ธรรมศักดิ์ ชี้น้ำเชื่อมชีวิต-วิทย์พุทธ สอนรู้คุณค่า-จัดการผักตบอย่างยั่งยืน

สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ · ครั้งที่ ๒๖ · ๒๔ พฤษภาคม ๒๕๕๙

ธรรมศักดิ์ พงศ์พิชญามาตย์ หารือถึงความสำคัญของน้ำในมิติพุทธศาสนาและวิทยาศาสตร์ โดยเชื่อมโยงการกรวดน้ำกับโครงสร้างของโมเลกุลน้ำที่เชื่อมชีวิตเข้าไว้ด้วยกัน พร้อมเน้นบทบาทน้ำและพืชในการรักษาสมดุลสิ่งแวดล้อมและลดภาวะโลกร้อน จึงเสนอให้เปลี่ยนท่าทีต่อผักตบชวาจากการทำลายเป็นการบริหารจัดการอย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมเรียกร้องให้มีกฎหมายควบคุมพืชน้ำเพื่อประโยชน์ต่อสิ่งแวดล้อมและงบประมาณแผ่นดิน

ศาสตราจารย์ธรรมศักดิ์ พงศ์พิชญามาตย์

กราบเรียนท่านประธาน ขอขอบพระคุณครับที่ให้โอกาสได้พูดในวันนี้อีกนิดหนึ่ง ผมเรียนมาข้อมูลทั้งหลายที่ผม อยากจะเรียนเป็นข้อมูลที่สนับสนุน แต่ต้องการจะให้มันแน่นมากขึ้น มีอยู่ ๒ ประเด็น นะครับ

ประเด็นที่ ๑ ในฐานะที่ผมเป็นชาวพุทธ ทุกคนทราบดีว่าน้ํา ๗๐-๘๐เปอร์เซ็นต์ เป็นร่างกายเรา หรือพืช หรือสัตว์ น้ําทั้งนั้น เวลาเรากรวดน้ํากันจะมีคําว่า ยะถา วาริวะหา ปูรา ปะริปูเรนติ สาคะรัง ยะถา วาริวะหา นี้อะไรครับ เรานี้เป็นญาติโกโหติกากันตั้งแต่ตอนไหน ไม่ทราบ แต่การที่พระพุทธเจ้านําบทนี้มาสวดให้เรากรวดน้ําแผ่ส่วนกุศลนี้เพื่อให้ชีวิตมีความ เป็นปกติสุข น้ําจึงมีความสําคัญละเอียดอ่อนขนาดนั้นครับ ในเชิงพุทธศาสนา ผมไม่ได้สวด ยาวนะครับ เอาสั้น ๆ ง่าย ๆ แค่นี้ว่าในฐานะคนพุทธควรจะรําลึกและขอบคุณโมเลกุล ของน้ําที่ออกจากจมูกเรา หลุดออกมาจากโมเลกุลในปอด หลุดออกมาหายใจออกมาพร้อม คาร์บอนไดออกไซด์มันเชื่อมโยงกันหมดในห้องนี้ในห้องนี้ โมเลกุลของน้ําของใครไม่ทราบ แต่โมเลกุลของน้ําลอยเต็มห้องนี้ ลอยออกไปข้างนอก ถึงญาติโยมทั้งหลายที่เป็นพรรคพวกเรา แท็กกิง (Tagging) หรือ ทริกกิง (Tricking) ต่าง ๆ ของโมเลกุล พวกนี้เราไม่ทราบครับ แต่ในเชิงวิทยาศาสตร์ผมมีความเชื่อว่ามันมีรหัสส่วนตัวอยู่ พระพุทธเจ้าคงจะคิดทรงตรัสรู้ แล้วว่าสิ่งนี้ละครับเป็นความสําคัญ จึงอยากจะเรียนไว้เพื่อทราบในฐานะปัญหาพุทธครับ

