ธวัชชัย เทอดเผ่าไทย ชี้แจงแนวทางปฏิรูปการบริหารงานบุคคลตามร่างกฎหมายที่ครอบคลุมการสรรหา พัฒนา รักษา และการพ้นจากงาน โดยเน้นความยืดหยุ่นให้ท้องถิ่นปรับใช้ตามบริบท พร้อมหารือปัญหาการใช้จ่ายเกินกรอบ 40 เปอร์เซ็นต์ในองค์กรท้องถิ่น และเสนอให้กำหนดโครงสร้างอัตรากำลังอย่างชัดเจนเพื่อป้องกันการขยายตัวของบุคลากรและปัญหาการเงินที่ตามมา รวมทั้งรายงานความคืบหน้าของคณะอนุกรรมาธิการเกี่ยวกับการกระจายอำนาจ การปรับปรุงกฎหมาย และการรับฟังข้อเสนอแนะเพื่อนำไปปรับปรุงร่างกฎหมายต่อไป
กราบเรียนท่านประธานสภา ขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ แล้วก็ท่านสมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศทุกท่าน สําหรับคําถามของท่าน สปท. สุรินทร์นะครับ ขออนุญาตที่เอ่ยนาม ในส่วนของหลักการ การบริหารงานบุคคลที่ท่านได้กรุณาแจ้งว่าหลักการสําคัญของการบริหารบุคคลก็คือ การสรรหาแล้วก็การพัฒนา ในส่วนของคณะกรรมาธิการโดยท่านประธานนินนาทก็กําชับ นะครับว่าให้คณะอนุกรรมาธิการไปดูให้ดีแล้วก็ทําให้ครบถ้วน ซึ่งในหลักการของการ บริหารงานบุคคลนั้น จริง ๆ แล้วก็จะมีหลักการอยู่ด้วยกันก็คือการสรรหา การพัฒนา การรักษาไว้ การใช้ประโยชน์แล้วก็การพ้นจากงาน ซึ่งทั้ง ๕ ประเด็นนี้ในส่วนของคณะอนุ กรรมาธิการก็ได้นําเอา ๕ ประเด็นนี้มาดําเนินการทั้งหมดเลยนะครับ ซึ่งจะแฝงอยู่ใน ร่างพระราชบัญญัติที่เราได้ยกร่างขึ้นมาทุกประเด็นนะครับ
สําหรับในส่วนที่เรื่องของการตัดเสื้อโหลนะครับ เป็นยาหม้อใหญ่ จริง ๆ แล้ว คือเราไม่ได้ไปตัดเสื้อโหลไซส์ (Size) เดียวนะครับ ถ้าเราจะเป็นเสื้อโหลเราก็มีทุกไซส์ (Size) นะครับ มีทุกไซส์ (Size) ให้กับทุกคนตัวเล็กตัวใหญ่ใส่ได้หมดนะครับ แล้วก็นอกจากนี้เราได้ กําหนดมาตรฐานการดําเนินงานว่าการดําเนินงานต่าง ๆ ยังอยู่ภายใต้อิสระของท้องถิ่นอยู่ นะครับ หากมีภารกิจใดที่จําเป็นหรือแตกต่างก็สามารถที่จะร้องขอเพื่อพิจารณาในเรื่องของ การกําหนดให้เพิ่มเติมได้ เช่น บางท้องถิ่นอาจจะมีเรื่องของการท่องเที่ยว เรื่องของกิจการ ขนส่งหรืออะไรต่าง ๆ เขาสามารถที่จะเสนอเพิ่มเติมขึ้นมาแล้วให้ อ.ก.ถ. แล้วก็ ก.ถ. พิจารณานะครับ ซึ่งในส่วนนี้เราคงไม่ได้นั่นเฉพาะส่วนเดียวนะครับ
