ไวกูณฑ์ ทองอร่าม หารือปัญหาขาดแคลนน้ำในภาคตะวันออก โดยเฉพาะผลกระทบต่อเกษตรกรผู้ปลูกไม้ผลจากภัยแล้งและน้ำท่วม พร้อมเน้นย้ำความสำคัญของการจัดการน้ำที่มีประสิทธิภาพมากกว่ารัฐธรรมนูญ และเสนอให้มีการปฏิรูประบบบริหารจัดการน้ำตั้งแต่ระดับชุมชน รวมถึงผลักดันธรรมนูญการใช้น้ำอย่างเป็นธรรม การสร้างเขื่อนในจันทบุรี และการพัฒนาระบบเก็บกักน้ำในระดับท้องถิ่นที่เชื่อมโยงข้ามพื้นที่เพื่อรองรับความต้องการน้ำของเกษตร อุตสาหกรรม และป้องกันวิกฤตในอนาคต
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ ท่านคณะกรรมาธิการ ท่านสมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศผู้ทรงเกียรติทุกท่านครับ กระผม นายไวกูณฑ์ ทองอร่าม สมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ลําดับที่ ๑๔๙ ก่อนอื่นขอแสดงความชื่นชมต่อความตั้งใจในการที่เสนอแนวทางการปฏิรูปการจัดการน้ํา ในระดับชุมชน ซึ่งเป็นรากหญ้าหรือรากฐานของสังคมระดับย่อยที่สุด ในการที่จะบริหาร ทรัพยากรที่มีคุณค่าที่สุดของชาติหรือของมนุษยชาติกล่าวคือน้ํา ท่านคงจะต้องยอมรับว่า มีความสําคัญยิ่งต่อชีวิต หรือพระราชดํารัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ได้ทรงตรัสว่า น้ําคือชีวิต เพราะน้ําคือปัจจัยสําคัญที่สุดในการผลิตอาหาร ในการสร้างผลผลิตต่าง ๆ ให้กับ มนุษยชาติ เพราะฉะนั้นถ้าบริหารจัดการน้ําได้ดีมีประสิทธิภาพอย่างแท้จริง ประสิทธิภาพ ของชีวิตย่อมดีตามไปด้วย หากบริหารจัดการน้ําไม่ดี แน่นอนที่สุดครับ คุณภาพชีวิตหรือชีวิต ของมนุษย์ก็คงยากลําบากติดตามไปด้วย จังหวัดจันทบุรีที่ผมอยู่นะครับในปีนี้มีความลําบาก ยากแค้นแสนสาหัสสําหรับเกษตรกรที่ทําสวนผลไม้ ไม่ว่าจะเป็นจังหวัดตราดหรือจังหวัด ระยอง รวมทั้งจังหวัดสระแก้วที่เป็นจังหวัดข้างเคียงที่ทําอาชีพเดียวกันนั้น ประชาชนไม่มีน้ํา ที่จะนํามารดหรือมาใช้ในการดูแลต้นผลไม้ต่าง ๆ ซึ่งมีมูลค่าทางเศรษฐกิจที่สําคัญต่อชาติ เป็นอย่างยิ่ง ไม่ว่าจะเป็นทุเรียน มังคุด ลําไย เงาะ ซึ่งล้วนแต่เป็นผลไม้ที่ส่งออกไปยัง ต่างประเทศ มีมูลค่ามหาศาลในการก่อให้เกิดรายได้ต่อประเทศเป็นแสน ๆ ล้านบาทนะครับ แต่ในขณะนี้ราษฎรประชาชนไม่มี แม้แต่จะหาซื้อน้ําจากแหล่งอื่นนํามารดหรือประทังให้ ต้นผลไม้ ต้นทุเรียน ต้นมังคุด ต้นลองกอง ทั้งหลายนี้ได้คงยังพอมีชีวิตอยู่นี่ไม่มีครับ ไม่ได้ด้วย มีทรัพยากรคือมีเงินก็หาน้ําไม่ได้ เพราะแหล่งน้ําที่มีอยู่ก็ไกลเกินไปหรือไม่สามารถที่จะไปเอา แหล่งน้ําของเขามาใช้ได้ เหล่านี้เป็นปัญหาที่สําคัญยิ่งของชาตินะครับ โดยเฉพาะไม้ผลนั้น จําเป็นที่จะต้องการน้ํามาก ขณะเดียวกันที่ต่างชาติก็ต้องการผลไม้ของไทย อย่างเช่น ทุเรียน ที่เรียกว่าราชาแห่งผลไม้ หรือมังคุดราชินีแห่งผลไม้ของไทยเราก็มีผลผลิตที่ตกต่ําไปด้วย การบริหารจัดการน้ําที่อาจจะไม่ดีพอนะครับ แล้วก็คงเป็นสิ่งที่พวกเราคงจะได้ตระหนักว่า เมื่อปี ๒๕๕๔ นั้น