มิ่งขวัญ ชี้ร่างกฎหมายน้ำซับซ้อน ย้ำโปร่งใส-รับฟังประชาชน

สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ · ครั้งที่ ๒๕ · ๒๓ พฤษภาคม ๒๕๕๙

มิ่งขวัญ วิชยารังสฤษดิ์ หารือร่างพระราชบัญญัติการบริหารจัดการน้ำ โดยเน้นย้ำความจำเป็นในการจัดทำอนุบัญญัติให้ครบถ้วนอย่างเป็นระบบ พร้อมเรียกร้องให้มีการเปิดเผยข้อมูลน้ำอย่างโปร่งใส บูรณาการกับแผนเกษตรแห่งชาติ และส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนในทุกขั้นตอน ทั้งการวางแผน การใช้ข้อมูลร่วมอย่างวอเตอร์กริด และการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด รวมถึงการพัฒนาองค์ความรู้และเทคโนโลยีการจัดการน้ำในอนาคตอย่างยั่งยืน

นางมิ่งขวัญ วิชยารังสฤษดิ์ กรรมาธิการ

ค่ะ ต้องขอกราบขอบพระคุณ ทั้ง ๘ ท่านนะคะที่ได้ให้ข้อมูล ข้อคิดเห็น ข้อชี้แนะในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับเรื่องน้ําซึ่งเป็นเรื่อง ที่สําคัญ แต่เป็นเรื่องของที่มีความสลับซับซ้อน อาจจะมีข้อจํากัดในเรื่องของการนําเสนอ ข้อมูลนะคะ เพราะว่าเป็นเรื่องใหญ่แล้วก็ไม่สามารถจะใช้เวลาทั้งหมดในการที่จะนําเรียน ในภาพรวมได้ทั้งหมด ดิฉันอยากกราบเรียนอย่างนี้ว่า ในตัวร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ในเรื่อง สิ่งที่สําคัญอีกเรื่องหนึ่งก็คือ ในเรื่องของการกําหนดเกณฑ์ หลักเกณฑ์ต่าง ๆ หรือว่าอนุบัญญัติ ที่จะต้องออกภายใต้พระราชบัญญัติฉบับนี้ ซึ่งมีทั้งหมดประมาณ ๓๕ ฉบับนะคะ การกําหนด ในเรื่องของอนุบัญญัติต่าง ๆ นี้จะมีการกําหนดในรายละเอียด แต่ที่สําคัญก็คือที่ดิฉันไม่ได้ นําเรียนในเบื้องต้นเนื่องจากว่าในการจัดทําอนุบัญญัติต่าง ๆ เหล่านี้จะต้องใช้เวลาในเรื่อง ของการที่มีการกําหนดในรายละเอียด และที่สําคัญจะต้องได้รับความคิดเห็นจากภาคประชาชน แล้วก็ในส่วนกําหนดรายละเอียดต่าง ๆ ทั้งหมดอันนี้ก็คงจะต้องเร่งดําเนินการให้แล้วเสร็จ ก่อนนะคะเพื่อจะให้เกิดความชัดเจนในเบื้องต้นทั้งหมด

ประเด็นที่ ๒ ที่ดิฉันอยากจะกราบเรียนว่า ในข้อห่วงใยของหลาย ๆ ท่าน ที่ได้กล่าวว่าในเรื่องของการบริหารจัดการทรัพยากรน้ําที่สําคัญต้องมีข้อมูลที่มีความถูกต้อง ความแม่นยําแล้วก็มีความครบถ้วนสมบูรณ์ทั้งหมด ดิฉันอยากกราบเรียนว่าขณะนี้ข้อมูลต่าง ๆ เหล่านี้นะคะไม่ว่าในเชิงของลุ่มน้ําต่าง ๆ ทั้ง ๒๕ ลุ่มน้ํา ทั้ง ๒๕๔ ลุ่มน้ําสาขา แล้วก็ในเรื่อง ของแหล่ง ในเรื่องของวอเตอร์กริด (Water Grid) หรือว่าแก้มลิง หรือว่าในเรื่องของแผนที่ แหล่งน้ําใต้ดินทั้งหมด ได้มีการบูรณาการจัดทํามา ดิฉันคิดว่าสิ่งที่ทางสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ําและการเกษตร (องค์การมหาชน) ของท่าน ดอกเตอร์รอยล ซึ่งขณะนี้ได้ดําเนินการในเรื่องของข้อมูลปริมาณน้ําที่เกี่ยวกับเรื่องของ ซัปพลายไซด์ (Supply Side) ดิฉันคิดว่ามีความครบถ้วนสมบูรณ์ที่สุด ขณะนี้ในระดับหนึ่งแล้ว แต่ว่าในการเข้าถึงข้อมูลเหล่านี้หรือว่าการเผยแพร่ข้อมูลเหล่านี้สู่สาธารณะดิฉันว่าอันนั้น เป็นสิ่งสําคัญอีกเรื่องหนึ่งที่จะต้องดําเนินการ เพื่อที่จะให้ทุกภาคส่วนได้ใช้ได้เห็นข้อมูลต่าง ๆ เพื่อนําไปประกอบในเรื่องของแผน การจัดทําแผนต่าง ๆ ไม่ว่าในเรื่องของจากบอตทอมอัป (Bottom up) หรือท็อปดาวน์ (Top down) ลงมา เพื่อที่จะให้เห็นในเรื่องของแผนมีความ ครบถ้วนสมบูรณ์