และอีกส่วนหนึ่งที่ว่าเรายังคงจะใช้ในเรื่องของการเอาเงิน ๔๐ เปอร์เซ็นต์ ใช้ไม่เกิน ๔๐ เปอร์เซ็นต์มาเป็นตัวกําหนดใช่ไหม ก็อยากจะกราบเรียนนะครับว่าต้องเอาตัว ๔๐ เปอร์เซ็นต์เป็นตัวกําหนดนะครับ เพราะถ้าเราไม่เอา ๔๐ เปอร์เซ็นต์มาเป็นตัวกําหนด ท้องถิ่นเขาจะใช้เงินเกิน ถ้าใช้เงินเกินปั๊บมันก็จะมีปัญหาในส่วนของเงินลงทุน ซึ่งขณะนี้ เราก็ได้ดูเรื่องของเงิน ๔๐ เปอร์เซ็นต์ไว้ก่อน แต่ทีนี้สําหรับในส่วนของการดําเนินงาน ที่เราจะไปถึง ๔๐ เปอร์เซ็นต์ ก็คือตอนนี้เราเอา ๔๐ เปอร์เซ็นต์ แต่เราก็กําหนดใน ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ไว้ว่าต่อไป ก.ถ. จะต้องไปพิจารณาในเรื่องของการกําหนดโครงสร้าง และอัตรากําลังของท้องถิ่นแต่ละประเภท ว่าท้องถิ่นแต่ละประเภทนั้นจะต้องมีกรอบ โครงสร้างการทํางานอย่างไรแล้วก็มีอัตรากําลังเท่าไร ไม่ใช่ขณะนี้ไม่มีกรอบอัตรากําลัง แล้วก็โครงสร้างเลย ก็เลยทําให้ท้องถิ่นต่าง ๆ ก็พิจารณาโครงสร้างขึ้นมาเพิ่มเติมเยอะ
ในส่วนขององค์กรเอกชน เขาบอกเลยนะครับว่าถ้าบุคลากรมีค่าใช้จ่ายเกิน ๒๕ เปอร์เซ็นต์ แสดงว่าธุรกิจนั้นล้มเหลวแล้วนะครับ ของเรายังกําหนดไปให้ ๔๐ เปอร์เซ็นต์ นี่ผมยังไม่ได้พูดถึงข้าราชการพลเรือนนะครับที่เราไม่ได้กําหนดเลย แล้วเรายังไม่รู้เลยว่า ตอนนี้เราใช้เงินไปแล้วกี่สิบเปอร์เซ็นต์ ผมว่าจะ ๕๐-๖๐ เปอร์เซ็นต์ด้วยซ้ําไป ซึ่งตัวนี้ มันก็เป็นตัวที่จะต้องทําให้ปัญหาในเรื่องนี้มันเป็นปัญหาที่ยิ่งใหญ่ เราก็พยายามจะกําหนด ตัวนี้ก่อน เรากําหนดด้วยวงเงินก่อน เมื่อกําหนดด้วยวงเงินแล้ว เราก็จะมาพิจารณา ตัวโครงสร้างแล้วก็การจัดอัตรากําลังตามมานะครับ ซึ่งพอจัดโครงสร้างอัตรากําลังเสร็จปั๊บ เรื่องเงินก็จะไม่มีปัญหาแล้ว เพราะทุกคนรู้ว่าจะต้องมีจํานวนเท่าไร อย่างไรนะครับ
สําหรับในส่วนของท้องถิ่นที่ใหญ่ ๆ ที่มีเงินมาก ไม่ใช่ว่าเขามีอัตรากําลังคนน้อย นะครับ อัตรากําลังคนจะเกินทั้งนั้นเลย คือส่วนใหญ่มักจะไม่ค่อยกล้าไล่คนเก่าออกนะครับ คนเก่าก็อยู่มาก็อยู่ไป พอตัวเองเข้ามาใหม่ก็เอาคนของตัวเองเข้ามาใหม่อีก มันก็เลยทําให้ จํานวนบุคลากรมันเยอะนะครับ
สําหรับในส่วนของเรื่องสถาบันการอบรมนะครับ ของเรามีหลักสูตรแล้วก็มี สถาบันพัฒนาบุคลากรท้องถิ่นอยู่ที่จังหวัดปทุมธานี เราก็มีการอบรมทั้งฝ่ายการเมืองและ ฝ่ายประจํา สําหรับฝ่ายการเมืองนั้นก็มีทั้งอบรมปฐมนิเทศโดยให้จังหวัดดําเนินการเบื้องต้นก่อน แล้วหลังจากนั้นก็ส่งมาให้ทางกรมเป็นผู้อบรม แล้วการอบรมเราก็อบรมทั้งผู้ที่เป็นใหม่ แล้วก็ อบรมทบทวนของผู้ที่เป็นเก่านะครับ แล้วก็มีทั้งอบรมในส่วนของข้าราชการด้วย การอบรม ก็มีทั้งที่สถาบันกลาง แล้วก็ให้แต่ละจังหวัดไปจัดอบรมด้วยนะครับ ก็จะมีการอบรม อยู่ตลอดเวลานะครับ