ได้เกิดความสูญเสียต่อประชาชนค่อนข้างมากในด้านของการที่ประสบ ปัญหาอุทกภัยน้ําท่วมเสียหายต่อทั้งทรัพย์สิน ต่อทั้งวิถีชีวิต การดํารงชีวิตต่าง ๆ เหล่านี้ ล้วนสะท้อนให้เห็นถึงสิ่งที่เราจะต้องกลับมาย้อนมองตัวเองว่านโยบายในการบริหารจัดการน้ํา ของเรานั้นถูกต้องหรือยัง หรือมีประสิทธิภาพมากน้อยเพียงพอเพียงใด ผมมองเห็นว่า เรื่องน้ํานี้สําคัญกว่าเรื่องรัฐธรรมนูญนะครับ ไม่มีรัฐธรรมนูญประชาชนคนไทยยังพออยู่กันได้ มีความสงบสุข แต่ถ้าขาดน้ํามันเป็นความยากลําบากอย่างแท้จริงและประชาชนนั้นไม่ใช่ ขาดเฉพาะน้ําในการใช้รดน้ําผลไม้เท่านั้น น้ํากิน น้ําใช้ บางพื้นที่ก็ขาดหมด ทั้ง ๆ ที่เรามี ปริมาณฝนตามที่ท่านกรรมาธิการท่านได้แถลงว่ามีปริมาณฝนมากเพียงพอในการที่จะใช้ทั้ง กิจการต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นกิจการเกษตรหรืออุปโภคบริโภค แต่เราสามารถเก็บน้ําไว้ได้เพียง ไม่กี่เปอร์เซ็นต์เท่านั้นเอง ยิ่งสะท้อนให้เห็นว่าเป็นเรื่องที่ควรจะต้องรีบหันมามองปัญหาของ การจัดการน้ําอย่างแท้จริงไม่ให้เกิดผลกระทบทั้งน้ําท่วมหรืออุทกภัยหรือความขาดแคลนน้ํา ซึ่งทําให้ประชาชนยากไร้ในขณะนี้ เพราะไม่สามารถที่จะสร้างผลผลิตทางการเกษตรให้เกิด มูลค่าต่อตนเองและต่อครอบครัว รวมทั้งต่อสังคมได้ เพราะฉะนั้นการที่กรรมาธิการได้วาง ฐานของการที่จะไปบริหารหรือปฏิรูปการจัดการน้ําในระดับชุมชนนั้นจึงเป็นสิ่งที่น่ายินดี แต่อย่างไรก็ตามผมอยากจะมีข้อเสนอบางส่วนที่ท่านอาจจะนําไปดําเนินการหรือต่อเติม ในการที่จะก่อให้เกิดประโยชน์ต่อการปฏิรูปน้ําอย่างแท้จริง คือ
ประเด็นที่ ๑ ที่ผมเห็นว่าควรจะต้องสร้างออกมาให้เร็วที่สุดคือเรื่องของ ธรรมนูญการใช้น้ํานะครับ ขอให้มีธรรมนูญการใช้น้ําที่ชัดเจน ประชาชนในจังหวัดจันทบุรีนั้น มีการทะเลาะวิวาท มีการเกือบจะฆ่าฟันกันก็ด้วยปัญหาของต้นน้ํา ปลายน้ํานะครับ หากมี ธรรมนูญการใช้น้ําที่แท้จริงและเป็นธรรม เป็นที่ยอมรับของประชากรทั้งประเทศ เราก็ จะลดข้อพิพาท เราก็จะสามารถจัดการกับน้ําที่เหลือนะครับ ในบางพื้นที่มีน้ําเหลือมากมาย แต่ในบางพื้นที่น้ําขาด เราก็ยังไม่สามารถผันน้ําไปได้ เพราะว่าประชาชนที่อยู่ในเขตที่มี น้ําเหลือนั้นบางส่วนไม่ยินยอม แต่ส่วนใหญ่ก็ยินยอม พร้อมที่จะให้ผันน้ําจากจังหวัดนั้นไปยัง อีกที่หนึ่ง อีกจังหวัดหนึ่งซึ่งขาดแคลนน้ํา เหล่านี้นะครับจะเป็นสิ่งที่สร้างวินัย สร้างระเบียบ ในการใช้น้ําและในการที่จะอยู่ร่วมกันได้อย่างสงบสุขนะครับ ดังปัญหาที่ผมเชื่อว่า ท่านสมาชิกหลายท่านคงจะติดตามสื่อ คงจะเห็นว่าในระยะนี้มีข้อพิพาทเกี่ยวกับการใช้น้ํากัน ในหลายพื้นที่นะครับ