สําหรับในเรื่องที่ท่านแรกที่ทางของท่านสุรินทร์นะคะ ที่ได้กล่าวถึงว่าจะต้อง มีข้อมูลต่าง ๆ เช่น วอเตอร์กริด (Water Grid) แก้มลิง การจัดหาแหล่งน้ําใต้ดินให้ความรู้ กับประชาชน การใช้น้ําอย่างประหยัด แล้วก็ในเรื่องของแผนผลิตทางด้านเกษตรของชาติ แผนนี้ในเรื่องจริง ๆ แล้วในภาคเกษตรเองก็มีรายละเอียดได้มีการจัดทําในเรื่องของแผน ทางด้านการเกษตรควบคู่กันไปกับในการบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา โดยเฉพาะในเรื่องของ ภาคเกษตรทั้งในแล้วก็นอกเขตชลประทาน แต่ว่าไม่สามารถนํามาเรียนในที่ประชุมในครั้งนี้ได้ สําหรับเรื่องของโทษและเรื่องของการที่นําไปใช้ในอนาคต เรื่องนี้ในเรื่องของการที่กําหนดโทษ โทษที่กําหนดไว้ตามมาตราต่าง ๆ ก็มีลักษณะที่แตกต่างกัน จะดําเนินการสําหรับผู้ที่กระทําผิด แล้วก็เป็นการกําหนดโทษที่กําหนดเป็นเพดานไว้ เพราะฉะนั้นสิ่งที่สําคัญก็คือในเรื่องของ การบังคับใช้ ซึ่งคงจะต้องดําเนินการในเรื่องนี้ให้มีความเข้มงวดและจริงจังต่อไปในอนาคต

สําหรับทางท่านคุรุจิตที่บอกว่าเรื่องของข้อมูลที่มีความสําคัญ การเข้าถึง ข้อมูลของประชาชนที่สําคัญ ซึ่งเรื่องนี้ในการที่จะนํามาใช้ในเรื่องของการจัดทําแผนก็ดี ในเรื่องของการจัดเก็บค่าน้ําหรือว่าองค์ประกอบต่าง ๆ ก็ดี ขณะนี้ความคืบหน้าในเรื่องของ การจัดทําข้อมูลที่เป็นคลังน้ําแห่งชาติมีความคืบหน้า ในปี ๒๕๖๐ ข้อมูลเหล่านี้จะสามารถ บูรณาการได้เชื่อมโยงระหว่าง ๓๒ หน่วยงานที่มีการใช้น้ํา ทั้งในน้ําอุปโภคบริโภค ภาคเกษตร แล้วก็ในเรื่องของระบบนิเวศ แล้วในเรื่องของทุกภาคส่วนด้วย และเรื่องของการที่จะนําไปใช้ สําหรับการดําเนินงานของคณะกรรมการตั้งแต่ระดับชาติ ระดับลุ่มน้ํา ลุ่มน้ําสาขา และ องค์กรผู้ใช้น้ํา

