นิกร จำงอ หารือความจำเป็นในการส่งเสริมความรู้ด้านการเมืองแก่เยาวชนและประชาชนทั่วไปผ่านโรงเรียนและหน่วยงานภาครัฐ โดยเสนอให้ปรับบทบาทสภาพัฒนาการเมืองให้ทำหน้าที่เป็นหน่วยงานหลักในการขับเคลื่อนการเรียนรู้และการปฏิรูปการเมืองอย่างเป็นระบบ เพื่อสร้างรากฐานประชาธิปไตยที่มั่นคงในอนาคต
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นิกร จํานง ครับ ในฐานะอนุกรรมาธิการ อยากจะเรียนว่าประเด็นที่ท่านสมาชิกให้ความเห็น ในแต่ละด้านจะมีความชํานาญที่ท่านสัมผัสมาเองในทั้งสิ้นนะครับ ทางกรรมาธิการก็ต้องขอ กราบขอบพระคุณเป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นท่านอดีตผู้ว่าราชการจังหวัดท่านก็อยู่ในภาคใต้ ได้ให้ความเห็นเกี่ยวกับเรื่องศาสนาซึ่งจะส่งผลเป็นอย่างไรนะครับ ผมมีประเด็นที่สําคัญก็คือว่า ประเด็นเรื่องที่ท่านสมาชิก ท่านกษิดิ์เดชธนทัต เสกขุนทด ท่านได้อภิปรายเมื่อสักครู่นี้ ๒ ประเด็นที่สําคัญมาก ๆ สําหรับงานนี้นะครับ ก็อยากจะนําเรียนแล้วก็อยากจะขอความ กรุณาท่านด้วยว่า ประเด็นแรกที่ท่านพูดถึงการให้ความรู้เรื่องการเมืองโรงเรียนที่จังหวัด อุตรดิตถ์นะครับ แล้วก็ในหลาย ๆ แห่งที่เห็นว่ามีความสําคัญมาก เรื่องนี้อยากจะเรียนว่า ทางกรรมาธิการเองได้เริ่มตั้งแต่ต้นนะครับ ถ้าท่านจําได้เราพยายามที่จะเสนอไปยัง กรธ. หลายครั้งมาก หลายฉบับมาก ที่จะให้บรรจุเรื่องการให้ความรู้เรื่องการเมืองลงไปในรัฐธรรมนูญ เราก็เกือบตกขบวน สุดท้ายท่านประธานเสรีได้คว้าไปขบวนสุดท้ายได้ก็คือตอนปฏิรูปการศึกษา ที่ท่านกรรมาธิการศึกษาได้รับปากไปซึ่งสามารถทําได้นะครับ เรามองเป็นเรื่องใหญ่ แต่ว่า มีความสําคัญ ผมเองได้เคยมีโอกาสศึกษาเรื่องนี้แล้วเป็นที่หวาดกลัวมากว่า เห็นเรื่องนี้ มานานแล้วว่าบุคคลอายุ ๑๘ ปีที่ใช้สิทธิครั้งแรกไม่เคยมีการให้ความรู้เรื่องการเมืองเลย ในระบบของโรงเรียนมัธยมไม่มีอาจารย์ที่จบมาทางการเมืองสักคน เพราะฉะนั้นบุคคลเหล่านี้ เข้าไปสู่การเลือกตั้งครั้งแรก ผมไปทําวิจัยก็อยากจะเรียนไปยังท่านสมาชิกที่ได้พูดถึง หลักสูตร ผมเรียนหลักสูตรพัฒนาการเลือกตั้งชั้นสูงนะครับ แล้วก็ในนั้นเราได้ทําไอเอส (IS) หรือทําเอกสารวิชาการกันอาจจะไม่มากนักแต่เราทํากันครบนะครับ ผมเองได้ไปเป็น รองนายกสมาคม เราตั้งเป็นสมาคม แล้วก็อยากจะเรียนว่าในนั้นคือเหรียญมีสองด้าน คุณูปการที่มีก็คือว่ามันมีความรู้ในที่สมาชิกทั้ง ๖-๗ รุ่นทํา โดยเฉพาะเรื่องการเมืองท้องถิ่น การเลือกตั้งเยอะมาก เราก็รวบรวมเข้ามาแล้วกําลังจะมาต่อยอด เรื่องนี้ก็เป็นอีกเรื่องที่ผม ทําเองด้วยตัวเอง ปรากฏว่าเด็ก ๆ เริ่มยอมรับกับการซื้อสิทธิขายเสียงตั้งแต่เด็ก ซึ่งอันตราย มากนะครับ ในกรรมาธิการก็เสนอว่ารูปธรรมที่เราจะทํานอกจากจะมีการกําหนดในหลักสูตร ซึ่งจะต้องขอความอนุเคราะห์จากทาง กกต. มาด้วยแล้ว รุ่นใหม่ที่จะเกิดขึ้นเราต้องทําให้ได้ ตรงที่ว่าบุคคลที่จะเข้าสู่การเลือกตั้งในการโหวตครั้งแรก ซึ่งสําคัญที่สุดจะต้องได้รับการดูแล เป็นอย่างยิ่ง หมายถึงว่าต้องให้เขาเข้าใจว่าสําคัญตรงไหน การซื้อสิทธิขายเสียงมันลดลง ตรงไหน และที่สําคัญเลือกกันไปทําไม ที่เราไม่ค่อยให้ความรู้ ตรงนี้อยากจะเรียนกับท่านว่า ไม่ใช่เฉพาะโรงเรียนที่จังหวัดอุตรดิตถ์ ต่อจากนี้ทุกแห่งนะครับ แล้วถ้าหากว่ารุ่นใหม่ทุกรุ่น เข้าสู่การเลือกตั้งในคูหาครั้งแรก ได้รับการอบรมตรงนี้ เราเชื่อว่าน้ําใหม่นี่ล่ะจะมา เปลี่ยนแปลงสังคมไทยในอนาคตเรื่องการเมือง เราละเลยตรงนี้ไม่ได้ ไม่อย่างนั้นเรามัวแต่ไป แก้ปัญหาในอดีต ปัญหาปัจจุบันยังมีอยู่นะครับ มันต้องทั้งอดีต ปัจจุบัน และขณะเดียวกัน อนาคตไปพร้อมกัน อีกประเด็นต้องขอความอนุเคราะห์ท่านนะครับ คือเนื่องจากว่าเรา ไม่สามารถจะตั้งหน่วยงานใหม่ขึ้นมาได้นะครับ ก็คิดว่าจะต้องหาหน่วยงานขึ้นมาดูแลเรื่องนี้ เป็นเหมือนเซเครทาเรียต (Secretariat) หรือจะดูแลเรื่องนี้ ท่านเองท่านเป็นรองประธาน คนที่หนึ่ง ขณะนี้ของสภาพัฒนาการเมือง ผมเองเคยได้มีโอกาสไปเป็นอยู่ประมาณ ๒ ปี แล้วก็ตอนหลังพรรคถูกยุบก็เลยออกมา ก็ได้ทราบว่ากลไกตรงนี้มองเห็นว่ามีความสําคัญมาก เพราะว่าในโรงเรียนขณะนี้เราล็อกได้แล้วว่าควรจะใช้กระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งกระทรวง ศึกษาธิการต้องร่วมมือแน่นอน นั่นเฉพาะนักเรียน แต่ประชาชนทั่วไปกลไกที่สภาพัฒนา การเมืองมีก็คือว่าเป็นเหมือนเน็ตเวิร์กกิง (Networking) ทั่วประเทศในชุมชนต่าง ๆ ตรงนี้ ก็สําคัญมากในการให้ความรู้กับประชาชน คือไม่ใช่ว่าเยาวชนคนรุ่นใหม่เราก็ทํา แต่ว่าคนรุ่นเก่า หรือประชาชนทั่วไปก็ต้องทําก็ต้องอาศัยตรงนี้ด้วย ประเด็นจะอยู่ตรงนี้ครับ จะมีการ ปรับปรุงเรื่องสภาพัฒนาการเมือง เราอาจจะใช้ชื่อเป็นสภาปฏิรูปและเป็นคณะกรรมการ ปฏิรูปและพัฒนาการเมือง ปฏิรูปก็คือ เอาจากขุดขึ้นมาจากที่ต่ํากว่าศูนย์ขึ้นมาให้เสมอได้ เพราะถ้าพัฒนาไปมันไม่ทันแล้ว ประเทศเราพัฒนาไม่ทัน เราจะย้อนกลับมาทําลายอนาคต หมดนะครับ ในอดีตก็จะใช้ตรงนี้ ดังนั้นตรงนี้เกรงเพียงแต่ว่าสมาชิกของสภาอาจจะ มีความรู้สึกกังวลใจว่า ผมเรียนว่าเป็นการอัปเกรด (Upgrade) ขึ้นมา แล้วก็ทํางานร่วมกัน ทั้งปฏิรูปในทุกมิติ แล้วก็เพื่อไปทดแทนสภาซึ่งเราไม่ได้สร้างกันมาตั้งแต่อดีตที่ท่านกษิต ได้กรุณาพูดแล้ว เรามีสภาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ แต่ไม่พัฒนาการเมือง ปรากฏว่า การเมืองมาทําลาย ๒ อย่างนั้นหมดเลย ก็นําเรียนว่า ในการยกร่างกฎหมายเพื่อดูแลเรื่องนี้ อาจจะต้องกราบเรียนขอเชิญท่านมาช่วยให้ความเห็น และมาช่วยดูรายละเอียดก็จะ สมประโยชน์ เราจะได้สภาที่พึงประสงค์แล้วก็ค่อยดูแลเรื่องการพัฒนาปฏิรูปเรื่องวัฒนธรรม ทางการเมืองที่จะมีครับ กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ขอบคุณครับ