ดุสิต วิจารณ์ร่างระเบียบจัดการน้ำ ชี้ไม่ชัด-ขาดต่อเนื่อง แนะทบทวนใหม่

สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ · ครั้งที่ ๒๖ · ๒๔ พฤษภาคม ๒๕๕๙

ดุสิต เครืองาม แสดงความกังวลต่อร่างระเบียบการบริหารทรัพยากรน้ำที่ไม่ชัดเจนและขาดความต่อเนื่อง จึงเรียกร้องให้มีการทบทวนและปรับปรุงใหม่ทั้งฉบับเพื่อให้เข้าใจและปฏิบัติได้จริง พร้อมตั้งข้อสังเกตในหลายประเด็น เช่น นิยามแหล่งน้ำขนาดเล็ก การตั้งชื่อคณะกรรมการ การกำหนดเส้นทางการรายงานและการจัดสรรงบประมาณ รวมถึงอำนาจการกำหนดอัตราค่าน้ำ จึงเสนอให้จัดลำดับร่างระเบียบใหม่ให้เป็นระบบ และพิจารณาให้กระทรวงพลังงานมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการน้ำอย่างครบวงจร รวมถึงสนับสนุนระบบสูบน้ำด้วยพลังงานแสงอาทิตย์เพื่อบูรณาการแก้ปัญหาน้ำท่วมและภัยแล้งอย่างยั่งยืน

ศาสตราจารย์ดุสิต เครืองาม

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ท่านเพื่อน สมาชิกทุกท่าน กระผม ศาสตราจารย์ ดอกเตอร์ดุสิต เครืองาม สปท. ลําดับที่ ๕๓ ครับ หัวข้อของการรายงาน และการพิจารณาในขณะนี้คือเรื่องการปฏิรูปการบริหารจัดการ แหล่งน้ําชุมชนทั่วประเทศ และร่างระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการบริหาร ทรัพยากรน้ําแห่งชาติ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๙ โดยหลักการแล้วกระผมเห็นด้วย แล้วก็ สนับสนุนเป็นอย่างยิ่งครับที่จะให้มีการปฏิรูปในเรื่องของการบริหารจัดการแหล่งน้ําชุมชน ในพื้นที่ทั่วประเทศ และให้มีการแก้ไขร่างระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรีดังกล่าว แต่อย่างไร ก็ตามเมื่อได้รับฟัง แล้วก็ได้อ่านเอกสารที่สําคัญ ซึ่งถือว่าเป็นเอกสารราชการที่จะต้องถูก ส่งออกไปจากสภา สปท. แห่งนี้แล้ว กระผมมีความเป็นห่วงเป็นอย่างยิ่งว่า ร่างระเบียบ สํานักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการบริหารทรัพยากรน้ําแห่งชาติ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๙ ที่ทาง กรรมาธิการได้ยกร่างมานั้น ดูแล้ว ผมอ่านแล้วยังไม่เข้าใจหลายประเด็น พยายามจะทํา ความเข้าใจ แต่ว่าไม่เข้าใจจริง ๆ ผมคิดว่าร่างระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการบริหาร ทรัพยากรน้ําแห่งชาติ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๙ นี้ท่านคงจะต้องกลับไปยกเครื่อง ยกร่างใหม่ เกือบจะทุกบรรทัดของเอกสารฉบับนี้ครับ เหตุที่ผมพูดแรงขนาดนี้เพราะว่าเมื่ออ่านดูแล้ว เนื้อหาก็ดี การใช้คําพูดก็ดี วกวน มันไม่สอดคล้อง ไม่คอนซิสเทนต์ (Consistent) กัน และยัง ทําให้เกิดความยากลําบากในการเข้าใจ และการนําไปปฏิบัติเป็นอย่างยิ่งครับท่านประธาน ยกตัวอย่างอย่างเช่น ถ้าไปเปิดดูระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรีฉบับเดิมที่เขามีอยู่แล้ว ในปี พ.