สําหรับทางท่านสุวิระในเรื่องของดีมานด์ (Demand) และซัปพลาย (Supply) ดิฉันกราบเรียนว่าข้อมูลในเรื่องของซัปพลาย (Supply) ไม่มีปัญหา ขณะนี้เราจะสามารถ กําหนดในเรื่องของแหล่งน้ําต่าง ๆ ได้ แต่ว่าข้อมูลการคาดการณ์ในเรื่องของดีมานด์ (Demand) จากเซกเตอร์ (Sector) ต่าง ๆ ค่อนข้างที่จะต้องอาศัยในเรื่องของความละเอียดครบถ้วนของ ข้อมูลต่าง ๆ อีกครั้ง โดยเฉพาะในเรื่องของดีมานด์ไซด์ (Demand Side) ที่จะทําอย่างไร ในการที่จะลดในเรื่องของปริมาณการใช้น้ําให้มีคุณค่าทุกหยาดหยด ในเรื่องของการอนุรักษ์ แหล่งน้ําใต้ดินเหล่านี้ อยากกราบเรียนว่าขณะนี้ในเรื่องของแผนที่แหล่งน้ําใต้ดินมีแล้ว แต่ขาดกับความเชื่อมโยงในเรื่องของการที่จะลงในแต่ละลุ่มน้ํา แล้วก็มาตรา ๖๓ ที่ท่านบอกว่า จะมีค่าใช้จ่ายการส่งเสริมในเรื่องของ กนช. ลุ่มน้ํา ลุ่มน้ําสาขา แล้วก็ยกเว้นการดูงาน ในต่างประเทศ อันนี้ในรายละเอียดก็คงจะต้องมีการกําหนดในอนุบัญญัติต่าง ๆ ที่จะต้อง กําหนดไว้ต่อไป

ส่วนในเรื่องของมาตรา ๙๓ ที่จะให้ผู้ช่วยเจ้าหน้าที่ในเรื่องของการเข้าไป ดําเนินการในเรื่องของอํานาจต่าง ๆ อันนี้ทางคณะกรรมาธิการจะรับไปดําเนินการพิจารณา ดูในเรื่องของตรงนี้

สําหรับในเรื่องของท่านชูชาติที่ให้ความสําคัญกับในเรื่องของการบังคับใช้ อันนี้แน่นอนค่ะ พระราชบัญญัติทั้งหมดกฎหมายที่ออกในเรื่องของการบังคับใช้จะมีผลที่สุด แล้วก็มีความสําคัญมากที่สุด

ส่วนประเด็นข้อชี้แนะของท่านเพิ่มพงษ์ในเรื่องของการวางแผน ความจริงแล้ว แผนในเรื่องของการกําหนดทั้งในระดับชาติแล้วก็ระดับลุ่มน้ํา ลุ่มน้ําสาขา ได้มีกําหนดไว้ตาม อํานาจหน้าที่ที่กําหนด อย่างอาทิเช่น ของ กนช. นะคะ ก็มาตรา ๑๙ ซึ่งได้มีการกําหนดไว้ ที่สําคัญก็คือหน้าที่ของ กนช. มีการกําหนดนโยบายแผนยุทธศาสตร์ แผนปฏิบัติการ แผนงบประมาณ แผนพัฒนาลุ่มน้ํา แล้วก็ความเชื่อมโยงที่จะต้องถ่ายทอดลงสู่คณะกรรมการ ระดับลุ่มน้ําเช่นกันค่ะ หลายท่านที่ได้ระบุบอกว่า ไม่เห็นในบทบาทของกระทรวงมหาดไทย ดิฉันขอเรียนว่าในส่วนของกระทรวงมหาดไทยมีตั้งแต่ในระดับของ กนช. นะคะ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เป็นกรรมการ สําหรับในเรื่องของคณะกรรมการลุ่มน้ําผู้ว่าราชการ จังหวัด เป็นประธาน ในลําดับรองลงไปที่เป็นรองประธานเช่นกันค่ะ การดําเนินการที่จะให้ ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธานทุกครั้ง ไม่สามารถจะดําเนินการได้ในบางครั้ง ในข้อนี้ ทางคณะกรรมาธิการก็ได้มีการพิจารณาว่าในเรื่องของการที่จะกําหนดเลือกรองประธาน ทั้งหลายก็จะเป็นระดับผู้ว่าราชการจังหวัดเช่นกันค่ะ ส่วนในเรื่องของคณะกรรมการลุ่มน้ําสาขา นะคะ ซึ่งมีอํานาจหน้าที่ตามมาตรา ๔๑ ค่ะ มีข้อกําหนดที่เกี่ยวกับเรื่องของอํานาจหน้าที่ โดยเฉพาะในเรื่องของแผนปฏิบัตินะคะ ระดับลุ่มน้ํา ซึ่งตรงนี้ก็จะต้องสอดคล้องกับในเรื่อง ของความต้องการของประชาชน แล้วก็จะได้ประโยชน์สูงสุดในเรื่องของการที่มีส่วนร่วม ความจริงแล้วภาคประชาชนเองจากร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้จะมีหลายมาตราในการที่ กําหนดในเรื่องของการมีส่วนร่วม ตั้งแต่เรื่องของการกําหนดเขต ตั้งแต่เรื่องของการจัดทํา แผนต่าง ๆ ระดับต่าง ๆ และในเรื่องของการกํากับดูแล แล้วมีเรื่องการจัดสรรน้ําหรือว่า ในมิติต่าง ๆ ที่จะต้องร่วมกันให้ข้อคิดเห็นและได้รับความเห็นชอบด้วยนะคะ