สําหรับในส่วนของที่ท่านสุรินทร์ท่านบอกว่าท่านอยู่ที่กระทรวงมหาดไทย ท่านเป็นกระพี้ ผมขอเรียนยืนยันในที่ประชุมแห่งนี้ว่าท่านไม่ได้เป็นกระพี้นะครับ ท่านเป็น เมล็ดพันธุ์ที่ดีในกระทรวงมหาดไทยมาก ถึงแม้ท่านจะออกไปจากกระทรวงมหาดไทยไปแล้ว ท่านไปอยู่ที่ไหนท่านก็สร้างความร่มเย็น สร้างความรุ่งเรืองให้กับพื้นที่ที่ท่านไปอยู่นะครับ แล้วท่านก็บอกว่าเสียงของท่านนั้นเปรียบเสมือนเสียงนกเสียงกา แต่ผมก็ยืนยันอีกนะครับว่า เสียงท่านคือเสียงของราชสีห์นะครับ ที่คํารามออกมาแล้วพวกผมกลัวหมดเลยนะครับ คราวที่แล้วท่านคํารามมาทีหนึ่ง ผมเลยต้องรีบไปปรับปรุงร่าง พ.ร.บ. ของผม ๒ ฉบับตามที่ ท่านเสนอนะครับ แต่ครั้งนี้ก็ไม่ได้ทอดทิ้งนะครับ ก็จะไปดูต่อเพราะว่าเดี๋ยววันนี้บ่ายสองโมง ก็นัดประชุมคณะอนุกรรมาธิการของผมเพื่อพิจารณาเรื่องนี้เลยนะครับ จะได้ทํางานได้เร็ว ก็ต้องขอขอบคุณท่านอีกครั้งหนึ่งที่ได้กรุณาให้ข้อคิดเห็น
สําหรับของท่านท่านศานิตย์ นี้เรื่องของการกระจายอํานาจ ก็ทางท่านประธาน ก็ได้มอบให้คณะอนุกรรมาธิการผมมาทําเพิ่มเติมนะครับ ตอนนี้ก็กําลังดําเนินการอยู่ก็คิดว่า คงจะไม่นานเดี๋ยวก็เสร็จแล้ว แล้วก็จะมานําเรียนในที่ประชุมอีกครั้งหนึ่ง ส่วนที่ท่านเสนอมาว่า มาตรา ๑๑๙ กับ ๑๒๒ ก็เป็นไปอย่างที่ท่านว่านะครับ คือตัวนี้เรารู้แล้ว แต่เราปรับมาแล้วก็ เจ้าหน้าที่เขาบอกเขาเสนอเอกสารมาที่ สปท. แล้วนะครับ ก็แก้ไขตามแก้ไม่ทันนะครับ เราแก้แล้วก็เดี๋ยวจะไปปรับปรุงอีกทีหนึ่งนะครับ สําหรับเรื่องข้าราชการ ๑๓ กลุ่ม เดี๋ยวผม จะให้คุณศิริวัฒน์ชี้แจง
แล้วก็ต้องกราบขอบพระคุณท่านเลิศรัตน์นะครับที่ได้กรุณาให้กําลังใจแก่ คณะอนุกรรมาธิการผมและคณะกรรมาธิการในการทํางาน รวมทั้งได้กรุณาตอบปัญหาที่ หลาย ๆ ท่านได้สอบถามไปแล้วนะครับ ก็ต้องขอขอบคุณทุกท่านอีกครั้งหนึ่งนะครับ แล้วก็ สิ่งที่ท่านเป็นห่วงหรืออะไรต่าง ๆ ทางผมก็จะรีบเอาไปพิจารณาในบ่ายสองโมงนี้ แล้วก็จะไป ปรับปรุง หากท่านมีข้อเสนอแนะอะไรเพิ่มเติมที่ท่านไม่ได้นําเสนอในที่ประชุมแห่งนี้ ก็สามารถมาแจ้งกับผมได้ ผมก็จะได้นําไปพิจารณาให้ครับ ขอบพระคุณครับ