เถกิงศักดิ์ เครือหงส์ หารือปัญหาวัฒนธรรมการเมืองที่อ่อนแอและขาดความเชื่อมั่นในระบอบประชาธิปไตย จากการศึกษาไม่เพียงพอ ความเข้าใจผิด และการขาดผู้สืบทอดแนวคิดที่ดีสู่เยาวชน จึงเสนอแผนแม่บทการสร้างวัฒนธรรมการเมืองที่ดีอย่างเป็นระบบ โดยเน้นการปลูกฝังตั้งแต่เยาว์วัยผ่านการศึกษา การมีส่วนร่วมของประชาชน การสร้างนักการเมืองที่มีคุณภาพ และการประชาสัมพันธ์อย่างต่อเนื่อง พร้อมจัดตั้งคณะกรรมการและกองทุนเพื่อขับเคลื่อนการปฏิรูปอย่างยั่งยืนภายในสามปี
ขอบคุณครับ กราบเรียนท่านประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศที่เคารพ กระผม พลตรี เถกิงศักดิ์ เครือหงส์ เลขานุการอนุกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปการเสริมสร้างวัฒนธรรมทางการเมือง ในระบอบประชาธิปไตยขอเรียนชี้แจงรายละเอียดดังนี้ครับ
หลักการและเหตุผล สภาพการเมืองของประเทศไทยยังมีปัญหาที่ไม่อาจ ทําให้การเมืองของประเทศไทยมีความพร้อม มีความเข้มแข็ง และเป็นการเมืองที่ยังไม่อาจ สร้างประโยชน์ให้กับประเทศชาติและประชาชนได้อย่างแท้จริง ไม่ว่าจะเป็นปัจจัยที่เกิดจาก ตัวนักการเมืองและประชาชนที่ขาดความรู้ความเข้าใจในระบอบประชาธิปไตย โดยเฉพาะ อย่างยิ่งพฤติกรรมของนักการเมืองหรือคนที่เข้าสู่อํานาจทางการเมือง ยังไม่อาจสร้างความเชื่อมั่น ของประชาชนที่มีต่อนักการเมือง และความรับผิดชอบของประชาชนส่วนใหญ่ยังยึดถืออยู่ที่ ตัวบุคคลและยังอยู่ในระบอบอุปถัมภ์ที่มีแต่ผลประโยชน์ในตัวเองและพวกพ้อง โดยขาด จิตสํานึกในความรับผิดชอบร่วมกันที่จะสร้างการเมืองให้เป็นนักการเมืองที่รักษาผลประโยชน์ ของชาติเป็นสําคัญ จึงมีความจําเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องวางแนวทางให้เกิดการเปลี่ยนแปลง ในทางการเมืองที่มีมิติสําคัญ อันจะก่อให้เกิดการสร้างวัฒนธรรมทางการเมืองใหม่ที่เข้มแข็ง ยั่งยืนและเป็นประโยชน์ต่อชาติและประชาชน ได้แก่ ๑. การสร้างอุดมการณ์ ๒. การสร้าง ความเชื่อในระบบการเมืองในระบอบประชาธิปไตย ๓. การสร้างความเชื่อในพรรคการเมือง และ ๔. การสร้างความเชื่อในตัวนักการเมืองที่มีอุดมการณ์ มีความรู้ความสามารถและมี คุณธรรม
อย่างไรก็ตามวัฒนธรรมทางการเมืองเป็นเรื่องที่ไม่สามารถปรับเปลี่ยนได้ ทันที ต้องอาศัยปัจจัยหลายประการที่สําคัญ คือ กระบวนการกล่อมเกลาทางการเมืองที่มี รูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการศึกษา การมีส่วนร่วมทางการเมือง การปลูกฝังหรือสร้างให้เกิด การผูกพันหรือสร้างประสบการณ์ให้กับเยาวชนได้มีส่วนร่วมตั้งแต่ยังเยาว์วัย จึงเป็นปัจจัย สําคัญในการก่อให้เกิดวัฒนธรรมทางการเมืองใหม่ ดังนั้นรูปแบบการปกครองจึงเป็นเพียง สิ่งบ่งชี้ภายนอก ในขณะที่วัฒนธรรมทางการเมืองเป็นแกนสําคัญทางการเมืองอย่างแท้จริง
สภาพปัญหาของประเทศไทยปัจจุบัน
๑. ปัญหาเกี่ยวกับการปฏิบัติและความเชื่อถือที่ผิดและเป็นอุปสรรคต่อ วัฒนธรรมทางการเมืองในระบอบประชาธิปไตย
๒. ปัญหาด้านการศึกษาเพื่อพัฒนาการและเรียนรู้ที่จะนําไปสู่วัฒนธรรมทาง การเมืองในระบอบประชาธิปไตย
๓. ปัญหาการเมืองในระบบ ณ ปัจจุบัน
๔. ปัญหาที่ไม่มีผู้ถ่ายทอดวัฒนธรรมทางการเมืองที่ดีให้กับเยาวชนรุ่นต่อไป นะครับ สําหรับรายละเอียดอยู่ในเอกสารแล้วนะครับ