ประเด็นที่ ๒ การสร้างแหล่งน้ําขนาดใหญ่ ตามที่ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ได้นําเสนอว่าควรจะทํานั้น ผมเห็นด้วยนะครับว่าเราน่าที่จะสร้างแหล่งน้ําขนาดใหญ่ หรือเขื่อนที่เก็บน้ําได้ในขนาดใหญ่นะครับ ในจังหวัดจันทบุรีถ้าไม่รวมอ่างพะวา อ่างหางแมว อ่างประแกด รวมทั้งอ่างวังโตนด ที่ทางกรมชลประทานกําลังเร่งที่จะดําเนินการแก้ปัญหา ให้กับประชาชนแล้ว หากมีเขื่อนอีก ๒ เขื่อน คือเขื่อนตาหลิ่วกับเขื่อนตารอง พื้นที่เขต ภาคตะวันออก ซึ่งท่านกรรมาธิการแจ้งว่ามีการเก็บน้ําไว้ได้เพียง ๑ เปอร์เซ็นต์เท่านั้นเอง ก็จะมีความสามารถในการเก็บน้ําไว้ใช้ให้กับเกษตรกรได้ในฤดูแล้งได้อย่างพอเพียง ถ้าขึ้น ๒ เขื่อนใหญ่ขณะนี้คือเขื่อนตาหลิ่ว เขื่อนตารอง แต่มีปัญหาอยู่เพียงแต่ว่าเขื่อนตาหลิ่ว เขื่อนตารองนั้นไปอยู่ในพื้นที่ของป่านอนุรักษ์นะครับ ซึ่งเราก็คงจะต้องมีความชัดเจน และฉับไวในการที่จะต้องตัดสินใจว่าระหว่างป่าตรงนั้นกับแหล่งน้ําขนาดใหญ่เพื่อให้ประชาชน ได้ยังชีพและสร้างความชุ่มชื้น สร้างสวนผลไม้ ต้นไม้ ต้นผลไม้ทั้งหลายให้เขียวชอุ่มขึ้นมานั้น ท่านจะต้องเลือกอะไร ๒ กระทรวงคุยกันน่าจะจบได้ในเวลาไม่นาน แต่หลายเรื่องที่เป็นเรื่อง ที่คาบเกี่ยวกันนั้นใช้เวลายาวนานมาก ๕ ปี ๑๐ ปี ยังไม่ได้ข้อยุติจะเอาให้สร้างหรือไม่ให้สร้าง ก็ควรที่จะได้มีความชัดเจน อันนี้สะท้อนให้เห็นถึงวิธีการบริหารจัดการที่ไร้ประสิทธิภาพ ถ้าคุยกันได้เดือนเดียวก็สร้างได้ เดือนเดียวก็มีมติออกมาก็จัดงบผูกพันในการก่อสร้าง จะกี่ปี ก็ดําเนินการไป ก็เป็นประโยชน์กับประชาชนอย่างแท้จริง พื้นที่คาบเกี่ยวกันนิดเดียว ตัดสินใจกันไม่ได้นะครับ
ประเด็นที่ ๓ ปัญหาการเก็บน้ํานะครับ ก็เป็นเรื่องที่น่ายินดีที่ภาคท้องถิ่น ตามที่ท่านได้นําเสนอว่าจะให้ท้องถิ่นและชุมชนได้มีการที่จะเก็บกักน้ํา ซึ่งผมเห็นว่า มีความจําเป็นครับ หากได้มีการส่งเสริมการเก็บกักน้ําในระดับท้องถิ่นหรือชุมชนในระดับย่อย ให้มากที่สุดนะครับ ก็จะเป็นผลประโยชน์ต่อประชาชนในการที่จะแก้ปัญหาความเดือดร้อน ความยากลําบากในยามที่เราไม่มีน้ําใช้ และหากวันเวลาที่ไม่มีน้ําใช้เกิดขึ้นจริง ๆ นั้น ผมคาดว่า แผ่นดินไทยก็คงจะเป็นแผ่นดินที่มีสภาพลักษณะคล้าย ๆ กับประเทศแอฟริกาในบางพื้นที่ ที่เป็นอยู่ในปัจจุบันนี้ ดังนั้นในด้านของการบริหารกลไกในการบริหารจัดการน้ําชุมชนจึงมี ความสําคัญเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องทําให้เกิดขึ้น และที่สําคัญที่สุดนะครับตามที่ท่านสมาชิก ผู้ทรงเกียรติคือท่านศานิตย์ นาคสุขศรี อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว ที่ท่านอยู่ในพื้นที่ ท่านได้เสนอว่าแต่ละแหล่งน้ําควรจะต้องมีทิศทางในการที่จะสามารถผันน้ําไปสู่ อีกสถานที่หนึ่ง ไม่ใช่เฉพาะในจุดเล็ก ๆ นะครับ ในจุดใหญ่ ๆ อย่างเช่นระดับจังหวัด หรือข้ามจังหวัดก็ควรจะต้องมีความชัดเจนในการที่จะสามารถผันน้ําลงไป อย่างเช่น เขตอุตสาหกรรมของนิคมอุตสาหกรรมของจังหวัดระยอง เราก็น่าที่จะมีทรัพยากรน้ํา ที่สามารถผันน้ําไปจากจังหวัดอื่น ๆ ลงไปเพื่อแก้ไขปัญหาในการผลิตของภาคอุตสาหกรรม ให้เกิดผลประโยชน์อย่างแท้จริง ก็ขอกราบขอบพระคุณท่านกรรมาธิการ ท่านสมาชิก ผู้ทรงเกียรติทุกท่านครับ ผมขอจบการอภิปรายเพียงเท่านี้ครับ