องกันความขัดแย้งที่จะเกิดขึ้นจาก กระบวนการนโยบายสาธารณะ เป็นการประกันสิทธิเสรีภาพของประชาชนอย่างแท้จริง และเป็นการสร้างความชอบธรรมในการตัดสินใจของภาครัฐ เมื่อเป็นเช่นนี้เป้าหมายของการมีส่วนร่วมก็คือการให้ข้อมูลของประชาชน การให้ข้อมูลกับ ประชาชน การรวบรวมข้อมูลความคิดเห็นและความห่วงกังวลของประชาชน การรับฟัง ความคิดเห็นและการปรึกษาหารือ ตลอดจนร่วมคิด ร่วมตัดสินใจ ร่วมปฏิบัติ และติดตาม ตรวจสอบร่วมกัน เมื่อเป็นเช่นนี้คุณค่าของการมีส่วนร่วมจึงจะเกิดขึ้นได้ ท่านจะเห็นว่า ภาพนี้เมื่อมีประเด็นปัญหาเกิดขึ้น เรามักจะรีบตัดสินใจและดําเนินการไปเลย แต่สุดท้ายนี้ ไม่สามารถที่จะดําเนินการไปได้อย่างบรรลุผล เพราะว่ามีอุปสรรคในเรื่องของการไม่เห็นด้วย การประท้วง ความขัดแย้งก็เกิดขึ้นในที่สุด นั่นคือเส้นข้างบนนะคะ ถ้ามีเรื่องของกระบวนการ ตัดสินใจร่วมกัน กระบวนการคิดร่วมกัน ปรึกษาหารือร่วมกัน การแลกเปลี่ยนข้อมูลกัน ดังภาพเส้นข้างล่างนี้ เขาเรียกว่า โก สโลว์ ทู โก ฟาสต์ (Go slow to go fast) แทนที่จะ เป็นโก ฟาสต์ ทู โก สโลว์ (Go fast to go slow) ยังรูปข้างบนนะคะ เมื่อเป็นเช่นนี้เมื่อมี การแชร์ข้อมูล มีการร่วมคิด ร่วมตัดสินใจ การตัดสินใจก็จะเป็นไปอย่างมีความหมาย แล้วเมื่อนั้นความเห็นด้วย แล้วก็จะช่วยกันปกป้องแล้วขับเคลื่อนประเทศไปด้วยกัน ก็จะเกิดขึ้นได้ ก็จะทําให้เกิดความสะดวกในการทํางาน เกิดความยั่งยืนในการดําเนิน โครงการ และการที่เสี่ยงต่อความคิดที่ว่าจะเกิดปัญหากับตนก็จะน้อยลงนะคะ เป็นเรื่องของ เลี่ยงกับการเผชิญกรณีที่คิดว่าเสี่ยงที่สุด แล้วก็ความเชื่อว่าเสี่ยงก็จะลดลง รวมทั้งเป็น การพัฒนากระบวนการประชารัฐ ให้ประชาชนเขามีส่วนร่วมในตรงนี้ คําว่า ประชาชน ในที่นี้รวมถึงทุกภาคส่วนที่รวมไปถึงภาคเอกชน ประชาสังคม แล้วก็นักวิชาการภาคอื่น ๆ ด้วยนะคะ เพราะฉะนั้นรูปนี้ก็จะแสดงให้เห็นว่ากลไกการมีส่วนร่วมมันเริ่มตั้งแต่การให้ข้อมูล ซึ่งฐานมันใหญ่ เพราะว่าประชาชนจะเข้ามารับรู้เยอะ แต่ว่าประชาชนบางส่วนก็อาจจะ เข้ามามีส่วนร่วมถึงขั้นแสดงความคิดเห็น แล้วก็ร่วมคิดร่วมตัดสินใจ แล้วก็มาร่วมปฏิบัติ ส่วนการติดตามตรวจสอบนั้นที่ผ่านมาเราเคยเปิดโอกาสให้ภาครัฐสามารถที่จะขอให้ มีการลงประชามติได้ ก็จะได้เกิดกระบวนการที่ประชาชนจะกลับเข้ามาลงประชามติ แต่ถ้าไม่จําเป็นเราจะไม่เสนอให้เกิดการลงประชามติในเรื่องที่จะทําให้เกิดการเรียกว่า เสียเงินเยอะ แล้วก็ทําให้เกิดวินลอส (Win-Loss) แต่ว่าในรัฐธรรมนูญที่ผ่าน ๆ มาตั้งแต่ ปี ๒๕๔๐ ถึงปี ๒๕๕๐ ก็มีการเปิดช่องนี้ไว้ให้นะคะ นอกจากนี้ในกระบวนการประชาธิปไตย แบบมีส่วนร่วมนี้ เราถือว่าประชาชนก็จะมีส่วนในเรื่องของการวางแผนตั้งแต่เป็นข้อมูล นําเข้าที่จะทําให้การวางแผนนั้นนําไปสู่การปฏิบัติได้จริงนะคะ