สําหรับในเรื่องของท่านชิดชัย ที่บอกว่าในเรื่องการแก้ไขปัญหาเรื่องของการ บุกรุก ก็มีในเรื่องนี้ที่กําหนดไว้ในหลายมาตรานะคะ ที่ดิฉันขออนุญาตนําเรียนไปแล้ว ส่วนเรื่อง ขององค์ความรู้ อันนี้เป็นเรื่องที่สําคัญค่ะ แล้วก็เป็นเรื่องที่จะต้องทําอย่างไรในการที่จะให้ ข้อมูลหรือว่าองค์ความรู้ตรงนี้ถ่ายทอดจากระดับของคณะกรรมการระดับชาติลงไปถึงระดับ ลุ่มน้ํา ลุ่มน้ําสาขา แล้วก็องค์กรผู้ใช้น้ํา ในเรื่องของข้อมูลแหล่งน้ําหรือว่าทะเบียนแหล่งน้ํา ขณะนี้กําลังดําเนินการในเรื่องนี้อยู่นะคะ ส่วนความชัดเจนในเรื่องของการกําหนดกติกา ในเรื่องของข้อบทบัญญัติต่าง ๆ ก็จะกําหนดไว้ในอนุบัญญัติ แต่ทั้งนี้ในการที่จะกําหนดขึ้นมานี้ ก็จะต้องรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วนด้วยกันค่ะ

สําหรับของท่านวรวิทย์ที่บอกว่าอํานาจในเรื่องของการที่จะจัดทําประชามติ คนทั้งลุ่มน้ําตัดสิน ดิฉันเห็นด้วยเป็นอย่างยิ่งค่ะ และในส่วนนี้ในเรื่องของการที่จะรับฟัง ความคิดเห็นจากภาคประชาชนมีหลายมาตรานะคะ มีหลายเรื่องที่เราจะต้องรับฟังความ คิดเห็นจากภาคประชาชนค่ะ

ท่านธรรมศักดิ์นะคะ ในเรื่องของมาตรา ๔ น้ําในบรรยากาศ ความจริงแล้ว ดิฉันว่าร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ครอบคลุมในอนาคตด้วยค่ะ เพราะว่าเคยเห็นสารคดี น้ําในอากาศ ตอนนี้เขามีเทคโนโลยีในการที่สอยน้ําจากอากาศมาเป็นแหล่งน้ําที่สําคัญ ในอนาคตได้นะคะ ส่วนน้ําเสียแล้วก็น้ําทิ้งทั้งหลายได้ปรากฏอยู่แล้วค่ะ ในมาตรา ๕๑ (๗) แล้วก็สําหรับหมวด ๖ มาตรการทางภาษีค่ะ ในเรื่องเหล่านี้ก็สามารถจะนําไปกําหนดในเรื่อง ของอนุบัญญัติ ซึ่งอยู่ในระดับของกฎกระทรวงค่ะ เพราะว่าตามร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ มีกฎกระทรวงที่จะต้องออกทั้งหมด รวมทั้งเรื่องของพระราชกฤษฎีกาเกี่ยวกับเรื่องของ การกําหนดเขตลุ่มน้ํารวมทั้งหมด ๓๕ อนุบัญญัติหรือว่าฉบับนะคะ อย่างไรก็ตามในเรื่องของ ข้อคิดเห็นที่ทั้ง ๘ ท่านได้กรุณา ได้มีข้อคิดเห็น ข้อเสนอแนะทางคณะกรรมาธิการก็จะรับไป ดําเนินการพิจารณาแล้วก็ปรับปรุงในส่วนที่สามารถดําเนินการได้นะคะ แต่อย่างไรก็ตาม นอกจากที่ท่านได้เสนอในการประชุมครั้งนี้แล้วคณะกรรมาธิการเองก็มีความยินดีที่จะรับฟัง ข้อคิดเห็นเพิ่มเติมได้อีกนะคะ ขอบพระคุณค่ะ