ศ. ๒๕๕๐ มีการให้นิยามเอาไว้ว่า ทรัพยากรน้ําหมายความว่าอะไร การบริหาร ทรัพยากรน้ํา หมายความว่าอะไร ตรงนี้นะครับ คําว่า การบริหารทรัพยากรน้ํา หมายความว่า อะไร ในกฎหมายฉบับแม่ คือระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรี ข้อ ๔ การบริหารทรัพยากรน้ํา เขาเขียนไว้ว่า หมายความว่ากระบวนการบริหารจัดการ การจัดหา การใช้ประโยชน์ การบํารุง รักษา การพัฒนา การป้องกัน การแก้ไขปัญหา การอนุรักษ์ การฟื้นฟู และการดําเนินการอื่น ที่เกี่ยวข้องกับทรัพยากรน้ํา แต่เมื่อทางกรรมาธิการท่านมาแทรกหมวด ๔ เข้าไปนะครับ หัวข้อหมวด ๔ นี้ก็สงสัยแล้ว หัวข้อการปฏิรูปท่านเสนอว่า การบริหารจัดการแหล่งน้ําชุมชน แต่พอมาเป็นหัวข้อหมวด ๔ ท่านตกคําว่า บริหาร ไปครับ เหลือแต่คําว่า การจัดการแหล่งน้ํา ชุมชน ผมก็ตั้งคําถามว่า การจัดการแปลว่าอะไรครับ หรือท่านบอกขออภัยตกคําว่า บริหาร ผมก็ต้องถามว่า การบริหารจัดการ แปลว่าอะไรครับ ในหมวด ๔ ข้อ ๑ นี้ ท่านให้นิยามของ คําว่า แหล่งน้ําชุมชน เอาไว้ ตรงนี้จะมีปัญหาเหมือนกันเดี๋ยวผมจะอภิปราย เอาแค่นิยามคําว่า การบริหารจัดการน้ํา ขอโทษนะครับ การบริหารจัดการ ผมไม่สามารถที่จะเข้าใจได้จากร่าง การแก้ไขฉบับนี้ว่าท่านจะหมายความว่าอย่างไร ถ้าผมอ่านตามที่แก้ไขเอาไว้นี้ประมาณสัก ๒ หน้ากระดาษครึ่งนี้ เหมือนกับท่านจะเน้นแต่เรื่องการจัดสร้างแหล่งน้ํานะครับ คอนสตรักชัน วอเตอร์ สตอเรจ (Construction Water Storage) แต่ท่านไม่ได้พูดถึงเรื่องอื่น ๆ อีกเลยว่า ท่านต้องการจะรวมของคําว่า การจัดหาไหม การใช้ประโยชน์ไหม การบํารุงรักษาไหม การพัฒนา การป้องกัน การแก้ไข การอนุรักษ์ ซึ่งก็รวมทั้งการจัดส่งด้วย ความจริงผมอยากจะอภิปราย สนับสนุนว่าอยากจะให้นําเอาไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์เข้ามาใช้อย่างเต็มที่เลยครับ ซึ่งความจริงแล้วกระผมเองในฐานะที่เป็นกรรมาธิการอยู่ในคณะกรรมาธิการขับเคลื่อน การปฏิรูปประเทศด้านพลังงาน แล้วก็เป็นประธานอนุกรรมาธิการปฏิรูปพลังงานทดแทน พลังงานหมุนเวียน และอนุรักษ์ พลังงานอยู่ด้วย เรากําลังที่จะทํารายงานเรื่อง การปฏิรูปแก้ไขปัญหาภัยแล้งวิกฤตน้ําท่วม ด้วยระบบสูบน้ําพลังงานแสงอาทิตย์ ขอกลับมาตรงนี้ครับ ผมมีความเป็นห่วงเป็นอย่างยิ่ง ว่าถ้าระเบียบนี้นําออกไปแล้ว คนที่เขาจะอ่าน จะนําไปใช้ เขาคงจะไม่เข้าใจครับ เพราะฉะนั้น การจัดการหรือการบริหารจัดการแหล่งน้ํานี้นะครับ เดี๋ยวท่านประธานคงช่วยตอบผมหน่อย ว่าท่านหมายถึงอะไร โยงกลับมาหมายถึง ข้อ ๔ ในระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรีเดิมหรือไม่ แต่ผมเชื่อว่าท่านไม่สามารถโยงกลับไปได้ครับ เพราะว่าอะไรครับ ในข้อ ๔ ระเบียบเดิม ที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ปี ๒๕๕๐ นี้ เขาใช้คําว่า การบริหารทรัพยากรน้ํา ครับ เขาไม่มีคําว่า การบริหารจัดการ นะครับ เพราะฉะนั้นท่านต้องสร้างนิยามของท่านขึ้นมาว่า การบริหารจัดการ ในหมวด ๔ หมายถึงอะไรท่านอยากจะเชื่อมโยงไปข้อ ๔ ก็ได้ ท่านก็ต้อง เขียนไว้ในหมวดแก้ไขว่าการบริหารจัดการ หมายถึงการบริหารทรัพยากรน้ําตามที่กําหนด ในข้อ ๔ ของระเบียบเดิม แบบนี้เป็นต้นนะครับ

ประเด็นข้อสงสัยถัดไปที่ผมพยายามอ่านอีก ตรงนี้จะเป็นตัวชี้เป็นชี้ตาย เลยนะครับว่าสิ่งที่ท่านทํานี้จะล้มเหลวหรือไม่ ในข้อเสนอของท่านในหมวด ๔ ข้อ ๑ นี้ แหล่งน้ําชุมชน หมายความว่าแหล่งน้ําขนาดเล็กที่ขุดสร้างขึ้นใหม่... หรือที่มีอยู่แล้ว ผมก็ไปเปิดดูระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรีเดิม เขาก็มีครับ แหล่งน้ําขนาดเล็ก ซึ่งปรากฏอยู่ ในราชกิจจานุเบกษา แหล่งน้ําขนาดเล็ก หมายความว่าแหล่งน้ําที่เกิดจากการสร้างฝาย หรือประตูระบายน้ํา อ่างเก็บน้ํา คลองส่งน้ํา หนอง บึง สระน้ํา บ่อน้ําตื้น บ่อน้ําบาดาล และอื่น ๆ ขีดเส้นใต้ต่อไปนะครับ ซึ่งใช้เวลาก่อสร้างไม่เกิน ๑ ปีครับ ซึ่งใช้เวลาก่อสร้าง ไม่เกิน ๑ ปีในระเบียบสํานักเดิม เพราะฉะนั้นถ้าหากว่าท่านสร้างเป็นหมวด ๔ ขึ้นมา แล้วท่านมาเขียนว่า ข้อ ๑ แหล่งน้ําชุมชน หมายความว่าแหล่งน้ําขนาดเล็กที่ขุดสร้าง ขึ้นใหม่... นักกฎหมายเขาต้องไปเปิดนิยามของคําว่า แหล่งน้ําขนาดเล็ก เขาบอกว่าแหล่งน้ํา ขนาดเล็กในระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรีเดิมนี้ ใช้เวลาก่อสร้างไม่เกิน ๑ ปีครับ แล้วถ้าเกิด ชุมชนนั้นเขาก่อสร้าง ๑ ปีไม่เสร็จนะครับ เจ๊งไปเลยนะครับ ไม่สามารถนําเอาสิ่งที่ท่าน ต้องการเสนอครั้งนี้เอามาใช้ได้เลยนะครับ เพราะฉะนั้นท่านประธานช่วยตอบหน่อยว่าท่าน กล้าหรือที่ท่านจะบอกว่า แหล่งน้ําชุมชนหมายความว่าแหล่งน้ําที่ใช้เวลาก่อสร้างไม่เกิน ๑ ปี มันอาจจะต้องเกิน ๑ ปีนะครับ ๑ ปีงบประมาณมันไม่เสร็จ ขุดไปได้เท่านี้ ปีหน้าต้อง ขุดต่ออะไรแบบนี้ หรือท่านกล้าที่จะบอกว่าเอา ๑ ปีก็ ๑ ปีนะครับ ผมไม่โต้แย้งใด ๆ ทั้งสิ้น แล้วก็ต่อไป ข้อ ๒ บอกว่าให้มีกลไกการปฏิรูปในรูปแบบประชารัฐดังต่อไปนี้ ผมพยายาม นําเอาข้อ ๒ นี้มานั่งอ่าน ซึ่งอยู่ในเอกสารหน้า ๑๖ และหน้า ๑๗ นี้ มีวรรคเขียนคําว่า คณะกรรมการสนับสนุนและพัฒนาแหล่งน้ําชุมชนตามแนวประชารัฐจังหวัด ผมเชื่อว่าเวลา นําไปปฏิบัติ ผู้ดําเนินการเขาคงจะเกาหัว ชื่อมันยาวมาก พอไปอีกวรรคถัดไป คณะกรรมการ ปฏิบัติการแหล่งน้ําชุมชนตามแนวทางประชารัฐพื้นที่อําเภอ พอไปอีกที่หนึ่ง คณะกรรมการ ปฏิบัติการแหล่งน้ําชุมชนตามแนวประชารัฐในเขตองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ทําไมท่าน ไม่ใช้ชื่อให้มันสั้น ๆ ละครับว่าเป็น คณะกรรมการบริหารจัดการแหล่งน้ําชุมชนระดับจังหวัด คณะกรรมการบริหารจัดการแหล่งน้ําชุมชนระดับอําเภอ หรือว่าต่อไปก็เป็นระดับองค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่น เวลาคนเขาประชุมกันเขาก็จะเรียกกันง่าย ๆ นะครับ หัวชื่อข้างหน้า ให้เหมือนกันหมด เปลี่ยนแต่ข้างหลังว่าเป็นจังหวัดนะ เป็นอําเภอนะ เป็นองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นนะ แบบนี้เป็นต้น แล้วก็ต่อไป ไปอ่านดูในอํานาจหน้าที่ของคณะกรรมการ ในแต่ละระดับ คือระดับจังหวัด ระดับอําเภอ ระดับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เขียนมาให้ ทํา ทํา ทํา ทํานะครับ ตกลงสรุปแล้วไม่ได้บอกเลยแม้แต่นิดเดียวว่า สิ่งที่รายงาน สิ่งที่ รวบรวมมาแล้วให้นําไปเสนอต่อให้ใคร ผมอ่านแล้วอันตรายมาก ไม่มีการระบุว่าคณะกรรมการ ระดับท้องถิ่นต้องไปรายงานใคร หรือของบต่อใคร ไม่ได้บอกว่าคณะกรรมการระดับอําเภอ จะต้องส่งรายงานให้ใคร รายงานใคร ของบต่อจากใคร ไม่ได้บอกนะครับ รวมทั้งคณะกรรมการระดับจังหวัด มีเขียนอยู่ข้อหนึ่งว่ามีอํานาจหน้าที่ในเรื่องของการจัด งบประมาณ แต่ผมก็ยังสงสัยต่อไปว่าน้ําที่จัดมาได้นี้จะบริจาคให้ชุมชนฟรีหรืออย่างไร หรือว่า จะต้องคิดอัตราค่าน้ําที่จะให้ชุมชนเขามานําไปใช้ก็ต้องบอกให้ชัดเจนว่าหน่วยงานใด มีอํานาจหน้าที่ในการกําหนดอัตราค่าใช้จ่ายน้ํา เป็นระดับจังหวัด หรือระดับอําเภอ หรือว่า ระดับท้องถิ่น แบบนี้เป็นต้น นั่นคือสิ่งที่ผมวิพากษ์วิจารณ์ แล้วก็การเขียนลําดับข้อของ ระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรี ฉบับร่างนี้ ข้อ ๑ เรียกว่า ระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรี ข้อ ๒ ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ข้อ ๓ ให้เพิ่มความต่อไปนี้ พอมาเป็นพวกข้อ ๔ กลับไปเป็น ข้อ ๑ ใหม่ ทําไมมันไม่เป็นข้อ ๔ ข้อ ๕ ข้อ ๖ ต่อไปนะครับ ผมก็ไม่ใช่นักยกร่างกฎหมาย ก็ต้องฝากไปดูด้วย แล้วสิ่งที่เป็นห่วงต่อไปก็คือว่าอํานาจหน้าที่ของคณะกรรมการระดับ จังหวัด อําเภอ ท้องถิ่น ท่านจะกรุณาเขียนไล่เป็นหัวข้อได้ไหมครับ (๑) (๒) (๓) (๔) ถ้าไม่ไล่ แบบนี้เวลานําเอาระเบียบนี้ไปใช้ เวลาอยู่ในห้องประชุมเขาพูดกันไม่ถูกนะครับ ถ้าอยู่ ในห้องประชุมเขาจะบอกว่า ผมก็ปฏิบัติตามระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรี ข้อ ๕ (๓) แล้วนี่ครับ อะไรแบบนี้ ถ้าแบบนี้ต้องไล่กัน หาไม่เจอครับไม่รู้อยู่วรรคไหน แล้วก็ที่คําพูดใด ผมขออนุญาตอภิปรายต่ออีกนิดหนึ่ง ๒-๓ นาทีครับท่านประธาน ถ้าหากว่าทางกรรมาธิการ ท่านตอบว่าการบริหารจัดการแหล่งน้ําชุมชน หมายถึง ทั้งการสร้างแหล่งน้ํา การกักเก็บ การส่ง การใช้ประโยชน์ การพัฒนา การบํารุงรักษา การโอเปอเรต (Operate) อะไรเหล่านี้ ด้วยแล้ว ผมคิดว่าหน่วยงานหนึ่งที่ท่านลืมใส่เข้าไปก็คือ กระทรวงพลังงานครับ กระทรวง พลังงานเป็นหน่วยงานที่รับผิดชอบเรื่องพลังงานทุกเรื่องของประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็น พลังงานไฟฟ้าเพื่อแสงสว่าง หรือไฟฟ้าเพื่อสูบน้ํา กระทรวงพลังงานเขามีความรับผิดชอบ ในเรื่องนี้อยู่แล้ว แล้วก็มีหน่วยงานที่มีประสบการณ์มากเป็นอย่างยิ่งในเรื่องของระบบการ สูบน้ํา ไม่ว่าจะเป็นน้ําผิวดินหรือว่าน้ําบาดาล คือกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์ พลังงาน และกระทรวงพลังงานมีความเข้มแข็ง และโชคดีอีก ๒ ข้อครับ เขามีกองทุนที่มี งบประมาณมากมหาศาล นั่นคือกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงานและกองทุนพัฒนา ชุมชนรอบโรงไฟฟ้าครับ ทั้งหมดนี้ได้มาจากภาษีพลังงาน เงินที่ได้มานั้นไม่จําเป็นจะต้อง กลับไปพัฒนาเรื่องพลังงานอย่างเดียว เอาไปพัฒนาเรื่องสิ่งแวดล้อมก็ได้ เอาไปพัฒนาเรื่อง น้ําก็ได้ เพราะฉะนั้นผมก็เลยเสนอว่าคณะกรรมการที่อยู่นี้ที่ท่านยกร่างเป็น ข้อ ๕.๑.๑ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ข้อ ๕.๑.๒ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ข้อ ๕.๑.๓ กระทรวงมหาดไทย ข้อ ๕.๑.๔ กระทรวงกลาโหม ผมขอเพิ่มข้อ ๕.๑.๕ ได้ไหมครับ ข้อ ๕.๑.๕ เป็นกระทรวงพลังงาน ซึ่งหมายถึงกรมพัฒนาพลังงานทดแทน เช่น กรมพัฒนา พลังงานทดแทนก็ดี สํานักงานนโยบายและแผนพลังงานก็ดี

สุดท้ายที่ผมไม่ได้อภิปรายนั้นก็จะเสียดาย ก็คือเรื่องประโยชน์ของระบบสูบน้ํา ด้วยพลังงานแสงอาทิตย์ครับ บังเอิญเมื่อสัปดาห์ที่แล้วผมได้เชิญหลายหน่วยงานเข้ามาให้ ข้อมูลว่าตอนนี้ประเทศไทยมีหน่วยงานใดบ้างที่เรียกว่าให้ความสําคัญหรือว่ามีประสบการณ์ ในการใช้ระบบสูบน้ําด้วยไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ มีเยอะเหลือเกินครับ ไม่ว่าจะเป็น กรมพัฒนาพลังงานทดแทน สํานักงานนโยบายและแผนพลังงาน กรมทรัพยากรน้ําบาดาล หน่วยงานทหารของกระทรวงกลาโหม หน่วยงานทหารพัฒนา กรมการพลังงานทหาร เป็นต้น และ อบต. อบจ. อีกเยอะแยะมากมาย เพราะฉะนั้นผมจึงขอฝากไว้นะครับว่าถ้าการบริหาร จัดการน้ําในความหมายที่เราหารือกันในวันนี้ครอบคลุมถึงเรื่องการจัดหา จัดส่ง และการใช้ ประโยชน์ด้วย ก็ฝากให้ระบบสูบน้ําด้วยไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์เป็นอีกหนึ่งเทคโนโลยีที่จะ มาแก้ไขปัญหาภัยแล้งหรือว่าวิกฤตน้ําท่วมด้วยครับ ขอบพระคุณครับ