ประเด็นที่ ๒ คือในฐานะที่ผมเป็นประธานอนุกรรมาธิการด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี อยากจะเรียนให้ความสําคัญกับน้ําไว้อีกนิดหนึ่งว่า น้ําเป็นสิ่งที่จําเป็นแล้วก็อยู่ ในอวกาศทั่วไป ดาวหางที่วิ่งกันเต็มในสุริยจักรวาลของเรา หัวของมันก็เป็นน้ําที่ตก จนกระทั่งไดโนเสาร์ตายหมดเมื่อ ๒๐๐ ล้านปีที่แล้วมันก็มีน้ําลงมา การที่เรามีน้ําเข้ามา น้ํานี้ อยู่ในอวกาศแน่นอน โมเลกุลของน้ําอยู่ทั่วไปหมด เมื่อวานผมพูดว่าค้นพบดาวดวงใหม่ ในสุริยจักรวาลชื่อแทรปพิสต์วัน (Trappist-1) ก็มีน้ํา ดาวอังคารก็เคยมีน้ํา น้ําจึงเป็นสิ่งที่ สําคัญในเชิงวิทยาศาสตร์ ไลฟ์โซน (Life Zone) ของดวงอาทิตย์หรือดาวฤกษ์ที่อยู่ ในทางช้างเผือก ไลฟ์โซน (Life Zone) แบบโลกเรา ขนาดโลกเรามันต้องมีน้ําครับ ถ้าไม่มีน้ํา มันจะมีสิ่งมีชีวิตไม่ได้ แต่สิ่งมีชีวิตจะต้องพูดก่อนนะครับว่า มันไม่ได้อาศัยน้ําในทันที เพียงแต่ว่ามันมีโมเลกุลของยีน (Gene) หรือจีโนม (Genome) ที่เรากลัวเรื่องจีเอ็มโอ (GMOs) กันนะครับ นี่ผมพยายามดึงให้เรื่องมันผูกโยงว่าน้ํามีความสําคัญ ๓,๐๐๐ ล้านปีที่แล้ว ที่โลกนี้มีแผ่นดินมีหินขึ้นมา แล้วก็มีการพัฒนาโมเลกุลของชีวิตขึ้นมา มันก็อยู่ในน้ํา น้ําตรงนี้ ผมจึงอยากจะโยงมาที่ปัจจุบันว่า โมเลกุลของน้ํากับโมเลกุลของสารเคมีตัวหนึ่ง ซึ่งทุกวันนี้ บ่นกันว่าโลกร้อน โลกร้อนเกิดกรีนเฮ้าส์เอฟเฟ็กต์ (Greenhouse Effect) หรือภาวะเรือนกระจก เพราะว่าเราแผลงธรรมชาติมากเกินไป ปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ ออกไป แต่ต้องจําไว้เลย นะครับว่า ในทางวิทยาศาสตร์ถึงแม้จะมีฟ้าผ่าหรือไม่ก็ตาม การเกิดปฏิกิริยาเริ่มต้นให้น้ํา ทําปฏิกิริยากับคาร์บอนไดออกไซด์ แล้วก็สร้างคาร์โบไฮเดรตในเซลล์ของสิ่งมีชีวิตเล็ก ๆ ผมต้องการที่จะบอกว่าโมเลกุลของน้ํากับโมเลกุลของคาร์บอนไดออกไซด์ มันทําให้ เกิดคาร์โบไฮเดรต ขึ้นมาเมื่อ ๓,๐๐๐ ล้านปีที่แล้ว ผมยังไม่ได้เกิดตอนนั้นนะครับ แต่วิชาการ บอกไว้อย่างนั้น ตรงนี้ละครับคือความสําคัญที่โยงมาถึงปัจจุบันทางวิทยาศาสตร์ อิมแพกต์ (Impact) ผลกระทบตรงนี้ที่จะพูดให้ทุกท่านได้รับทราบก็คือว่า น้ําเป็นองค์ประกอบสําคัญ ของชีวิต ชีวิตต้องกินอาหาร อาหารเริ่มต้นก็มาจากพืช พืชเริ่มต้นตอนเช้า โมเลกุลของน้ําที่ผม พูดว่าหายใจออกมาหรืออยู่ในอากาศอะไรนี้มันถูกดูดซับไปในเซลล์พืช แล้วมันก็จะถูกบังคับ บังคับอย่างไร อันนี้เป็นวิทยาศาสตร์ขั้นละเอียดอ่อนที่เคยอภิปรายว่าเป็นเฟมโตเทคโนโลยี (Femtotechnology) เฟมโตไซเอนซ์ (Femto Science) มันเป็นวิทยาศาสตร์ขั้นละเอียด ที่บอกว่า แสง พลังงานดวงอาทิตย์ที่วิ่งมาประมาณเกือบ ๑๐ ชั่วโมงมาถึงโลกนี้มีพลังงาน ตามขึ้นมาเป็นมิวออน (Muon) เป็นเทา (Tau) วิ่งมา แต่โฟตอน (Photon) นําหน้ามา โฟตอน (Photon) ละเอียดมาก บังคับเลยครับ บังคับให้โมเลกุลน้ําแตกออกเป็น ๒ ส่วน คือส่วนที่เป็นไฮโดรเจนกับส่วนที่เป็นออกซิเจนแตกออกไป จากนั้นก็ดูดอะไรครับ ดูดคาร์บอนไดออกไซด์ในอากาศ ดูดคาร์บอนไดออกไซด์ที่เราปล่อยออกไป รถยนต์ปล่อย ออกไปในอากาศ ที่ท่านอธิการบดีไวกูณฑ์พูดนะครับ ก็เหมือนกันคือดูดเพื่อมาสร้างพืช สีเขียวขึ้นมา ณ ปัจจุบันนี้ สร้างพืชสร้างอาหารให้เราทานกัน ผมจึงอยากจะอธิบายว่า ๒ ประโยชน์ ๒ สําคัญของน้ําในเชิงพจน์กับเชิงวิทยาศาสตร์มันมาด้วยกัน โลกจะหยุดร้อน เพราะเราต้องปลูกพืชมากขึ้น มีแหล่งน้ําไปปลูกพืชมากขึ้น แหล่งน้ําก็เป็นตัวสําคัญในการ เริ่มต้นชีวิตนะครับ ผมก็คงจะอธิบายเพียงแค่ ๒ ประเด็นนี้

