ธรรมศักดิ์ หารือร่างกฎหมายน้ำ เสนอมาตรการรักษาสิ่งแวดล้อม

สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ · ครั้งที่ ๒๕ · ๒๓ พฤษภาคม ๒๕๕๙

ธรรมศักดิ์ พงศ์พิชญามาตย์ หารือประเด็นการนิยามและบริหารจัดการทรัพยากรน้ำอย่างเป็นระบบ โดยเน้นการใช้ข้อมูลวิทยาศาสตร์สนับสนุนการตัดสินใจ พร้อมเสนอให้ร่างกฎหมายว่าด้วยการบริหารจัดการน้ำรวมมาตรการจัดการน้ำทิ้งและน้ำเสียอย่างชัดเจน เพื่อป้องกันผลกระทบสิ่งแวดล้อม และเสนอการใช้กลไกภาษีเพื่อจูงใจภาคธุรกิจมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรน้ำอย่างยั่งยืน โดยเฉพาะผ่านการลงทุนในกิจกรรมปลูกป่าและฟื้นฟูป่าต้นน้ำตามแนวทางพระราชดำริ

ศาสตราจารย์ธรรมศักดิ์ พงศ์พิชญามาตย์

ท่านประธานครับ ขอบพระคุณ ที่ให้โอกาสครับ กระผมธรรมศักดิ์ ขอชื่นชมกับร่างฉบับนี้แต่มีบางส่วนที่อยากจะขอให้ความ คิดเห็นในฐานะที่เป็นประธานอนุกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูประบบด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และการวิจัย เพื่อนวัตกรรม เรื่องน้ําเป็นเรื่องสําคัญเพราะว่าน้ําเป็นสิ่งที่เริ่มต้น ชีวิตทุกคนก็ทราบดี การค้นพบโลกใหม่ที่ห่างไป ๔๐ ปีแสงนะครับ ของดาวแทรปพิสต์วัน (Trappist-1) ก็คือเป็นดวงดาวที่มีน้ําอยู่ ๓ ดวง ใกล้เคียงกับโลกมาก แต่อย่าฝันไปดีกว่าครับ ๔๐ ปีแสงนานเหลือเกิน เอาโลกนี้ก่อน แผ่นดินไทยครับ อยากจะเรียนตรง ๆ ว่า ตราบใด ที่โลกยังเอียงอยู่ ฤดูกาลยังตรงนะครับ ฤดูกาลยังตรง ๓๖๕ วันไม่ได้บวกก็ยังตรงอีก พายุหมุนทางขั้วโลกหมุนทวนเข็มเสมอ พายุหมุนทางขั้วโลกใต้ ออสเตรเลียหมุนตาม เข็มนาฬิกา ไม่เปลี่ยนครับ แสงอาทิตย์ทางใต้ที่ประเทศออสเตรเลียหรือประเทศบราซิล จะหานาฬิกาแดดไม่ได้ อันนี้ความจริงครับ เพราะว่านาฬิกาแดดต้องหมุนตามไปทางขวา ความจริงเหล่านี้คนไม่ค่อยรู้ นักการเมืองจึงใช้โอกาสเหล่านี้มาสร้างกระแสว่าน้ําแล้งน้ําท่วม สารพัดอย่างเพื่อจะใช้งบประมาณแผ่นดิน โอเค (Okay) ครับ นั่นคือความจริงที่อยากจะแก้ ผมมีประเด็นมาตรา ๔ อยู่ มาตรา ๔ น้ําในบรรยากาศ อยากจะเรียนอย่างนี้ครับ คือผมไม่ใช่ นักวิทยาศาสตร์ที่เก่งทุกเรื่อง แต่ว่าชอบอ่าน อ่านอย่างนี้ครับ น้ําในบรรยากาศ พอพูดอย่างนี้ปุ๊บ ชาวบ้านจะคิดแต่เมฆอย่างเดียวกับหมอกหรืออะไรก็แล้วแต่ แต่จริง ๆ แล้วน้ําในบรรยากาศ ในห้องนี้ก็มีบรรยากาศ เรากรวดน้ํากันน้ําออกจากจมูกเราไป แต่ความเข้มข้นของน้ํา ที่เรียกว่า ภาษาอังกฤษ ขอโทษนะครับ เขาเรียกว่าแอตมอสเฟียริกแคนัล (Atmospheric Canal) ภาพเหล่านี้เป็นภาพที่ตรวจสอบได้จากดาวเทียม ข้อมูลเหล่านี้ผมว่ากรมต่าง ๆ มีอยู่ เราสามารถใช้ข้อมูลแอตมอสเฟียริกแคนัล (Atmospheric Canal) ในการบอกปริมาณ ความชื้นที่เคลื่อนไหลผ่านประเทศไทย ประเทศอื่นเราไม่เกี่ยวหรอกครับ แต่ประเทศไทยเรา อยากจะรู้ ทุกคนก็คงจะทราบดีว่าน้ําในมหาสมุทรนี้มันไหลไปทางตะวันตก แล้วก็น้ํา ในบรรยากาศที่เอลนีโญ (El Nino) ลานีญา (La Nina) ที่เกิดขึ้นมาแต่ละปีเป็นเรื่องปกติที่ ความชื้นมันต้องขยับตัว ๆ ตามซีซัน (Season) ของมัน ตามฤดูกาลของมัน ขอโทษครับ คลาวด์ (Cloud) ฟ็อก (Fog) อะไรทั้งหลาย คําจํากัดความตรงนี้ถ้าชัดเจนผมก็โอเค (Okay) นะครับ แต่ถ้าไม่ชัดเจนอยากจะให้เคลียร์ ( Clear) ว่านี่คือทรัพยากรน้ําที่คนต้องใช้อาจจะ มองไม่เห็น ทําไมในหลวงทรงเอาตาข่ายไปกรองดักความชื้นที่เป็นน้ําค้าง นั่นละครับ แบบเดียวกันแต่อันนี้ละเอียดกว่า ทีนี้อยากจะให้คําจํากัดความเพิ่มเติมถ้าเป็นไปได้ คืออยากจะถามว่าทําไมคําจํากัดความคําว่า ฝาย แก้มลิง สระขนมครก อะไรทั้งหลายมันไม่มี มันน่าจะเขียนไว้ด้วยว่านั่นคือแหล่งเก็บทรัพยากรน้ํา ลึกแค่ไหน ลึกระดับที่ว่าต้องเจาะ แล้วเป็นน้ําพุขึ้นมา เป็นน้ําบาดาลระดับไหน ผมว่าความชัดเจนตรงนี้ก็คงชัดเจนให้มีมากขึ้น นะครับ