จากสภาพการเมืองการปกครองในระบอบประชาธิปไตยของไทยดังได้กล่าว ข้างต้น คณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการเมืองกําหนดเป้าประสงค์ วัตถุประสงค์และแผนการเสริมสร้างวัฒนธรรมทางการเมืองในระบอบประชาธิปไตย ดังนี้
วัตถุประสงค์ เป้าประสงค์หลัก สังคมและประเทศชาติมีการพัฒนาอย่าง มั่นคง เกิดความรักความสามัคคีในหมู่คณะ สังคมมีความเป็นระเบียบ สงบเรียบร้อย เกิดความเป็นธรรมในสังคม ประชาชนเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่และมีน้ําใจต่อกัน เพื่อให้บรรลุวัตถุ เป้าประสงค์หลักก็ตั้งเป้าประสงค์รองเอาไว้ ๕ ประการ ๑. ระบบการเมืองที่มีความชอบทาง การเมือง ๒. ระบบการเมืองที่มีคุณธรรมจริยธรรม ๓. ระบบการเมืองที่มีประสิทธิภาพและ ประสิทธิผล ๔. ระบบการเมืองที่มีประชาชนมีส่วนร่วม และ ๕. ระบบการเมืองที่มี เสถียรภาพ
และเพื่อให้บรรลุเป้าประสงค์หลักและเป้าประสงค์รอง ทางคณะกรรมาธิการ ก็ได้ตั้งวัตถุประสงค์ไว้ คือประชาชนจะต้องมีวัฒนธรรมทางการเมือง ๗ ประการดังนี้ ๑. ความเป็นราชอาณาจักร ๒. อํานาจอธิปไตยเป็นของปวงชน ๓. หลักสิทธิและเสรีภาพ ๔. หลักความเสมอภาค ๕. หลักภราดรภาพ ๖. หลักเหตุผล ฉันทามติ และ ๗. หลักธรรมาภิบาล
และเพื่อให้บรรจุเป้าประสงค์หลัก เป้าประสงค์รองและวัตถุประสงค์ ที่กําหนดไว้ จึงได้กําหนดแผนหลักไว้ ๔ แผนคือ ๑. การให้การศึกษาเพื่อให้เกิดวัฒนธรรม ทางการเมืองที่ยั่งยืน ๒. แผนการสร้างนักการเมืองที่ดีและการมีส่วนร่วมของภาคประชาชน เพื่อให้เกิดวัฒนธรรมทางการเมืองที่ยั่งยืน ๓. แผนการประชาสัมพันธ์ และ ๔. แผนบริหาร การขับเคลื่อน
แผนหลักที่ ๑ การให้การศึกษาเพื่อให้เกิดวัฒนธรรมทางการเมืองที่ยั่งยืน ประกอบด้วย ๓ แผนคือ แผนที่ ๑.๑ แผนการจัดทําหลักสูตรการศึกษาประชาชน วัฒนธรรม ประชาธิปไตย ประกอบด้วย ๒ แผน คือ โครงการหลักสูตรเร่งรัดสร้างประชาชนและวัฒนธรรม ประชาธิปไตย และโครงการหลักสูตรสร้างประชาชนวัฒนธรรมประชาธิปไตยมาตรฐาน แห่งชาติ
สําหรับโครงการหลักสูตรเร่งรัดนั้นจะมีกลุ่มเป้าหมายดังนี้ครับ นักเรียน มัธยมศึกษาตอนปลาย นักเรียนทหาร ตํารวจ นักศึกษาวิชาทหาร ลูกเสือ ยุวกาชาด ข้าราชการพลเรือน ตํารวจ ทหาร พนักงานเทศบาล องค์การบริหารส่วนจังหวัด ตําบล กํานัน ผู้ใหญ่บ้าน และองค์กรอิสระ องค์กรไม่แสวงผลกําไร สมาคม ชมรม และสื่อ
โครงการหลักสูตรสร้างประชาชนวัฒนธรรมประชาธิปไตยมาตรฐานแห่งชาติ แบ่งเป็น ๒ ส่วน คือในระบบการศึกษา และนอกระบบการศึกษา
ต่อไปแผนการสร้างวิทยากรวัฒนธรรมประชาธิปไตยหลักสูตรเร่งรัดและ หลักสูตรมาตรฐาน กลุ่มเป้าหมายก็มีข้าราชการจากกระทรวงศึกษาธิการ อาจารย์จาก มหาวิทยาลัยทั่วประเทศ มหาวิทยาลัยของรัฐ ๗๗ แห่ง และมหาวิทยาลัยเอกชน ๖๑ แห่ง รวมทั้งสิ้น ๑๓๘ มหาวิทยาลัย พนักงานเทศบาล องค์การบริหารส่วนตําบล องค์การบริหาร ส่วนจังหวัด กํานัน ผู้ใหญ่บ้าน ข้าราชการ ทหาร ตํารวจ พระภิกษุ ผู้นําศาสนา สมาชิก สมาคม ชมรมเอ็นจีโอ (NGOs) และประชาชนทั่วไป หลังจากนั้นแล้วก็ยังมีแผนจัดการ วิทยากรลงพื้นที่ให้ความรู้วัฒนธรรมประชาธิปไตยหลักสูตรเร่งรัด สําหรับหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องกับแผนงานที่ ๑ นั้น ประกอบด้วย กลุ่มประชาชน ก็จะมีสํานักงานคณะกรรมการ การเลือกตั้ง สภาพัฒนาการเมือง ภาคประชาชน สื่อมวลชน ข้าราชการ พนักงานของรัฐ สํานักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน สถาบันพระปกเกล้า แล้วก็กลุ่มนักเรียน นักศึกษา และกลุ่มองค์กรไม่แสวงผลกําไร