ขอสไลด์ (Slide) รูปต่อไปนะคะ รูปนี้อาจจะดูยากสักนิดหนึ่ง แต่ว่าเป็นรูปที่ ให้เห็นว่าที่ผ่านมานี้นะคะ ในหลาย ๆ ที่ รูปนี้มาจากต่างประเทศนะคะ เป็นแนวคิดทฤษฎี ในต่างประเทศเขาบอกว่า ถ้าเราไม่ให้ประชาชนมีส่วนร่วมนะคะ เราก็มักจะจัดให้เป็นเรื่อง ของการจัดการเป็นที ๆ การบําบัด การแก้ปัญหาเป็นที ๆ หรือบางครั้งก็เพียงแจ้งให้ทราบ หรือบางครั้งก็โอเค (Okay) มีการปรึกษาหารือบ้างนิดหน่อยนะคะ หรือว่าทําให้พอใจ แต่ว่า ไม่ได้ไปถึงเรื่องของทําให้ประชาชนเป็นหุ้นส่วนในการพัฒนาที่เรียกว่า ประชารัฐ ได้ เพราะฉะนั้นตรงนี้กฎหมายนี้ดิฉันคิดว่าจะเป็นกฎหมายที่สําคัญที่จะทําให้ภาคส่วนต่าง ๆ เข้ามาเป็นหุ้นส่วนในการปฏิรูปประเทศไปด้วยกัน เพราะฉะนั้นเงื่อนไขการมีส่วนร่วม จึงได้รับการคํานึงถึงในที่นี้คือทุกคนมีอิสรภาพในการเข้าร่วม ทุกคนมีความเสมอภาค คนด้อยโอกาสก็สามารถที่จะมีส่วนร่วมได้ ทุกคนต้องได้รับการพัฒนาศักยภาพให้มี ความสามารถในการเข้าร่วม รวมทั้งสร้างจิตสาธารณะให้เกิดขึ้น เมื่อเป็นเช่นนี้การมีส่วนร่วม เราจึงคํานึงถึงว่าจะต้องมีเรื่องของวัตถุประสงค์ว่าจะให้ประชาชนรับรู้ข้อมูลข่าวสารอย่างไร เมื่อไร ข้อมูลที่ให้กับประชาชนนั้นต้องถูก ต้องเที่ยงตรงทันกาลอย่างไร รวมทั้งกลุ่มเป้าหมาย เป็นใคร และกระบวนการเป็นอย่างไร ซึ่งที่ผ่านมานั้นไม่มีกลไกเหล่านี้ แล้วก็ไม่มีแนวทาง ที่ชัดเจนว่าจะปฏิบัติอย่างไร ทําให้ผู้ปฏิบัติไม่สามารถที่จะเดินหน้าไปได้อย่างเหมาะสม และทําให้เกิดความขัดแย้งในที่สุด นอกจากนี้เรายังคิดถึงเรื่องของกลุ่มผู้มีส่วนได้เสีย ผู้มีส่วนได้เสียซึ่งจะมีหลายระดับ ตั้งแต่ระดับที่ ๑ ซึ่งเป็นผู้มีส่วนได้เสียโดยตรง ระดับที่ ๒ คือผู้มีส่วนได้เสียโดยอ้อม แล้วก็ระดับที่ ๓ ก็คือผู้ได้รับผลกระทบทั่วไป คือผู้สังเกตการณ์ หรือผู้สนใจ เป็นต้นนะคะ อันนี้ก็คือสิ่งที่เราได้พิจารณาให้เกิดขึ้นในร่างกฎหมายฉบับนี้ นอกจากนี้เราก็ยังคํานึงว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในอดีต ความขัดแย้งทั้งหลายเกิดเพราะว่า เราไม่ได้ให้เกิดการมีส่วนร่วมอย่างแท้จริง เมื่อเป็นเช่นนี้กระบวนการมีส่วนร่วมอย่างแท้จริง จึงนํามาสู่การพิจารณา
ขอสไลด์ (Slide) ต่อไปนะคะ รูปนี้แสดงให้เห็นถึงเรื่องของกระบวนการ มีส่วนร่วมอย่างแท้จริงที่เมื่อมีการริเริ่มแล้วประชาชนก็จะมาร่วมรับรู้ด้วยกัน มีการ แลกเปลี่ยนข้อมูล มีการปรึกษาหารือ เมื่อมีการตัดสินใจ แล้วเกิดผลกระทบก็จะมีการ เยียวยา เมื่อกาลผ่านไปก็มีการติดตามตรวจสอบ แล้วพบว่าเรื่องนั้นมีปัญหามาก ก็สามารถ ที่จะขอให้เกิดการยุติได้ อย่างนี้เป็นต้นนะคะ นี่คือแนวคิดในเรื่องของการกระบวนการ มีส่วนร่วม แล้วนอกจากนี้สิ่งที่เราดําเนินการนั้นก็สอดคล้องกับร่างรัฐธรรมนูญฉบับ ประชามติอยู่หลายประเด็น ในร่างรัฐธรรมนูญฉบับประชามตินี้ได้เขียนถึงเรื่องของการ มีส่วนร่วมไว้ถึงเกือบ ๓๐ จุด ใน ๒๐ มาตรา ตั้งแต่การริเริ่ม การรับรู้ การแสดงความคิดเห็น การพิจารณาปรึกษาหารือ การตัดสินใจ การดําเนินการ การให้โอกาสประชาชนฟ้องร้อง การติดตามประเมินผล การรับผลและการเยียวยา ซึ่งทั้งหมดนี้ก็ได้ถูกบรรจุอยู่ในร่าง กฎหมายที่เรากําลังดําเนินการ แล้วเดี๋ยวท่านอภินันท์จะเป็นผู้นําเสนอนะคะ ขอบพระคุณค่ะ