อีกมาตราหนึ่งที่ผมสนใจและอยากจะเรียนปรึกษาให้คณะกรรมาธิการที่ร่าง ขึ้นมาอย่างดีแล้วได้ทําความเข้าใจด้วย คือมาตรา ๕๑ การบริหารจัดการน้ํา คือโดยหลักการ ดีมากเลยที่มีการลงโทษ และมีการแบ่งประเภทน้ําในการนําไปใช้ พอมาตรา ๕๑ อ้างถึง มาตรา ๔๘ และมาตรา ๔๙ แต่จะพบว่าเป็นการใช้ ใช้ ใช้ ใช้ ใช้ทุกข้อเลยครับท่านปลัดครับ ท่านประธานครับ ทุกข้อใช้น้ําอย่างเดียว แต่ปัญหาคือน้ําที่ออกมาจากการไม่ใช้ น้ําทิ้ง น้ําเสีย บริหารจัดการอย่างไร อันนี้ไม่ได้เขียนเลย ถ้าหากเขียนไว้ต้องขออภัย แต่ผม ตรวจดูแล้วไม่ได้เขียน มาตรา ๕๑ ไม่ได้เขียนเรื่องมาตรการในการบริหารจัดการน้ําทิ้ง น้ําเสียที่ได้จากการเอาน้ําไปใช้แล้วนะครับ อันนี้ถ้าไม่มีผมอยากจะให้ศึกษาไว้ด้วย แล้วควร จะเขียนไว้ เพราะมิเช่นนั้นแล้วทุกคนก็นําไปใช้แล้วก็ไม่สนใจว่าน้ําออกจากโรงงานฉัน เป็นอย่างไร แต่พอเป็นขวด เป็นน้ําดื่ม เป็นเหล้า เป็นเบียร์ ขายได้นะครับ

