พอพล มณีรินทร์ ชี้แจงแนวทางการควบรวมโรงเรียนเพื่อให้ได้ครูครบชั้นโดยไม่มีนโยบายยุบโรงเรียน พร้อมเสนอให้พิจารณาการโอนการศึกษาไปยังองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอย่างรอบคอบ โดยเน้นความก้าวหน้าของครูและสวัสดิการในระยะยาว ทั้งยังเสนอให้ใช้โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนเป็นต้นแบบการพัฒนาการศึกษาในพื้นที่ห่างไกล และให้ กศน. ใช้อาคารเรียนว่างเพื่อส่งเสริมการศึกษาตลอดชีวิต พร้อมห่วงผลกระทบทางจิตใจจากการรื้อโรงเรียนเดิมและย้ำถึงความซับซ้อนของปัญหาการเปลี่ยนชื่อหรือรวมโรงเรียน รวมถึงความจำเป็นในการผลิตครูคุณภาพและใช้เทคโนโลยี แต่ยืนยันว่าไม่มีนโยบายโอนย้ายครูไปท้องถิ่นในขณะนี้
ท่านประธานสภาที่เคารพ และท่านสมาชิกทุกท่านครับ ด้วยความเคารพครับ สิ่งที่ท่านได้นําเสนอนั้นล้วนแล้วแต่เป็น ประโยชน์ทั้งสิ้นนะครับ แต่ว่าผมขออนุญาตกราบเรียนว่าจากที่ท่านผู้อภิปรายทั้ง ๒ ท่าน คือท่านปลัดสถิตย์กับท่านถวิลวดี มันเป็นเรื่องที่ความมุ่งหมายจริง ๆ ของการควบรวม จริง ๆ แล้วมันเป็นวิธีหนึ่งที่ผมกราบเรียนตั้งแต่ต้นว่าเป็นวิธีหนึ่งของหลาย ๆ วิธีที่จะทํา เพื่อให้เกิดครูครบชั้นเท่านั้นเองครับ ๑. ครูครบชั้น ๒. นักเรียนที่มาเรียนรวมกันพอเหมาะ กับห้องเรียน ๓. ใช้งบประมาณกับสื่ออุปกรณ์ด้วยกัน มารวมกัน เพราะฉะนั้นเป็นเพียงแต่ว่า เป็นการดําเนินการเพื่อให้ได้ครูครบชั้น นั่นเป็นประการสําคัญนะครับ เพราะฉะนั้นในกรณี ของการพัฒนาการศึกษาในชนบท หรือประเด็นการลดความเหลื่อมล้ํา หรือจะประสาน ความร่วมมือต่าง ๆ การใช้เทคโนโลยี ปัจจุบันนี้เราก็มีการสอนทางไกลครบทุกโรงเรียน แล้วครับ เรียกว่า ดีแอลทีวี (DLTV) ครบทุกโรงเรียน ครบทุกห้อง ปัจจุบันนี้ตั้งแต่มีรัฐบาล ท่าน พลเอก ประยุทธ์ ได้เข้ามานะครับ เพราะฉะนั้นประเด็นที่เราเสนอในครั้งนี้เป็นเพียง การบริหารจัดการเล็ก ๆ เท่านั้น ในกรณีครูห่างไกล ที่ท่านยกตัวอย่าง เช่น อมก๋อย จะต้อง มารวมกับใคร ผมขออนุญาตกราบเรียนอย่างนี้ครับว่า หลังจากที่เราทําแผนการศึกษาระดับ ตําบลแล้ว โรงเรียนใดที่ไม่สามารถไปควบรวมกับโรงเรียนอื่น ๆ ได้ เนื่องจากภูมิศาสตร์ ที่ห่างไกล เดินทางไม่ได้นะครับ อะไรต่าง ๆ เพราะฉะนั้นข้อมูลที่เราตั้งให้แต่ละตําบล เป็นฐานในการทําข้อมูลนั้นอาจจะเป็นสิ่งบ่งบอกว่าใน ๑๕,๐๐๐ กว่าโรงนั้น จะทําการให้มี ครูครบชั้นด้วยวิธีใดบ้าง เพราะฉะนั้นผมขออนุญาตกราบเรียนท่านสมาชิกว่า การควบรวม เป็นการทําให้ครูครบชั้นวิธีหนึ่งเท่านั้นครับ ของแสลงที่ท่านทั้ง ๒ ท่านได้กล่าวมาคือเรื่อง การยุบกับการโอนไปให้กับ อปท. ครับ ผมขออนุญาตตอบรวมอย่างนี้ว่า การยุบรวมตามที่ ท่านปลัดวิเชียรได้ ท่าน สปท. วิเชียรได้กรุณากล่าวมาว่า มาเป็นข้ออ้าง แล้วเป็นของแสลง จริง ๆ ในปัจจุบันท่านครับ โรงเรียนที่ยุบโดยธรรมชาติ ปัจจุบันนี้มีคอยอยู่แล้วประมาณ ๑๗๔ โรงเรียน คือ ๑. ไม่มีนักเรียนเลย มีแต่ครู อยู่แล้วโดยธรรมชาติ เพราะฉะนั้น ในการยุบโดยธรรมชาตินั้นเราก็ปล่อยไปตามธรรมชาติ ถ้าเราประกาศนโยบายว่ายุบ ก็จะมี ผู้ที่เสียความรู้สึก เช่น โรงเรียนเก่าแก่เป็นโรงเรียนวัด ผู้หลักผู้ใหญ่ได้เคยศึกษาผ่านมาแล้ว ได้ดิบได้ดีมา แล้วถึงมาปัจจุบันชั่วลูกชั่วหลานจะมายุบของเขาได้อย่างไร นั่นคือสิ่งที่พอเรา ประกาศว่า ต่อไปเราจะมีการยุบโรงเรียน จริง ๆ แล้วถ้าคิดในเชิงหลักการปกครอง หลักการ บริหารจัดการ หลักการงบประมาณแล้ว สมควรอย่างยิ่ง แต่หลักการเรื่องมนุษยธรรม หลักการเรื่องความรู้สึก และเรื่องของจิตวิทยาแล้วไม่ผ่านครับ ยุบไม่ได้ อย่างนี้แสดงว่า เขายุบด้วยตัวเขาเอง อันนี้ก็เป็นไปตามธรรมชาติ เพราะฉะนั้นนโยบายเราไม่มีการยุบ โรงเรียนครับ ส่วนการที่จะโอนไปให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หรือ อบจ. ก็ดีนั้น จริง ๆ แล้วปัจจุบันนี้ก็มีการดําเนินการอยู่เป็นนโยบาย ถ้าสถานศึกษาใดมีความพร้อม และต้องการไปอยู่กับท้องถิ่น ไปได้ครับ แต่เมื่อกลับมาแล้วจะกลับลําบาก นี่คือเป็นปัญหา ที่ครูที่อยู่กับกระทรวงศึกษาธิการ อยู่กับการศึกษาขั้นฐานและมีความเจริญก้าวหน้า จากครูโรงเรียนขนาดเล็ก ไปอยู่ขนาดกลาง ขนาดใหญ่ แต่ถ้าย้ายโอนไปอยู่กับการปกครอง ส่วนท้องถิ่นแล้ว วิถีชีวิตเขาจบ ไม่สามารถย้ายโรงเรียนได้ ถ้าย้ายก็ย้ายภายในที่ อบต. ดูแล ย้ายภายใน อบจ. ดูแล เพราะฉะนั้นความเจริญก้าวหน้าเขาจะหายไปเลย เหมือนกับครู โรงเรียนเทศบาลซึ่งกระทรวงมหาดไทยดูแลอยู่ตรงนั้น หรือครูในการปกครองพิเศษ แบบกรุงเทพมหานคร ครูโรงเรียนต่าง ๆ ที่ กทม. ดูแลอยู่ เขาเองเขาก็มีความเจริญก้าวหน้า มีการหมุนเวียน มีการอะไรต่าง ๆ มีปริมาณที่ใหญ่เพียงพอที่เขาจะเจริญเติบโตตั้งแต่ ซี ๗ ซี ๘ ซี ๙ ซี ๑๐ อะไรก็ตาม แต่ถ้าเป็นอยู่กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ความเจริญก้าวหน้าของครูจะน้อยลงไป เพราะฉะนั้นตรงนี้เราก็เคยมีการคุยกันว่าสถานศึกษาใดที่มีความพร้อม องค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นที่มีความพร้อมสามารถดูแลการศึกษาได้ อันนั้นเป็นสิ่งที่ผมเชื่อว่าดูแลได้ดีที่สุด แต่อย่างไรก็ตามความเจริญก้าวหน้าของครูอาจารย์ที่ไปอยู่ตรงนั้นจะทํากันอย่างไร เราเคย เสนออย่างนี้ครับว่า ยกตัวอย่างตํารวจ ตํารวจไปอยู่กับการท่องเที่ยว ขอโทษนะครับ ใช้งบประมาณของการท่องเที่ยว ตํารวจทางหลวงไปอยู่กับกรมการทางหลวง ตํารวจรถไฟ ไปอยู่กับรถไฟ แต่เวลาปรับย้ายภาพรวมความเจริญก้าวหน้ายังสามารถมาอยู่ในบัญชีหลัก บัญชีกลางได้ ผบ.