แผนหลักที่ ๒ การสร้างนักการเมืองที่ดีและการมีส่วนร่วมของภาคประชาชน ประกอบด้วย
แผนที่ ๑ แผนการสร้างนักการเมืองที่ดีก็จะมีโครงการหลักสูตรอบรมเยาวชน นักการเมือง โครงการหลักสูตรอบรมนักการเมือง โครงการหลักสูตรอบรมผู้ที่จะสมัครเป็น นักการเมือง องค์กรอิสระและผู้ที่สนใจการเมือง โดยจัดเป็นหลักสูตรสั้น ๆ ระยะ ๑ ถึง ๒ เดือน หน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็มีสถาบันพระปกเกล้าและคณะกรรมการการเลือกตั้ง
แผนที่ ๒ แผนการมีส่วนร่วมของภาคประชาชน ประกอบด้วย โครงการกําหนด มาตรฐานระบบคุณธรรมของนักการเมืองโดยประชาชน โครงการเสวนาจัดให้ประชาชน ร่วมแสวงหาทางออกในประเด็นต่าง ๆ โครงการจัดตั้งสภาพลเมือง หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ก็จะมีสภาพัฒนาการเมือง สภาองค์กรชุมชน เครือข่ายประชาสังคมจังหวัด คณะกรรมการ การเลือกตั้งกระทรวงมหาดไทย
แผนหลักที่ ๓ เป็นแผนการประชาสัมพันธ์ ประกอบด้วย ๒ แผน
แผนแรก คือการประชาสัมพันธ์ทั่วไป ก็จะมีการจัดทําโครงการสร้างความตื่นตัว จัดทําเว็บไซต์ (Web site)
แผนที่ ๒ การประชาสัมพันธ์กลุ่มประชาชนที่ไม่สนใจการเมือง ขั้นตอน การดําเนินงานของการประชาสัมพันธ์นั้นแบ่งเป็น ๔ ขั้นคือ ขั้นก่อนมีรัฐธรรมนูญ ขั้นมี รัฐธรรมนูญแล้ว ขั้นการเลือกตั้งหรือขั้นหลังการเลือกตั้ง หน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็จะมีสถานี วิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์รัฐสภา โทรทัศน์และวิทยุกระจายเสียงของรัฐ ผู้อํานวยการ สารสนเทศ คณะกรรมการการเลือกตั้ง วิทยุชุมชน เคเบิล (Cable) ภาคเอกชน สื่อ แล้วก็ คณะทํางานประชาสัมพันธ์
แผนหลักที่ ๔ การบริหารการขับเคลื่อนเพื่อให้เกิดวัฒนธรรมทางการเมือง ที่ยั่งยืน ประกอบด้วย
แผนที่ ๑ แผนกําหนดกลไกการบริหาร ประกอบด้วย คสช. คณะรัฐมนตรี รัฐสภา สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ กองทัพบกหรือสภาพัฒนาการเมือง ร่วมกันจัดตั้ง ศูนย์บริหารการขับเคลื่อนเสริมสร้างวัฒนธรรมทางการเมือง โดยมอบหมายให้กับมณฑล ทหารบกเป็นหน่วยงานรับผิดชอบในพื้นที่ ก็จะมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอื่น ๆ คือ ศูนย์ส่งเสริม ประชาธิปไตยตําบลของสํานักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง กรมส่งเสริมการปกครอง ส่วนท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย สํานักงานปลัด กระทรวงกลาโหม กองบัญชาการกองทัพไทย กองทัพบก กองทัพเรือ กองทัพอากาศ
แผนที่ ๒ แผนการส่งเสริมวัฒนธรรมทางการเมืองในระบอบประชาธิปไตย ก็จะมีสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศร่วมกับสภาพัฒนาการเมือง จัดตั้งคณะกรรมการ ปฏิรูปและพัฒนาการเมือง เพื่อปฏิบัติงานให้เสร็จภายในระยะ ๓ ปี
แผนที่ ๓ จัดตั้งกองทุนดําเนินงานวัฒนธรรมทางการเมืองในระบอบประชาธิปไตย ซึ่งที่มางบประมาณประกอบด้วย จากรัฐบาล จากมาตรการภาษี จากภาคีเครือข่าย และ กองทุนดําเนินงานวัฒนธรรมทางการเมือง กระผมขอจบการชี้แจงเพียงเท่านี้ ขอบคุณครับ