ประเด็นที่ ๓ ที่ขอพูดเสริมเติมเข้ามา เนื่องจากว่ามีท่านผู้ทรงเกียรติอธิบายว่า ผักตบชวาสร้างปัญหา แต่ผมว่าจริง ๆ มันไม่ได้สร้างปัญหาหรอกครับ มันเป็นพืชต่างแดน ที่เข้ามาประเทศไทยไม่เกิน ๒๐๐ ปี ที่พูดอย่างนี้เพราะมีหลักฐานบอกว่ามันอยู่ที่โน่นที่นี่ มาก่อนแล้วเราเอามาปลูก ดอกมันสวย แต่เมื่อรัชกาลที่ ๕ เราเคยมีกฎหมายที่บอกว่า ถ้าหน้าบ้านใครมีผักตบชวาไหลมาเกาะอยู่ต้องเก็บ ต้องทําลาย ถ้าไม่เก็บต้องมีเสียค่าปรับ ผมเรียนอย่างนี้ครับ งบประมาณในการทําลายผักตบชวาเป็นความโง่ที่สุดของประเทศไทย ประเด็นก็คือว่าผักตบชวาเป็นผักที่เติมโตในแหล่งน้ําแล้วก็เจริญเติบโต มีไหล มีอะไรไป ประเด็นอยู่ตรงว่าก็เก็บครับ พอมีหน่อเล็ก ๆ ขึ้นมาพอไปหน้าบ้านใครเก็บ ดอกแค่ปลายนิ้วก้อย เก็บ เก็บ เก็บ ให้หมดมันก็ไม่โต นี่รอครับ รอ ๒-๓ เดือน เพื่อจะได้งบประมาณมาล้างมัน กี่แสนล้าน กี่พันล้านช้าเกินไป นี่เป็นการบริหารงบประมาณแผ่นดินของผู้บริหารประเทศ ถ้าเราทําลายกันแบบนี้มันก็จน แต่ถ้าหากเราเก็บยอด เก็บชิ้นส่วนที่มันลอยมาตามน้ํา ตามน้ํานี่นะครับมันจะไม่ติด ไม่อุดตัน รถเรือก็วิ่งได้ตามปกติ ผมว่ามันเป็นเรื่องของ การบริหาร ผมก็คาดหวังว่าคณะกรรมาธิการชุดนี้เป็นการทําคุณประโยชน์ต่อแผ่นดินนะครับ เพียงแต่บอกว่าความสําคัญของน้ํามีมากกว่านั้น เรื่องนี้ถ้าทําสําเร็จนะครับ แล้วก็ออก กฎหมายมาควบคุมเรื่องพืชน้ําทั้งหลาย มีหลายอย่างนะครับพืชน้ํามีมากมายคงไม่อภิปราย ต้องขอขอบพระคุณเป็นอย่างสูง ณ ที่นี่นะครับ ขอบคุณมากครับ