ตร. ก็ดี หรือ ก.ตร. ก็ดียังสามารถดูแลได้ทั่วถึง เพราะฉะนั้นตรงนี้ผมว่า ถ้าเราสามารถแก้ไขปัญหาเรื่องความเจริญก้าวหน้าของครูได้ สิทธิก็ตาม หรือสวัสดิการ ก็ตามได้ ผมเชื่อว่าครูไม่ปฏิเสธที่จะไปอยู่กับหน่วยองค์กรอื่นที่จะมาดูแล แต่ว่าเมื่อไปแล้ว เผอิญไปผูกกับผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นหรือหน่วยใหม่ที่ค่อนข้างที่จะไม่ใช่ องค์กรใหญ่ แล้วก็ความเจริญก้าวหน้าไม่มี ตรงนี้ผมว่าประเด็นปัญหาการโอนไปให้กับ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมาดูแลอันนี้ ผมว่าเช่นกัน ๑. ต้องมีความชัดเจน ๒. ต้องมี ความเข้าใจ ๓. ต้องมีความเจริญก้าวหน้า ทุก ๆ ส่วนมีส่วนร่วม เพราะฉะนั้นผมว่าปัจจุบันนี้ ก็มีตัวอย่างอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นการยุบรวมก็ดี เรียกการโอนครูไปให้กับการปกครอง ส่วนท้องถิ่นก็ดี ๒ เรื่องนี้เป็นประเด็น ถ้าเกิดไม่ได้ทําความเข้าใจให้ถ่องแท้ ซึ่งจริง ๆ แล้ว มันมีวิธีแก้และมีข้อดี ข้อเสียครับ เพราะฉะนั้นในสิ่งที่คณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูป ประเทศด้านการศึกษาได้ศึกษาครั้งนี้เราไม่ได้ไปแตะต้องเรื่องการยุบ ไม่ได้ไปแตะต้องเรื่อง การถ่ายโอน แต่จริง ๆ แล้วทั้ง ๒ เรื่องนี้ก็มีการปฏิบัติอยู่แล้วนะครับ
สําหรับ ตชด. ที่ท่านกษิต ภิรมย์ ได้กรุณาให้ข้อพิจารณานั้น เผอิญผมเรียน อย่างนี้ว่า ผมได้อยู่ในคณะอนุกรรมาธิการการศึกษาพหุวัฒนธรรม ได้เชิญผู้ที่เกี่ยวข้องคือ ท่าน พลตํารวจโท สมศักดิ์ ได้มาให้ข้อมูล เท่าที่ผมจําได้การศึกษาของตํารวจตระเวนชายแดน มีมาตั้งแต่ พ.ศ. ๒๔๙๘ แล้วก็เริ่มทําการครั้งแรก พ.ศ. ๒๔๙๙ ที่จังหวัดเชียงราย เราเปิดครั้งแรก เมื่อวันที่ ๗ มกราคม ๒๔๙๙ จนกระทั่งปี พ.ศ. ๒๕๐๗ สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ได้ทรงเป็นองค์อุปถัมภ์ ก็เป็นสถานศึกษาหนึ่ง เป็นการจัดการศึกษาหนึ่ง เป็นการจัดการศึกษา แบบพิเศษที่ขึ้นกับสํานักงานตํารวจแห่งชาติครับ ทุกกระทรวง ทบวง กรม มีการจัดการศึกษา กระทรวงกลาโหมก็มี เป็นการศึกษาเฉพาะทางที่จัดการศึกษาเอง กระทรวงมหาดไทยก็มี ทั้งเทศบาล ทั้งอะไรต่าง ๆ ทั้งท้องที่ท้องถิ่น กทม. ก็มีของ กทม. เอง โรงเรียนอื่น ๆ กระทรวง ทบวง กรมอื่น ๆ ก็สามารถจัดการศึกษาได้ เพราะฉะนั้น ตชด. ก็เป็นต้นแบบหนึ่งที่เราได้ดูว่า ทําไมพื้นที่ห่างไกล พื้นที่ทุรกันดารจึงมีการจัดการศึกษาที่ดี