มาสู่ประเด็นที่ ๓ ในหมวด ๖ หมวด ๖ มาตราต่าง ๆ ที่มีอยู่มากมายประมาณ ๗-๘ มาตราด้วยกัน เป็นมาตราของการอนุรักษ์และการพัฒนาทรัพยากรน้ํา ผมอยากจะ เรียนท่านผู้ทรงคุณวุฒิที่นั่งอยู่ข้างบนว่ามาตรการตรงนี้อยากจะให้เลียนแบบมาตรการทาง ภาษีของกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ซึ่งเขาจูงใจให้นิติบุคคลที่ใช้น้ําแล้ว ควรจะ ลงทุนในเชิงที่ภาษาอังกฤษเรียกกันคุ้นปากก็คือ คอร์ปอเรต โซเชียล เรสพอนซิบิลิตี (Corporate Social Responsibility) อะไรก็แล้วแต่มาช่วยกันนะครับ ซีเอสอาร์ (CSR) นะครับ คือการรับผิดชอบต่อสังคม รับผิดชอบอย่างไร ผมเรียนอย่างนี้นะครับตัวอย่างที่ทราบมา ก็คือว่า แม่น้ํามิสซิสซิปปีลงไปทางใต้หรือทางประเทศเยอรมนีจากประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ลงไปจนกระทั่งออกแม่น้ําไรน์ไปนี่ ปลายทางคือประเทศเนเธอร์แลนด์หรือประเทศเดนมาร์ก หรือรัฐต่าง ๆ ทางอ่าวเม็กซิโก เขาเพิ่งแบกภาระน้ําทั้งหมดที่เสียลงมา แต่บริษัทที่ใช้น้ํา บริษัทที่ผลิตน้ํา ยกง่าย ๆ บริษัทที่ทําเรื่องเหล้า เบียร์ น้ําอะไรทั้งหลาย บริษัทเหล่านี้ต้อง รู้จักรับผิดชอบขึ้นไปแก้ปัญหาน้ําข้างบน ทุก ๆ มาตราในนี้จะไม่ได้เขียนจูงใจลักษณะนั้น เพราะฉะนั้นมาตรการภาษี ๓๐๐ เปอร์เซ็นต์ มีการลดให้เขา ยกตัวอย่างง่าย ๆ นะครับ ลดภาษีให้กับคนที่เลี่ยงภาษีมาทําโรงเรียน มหาวิทยาลัยนี่ ทําได้ เรื่องนี้เช่นเดียวกัน บริษัท ห้างร้านต่าง ๆ ที่ทําธุรกิจเกี่ยวกับน้ําดื่ม น้ําใช้ น้ําเหล้าทั้งหลายนี่ ควรจะต้องรับผิดชอบ ขึ้นไปข้างบน ไปที่ภูเขาจังหวัดน่าน ไปที่จังหวัดเชียงใหม่ ไปที่จังหวัดตาก ไปทุกจังหวัด ทําการปลูกป่าปลูกอะไรชดเชยให้กับประเทศเสีย เพราะว่าประเทศไทยไม่มีหิมะนะครับ มีแต่น้ําฝนตกลงมา ผมอยากให้พระราชดํารัสของสมเด็จพระนางเจ้าฯ แล้วก็แนวพระราชดําริ ต่าง ๆ ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้ประสบความสําเร็จจากกระบวนการคิดของร่าง พระราชบัญญัติฉบับนี้ การสร้างเขื่อนมีบางท่านได้พูดไปแล้ว การดูแลป่าก็มีความจําเป็น ดังนั้นบริษัทธุรกิจทั้งหลายต้องชดเชย รับการชดเชยอย่างไรก็แล้วแต่นะครับขึ้นไปดูแล แหล่งน้ําข้างบน แล้วประเทศไทยก็จะมีป่าขึ้นมาตามเดิม ต้องยอมรับความจริงนะครับ ป่านี่ มันหมดไปด้วยความจริงว่า รถไฟที่เรานํามาใช้ฟืนกันถ้าใครเกิดทันจะเจอกองฟืนเต็มไปหมด กองฟืนเหล่านี้ครับบังเอิญทางภาคใต้กองฟืนเหล่านี้มันชดเชยด้วยป่าสวนยางเสียก็จบกันไป แต่ภาคอื่นฟืนมันไม่ได้ปลูกและยังมีการทําลายอย่างรุนแรง ณ ปัจจุบันนี้ เพราะฉะนั้นภูเขาเปลือย ภูเขาที่โล้นจึงเป็นสิ่งที่เกิดขึ้น หน้าที่ของร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ละครับจะเป็นกรุณาธิคุณ เป็นเมตตาคุณหรือเป็นคุณูปการกับประเทศไทยอย่างมากเลย ช่วย ๆ ขยับนิดนะครับตรงนี้ ขอบคุณมากครับ