เราก็พบว่า พบว่าเขามี ครูครบชั้นครับ เมื่อมีครูครบชั้น มีหลักสูตร มีวิธีการ มีสิ่งอุปกรณ์ต่าง ๆ เพราะฉะนั้นมันก็จะ ทําให้การศึกษานั้นมีคุณภาพ เพราะฉะนั้นในสิ่งที่ท่านได้ให้ข้อเสนอแนะว่าควรไปดูว่า ตชด. เขาจัดการศึกษากันอย่างไรเพื่อมาใช้ของเรานั้น ดูครับ แล้วเราก็นํามาปรับปรุงแก้ไข เพราะฉะนั้นสิ่งที่จะตอบท่านก็คือว่าเราได้ไปศึกษาแล้วก็ดูแล้วครับ แต่ว่าสิ่งที่เรากําลัง นําเสนอในวันนี้คือทําอย่างไรให้ครูครบชั้น เมื่อครบชั้นแล้วทําอย่างไรอีก ก็มีอีกหลายวิธีครับ ตามที่ผมนําเสนอข้างต้นไปแล้ว
สําหรับการใช้ประโยชน์ตามที่ท่านสุรินทร์ได้กล่าวไปแล้วว่า การรื้ออาคาร การใช้ประโยชน์ของอาคารนั้นควรจะใช้ให้เกิดประโยชน์ ใช่ครับ ปัจจุบันนี้ท่านประธานวิวัฒน์ และผมได้ผลักดันเรื่องการศึกษาตลอดชีวิตมา หรือ กศน. การศึกษานอกระบบและ ตามอัธยาศัยนั้น ควรจะมาใช้อาคารสถานที่ สิ่งที่การศึกษาขั้นพื้นฐานไม่ได้ใช้อยู่ การรื้อทิ้ง หรือการยุบแล้วก็รื้อทิ้งนั้นเป็นการดําเนินการหลังจากที่ใช้ไม่คุ้มค่าและชํารุดทรุดโทรมไป ปัจจุบันนี้เราก็ไม่มีการใช้ประโยชน์กัน แต่ว่าในเรื่องของความรู้สึกนั้นจะเสียความรู้สึก มาก ๆ เลย เพราะว่าท่านเคยผ่านการศึกษาแห่งนั้นมา กลับไปที่บ้านเก่าท่าน กลับไปที่ ตําบลท่าน หมู่บ้านท่าน โรงเรียนถูกรื้อไปแล้ว ตรงนี้เป็นเรื่องของจิตใจครับ ก็ต้องกราบ ขออภัยด้วย
ส่วนเรื่องการผลิตครูตามที่ท่านไพฑูรย์ได้เสนอมานั้น ใช่ครับ การผลิตครู จะเป็นอีกเรื่องหนึ่งที่คณะกรรมาธิการจะได้นําเสนอต่อไปว่าเราจะต้องให้คนดี คนเก่งมาเรียน และมีกระบวนการผลิตอย่างไร ตรงนั้นเป็นอีกเรื่องหนึ่งครับที่เราจะดําเนินการ
ของท่านสถิตย์ในเรื่องการเปลี่ยนชื่อ จริง ๆ แล้วในการบริหารจัดการ ตรงนี้อาจจะเป็นเรื่องเล็กไปนิดหนึ่ง แต่ว่าเผอิญโวลุม (Volume) มันใหญ่คือ ๑๕,๐๐๐ โรงเรียน จาก ๓๐,๐๐๐ โรงเรียน เกือบ ๕๐ เปอร์เซ็นต์ครับ แล้วก็ในโรงเรียนประถมศึกษา มีอยู่ ๒๐,๐๐๐ โรงเรียน แต่เป็นโรงเรียนขนาดเล็กอยู่ ๑๔,๐๐๐ โรงเรียน ก็โวลุม (Volume) ใหญ่อีก ชื่อมันเล็กแต่ว่ามันเป็นเรื่องใหญ่ เป็นเรื่องใหญ่ของการจัดการที่ทําให้ครูครบชั้น ก่อนครับ
ส่วนเรื่องอื่น ๆ เรื่องใช้เทคโนโลยี เรื่องการที่จะร่วมมือกับคนอื่น ต้องทํา แน่นอนครับ เพราะฉะนั้นตรงนี้กราบเรียนท่านสมาชิกทุกท่านครับว่าสิ่งที่เราดําเนินการนั้น เป็นเพียงแก้ปัญหาขั้นต้น เป็นการแก้ปัญหาระหว่างทางเท่านั้นเองนะครับ แค่ให้ครูครบชั้น อีกครั้งหนึ่งครับ เรื่องการยุบกับเรื่องการโอนข้าราชการครูไปให้กับการปกครองส่วนท้องถิ่นนั้น ไม่มีนโยบายและเรายังไม่ได้ศึกษาให้รอบคอบครับ ขอบคุณมากครับ